Masukรัชสิทธิ์มองเห็นอยู่แล้วว่าพ่อเลี้ยงรณชัยถึงที่หมาย เขาสั่งผ่านมือถือให้พ่อเลี้ยงหย่อนถุงเงินลงในถังขยะ แล้วให้หมุนร่างกลับได้
เสียงของพ่อเลี้ยงรณชัยถามรัวมาตามมือถือ
“วาวไหมล่ะ”
“ผมต้องได้เงินก่อน คุณจะได้เจอเธอทันที”
“โอเค ผมจะกลับไปที่รถแล้วนะ”
“ครับ คุณเดินกลับได้เลย”
รัชสิทธิ์คอยสังเกตจนกระทั่งมองเห็นว่าพ่อเลี้ยงรณชัยเดินออกห่างจากถังขยะได้สักประมาณร้อยเมตร เขายังสังเกตอีกว่ามีใครผิดสังเกตอยู่ใกล้เคียงหรือเปล่า เมื่อไม่มีก็รีบกลับไปที่รถ
แต่แล้ว รัชสิทธิ์ก็เบิกตากว้าง เพราะภายในรถไม่มีร่างของวาวไหมอยู่ข้างในอีกแล้ว หล่อนหายไป
หายไปไหน?!
รัชสิทธิ์ไม่มีเวลาอีกแล้ว รีบขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง บังคับรถพุ่งไปข้างหน้าเพื่อไปให้ถึงถังขยะอันเป็นจุดหมายสำคัญที่สุดของเขา
ถ้าได้เงินแล้ว อะไรหลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีก
รัชสิทธิ์ยังไม่ถึงจุดหมาย ภาพที่เขามองเห็นก็คือร่างของวาวไหมกำลังวิ่งข้ามถนนเข้าไปหาพ่อเลี้ยงรณชัย
“นังนี่จะทำอะไรวะเนี่ย”
รัชสิทธิ์คำรามออกมาอย่างหัวเสีย
หลังจากนั้น ภาพที่เขาเห็นก็คือ พ่อเลี้ยงรณชัยกำลังวิ่งย้อนกลับไปยังถังขยะ ในขณะที่เขาจะต้องยูเทิร์นรถ เสียเวลามากกว่าถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เวลาที่มากมายอะไร แต่ก็ส่งผลร้ายแรง เพราะเขาอาจจะไม่ได้เงินเลย ซึ่งก็หมายความว่าที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงมาทั้งหมด
“บ้าเอ๊ย นังบ้า มึงจะทำลายพี่ชายของมึงไปถึงไหนวะ”
เสียงคำรามของรัชสิทธิ์ขณะกดคันเร่งบังคับเครื่องยนต์
พ่อเลี้ยงรณชัยถึงแม้ว่าจะอายุมากแล้ว แต่มีความฟิต เพราะฉะนั้นจึงสามารถถึงถังขยะเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ ถุงเงินห้าล้านอยู่ในนั้นถูกดึงติดมือมาอย่างรวดเร็ว
เอี๊ยดด!
รถยนต์ของรัชสิทธิ์เบรกเอียด ร่างของรัชสิทธิ์เปิดประตูวิ่งอ้อมมายืนอยู่พร้อมกับปืนเล็งเข้าหาพ่อเลี้ยงรณชัย
“ไอ้แก่เอ๊ย มึงนี่วอนหาเรื่องจริง ๆ”
วาวไหมหน้าซีดเผือด เรื่องนี้หล่อนเป็นคนคิดเอง หล่อนไม่ต้องการให้คุณรณชัยต้องมาสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลให้กับคนเลวอย่างรัชสิทธิ์
ชีวิตหล่อนไม่ได้มีค่าขนาดนั้น
“อย่าค่ะพี่ชาย”
“อย่าครับ จะเอาเงินก็เอาไปได้เลย”
พ่อเลี้ยงรณชัยยื่นถุงเงินให้รัชสิทธิ์
เขากรากเข้ามากระชากเอาไปจากมือ น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้น “เรื่องง่าย ๆ ทำให้เป็นเรื่องยาก เห็นทีจะเอาไว้ไม่ได้ทั้งสองคน”
“พี่คิดจะทำอะไร”
“กูจะปิดปากพวกมึงน่ะสิ”
“อย่าค่ะ อย่า!”
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ก่อนกระสุนปืนจะปะทุขึ้นสองนัดซ้อน ร่างของวาวไหมผวาเข้าไปกอดร่างของพ่อเลี้ยงรณชัย ร่างของหล่อนทรุดฮวบลงไป เสียงของพ่อเลี้ยงรณชัยร้องดังขึ้นราวกับจะขาดใจ
“วาวไหม!”
รัชสิทธิ์เองก็ตกตะลึง ไม่คิดว่าปืนจะลั่น เขาไม่ได้ตั้งใจ ถึงเขาจะเลวร้ายแค่ไหน วาวไหมก็คือน้องสาวแท้ ๆ คลานตามกันมา เขาไม่ได้ใจดำถึงขั้นจะฆ่าหล่อน แค่ต้องการขู่ด้วยอารมณ์โกรธเท่านั้น
เขาหันรีหันขวาง ก่อนจะผละไปที่รถ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว
วาวไหมรู้สึกเจ็บปวด เพียงแค่หล่อนยิ้มออกมา เพราะหล่อนอยู่ในอ้อมกอดของพ่อเลี้ยงรณชัย ผู้ชายที่รักหล่อนมากที่สุด
พ่อเลี้ยงรณชัยตั้งสติ อุ้มร่างของหล่อนยกขึ้น
“คุณพ่อ...”
“หนูไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พ่อจะพาไปส่งโรงพยาบาล หนูจะต้องไม่เป็นอะไร”
พ่อเลี้ยงรณชัยผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ไม่ต้องพูดถึงความเข้มแข็งว่ามีสักแค่ไหน แต่เวลานี้ เขาน้ำตาคลออย่างไม่สามารถสะกดกลั้นเอาไว้ได้
“หนูอยากให้พ่อกอดหนูเอาไว้ กอดนาน ๆ”
“ไม่ได้ พ่อต้องรีบพาหนูไปให้ถึงมือหมอให้เร็วที่สุด”
วาวไหมหลับตาลง ขณะที่ร่างของหล่อนถูกนำไปวางที่เบาะหน้ารถ เลือดไหลออกจากร่างของหล่อนมากมาย พ่อเลี้ยงรณชัยเร่งเครื่องหมุนล้อทะยานไปด้วยความเร็ว ปากก็เรียกหล่อนอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งถึงโรงพยาบาล...
เวลาผ่านไปนานแค่ไหน วาวไหมไม่รู้ตัวเหมือนกัน หล่อนรู้เพียงแค่ว่า เมื่อหล่อนรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาทุกครั้ง ก็จะเห็นร่างของพ่อเลี้ยงรณชัยนั่งอยู่ข้างเตียงของหล่อน
จนกระทั่งสาย ๆ ของวันนี้...
หล่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบกับใบหน้าอันสดใสของพ่อเลี้ยงรณชัย
“คุณพ่อ”
คุณรณชัยผวาเข้าไปโอบหล่อนอย่างทะนุถนอมนุ่มนวล
“หนูโชคดีที่สุด หนูผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาแล้ว”
“หนูยังไม่ตาย”
“ใช่ หนูยังไม่ตาย”
“ทำไมท่อนล่างของหนูจึงไม่รู้สึกอะไร”
“คุณหมอบอกว่า ต้องพยายามทำกายภาพ อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย”
“คุณพ่อจะรังเกียจหนู....”
“ไม่ อย่าพูดแบบนั้น”
วาวไหมยังไม่รู้ตัวว่าหล่อนนอนอยู่ในโรงพยาบาลนานแค่ไหน สำหรับหล่อน เพียงแค่ลืมตาขึ้นแล้วเห็นพ่อเลี้ยงรณชัยอยู่ข้างกาย ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
พ่อเลี้ยงรณชัยไม่ได้เล่าถึงเรื่องพี่ชายของหล่อนที่ถูกตำรวจตามตะครุบตัวรับโทษไปตามกฎหมาย หญิงสาวเองก็ไม่ได้สนใจถาม ระหว่างที่หล่อนนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แม่ของหล่อนแวะมาเยี่ยมแล้วกลับไปเมื่อเห็นพ่อเลี้ยงรณชัยดูแลหล่อนดียิ่งกว่านาง
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว พ่อเลี้ยงรณชัยเข็นวาวไหมเดินไปที่รถ ได้ยินเสียงพูดคุยของหญิงสาว ท่ามกลางบรรยากาศอันสดใสของวันนั้น
ถึงไม่ได้บอกว่ารัก แต่การกระทำของพ่อเลี้ยงรณชัยที่มีต่อหญิงสาว ก็กินความหมายลึกซึ้งกว่านั้นมากมายนัก
นี่คือ อดีตพ่อผัวที่กลายมาเป็นสามีอย่างถูกต้องของวาวไหม หญิงสาวเคราะห์ร้ายผู้โชคดีที่สุดในโลก
จบบริบูรณ์
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 3อารมณ์ที่เก็บกดมานานระหว่างทางขับรถกลับบ้าน เสี่ยเวทินคว้ามือของพราวเดือนมากุม หญิงสาวที่ยังขับรถอยู่ไม่ชักมือกลับ มือของเสี่ยเวทินกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดอาจเป็นเพราะ ระยะเวลาที่ผ่านมา ถ้าหากจะนับตั้งแต่วาทิตหอบเสื้อผ้าออกจากบ้าน เธอกับเสี่ยเวทินค่อนข้างใกล้ชิดกัน ต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ แต่ไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เธอเคยใช้มือช่วยให้เขาเสร็จสม นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ยังไม่มีครั้งต่อมาพราวเดือนแทบจะลืมไปแล้วละว่าเธอรู้สึกเสียใจอย่างไรกับเรื่องของวาทิต เขาไม่เคยมีบทบาทอะไรเลย นับตั้งแต่ธุรกิจของครอบครัวเริ่มมีปัญหา หนำซ้ำยังมาทำนิสัยแบบนี้อีก เธอจึงไม่เหลือศรัทธาใด ๆต่างจากเสี่ยเวทินอย่างสิ้นเชิงไม่แปลกอะไร ถ้าหากเธอจะมีใจกับเสี่ยเวทิน ผู้ยังมีสถานะเป็นพ่อผัวของเธอ มันช่วยไม่ได้จริง ๆ“หนู จะว่าอะไรพ่อไหม ถ้าพ่อจะ...”“อะไรคะคุณพ่อ”“พ่อจะหื่นกับหนู”พราวเดือนถึงกับหัวเราะออกมา พอจะอ่านออกว่าเสี่ยเวทินกำลังรู้สึกอย่างไร ยิ่งระยะหลังร่างกายของเขาเข้าที่เข้าทาง แข็งแรงออกขนาดนี้ มีหรือจะไม่มีอารมณ์ทางเพศ มันคือสัญลักษณ์ของ
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 2“คุณหนู อย่าทิ้งพวกเราไปนะครับ...นะคะ...”คนงานในโรงงานเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของครอบครัวสิทธิรังสรรค์ ต่างพากันมารอพบพราวเดือน เพื่อขอร้องเธอแต่ละคนพร้อมจะต่อสู้เคียงข้างไปกับเธอ พวกเขาเรียกพราวเดือนว่าคุณหนู ตั้งแต่แรก ๆ ทั้ง ๆ ที่พราวเดือนมีฐานะเป็นแค่สะใภ้เล็กของบ้านเท่านั้นอาจเป็นเพราะ เธอไม่ค่อยถือเนื้อถือตัว เป็นกันเองกับพวกเขาตั้งแต่แรก เธอจึงได้รับความเมตตาจากคนเก่าคนแก่ทุกคน“หนูสัญญาค่ะ”พราวเดือนเอ่ยอย่างมั่นใจ เธอตัดสินใจแล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะอยู่ต่อไปเพื่อช่วยให้เสี่ยเวทินสามารถพลิกฟื้นกิจการทั้งหมดให้กลับคืนมาอีกครั้งมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อ...เสี่ยเวทินมีพื้นฐานดีมาก เขาเป็นนักธุรกิจที่ตรงไปตรงมา คำไหนคำนั้นหนี้สินที่มีอยู่อาจจะมหาศาลก็จริง แต่ยังมีโอกาส และจะว่าไปแล้วช่วงเวลานี้คือการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งก็ว่าได้ยังมีโรงงานเล็ก ๆ ยังมีคนงานที่พร้อมจะร่วมหัวจมท้ายไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรอีกแล้ว“ถ้าพ่อไม่ได้หนู ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง”เสี่ยเวทินเอ่ยกับพราวเดือน ขณะที่เธอมาช่วยทำกายภาพบำบัด ทุกอย่
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 1บ้าน สิทธิรังสรรค์ ในวันที่ประมุขของบ้านล้มป่วยลง ก็ดูเหมือนกับว่าเข้าสู่โหมดแห่งความระส่ำระสายไปหมด สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง และสะใภ้เล็ก รับรู้ถึงปัญหาความยุ่งยากของตัวเองธุรกิจของตระกูลส่อเค้ามีปัญหามานาน บวกกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ระหองระแหงมาตลอด เพราะความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้อำนาจของคนเป็นพ่อ ผู้ก่อตั้ง และพยายามยื้ออย่างที่สุดเพื่อจะให้ธุรกิจอยู่ให้ได้ เริ่มจะหมดหวัง เมื่อแบ็งก์ไม่ยอมปล่อยเงินกู้เพิ่มสินทรัพย์ถูกถ่ายเทออกไปสู่กระเป๋าของลูก ๆ แต่ละคนโดยเฉพาะพี่ใหญ่กับพี่รองน้องเล็กดูเหมือนจะได้รับเพียง...มูลค่าหนี้บ้านหลังใหญ่ที่ยังติดจำนองธนาคารอยู่ ธุรกิจที่กำลังจะเจ๊งและหมายรวมถึง...เสี่ย เวทิน ประมุขแห่ง สิทธิรังสรรค์ ผู้เป็นพ่อด้วยในที่สุด ความเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงก็ประเดประดังเข้ามาวาทิต ลูกชายคนเล็กดื่มทุกวัน พราวเดือนผู้เป็นภรรยาในฐานะสะใภ้เล็กมองเห็นความชอกช้ำ อ่อนแอในดวงตาของเขาก็เข้าใจเขาต่างจากเธออยู่มากมายปัญหาที่เขาเจอ แม้จะเรียกว่าหนักหนาสาหัส แต่ไม่เทียบกับชีวิตของเธอหรอกเธอเจอมาหนักกว่าเขามากมันไม่ใช่แค่การเสียศักดิ์ศรี แต่ม
ตอนพิเศษการทำกายภาพบำบัดยังต้องดำเนินต่อไป ใจร้อนไม่ได้ ยังดีที่ว่าวาวไหมให้ความร่วมมือดี หล่อนค่อนข้างกระตือรือร้น และยังมีความหวังว่าจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดหนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน สี่เดือน...พ่อเลี้ยงรณชัยเข็นวาวไหมบนรถเข็นวีลแชร์ ท่าทางของเขาดูเหมือนจะพึงพอใจกับการได้ทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการทำกายภาพบำบัด แต่เขาค่อนข้างทะนุถนอมหล่อน ไม่ต้องการให้หล่อนเดินมากเกินไปการเข็นหล่อนออกมารับกับอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก มักเป็นภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำเสมอ“คุณพ่อจะให้หนูกลับไปเรียนต่อหรือเปล่าคะ”“ใช่ แต่ไม่ใช่ที่เมืองไทย”“ที่ไหนคะ”“เมืองนอก ที่ไหนก็ได้” พ่อเลี้ยงรณชัยตอบน้ำเสียงจริงจัง “พ่อเป็นห่วงหนู”“พ่อไม่หึงหนูเหรอคะ เผื่อหนูไปเจอต่างชาติตาน้ำข้าว”“ไม่หึงหรอก แต่พ่อจะตามไปแล่เนื้อเถือหนังมันคนไหนที่คิดอะไรกับหนูเกินเลย”“โห”“พ่อพูดเล่น เรื่องแบบนี้พ่อไว้ใจหนูนะ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปตามหึงหวง พ่อแค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง”“หนูไม่อยากไปไหนไกลหรอกค่ะ ขออยู่กับคุณพ่อ ไม่ได้อยากเรียนต่อด้วย ถ้าอยากให้หนูเรียน ออนไลน์ก็ยังได้นี่คะ ไม่เสียหายอะไร”“ก็ดีนะ”“แสดงว่าจริง ๆ แ
รัชสิทธิ์มองเห็นอยู่แล้วว่าพ่อเลี้ยงรณชัยถึงที่หมาย เขาสั่งผ่านมือถือให้พ่อเลี้ยงหย่อนถุงเงินลงในถังขยะ แล้วให้หมุนร่างกลับได้เสียงของพ่อเลี้ยงรณชัยถามรัวมาตามมือถือ“วาวไหมล่ะ”“ผมต้องได้เงินก่อน คุณจะได้เจอเธอทันที”“โอเค ผมจะกลับไปที่รถแล้วนะ”“ครับ คุณเดินกลับได้เลย”รัชสิทธิ์คอยสังเกตจนกระทั่งมองเห็นว่าพ่อเลี้ยงรณชัยเดินออกห่างจากถังขยะได้สักประมาณร้อยเมตร เขายังสังเกตอีกว่ามีใครผิดสังเกตอยู่ใกล้เคียงหรือเปล่า เมื่อไม่มีก็รีบกลับไปที่รถแต่แล้ว รัชสิทธิ์ก็เบิกตากว้าง เพราะภายในรถไม่มีร่างของวาวไหมอยู่ข้างในอีกแล้ว หล่อนหายไปหายไปไหน?!รัชสิทธิ์ไม่มีเวลาอีกแล้ว รีบขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง บังคับรถพุ่งไปข้างหน้าเพื่อไปให้ถึงถังขยะอันเป็นจุดหมายสำคัญที่สุดของเขาถ้าได้เงินแล้ว อะไรหลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีกรัชสิทธิ์ยังไม่ถึงจุดหมาย ภาพที่เขามองเห็นก็คือร่างของวาวไหมกำลังวิ่งข้ามถนนเข้าไปหาพ่อเลี้ยงรณชัย“นังนี่จะทำอะไรวะเนี่ย”รัชสิทธิ์คำรามออกมาอย่างหัวเสียหลังจากนั้น ภาพที่เขาเห็นก็คือ พ่อเลี้ยงรณชัยกำลังวิ่งย้อนกลับไปยังถังขยะ ในขณะที่เขาจะต้องยูเทิร์นรถ เสียเวลามากกว่าถึ
พ่อเลี้ยงรณชัยขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย อารมณ์เคร่งเครียด ความจริงในวัยหนุ่มของเขาก็ถือว่าเอาเรื่องเหมือนกัน อารมณ์แบบนั้นถ่ายทอดถึงทรงฤทธิ์ผู้เป็นลูกชายเอาไว้ไม่น้อย เพียงแต่พ่อเลี้ยงรณชัยมีความแตกต่างกว่าตรงที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้อยู่ในขอบเขตได้ ถ้าไม่อย่างนั้น เขาก็คงกลายเป็นบุคคลที่ล้มเหลวในชีวิตไปเรียบร้อยแล้วครั้งนี้ กับผู้หญิงที่เขารัก เขาจะปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ ได้ยังไง ถึงแม้ว่าอารมณ์ขณะนี้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นรุนแรงแค่ไหนก็ตาม เขาก็ต้องระวังเงินที่ถูกเรียกมาอาจจะถือว่ามากทีเดียว แต่ต่อให้มากกว่านั้นเขาก็พร้อมจะสูญเสียเพื่อหล่อนถึงจะเป็นการเสียเหลี่ยมของการเป็นพ่อเลี้ยงอยู่ไม่น้อยก็ไม่เป็นไร ปัญหาของเขาตอนนี้ก็มีเพียงแค่จะรวบรวมเงินจำนวน 5 ล้านจากที่ไหนภายในเวลาอันจำกัดแต่ความกว้างขวางของเขาก็มีมากพอพ่อเลี้ยงรณชัยรวบรวมสติ โทรหยิบยืมเพื่อนฝูง 3 คน แล้วเงินจำนวนนั้นก็อยู่ในมือของเขาภายในกำหนดเวลา 3 ชั่วโมงตามที่คนร้ายให้เวลาเอาไว้รถของพ่อเลี้ยงรณชัยจอดกึกริมบาทวิถีของเมือง เฝ้ารอโทรศัพท์ที่จะติดต่อกลับมาการรอคอยเป็นอะไรที่ทรมานหัวใจของพ่อเลี้ยงรณชัยในเวลานี้อ







