تسجيل الدخول"ทำโจทย์ผิดอีกแล้วนะ... จำได้ไหมว่าบทลงโทษข้อนี้คืออะไร?" "หนู... จำไม่ได้ค่ะ" "ถ้างั้นพวกพี่ทั้งสามคน จะช่วยรื้อฟื้นความจำให้เอง..." เมื่อเกรดตกจนเสี่ยงโดนรีไทร์ 'น้ำมนต์' จึงต้องบากหน้าไปขอให้สามหนุ่มแก๊งวิศวะปีสี่สุดฮอตช่วยติวให้ แต่ค่าติวกลับไม่ใช่เงิน ทว่าคือเงื่อนไขสุดอันตราย: ทำโจทย์ผิด 1 ครั้ง ต้องโดน 'ลงโทษ' 1 บทเรียน! ติวเตอร์ของเธอไม่ใช่รุ่นพี่ใจดี แต่เป็นเสือร้ายถึง 3 คน: พี่ภูผา: ทรงบอส นิ่งขรึม ดุดัน และชอบออกคำสั่ง พี่วายุ: หนุ่มขี้เล่น รุกแรง และเร้าใจ พี่อัคคี: สุขุม เยือกเย็น แต่อันตรายทุกสัมผัส จากกระดาษทด กลายเป็นร่างกายที่ถูกใช้เป็นกระดานบทเรียนแสนเร่าร้อน ภายใต้สัญญาลับนี้ น้ำมนต์จะตั้งใจติวให้สอบผ่าน หรือจะยอมจงใจทำข้อสอบผิดซ้ำ ๆ เพื่อเรียกร้อง 'บทลงโทษ' จากติวเตอร์ทั้งสามคนกันแน่! แนวเรื่อง: ฮาเร็ม 4P (ชาย 3 หญิง 1) / สุขนิยม (Happy Ending) / NC 25+ /
عرض المزيدน้ำมนต์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานหนาของห้องพักแก๊งวิศวะปีสี่มานานกว่าสามนาทีแล้ว
มือเรียวที่กำใบแจ้งผลการเรียนชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ตัวเลขสีแดงหราบนกระดาษเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงกลางความรู้สึกทีละจังหวะ
วิชาแคลคูลัส 1.5...
ฟิสิกส์วิศวกรรม 1.0...
และวิชาที่ทำเอาเธอแทบหยุดหายใจอย่าง กลศาสตร์ของแข็ง ที่รั้งท้ายด้วยคะแนนเพียง 0.5
หากเทอมนี้เธอยังกู้สถานการณ์กลับมาไม่ได้ อนาคตในรั้วมหาวิทยาลัยคงต้องจบลงด้วยการถูกพักการศึกษาอย่างแน่นอน
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะประตู
เพียงไม่กี่อึดใจ ประตูก็ถูกเปิดออก ร่างสูงโปร่งของ วายุ ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขาสวมเสื้อยืดสีดำตัวเก่าที่ขอบแขนหลวมกว้างจนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อต้นแขนชัดเจน
ผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นจากงีบหลับบนโซฟา กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มลอยมาปะทะจมูกอย่างแผ่วเบา
“โอ้… น้องน้ำมนต์”
วายุกระตุกยิ้มมุมปาก สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“มาหาพี่ทำไมตอนดึกขนาดนี้ครับ”
“หนู… ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ”
น้ำมนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา วายุยอมเบี่ยงตัวหลบ เปิดทางให้เธอเดินเข้าไปด้านใน
บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ปะปนกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้น
อัคคี นั่งทอดอารมณ์ไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอสมาร์ตโฟน
ขณะที่ ภูผา นั่งประจำการอยู่ที่โต๊ะทำงาน แล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้และแว่นตากรอบบางยิ่งขับให้แววตาของเขาดูดุดันและเย็นชาเป็นพิเศษ
ทันทีที่น้ำมนต์ก้าวเท้าเข้ามา บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
ทั้งสามคนละสายตาจากสิ่งที่ทำอยู่และหันมามองเธอเป็นตาเดียว... ราวกับฝูงนักล่าที่เพิ่งได้กลิ่นเลือดของเหยื่อ
“นั่งสิ”
ภูผาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ พลางพยักหน้าไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ
น้ำมนต์ทิ้งตัวลงนั่งอย่างประหม่า เธอวางใบแจ้งผลการเรียนลงบนโต๊ะ แล้วค่อย ๆ ดันมันไปตรงหน้าเขา
ภูผาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ก่อนที่เขาจะส่งมันส่งต่อให้วายุและอัคคีดู
วายุผิวปากยาวออกมาทันทีที่เห็นตัวเลข
“น้องคะแนนสวยมาก… สวยแบบเตรียมตัวเก็บของรีไทร์เลย”
อัคคีไม่ได้เอ่ยเย้าแหย่เหมือนเพื่อน เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกริบมองตรงมาที่น้ำมนต์ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
“หนูอยากขอให้พี่ ๆ ช่วยติวให้หน่อยค่ะ” น้ำมนต์ก้มหน้า น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “หนูจ่ายค่าติวเองได้… เท่าไหร่หนูก็ยอมจ่าย”
ภูผาพับหน้าจอแล็ปท็อปลงช้า ๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเต็มตัว
“เราไม่รับเงินจากน้องปีหนึ่ง”
น้ำมนต์เงยหน้าขึ้นขวับ ความหวังที่เพิ่งก่อตัวแตกสลายลงในพริบตา
“แต่…” วายุเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่เธอนั่ง ฝ่ามือใหญ่ทาบทับลงบนพนักพิงเฉียดหัวไหล่บางไปเพียงนิดเดียว
“เราอาจจะรับ 'อย่างอื่น' แทนได้”
หัวใจของน้ำมนต์เต้นรัวแรงจนได้ยินเสียงสะท้อนอื้ออึงในหู
ภูผาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ
“เราจะติวให้ฟรีทุกวิชาที่น้องได้คะแนนแย่ แต่มีเงื่อนไข”
“เงื่อนไขอะไรคะ ?”
“ทุกครั้งที่น้องทำโจทย์ผิด” ภูผาเน้นย้ำช้า ๆ ชัดเจนทุกถ้อยคำ “น้องจะต้องรับ 'การลงโทษ' หนึ่งครั้ง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจนน่าอึดอัด
น้ำมนต์ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
“ลงโทษ… แบบไหนคะ ?”
วายุก้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวอ่อนบริเวณหลังใบหูจนเธอสะดุ้ง
“แบบที่ทำให้น้องจำฝังใจ… และไม่กล้าทำผิดซ้ำอีกไงครับ”
อัคคีที่ปิดปากเงียบมาตลอดเอ่ยแทรกขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่ม ทว่ากลับแฝงความอันตรายบางอย่างที่ทำเอาขนอ่อนบนกายสาวลุกชัน
“เราจะไม่ทำร้ายน้องจนบาดเจ็บ แต่ร่างกายของน้อง… จะถูกพวกเราใช้เป็นกระดานบทเรียน”
น้ำมนต์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ค่อย ๆ ลามเลียจากลำคอขึ้นไปถึงพวงแก้ม เธอพยายามสูดหายใจเรียกสติ
“แล้ว… ถ้าหนูไม่ยอมรับเงื่อนไขล่ะคะ ?”
ภูผาไหวไหล่เบา ๆ “เราก็ไม่ติวให้ น้องก็ไปหาติวเตอร์คนอื่นเอาเอง”
ทางเลือกของเธอมีเพียงแค่นั้นจริง ๆ เธอไม่มีเงินก้อนโตพอจะไปจ้างติวเตอร์มืออาชีพมาสอนรวบยอดหลายวิชา และไม่มีเพื่อนคนไหนเก่งพอจะช่วยฉุดเกรดวิกฤตขนาดนี้ได้
เธอหลับตาลงชั่วครู่เพื่อทบทวนความนึกคิด ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง
“พี่ ๆ… อยากให้หนูทำอะไรบ้างคะ ตอนที่ถูกลงโทษ”
วายุหัวเราะในลำคอ “อยากรู้รายละเอียดขนาดนั้นเลย ?”
“หนูต้องรู้ก่อนสิคะถึงจะตัดสินใจได้”
ภูผาเลื่อนเปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบกระดาษเปล่าออกมาหนึ่งแผ่นพร้อมปากกา
เขาจรดปลายปากกาเขียนข้อความลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดันกระดาษแผ่นนั้นมาตรงหน้าน้ำมนต์
วันต่อมา น้ำมนต์มาถึงห้องพักช้ากว่ากำหนดสิบนาที เพราะยืนลังเลอยู่หน้าประตูนานเกินไป เธอเคาะประตูเบา ๆ อัคคีเป็นคนเปิดให้เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับข้อแขนขึ้นจนถึงข้อศอก ผมเซ็ตเรียบกว่าวายุ และมีกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ให้ความรู้สึกสะอาดและเย็นสบาย“มาตรงเวลาไม่ได้สักวัน”อัคคีพูดเรียบ ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องโดยไม่รอเธอภายในห้องถูกจัดใหม่ โต๊ะทำงานถูกดันชิดกำแพง มีโต๊ะญี่ปุ่นวางอยู่กลางห้องแทน พร้อมหมอนรองนั่งสองใบตรงข้ามกัน บนโต๊ะมีสมุดฟิสิกส์และเครื่องคิดเลขวางไว้“วันนี้พี่สอนฟิสิกส์” อัคคีนั่งลงบนหมอนใบหนึ่ง “น้องนั่งตรงข้าม”น้ำมนต์นั่งลงตามคำสั่ง เธอยังกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ร่างกายยังจำสัมผัสของวายุได้ชัดเจนอัคคีเปิดสมุด แล้วเริ่มอธิบายทฤษฎีโดยไม่มองหน้าเธอมากนัก น้ำเสียงคงที่ เป็นระเบียบ เหมือนกำลังอ่านตำราให้ฟังน้ำมนต์พยายามจดและทำความเข้าใจ แต่สมาธิยังไม่กลับมาเต็มที่ผ่านไปได้ประมาณยี่สิบนาที ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะวายุเดินเข้ามา ผมยุ่งเหมือนเพิ่งออกกำลังกาย เสื้อกล้ามสีดำเปียกเหงื่อเล็กน้อยตรงอก“โอ้ เริ่มไปแล้วเหรอ”อัคคีไม่ได้หันไปสนใจ “ปิดปร
น้ำมนต์มาถึงห้องพักของพี่ ๆ วิศวะตั้งแต่ห้าโมงเย็นตรง มือที่ถือปากกาและสมุดยังสั่นเล็กน้อย เธอเคาะประตูเบา ๆวายุเป็นคนเปิดให้ เขาสวมกางเกงวอร์มสีเทาและเสื้อยืดขาวที่บางจนเห็นร่างของกล้ามเนื้อหน้าท้องจาง ๆ เมื่อแสงตกกระทบ ผมยังยุ่งเหมือนไม่ได้หวี และมีรอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนใบหน้าทันทีที่เห็นเธอ“มาตรงเวลาดี” วายุพูด แล้วถอยให้เธอเข้าไป “วันนี้พี่อัคคีกับพี่ภูผาติดประชุมชมรม เหลือพี่คนเดียวก่อน”ประโยคนั้นทำให้หัวใจน้ำมนต์เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวห้องเงียบกว่าครั้งที่แล้ว มีเพียงไฟตั้งโต๊ะดวงเดียวที่เปิดไว้ โต๊ะทำงานถูกเคลียร์จนโล่ง เหลือเพียงกระดาษโจทย์แคลคูลัสวางซ้อนกันเป็นกอง และเก้าอี้ตัวใหญ่ที่วายุมักนั่ง“นั่งตรงนี้” วายุชี้ไปที่เก้าอี้ตัวนั้นน้ำมนต์ชะงัก “นั่น… ที่นั่งของพี่ไม่ใช่เหรอคะ”“วันนี้ให้น้องนั่ง” วายุยิ้ม “พี่จะยืนสอนข้าง ๆ”เธอนั่งลงอย่างเกรง ๆ วายุดึงเก้าอี้ตัวเล็กมาวางข้าง ๆ แต่ไม่นั่ง เขายืนพิงโต๊ะแทน เอาสมุดโจทย์มาวางตรงหน้าเธอ“เริ่มจากบทอนุพันธ์ก่อน” เขาพูด เสียงทุ้มปกติ “น้องลองทำข้อแรกให้พี่ดู”น้ำมนต์พยักหน้า แล้วก้มหน้าลงเขียน มือยังไม่นิ่งดี เธอทำให้ได้ครึ่
สัญญาการติวพิเศษผู้รับการติว (น้ำมนต์) ยินยอมให้ผู้ติวทั้งสามคนมีสิทธิ์ลงโทษได้ทุกครั้งที่ตอบคำถามหรือทำโจทย์ผิดรูปแบบการลงโทษขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ติว โดยจะไม่ก่อให้เกิดบาดแผลถาวรผู้รับการติวไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเมื่อมีการประกาศลงโทษสัญญานี้เป็นความลับเด็ดขาดระหว่างทั้งสี่คนสัญญาสิ้นสุดลงเมื่อผู้รับการติวสอบผ่านทุกวิชาตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ด้านล่างสุดของกระดาษ ปรากฏช่องว่างสำหรับเซ็นชื่อสี่ช่องน้ำมนต์กวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำถึงสองรอบ ปลายนิ้วเย็นเฉียบไปหมด“เซ็นเลยสิ” วายุกระซิบแผ่ว “หรือจะเดินออกไปตอนนี้ก็ได้นะ”เธอมองกลับไปที่ใบแจ้งผลการเรียน ตัวเลขสีแดงฉานพวกนั้นยังคงจ้องมองกลับมาราวกับกำลังแสยะยิ้มเยาะเย้ยท้ายที่สุด น้ำมนต์ก็ตัดสินใจหยิบปากกาขึ้นมา ลายมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะจรดปลายปากกาตวัดเขียนชื่อตัวเองลงไปวายุคว้าปากกาไปเซ็นต่อทันที ตามด้วยอัคคี และภูผาเป็นคนสุดท้ายเขาวาดเส้นทึบใต้ชื่อตัวเองอย่างหนักแน่น ก่อนจะพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บลงลิ้นชัก“ดีมาก” ภูผาเอ่ย “เริ่มพรุ่งนี้เย็น ห้าโมงตรง มาที่ห้องนี้เตรียมสมองมาให้พร้อม”วายุเลื่อนมือมาวางบนไหล่บาง คราวนี
น้ำมนต์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานหนาของห้องพักแก๊งวิศวะปีสี่มานานกว่าสามนาทีแล้วมือเรียวที่กำใบแจ้งผลการเรียนชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ตัวเลขสีแดงหราบนกระดาษเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงกลางความรู้สึกทีละจังหวะวิชาแคลคูลัส 1.5...ฟิสิกส์วิศวกรรม 1.0...และวิชาที่ทำเอาเธอแทบหยุดหายใจอย่าง กลศาสตร์ของแข็ง ที่รั้งท้ายด้วยคะแนนเพียง 0.5หากเทอมนี้เธอยังกู้สถานการณ์กลับมาไม่ได้ อนาคตในรั้วมหาวิทยาลัยคงต้องจบลงด้วยการถูกพักการศึกษาอย่างแน่นอนเธอสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะประตูเพียงไม่กี่อึดใจ ประตูก็ถูกเปิดออก ร่างสูงโปร่งของ วายุ ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาสวมเสื้อยืดสีดำตัวเก่าที่ขอบแขนหลวมกว้างจนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อต้นแขนชัดเจนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นจากงีบหลับบนโซฟา กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มลอยมาปะทะจมูกอย่างแผ่วเบา“โอ้… น้องน้ำมนต์”วายุกระตุกยิ้มมุมปาก สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่คิดจะปิดบัง“มาหาพี่ทำไมตอนดึกขนาดนี้ครับ”“หนู… ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ”น้ำมนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา วายุยอมเ











