LOGINลองรักพ่อผัว ตอนที่ 4
ความไม่มั่นอกมั่นใจของพราวเดือนเวลานี้ไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เมื่อกางเกงชั้นใน ปราการบาง ๆ ชิ้นสุดท้ายถูกเสี่ยเวทินรูดลง นี่ถ้าหากมีแสงสว่างมากพอ คงได้เห็นว่า ใบหน้าของพราวเดือนกำลังแดงเข้มด้วยอารมณ์ปั่นป่วนสุดขีด
“คุณพ่อขา...”
ลิ้นของเสี่ยเวทินแทรกเข้าไป
“อย่า... ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าเลียเลยค่ะ”
“อืมมม”
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ลิ้นผ่านประสบการณ์รักมาอย่างโชกโชน ซุกเข้าสู่ร่องเบียดสนิทของพราวเดือนอย่างรวดเร็ว
“อึ๋ยยยย!” หญิงสาวส่งเสียง สีหน้าเหยเก จะว่าไป... นี่เป็นประสบการณ์จริงจังครั้งแรก ก่อนหน้านี้ แม้ขณะกำลังชื่นมื่นกับวาทิต เขาแทบไม่ได้เล้าโลมอย่างถึงใจแบบนี้มาก่อน อย่างทีแค่จูบนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วเดินหน้าเร่งเครื่องทันที
วาทิตไม่ค่อยมีน้ำอดน้ำทน แค่เอาใส่ได้แล้วซอยไม่กี่นาทีก็เสร็จไปแล้ว แตกต่างจากเสี่ยเวทินราวฟ้ากับเหว
ผู้ชายคนนี้เอาใจใส่กับเรือนร่างของเธอแทบจะทุกส่วน
และแน่นอนที่สุดว่า ทุกสัดส่วนล้วนมีความหมายกับผู้หญิงเสมอ
อย่างเวลานี้ ช่องทางรักที่ไม่เคยได้รับความสนใจใยดีจากวาทิตเท่าไรนัก มันเป็นแค่ช่องทางสอดใส่อวัยวะเพศของเขา แต่กับเสี่ยเวทิน... เขาทำราวกับว่ามันเป็นพื้นที่อันวิเศษสุด ทำเอาช่องทางของพราวเดือนเยิ้มแล้วเยิ้มอีก
เหมือนแผ่นดินที่แห้งผากมานานแสนนาน ได้รับการเติมเต็มด้วยสายฝนพรำ
พราวเดือนฉุดร่างของเสี่ยเวทินให้ลุกขึ้น แล้วเป็นฝ่ายรุกจูบ มือเรียวสอดเข้าไปขยำแท่งเอ็นที่กำลังตื่นตัวเต็มที่
สัมผัสนั้นทำให้เธอรู้ว่า เมือกเหนียว ๆ ที่เยิ้มออกมาจากส่วนปลายนั้น บ่งบอกถึงอารมณ์หื่นกระหายสุด ๆ ของเขา
ทุกอย่างพร้อม เพียงแต่...เธอยังไม่อยากจะให้เกมนี้จบลงที่ตรงนี้
“คุณพ่อขา เข้าบ้านดีกว่าไหมคะ ตรงนี้ยุงชุมค่ะ หนูไม่อยากก้นลายนะคะ”
แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ได้เป็นใจเสียแล้ว เพราะเมื่อคลอเคลียเข้าไปในบ้าน เปิดไฟสว่างวาบขึ้นมา กลับพบว่ามีร่างของใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟานั่งเล่น
“วาทิต!”
“คุณวาทิต!”
ทั้งพราวเดือนและเสี่ยเวทินหลุดปากออกมาพร้อมกันราวนัดหมาย
สภาพของวาทิตไม่ได้ดูดีขึ้นเลย
“พ่อ สวัสดีครับ” วาทิตยกมือไหว้
“อืม เป็นไงบ้างล่ะ” เสี่ยเวทินถามเสียงเรียบ
“แย่ครับพ่อ”
“ถ้าแกยังทำตัวเหมือนเดิม ชีวิตของแกก็ยังคงเหมือนเดิมหรือเลวร้ายกว่าเดิม”
“งั้นเหรอครับพ่อ” น้ำเสียงของวาทิตฟังดูไม่ยี่หระอะไร แม้แต่คำสอนของผู้เป็นพ่อ “ผมมันไม่เอาไหนอยู่แล้วนี่ครับ”
พราวเดือนเวลานี้ทำได้แค่นิ่งงัน ไม่แน่ใจว่าวาทิตจะได้เห็นเหตุการณ์ระหว่างเธอกับเสี่ยเวทินข้างนอกบ้านหรือเปล่า
ถ้าเห็น เธอจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร แน่ละว่าไม่เหลือถ้อยคำอธิบายใด ๆ หรือต่อให้อธิบาย ก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้เขาเข้าใจ
นี่แหละจึงเป็นที่มาของความอึดอัด
“ผมขอกลับมาได้ไหมครับ”
คำพูดของวาทิต ทำให้เสี่ยเวทินต้องหันไปสบตากับพราวเดือน แน่ละ รู้คำตอบอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างไร เพราะวาทิตคือลูก อีกอย่างต่อให้เขาไม่เอาไหนหรือเลวร้ายมากกว่านี้ เขาก็คือสายเลือดแท้ ๆ
ขณะที่พราวเดือนเป็นเพียงสะใภ้...
“แล้วเมียใหม่แกล่ะวาทิต”
“มันหนีไปแล้ว”
“ทำไมล่ะ”
“ผมมันไม่เอาไหนนี่ครับ”
น้ำเสียงของวาทิตเหมือนจงใจประชดประชัน สิ่งที่เขาคิดมีแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากเสี่ยเวทินอย่างสิ้นเชิงที่จะเห็นคนอื่นมาก่อนเรื่องของตัวเอง
“เอาละ ถ้าแกมาก็ดี จะได้ช่วยเหนือหนูพราวเดือน” เสี่ยเวทินเอ่ยในที่สุด
สายตาของเสี่ยเวทินมองสะใภ้สาวด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบาย มีทั้งถวิลหา มีทั้งวิงวอนหรืออะไรสักอย่างซ่อนอยู่ในนั้น
เสี่ยเวทินขยับก้าวออกไปจากห้องนั้น พราวเดือนทำท่าจะขยับก้าวตาม แต่วาทิตลุกขึ้นมาแล้วโอบกอดร่างของเธอเอาไว้ราวกับคิดถึงเสียเต็มประดา
“คุณทานอะไรมาหรือยัง ฉันกับคุณพ่อทานจากข้างนอกเรียบร้อยแล้ว”
“ไม่หิวอะไรเลย หิวแต่คุณมากกว่า”
เขาทำเจ้าชู้ยักษ์ น่าแปลกที่พราวเดือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาอีกแล้ว ที่ไม่ดิ้นรนหรือแสดงท่าทีรังเกียจ อาจเป็นเพราะเห็นแก่เสี่ยเวทินมากกว่า
“ฉันจะไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
ท่าทีเย็นชาของพราวเดือน เรื่องแบบนี้มีหรือคนอย่างวาทิตจะไม่สังเกตเห็น
“คุณยังโกรธผมอยู่แน่เลย”
“เปล่าค่ะ”
“งั้นทำไมต้องเย็นชา”
“ฉันแค่เหนื่อยค่ะ”
เธอตอบเสียงเบา ก่อนจะถือโอกาสนั้น ก้าวออกจากวาทิต
พราวเดือนในชุดเสื้อกางนอน ขึ้นเตียง คว้าหมอนข้างกอด
ใจคิดไปเรื่อยเปื่อย นึกอยากขันกับชีวิตของตัวเอง นี่ถ้าไม่มีวาทิตแทรกขัดจังหวะ ป่านนี้เธอกับเสี่ยเวทินคงเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหน
แค่นึกถึงการเล้าโลมของพ่อสามี น่าประหลาดที่รู้สึกวาบหวิวปั่นป่วน ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ลิ้นของเสี่ยเวทินที่เธอยินยอมให้ชำแรกผ่านเข้ามาในกลีบรัก ไม่มีวันลืมเลือนไปจากความทรงจำได้ง่าย ๆ
หญิงสาวถอนใจ นั่นเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะถึงอย่างไร เธอกับเสี่ยเวทินไม่ได้อยู่ในสถานะอันเหมาะควรแม้แต่น้อย
ความสัมพันธ์อันล้ำลึกนั้น หากได้ยินถึงคนอื่นย่อมไม่ใช่เรื่องดีสักนิด
วาทิตก้าวขึ้นเตียง โอบกอดเธอจากด้านหลัง ขนาดว่าเขาอาบน้ำแล้วยังคงได้กลิ่นแอลกอฮอล์ไม่จางหายง่าย ๆ
“คุณ หลับหรือยัง”
หญิงสาวยอมพลิกร่างหงาย
วาทิตก็ขยับขึ้นทาบทับ ปลายเท้าของเธอถูกบังคับให้ขยับออกห่างจากกัน แกนกายของวาทิตประกบอยู่กับเนินหน้าขาของเธอ
แกนกายแข็ง ๆ ของเขาพอจะบอกได้ว่า อารมณ์เต็มที่แล้ว
ต่างจากเธอที่ยังมีหลายเรื่องวุ่นวาย เวลานี้...แค่ปล่อยให้เขาทำไป เธอยังไม่มีอารมณ์ ไม่มีเลยจริง ๆ
ยิ่งเมื่อนึกถึง...ความยุ่งยากที่เผชิญหน้า ทั้งก่อนหน้านี้และที่จะต้องเผชิญต่อไป ธุรกิจไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นึกถึงกลุ่มคนงานในโรงงานแห่งสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่
การมาของวาทิตเที่ยวนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะสามารถทนอีกได้สักกี่น้ำ ดูสภาพของเขา อย่าว่าแต่ความเป็นผู้บริหารเลย แม้แต่ระดับคนงานธรรมดา ก็ยังไม่คู่ควรด้วยซ้ำ
พราวเดือนกล้ำกลืนความรู้สึก และหลับตาลง ขณะที่มือของวาทิตล้วงเข้ามาบีบนม ไม่นานนักเขาก็ถอดกางเกงเธอออก
เขาปักแท่งผ่านร่องฝืดของพราวเดือน พยายามจะชำแรกผ่านเข้าไปให้ได้ ได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาด และแล้ว...เขาซอยเร็ว ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกดผ่านเข้าไปได้แค่ครึ่งส่วน พราวเดือนขึงริมฝีปาก ก่อนจะรับรู้ว่า มีของเหลวอุ่น ๆ ราดรดลงบนเนินรักของเธอ
เขาเสร็จแล้ว!
วาทิตสวมกางเกง พลิกลงไปนอนเคียงข้างเธอ เพียงไม่นานจริง ๆ เขาก็ส่งเสียงกรนออกมาเหมือนเหน็ดเหนื่อยเสียเต็มประดา
พราวเดือนค่อย ๆ ขยับออกห่าง คว้ากระดาษมาซับของเหลวของวาทิตออก คว้ากางเกงมาสวมแล้วเปิดประตูก้าวออกไปภายนอกห้อง เธอไม่อยากใช้ห้องน้ำที่อยู่ภายใน เหมือนไม่ต้องการรบกวนการหลับนอนของเขา
มีห้องน้ำอีกห้องอยู่ด้านนอก
งับประตูปิดลง ขยับก้าวเงียบกริบ หญิงสาวถอนใจยาว ทว่าขณะนั้นเองก็ต้องชะงักกึกเมื่อมีร่างของใครอีกคว้าร่างของเธอรั้งเข้าหา
“อุ๊ยย! คุณพ่อ”
หลุดเสียงออกมา ก่อนจะถูกฝ่ามือของอีกฝ่ายตะปบเอาไว้ พราวเดือนยอมตามหลังร่างของใครคนนั้นเข้าไปอีกมุมหนึ่ง
หลังจากนั้นก็โผเข้าสู่อ้อมกอด แล้วปากประกบปาก ลิ้นแลกลิ้น ลมหายใจเร่าร้อนระอุ มือของหญิงสาวล้วงเข้าไปจับแกนกายแข็งผงาดอยู่แล้วของเขา
อารมณ์ตอนนี้มีเพียงความหื่นกระหายเท่านั้น
ไม่มีเสียงพูด มีแค่การยินยอมระหว่างกัน ต่างช่วยกันถอดปราการสุดท้ายออกอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น หญิงสาวก็เป็นฝ่ายนำทาง ปลายเท้าของเธอขยับออกห่างเล็กน้อย ข้างในที่ยังเปียกก็ถูกความแข็งแกร่งแทรกเข้าไป
เขาขยับทันที พราวเดือนโอบรอบต้นคอของเขาเอาไว้แน่น พยายามกลั้นไม่ให้สุ้มเสียงใด ๆเล็ดลอดออกมา
เขาขยับรัวจนเธออยากกรีดร้องเสียงดังสุดเสียง ทว่าทำไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ รู้แค่ว่าร่างกายกระตุกเกร็ง กลีบรักตอดรัวถี่ยิบ เม็ดเหงื่อผุดพราว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเธอเสร็จแล้ว ถัดจากนั้นไม่นาน ของเหลวอุ่น ๆ ก็วาบเข้าไปในโพรงลึกของพราวเดือน
มันมากมายจนล้นออกมา!
จังหวะหัวใจยังเต้นรัว อารมณ์ตื่นเต้นเสียวกระสันยังตราตรึง และพร้อมจะจุดติดได้อีกรอบ ทว่า...ไม่มีเวลาอีกแล้ว
ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปาก นอกจากลิ้นที่แลกกันอย่างดูดดื่มอีกครั้งแล้วรีบขยับออกห่างจากกัน
พราวเดือนใช้เวลาในห้องน้ำสักพัก ก่อนจะกลับเข้าไปในห้อง พบว่าวาทิตยังหลับสนิท ส่งเสียงกรนดังตลอดเวลา
หญิงสาวก้าวขึ้นเตียง รั้งผ้าห่มขึ้นคลุมร่างแล้วพลิกตะแคง ดวงตายังเบิกโพลงไม่หลับลงง่าย ๆ อดนึกวาบหวิวไม่ได้เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ระทึกที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอทำอะไรลงไป นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
นอนกับสามี ยังแอบไปให้พ่อสามีเชยชม
เธอกลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้วหรือ?
รู้สึกผิด แต่ความรู้สึกนั้นกลับน้อยกว่าแรงปรารถนาอันเร้นลับที่มีต่อเสี่ยเวทิน ผู้มีสถานะแตกต่าง
แค่คิด ร่องรักก็ยังตอดรัว ขับเอาน้ำเหนียวเยิ้มชุ่มผนังช่องทาง ความรู้สึกเวลานี้ เต็มไปด้วยอารมณ์เสียวกระสัน อยากร่วมรักในแบบเร่าร้อนดุเดือดอีกสักครั้ง ใจก็คิดวนกลับไปที่จุดเริ่มต้น...นี่ถ้าหากวาทิตไม่มาขัดจังหวะ ระหว่างเธอกับเสี่ยเวทินคงยังไม่ออกห่างจากกัน
พราวเดือนนอนกระสับกระส่ายอยู่นานกว่าจะสามารถข่มตาให้หลับลงได้ และแล้วค่ำคืนอันสุดแสนจะทรมานก็ผ่านพ้นไป
หญิงสาวยังคงตื่นเช้า ทำภารกิจส่วนตัว แต่งตัว เตรียมอาหารเช้าสำหรับของตัวเอง เมื่อก่อนมีของเสี่ยเวทิน แต่ตอนนี้ต้องเพิ่มอีกที่
วาทิตยังไม่ตื่น นิสัยของเขาไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไรนัก ขณะที่เสี่ยเวทินอยู่ในชุดเตรียมพร้อมกำลังนั่งจิบกาแฟ อ่านข่าวสารจากหน้ากระดานหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ”
เงยหน้าจากหน้าจอ สบตากับสะใภ้สาวด้วยดวงตาเป็นประกาย
“อรุณสวัสดิ์จ้ะลูก วาทิตล่ะ”
“ยังไม่ตื่นเลยค่ะ แต่หนูเตรียมอาหารเอาไว้แล้ว ตื่นมาคงหิวหาอะไรทานเองนั่นแหละ”
เสี่ยเวทินนิ่งงัน ดวงตามีประกาย และมีความหมายซ่อนเร้น ก่อนจะหลุดเสียงแผ่วลง
“พ่อขอโทษนะ เรื่องที่เกิดขึ้น”
“คุณพ่อคิดว่าตัวเองผิดเหรอคะ” หญิงสาวย้อนถาม อยากฟังความคิดเห็นของเขา
“ผิดในแง่หนึ่ง ไม่ผิดในแง่หนึ่ง”
“หนูก็เหมือนกันค่ะ อย่าคิดมากเลยค่ะ เราไปกันเถอะเดี๋ยวรถติด”
“ขอพ่อขับรถนะ”
“ไหวเหรอคะ”
“อย่าดูถูกคนแก่เชียวนา”
“ไม่เลยค่ะ ไม่เคยคิดว่าคุณพ่อแก่เลยค่ะ”
ความสดชื่นฉายออกจากสีหน้าและแววตา เช่นเดียวกับน้ำเสียง มันช่างแตกต่างจากช่วงเวลาที่เธอคุยกับวาทิตผู้เป็นสามีเหลือเกิน ความรู้สึกแบบนี้ไม่สามารถเสแสร้งได้ มันเกิดขึ้นเอง และการจะเกิดขึ้นเอง ล้วนต้องผ่านอะไรหลาย ๆ มาด้วยกัน
บางครั้ง ความหมายในคำพูด ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่หัวใจเป็นได้ทั้งหมด... ไม่มีทางอธิบายได้เลยก็มี
ลองรักพ่อผัวตอนที่ 6ด้วยความที่พราวเดือนยังอยู่เหนือร่างของเสี่ยเวทิน เพราะฉะนั้นเธอจึงขืนตัว ไม่ยอมให้เขาใช้ลิ้นต่อไป ขยับมาถึงกลางลำตัวของเขา กดร่องเข้าหาแกนกายโดยที่แทบไม่ต้องเล็งด้วยซ้ำ เติมน้ำหนักตัว ร่องสามารถกลืนความแข็งแกร่งของเสี่ยเวทินเข้าไปจนหมด 20พราวเดือนฟุบท่อนบนนาบแนบกับลำตัวของเสี่ยเวทิน เขาโอบร่างของเธอเอาไว้แน่น แล้วขยับส่งแท่งลำเข้าหาร่องสวาทฉ่ำ เอวของคนวัยนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคใด ๆ เลยแม้แต่นิดเดียวจังหวะซอยเร้าใจ เสียงร้องของพราวเดือนส่งสัญญาณว่าเธอสุด ๆ ไปกับการกระทำของเขา“คุณพ่อขา”เพียงไม่นาน หญิงสาวก็กระตุกเกร็ง เพียงแต่อารมณ์ของเธอนั้นยังสามารถร่วมรักได้อีกต่อไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าเสี่ยเวทินจะถึงจุดหมายปลายทางไม่มีความสุขแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ดังนั้น ผู้มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนอย่างเสี่ยเวทินจึงสามารถยื้อเวลาเอาไว้ได้อีกยาวพราวเดือนเปลี่ยนมาคุกเข่า โดยใช้หมอนรองบริเวณหน้าท้อง สะโพกลอย โชว์กลีบพูย้อยด้านหลังมองเห็นความฉ่ำน่าสัมผัส หญิงสาวหลับตาพริ้มเหมือนเฝ้ารอแกนกายที่จะแทรกเข้ามา ทว่ากลับกลายเป็นลิ้นปาดเลียรัว ๆ เข้ามาแทน“อูยยยย คุณพ่อขา”พราวเดือนสูดปา
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 5รถหมุนล้อออกจากบ้านสิทธิรังสรรค์ในที่สุด โดยเสี่ยเวทินทำหน้าที่เป็นสารถี ไม่มีสักอย่างเดียวที่จะบ่งบอกว่าเขาสูงวัย ประสาททุกสัมผัสยิ่งกว่าหนุ่ม ๆ “วาทิตผิดสังเกตบ้างหรือเปล่าลูก เมื่อคืนนี้”“ไม่ทราบค่ะคุณพ่อ เห็นเขาหลับเป็นตาย”“จริงเหรอ”“จริง ๆ ค่ะ หนูหวั่นใจอยู่เหมือนกันค่ะ”“วาทิตเป็นไงบ้างล่ะ”“เป็นไงนี่คืออะไรคะคุณพ่อ ขอชัด ๆ”“หนูน่าจะรู้นะว่าพ่อหมายถึงอะไร”“แป๊บ ๆ ค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงร่วน พร้อมกับหัวเราะออกมา มือเธอซุกซนวางแหมะลงบนขาของเสี่ยเวทิน แล้วเลื่อนเข้าหาเป้ากางเกงก็พบว่า มันผงาดตั้งนานแล้วพราวเดือนหน้าแดง อารมณ์จากเมื่อคืนยังคุกรุ่นไม่หาย “เล่นซนจัง เดี๋ยวก็ได้เปื้อนมือหรอก” เสี่ยเวทินหัวเราะเบา ๆ“อยากเปื้อนจังค่ะ” อารมณ์แบบนี้ช่างแตกต่างจากขณะอยู่กับวาทิตอย่างสิ้นเชิง วาบหวาม มีความปรารถนาล้ำลึกที่พร้อมจะระเบิดออกมาเวลาต้องการ แทบไม่ต้องอธิบายอะไรเหมือนเมื่อคืน“คุณพ่อขา...”“ลูก อย่าเอามันออกมา พ่ออาย”“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณพ่อจะอายหนู” ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ มือเรียวขยำแท่งนั้นจากภายนอกแล้วปลดเข็มขัด ตะขอกางเกง รูดซิบแล้วล้วงเข้าไปงั
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 4ความไม่มั่นอกมั่นใจของพราวเดือนเวลานี้ไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เมื่อกางเกงชั้นใน ปราการบาง ๆ ชิ้นสุดท้ายถูกเสี่ยเวทินรูดลง นี่ถ้าหากมีแสงสว่างมากพอ คงได้เห็นว่า ใบหน้าของพราวเดือนกำลังแดงเข้มด้วยอารมณ์ปั่นป่วนสุดขีด “คุณพ่อขา...”ลิ้นของเสี่ยเวทินแทรกเข้าไป“อย่า... ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าเลียเลยค่ะ”“อืมมม”ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ลิ้นผ่านประสบการณ์รักมาอย่างโชกโชน ซุกเข้าสู่ร่องเบียดสนิทของพราวเดือนอย่างรวดเร็ว“อึ๋ยยยย!” หญิงสาวส่งเสียง สีหน้าเหยเก จะว่าไป... นี่เป็นประสบการณ์จริงจังครั้งแรก ก่อนหน้านี้ แม้ขณะกำลังชื่นมื่นกับวาทิต เขาแทบไม่ได้เล้าโลมอย่างถึงใจแบบนี้มาก่อน อย่างทีแค่จูบนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วเดินหน้าเร่งเครื่องทันทีวาทิตไม่ค่อยมีน้ำอดน้ำทน แค่เอาใส่ได้แล้วซอยไม่กี่นาทีก็เสร็จไปแล้ว แตกต่างจากเสี่ยเวทินราวฟ้ากับเหวผู้ชายคนนี้เอาใจใส่กับเรือนร่างของเธอแทบจะทุกส่วนและแน่นอนที่สุดว่า ทุกสัดส่วนล้วนมีความหมายกับผู้หญิงเสมออย่างเวลานี้ ช่องทางรักที่ไม่เคยได้รับความสนใจใยดีจากวาทิตเท่าไรนัก มันเป็นแค่ช่องทางสอดใส่อวัยวะเพศของเขา แต่กับเสี่ยเวทิน... เขาทำ
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 3อารมณ์ที่เก็บกดมานานระหว่างทางขับรถกลับบ้าน เสี่ยเวทินคว้ามือของพราวเดือนมากุม หญิงสาวที่ยังขับรถอยู่ไม่ชักมือกลับ มือของเสี่ยเวทินกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดอาจเป็นเพราะ ระยะเวลาที่ผ่านมา ถ้าหากจะนับตั้งแต่วาทิตหอบเสื้อผ้าออกจากบ้าน เธอกับเสี่ยเวทินค่อนข้างใกล้ชิดกัน ต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ แต่ไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เธอเคยใช้มือช่วยให้เขาเสร็จสม นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ยังไม่มีครั้งต่อมาพราวเดือนแทบจะลืมไปแล้วละว่าเธอรู้สึกเสียใจอย่างไรกับเรื่องของวาทิต เขาไม่เคยมีบทบาทอะไรเลย นับตั้งแต่ธุรกิจของครอบครัวเริ่มมีปัญหา หนำซ้ำยังมาทำนิสัยแบบนี้อีก เธอจึงไม่เหลือศรัทธาใด ๆต่างจากเสี่ยเวทินอย่างสิ้นเชิงไม่แปลกอะไร ถ้าหากเธอจะมีใจกับเสี่ยเวทิน ผู้ยังมีสถานะเป็นพ่อผัวของเธอ มันช่วยไม่ได้จริง ๆ“หนู จะว่าอะไรพ่อไหม ถ้าพ่อจะ...”“อะไรคะคุณพ่อ”“พ่อจะหื่นกับหนู”พราวเดือนถึงกับหัวเราะออกมา พอจะอ่านออกว่าเสี่ยเวทินกำลังรู้สึกอย่างไร ยิ่งระยะหลังร่างกายของเขาเข้าที่เข้าทาง แข็งแรงออกขนาดนี้ มีหรือจะไม่มีอารมณ์ทางเพศ มันคือสัญลักษณ์ของ
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 2“คุณหนู อย่าทิ้งพวกเราไปนะครับ...นะคะ...”คนงานในโรงงานเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของครอบครัวสิทธิรังสรรค์ ต่างพากันมารอพบพราวเดือน เพื่อขอร้องเธอแต่ละคนพร้อมจะต่อสู้เคียงข้างไปกับเธอ พวกเขาเรียกพราวเดือนว่าคุณหนู ตั้งแต่แรก ๆ ทั้ง ๆ ที่พราวเดือนมีฐานะเป็นแค่สะใภ้เล็กของบ้านเท่านั้นอาจเป็นเพราะ เธอไม่ค่อยถือเนื้อถือตัว เป็นกันเองกับพวกเขาตั้งแต่แรก เธอจึงได้รับความเมตตาจากคนเก่าคนแก่ทุกคน“หนูสัญญาค่ะ”พราวเดือนเอ่ยอย่างมั่นใจ เธอตัดสินใจแล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะอยู่ต่อไปเพื่อช่วยให้เสี่ยเวทินสามารถพลิกฟื้นกิจการทั้งหมดให้กลับคืนมาอีกครั้งมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อ...เสี่ยเวทินมีพื้นฐานดีมาก เขาเป็นนักธุรกิจที่ตรงไปตรงมา คำไหนคำนั้นหนี้สินที่มีอยู่อาจจะมหาศาลก็จริง แต่ยังมีโอกาส และจะว่าไปแล้วช่วงเวลานี้คือการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งก็ว่าได้ยังมีโรงงานเล็ก ๆ ยังมีคนงานที่พร้อมจะร่วมหัวจมท้ายไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรอีกแล้ว“ถ้าพ่อไม่ได้หนู ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง”เสี่ยเวทินเอ่ยกับพราวเดือน ขณะที่เธอมาช่วยทำกายภาพบำบัด ทุกอย่
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 1บ้าน สิทธิรังสรรค์ ในวันที่ประมุขของบ้านล้มป่วยลง ก็ดูเหมือนกับว่าเข้าสู่โหมดแห่งความระส่ำระสายไปหมด สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง และสะใภ้เล็ก รับรู้ถึงปัญหาความยุ่งยากของตัวเองธุรกิจของตระกูลส่อเค้ามีปัญหามานาน บวกกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ระหองระแหงมาตลอด เพราะความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้อำนาจของคนเป็นพ่อ ผู้ก่อตั้ง และพยายามยื้ออย่างที่สุดเพื่อจะให้ธุรกิจอยู่ให้ได้ เริ่มจะหมดหวัง เมื่อแบ็งก์ไม่ยอมปล่อยเงินกู้เพิ่มสินทรัพย์ถูกถ่ายเทออกไปสู่กระเป๋าของลูก ๆ แต่ละคนโดยเฉพาะพี่ใหญ่กับพี่รองน้องเล็กดูเหมือนจะได้รับเพียง...มูลค่าหนี้บ้านหลังใหญ่ที่ยังติดจำนองธนาคารอยู่ ธุรกิจที่กำลังจะเจ๊งและหมายรวมถึง...เสี่ย เวทิน ประมุขแห่ง สิทธิรังสรรค์ ผู้เป็นพ่อด้วยในที่สุด ความเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงก็ประเดประดังเข้ามาวาทิต ลูกชายคนเล็กดื่มทุกวัน พราวเดือนผู้เป็นภรรยาในฐานะสะใภ้เล็กมองเห็นความชอกช้ำ อ่อนแอในดวงตาของเขาก็เข้าใจเขาต่างจากเธออยู่มากมายปัญหาที่เขาเจอ แม้จะเรียกว่าหนักหนาสาหัส แต่ไม่เทียบกับชีวิตของเธอหรอกเธอเจอมาหนักกว่าเขามากมันไม่ใช่แค่การเสียศักดิ์ศรี แต่ม







