Masukวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ณ คฤหาสน์สุดหรูที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองกรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดงานมงคลสมรสแบบไทยๆระหว่าง นายเวหา ธรรมรงนารักษ์และนางสาวไอรดา อมรไพรศาลสกุล นักข่าวต่างพากันช็อกเมื่อได้รับรู้ข่าวงานแต่งสายฟ้าผ่าของวงศ์ตระกูลร่ำรวยติดอันดับ5ของประเทศ ทำให้เกิดเสียงวิพากวิจารณ์เป็นวงกว้าง บางคนก็หาว่าหญิงสาวไฮโซตั้งท้อง บางคนก็พูดกันว่าแต่งงานเพื่อกลบข่าวฉาวที่หญิงสาวได้ไปเป็นเมียน้อยของสามีชาวบ้าน ทว่ามีเพียงกลุ่มน้อยที่ร่วมแสดงความยินดีกับเธอ
ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนรื่นรมณ์นี้ เหล่าแขกหรื่อก็ได้ทยอยเดินทางเข้ามาในงานกันอย่างล้นหลามพร้อมกับอวรพรเจ้าสาวที่ยืนต้อนรับแขกเพียงลำพังอยู่หน้าซุ้มประตูทางเข้าออก ไร้เจ้าบ่าวมายืนเคียงคู่
“ลุงกับป้าแสดงความยินดีด้วยนะไอรดา ขอให้การเริ่มต้นชีวิตคู่ของหนูเป็นไปอย่างราบรื่นจ๊ะ”
ไอรดาที่ตอนนี้อยู่ในชุดไทยสีขาวไขมุกเกล้าผมเรียบร้อยทำได้เพียงยิ้มรับคำอวรพรของท่านผู้ใหญ่ ก่อนจะไหว้ขอบพระคุณอย่างนอมน้อม
“ไอขอบคุณ คุณลุงคุณป้ามากนะคะที่ให้เกียรติมางานแต่งของไอ”
“ลุงกับป้าต้องมาอยู่แล้ว ว่าแต่พ่อเราไปไหนเสียแล้วล่ะ”
“ท่านยืนต้อนรับแขกตั้งแต่เช้า ไอเลยให้คุณแม่พาไปพักข้างในแล้วค่ะ”
“งั้นเหรอจ๊ะ”
“เชิญคุณลุงคุณป้าเข้าไปพักด้านในก่อนนะคะ”
หลังจากนั้นไอรดาที่เป็นเจ้าสาวของงานแต่งจึงได้เดินนำพาแขกผู้ใหญ่เดินเข้าไปในห้องโถง งานในช่วงเช้าจะเริ่มขึ้นต้นด้วยพิธีสงฆ์ก่อน จากนั้นจะตามลำดับที่พิธีแห่ขันหมากและกั้นประตู พิธีสู่ขอรับตัวเจ้าสาวและนับสินสอด พอเวลาเดินมาถึง09:09นาที จะเป็นพิธีสวมแหวน จากนั้นก็จะเป็นพิธีรับไหว้ ตามด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร และขั้นตอนสุดท้ายนั่นก็คือการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าเรือนหอ
“ยัยไอ ป่านนี้เจ้าบ่าวของแกยังไม่มาอีกเหรอ” อรดีที่เห็นว่าจวนจะใกล้ถึงเวลาเริ่มพิธีการแล้ว จึงได้เอ่ยถามหลานสาว
“อาอรไม่ลองถามคุณแม่ของพี่เวดูล่ะคะ”
“ฉันถามแล้ว คุณพี่พิศมัยก็ติดต่อลูกชายเขาไม่ได้”
“ไอเองก็ติดต่อพี่เขาไม่ได้เหมือนกันค่ะ”
ไอรดาเริ่มเก็บสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ อย่าให้เป็นเหมือนอย่างที่เธอคิดเลย เธอกลัวว่าเวหาจะทิ้งงานแต่งขึ้นมาแล้วปล่อยให้เธอสู้หน้าทุกคนเพียงลำพัง
“แกรีบหาทางติดต่อเจ้าบ่าวเดี๋ยวนี้เลยยัยไอ ไม่งั้นข่าวฉาวของแกได้เกิดขึ้นอีกรอบแน่” อรดีกดดันหลานสาวด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่จะเดินเข้าไปทักทายผู้ใหญ่ที่เพิ่งเดินทางกันเข้ามาร่วมงาน
“อย่าทำแบบนี้ ไอขอร้อง”
เธอได้แต่พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จนกระทั่งณิชาที่รับอาสาเป็นแม่งานได้เดินตรงเข้ามาหาเพื่อนรัก
“เหลืออีก10นาที จะเริ่มเข้าพิธีแล้วนะยัยไอ แกรีบไปเติมหน้าดีกว่า เอ่อว่าแต่พี่เวหาอยู่ไหนเหรอ ฉันไม่เห็นพี่เขาไปเปลี่ยนชุดเจ้าบ่าวเลย”
“ฉันยังติดต่อเขาไม่ได้อ่ะ” ใบหน้าสวยแสดงความวิตกกังวลออกมา
“แกว่าอะไรนะ!?” ณิชาอุทานเสียงดัง ปกติเห็นแต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวรีบตื่นขึ้นมาแต่งหน้าทำผม แต่งตัวกันตั้งแต่ไก่โห่แต่งานแต่งของไอรดากลับวุ่นวายโกลาหลไปหมด
“ถ้าพี่เวไม่มา ฉันจะทำยังไงดีณิชา”
“แกใจเย็นๆก่อน”
ณิชาทำได้เพียงบีบมือให้กำลังใจเพื่อนรัก ถ้าหากว่าเจ้าบ่าวไม่มาก็ต้องคิดหาวิธีรับมือเอาไว้ก่อนที่จะเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้
ขณะที่ทั้งสองสาวเคร่งเครียดอยู่นั้น คุณหญิงพรพิมลก็ได้ตรงปรี่เข้ามาขัดบทสนทนา
“ใกล้เริ่มเข้าพิธีแล้ว ป่านนี้ลูกยังไม่ไปเตรียมตัวอีกล่ะไอรดา”
สองสาวต่างหันไปสบตากันละกัน ไม่รู้จะบอกผู้เป็นแม่ยังไงดีว่าเจ้าบ่าวหายไป จนกระทั่งคุณหญิงพรพิมลจับสังเกตได้เองจึงได้ถามลูกสาวออกไป
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูกไอ ทำไมแสดงสีหน้าแบบนั้น”
“เอ่อ....คือ”
ขณะที่ไอรดาอ้ำอึ้ง เสียงของผู้เป็นพ่อก็ได้เอ่ยขึ้นมาที่ด้านหลังของลูกสาว
“ถึงเวลาเข้าพิธีแล้วสงฆ์แล้วยัยไอ แกมัวทำอะไรอยู่ ไม่ใช่หาทางหนีงานแต่งล่ะ”
“ไอไม่หนีหรอกค่ะคุณพ่อ แต่ว่าที่ลูกเขยของคุณพ่อไม่แน่”
“แกหมายความว่ายังไง คุณหมอเป็นอะไร”
“คุณหมอยังไม่มาเลยค่ะ”
“จริงเหรอยัยไอ”
“จริงค่ะ ไอติดต่อคุณหมอไม่ได้”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะคุณพี่”คุณหญิงพรพิมลหันไปถามสามี
ทางด้านแม่ของคุณหมอก็ได้จ้ำเท้าเข้ามาพร้อมอรดีเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาหน้างานก่อน
“ดิฉันกราบขอโทษนะคะคุณท่านที่ดูแลลูกชายไม่ดี”
ถึงแม้ว่าท่านไพรวงษ์อยากจะตำหนิคุณนายพิศมัย แต่ท่านก็ทำได้เพียงถอนหายใจแรงๆใส่ จะทำอย่างไรได้งานแต่งที่เกิดขึ้นก็มาจากการบังคับของผู้ใหญ่อย่างเราๆกันทั้งนั้น ถ้าอะไรจะเกิดขึ้นก็ให้มันเกิด ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ทว่าในใจท่านไพรวงษ์ลึกๆก็ยังแอบหวังว่าที่ลูกเขยจะมีความรับผิดชอบพอ เชื่อว่ามองคนไม่ผิดอย่างแน่นอน
สุดท้ายทุกคนก็ลงความคิดเห็นว่าต้องล้มเลิกงานงานแต่งนี้เสีย ถ้าขืนจัดงานต่อไปภาพลักษณ์ของวงตระกูลคงไม่เหลือชิ้นดีเป็นแน่
“เอาล่ะ พ่อจะเป็นคนขึ้นไปประกาศบอกกับแขกในงานเอง”
ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ในใจของเธอรู้สึกผิดมากที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวผิดหวังและขายหน้า แต่จะโทษใครได้ เป็นเพราะเธอเองที่ตกหลุมพรางของอดีตเพื่อนรักที่เป็นนางนกต่อหลอกให้เธอออกไปเจอกับจิรายุ จนเธอเกือบโดนการกระทำที่แสนป่าเถื่อนนั้น ในส่วนของเวหาเอง ไอรดาไม่ได้โกรธเลยถ้าเขาจะหนีงานแต่ง เพราะตัวเธอเองเคยใจร้ายใส่เขาก่อนมันก็ไม่แปลกหรอกถ้าหาว่าเธอจะรับผลกรรมเพียงคนเดียว
เจ้าสาวครุ่นคิดหาวิธี จนเธอตัดสินใจขอเป็นคนจบปัญหานี้เสียเอง
“คุณพ่อไม่ต้องล้มเลิกงานหรอกค่ะ ไอจะดำเนินงานต่อเอง”
“แกพูดบ้าอะไรยัยไอ งานแต่งไม่มีเจ้าบ่าวแกจะจัดต่อได้ยังไง” อรดีแทรกขึ้นมา
“ไอไม่ได้บ้าค่ะอาอร ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาแบบนี้ ไอก็จะยอมรับผิดเองคนเดียว”
“เอาเถอะ แกจะทำอะไรก็ทำเถอะ”ผู้เป็นพ่อกล่าวอย่างปลงๆ
ไอรดาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมกับเอานิ้วปาดน้ำตา เท้าเล็กกำลังเคลื่อนตัวก้าวเข้าไปในงาน ทันใดนั้นเอง.....
“เธอจะรีบใจร้อนไปไหนไอรดา เหลือเวลาอีกตั้งสองนาที”
เจ้าของใบหน้าสวยหันกลับมามองตามน้ำเสียงที่คุ้นเคย ปรากฏตัวเจ้าบ่าวที่สวมชุดไทยสีขาวเดินตรงเข้ามา
“พี่เว!”
เจ้าของร่างสูงมาดสุขุมรีบยกขึ้นมือไหว้กราบขอโทษว่าที่พ่อตาด้วยความรู้สึกผิด
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับท่าน พอดีมีเคสฉุกเฉินเข้ามาด่วนเลยทำให้ผมมาช้า”
“ไม่เป็นไร มาช้าดีกว่าไม่มา” ท่านไพรวงษ์ยกยิ้มพร้อมแตะบ่าลูกเขยอย่างโล่งอก อย่างน้อยๆลูกเขยที่ได้เลือกมามันก็ไม่ทำให้วงศ์ตระกูลของตนเสื่อมเสีย ไม่เหมือนไอ้จิรายุ ที่คอยแต่จะทำให้ไอรดาเสียผู้เสียคน มีข่าวเสียหายไม่เว้นวัน
คุณนายพิศมัยแทรกเข้ามายืนตรงกลางระหว่างคู่บ่าวสาว ก่อนจะถามลูกชายตัวดีออกไปด้วยความเป็นห่วง
“ทำไมแม่โทรไปไม่ติดล่ะ”
“แบตมือถือหมดครับคุณแม่”
“ได้เวลาแล้ว ทั้งสองคนรีบเข้าไปในงานได้แล้ว”อรดีกลัวแขกในงานจะพากันสงสัยจึงรีบเอ่ยให้หลานสาวและหลานเขยไปเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ
นัยน์ตาสวยหลุบมองว่าที่สามี ไอรดาดีใจเหลือเกินที่เวหาไม่ทิ้งให้เธอโดดเดี่ยว ทว่าเวหาเองในตอนแรกเขาเองก็กลัวว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว แต่โชคดีที่การผ่าฟันคุดของเคสฉุกเฉินผ่านไปได้ด้วยดี พอเสร็จจากงานจึงรีบบึ่งรถมาที่งานแต่งทันที
“เธอพร้อมรึยัง” เสียงทุ้มถามพร้อมกับมือที่ยื่นออกไปเพื่อให้ไอรดาได้ควงแขนเขาเข้าไปในงานแต่ง
“ไอพร้อมแล้วค่ะ”
“งั้นเราไปกันเถอะ”
ไอรดายิ้มแก้มปริ ตื่นเต้นแบบสุดๆอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเธอก็จะได้เป็นภรรยาของเวหาอย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว เธอได้แต่ภาวนาขอให้มันเป็นการเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่มีแต่ความสุขด้วยเถิด ทว่าสำหรับเวหานี่คือการเริ่มต้นเอาคืน ‘ไอรดา’ สามปีต่อจากนี้เวหาจะทำให้ไอรดาทรมานเหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็น
พิธีการเสร็จสิ้นไปอย่างราบรื่น หลังจากที่ทั้งสองสามีภรรยาได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว จึงเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายนั่นก็คือการส่งตัวเข้าหอ เจ้าสาวพร้อมกับเจ้าบ่าวป้ายแดงทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่ในห้องนอนของไอรดาที่คฤหาสน์สุดหรูของวงศ์ตระกูล ซึ่งในข้อสัญญาของไอรดาทำขึ้นมาทางเวหาจะต้องแต่งเข้ามาอยู่ในบ้าน และเธอยังเน้นย้ำอีกเรื่องว่าสามีจะต้องนอนในห้องกับภรรยาเท่านั้น เวหาที่ทำข้อตกลงก่อนจึงเป็นฝ่ายยอมให้ไอรดาข้อเดียวเมื่อญาติผู้ใหญ่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ท่านไพรวงศ์ในฐานะที่พ่อของเจ้าสาวจึงเป็นฝ่ายขอกล่าวคำอวยพรคนแรก“เอาล่ะ ทุกคนก็คงเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว งั้นพอขอเป็นคนอวยพรลูกทั้งสองคนแรกเลยก็แล้วกันนะ พ่อขอให้ลูกทั้งสองต่อจากนี้ไปมีแต่ความสุข ผิดถูกอะไรก็ให้อภัยซึ่งกันละกันนะลูก” “ไอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อมากนะคะ” “ผมขอบคุณ คุณท่านมากนะครับที่เอ็นดูผม”“ไม่ต้องเรียกคุณท่านแล้ว ต่อไปนี้ให้คุณหมอเรียกผมว่าพ่อแทน”“ครับ คุณพ่อ” จากนั้นคุณหญิงพรพิมล คุณนายพิศมัย ตามด้วยอรดีจึงได้เดินเข้ามาอวยพรทั้งคู่ด้วยความปราบปลื้ม และหวังว่าจะไม่มีอะไรมาทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียงอีก
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ณ คฤหาสน์สุดหรูที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองกรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดงานมงคลสมรสแบบไทยๆระหว่าง นายเวหา ธรรมรงนารักษ์และนางสาวไอรดา อมรไพรศาลสกุล นักข่าวต่างพากันช็อกเมื่อได้รับรู้ข่าวงานแต่งสายฟ้าผ่าของวงศ์ตระกูลร่ำรวยติดอันดับ5ของประเทศ ทำให้เกิดเสียงวิพากวิจารณ์เป็นวงกว้าง บางคนก็หาว่าหญิงสาวไฮโซตั้งท้อง บางคนก็พูดกันว่าแต่งงานเพื่อกลบข่าวฉาวที่หญิงสาวได้ไปเป็นเมียน้อยของสามีชาวบ้าน ทว่ามีเพียงกลุ่มน้อยที่ร่วมแสดงความยินดีกับเธอ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนรื่นรมณ์นี้ เหล่าแขกหรื่อก็ได้ทยอยเดินทางเข้ามาในงานกันอย่างล้นหลามพร้อมกับอวรพรเจ้าสาวที่ยืนต้อนรับแขกเพียงลำพังอยู่หน้าซุ้มประตูทางเข้าออก ไร้เจ้าบ่าวมายืนเคียงคู่“ลุงกับป้าแสดงความยินดีด้วยนะไอรดา ขอให้การเริ่มต้นชีวิตคู่ของหนูเป็นไปอย่างราบรื่นจ๊ะ” ไอรดาที่ตอนนี้อยู่ในชุดไทยสีขาวไขมุกเกล้าผมเรียบร้อยทำได้เพียงยิ้มรับคำอวรพรของท่านผู้ใหญ่ ก่อนจะไหว้ขอบพระคุณอย่างนอมน้อม“ไอขอบคุณ คุณลุงคุณป้ามากนะคะที่ให้เกียรติมางานแต่งของไอ” “ลุงกับป้าต้องมาอยู่แล้ว ว่าแต่พ่อเราไปไหนเสียแล้วล่ะ”“ท่านยืนต้อนรับแขกตั้งแต่เช้า
ร่างอันบอบบางของไอรดาถูกว่าที่สามีอย่างเวหาครอบครองไปเสียแล้ว จมูกโด่งจมหายไปในซอกคอระหง มือหนาทั้งสองนวดคลึงสองเต้าอวบผ่านกระจกบานใหญ่ ไอรดาเกิดความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาดุดันราวกับเสือผู้หิวโซของเวหา เขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนครั้งนั้นเลย ทำให้เธอสัมผัสได้ว่าเวหาที่เธอรู้จักได้เปลี่ยนไปแล้ว"พี่เวหยุด!""หยุดทำไม เธอเองไม่ใช่เหรอที่ต้องการให้ฉันแบบนี้""มันไม่ใช่ซักหน่อย" สาวเจ้าโต้ตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ก่อนจะหยุดประโยคเอาไว้เพียงแค่นั้น ที่เธอทำไปก็เพราะอยากลองใจเฉยๆ ว่าเขายังรู้สึกกับเธอเหมือนเดิมอยู่ไหม ใครจะไปรู้ว่าจะมาตกม้าตายเสียเองคิดแล้วก็ไม่น่าเอาตัวเองไปเล่นกับไฟเลยเหอะ"เธออยู่นิ่งๆ เถอะไอรดา ฉันจะทำให้เธอมีความสุขเอง""พะ....พี่จะทำอะไร"พรึ่บ! เวหาอุ้มไอรดาขึ้นมาในท่าเจ้าสาวแล้วตรงไปยังโซฟานุ่มตัวเล็กที่อยู่ในห้องลองชุด เขาทิ้งสาวเจ้าให้นอนลงไปอย่างสุดแรงจนหญิงสาวร้องโอดครวญ"โอ้ย ไอ้พี่บ้า! ฉันเจ็บนะ""เจ็บแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ ต่อไปเธอจะรู้สึกเสียวจนใจแทบขาดเลยล่ะ" เวหาไม่พูดเปล่า เขานั่งย่อลงไปแล้วจับสองขาถ่างออกกว้างดึงอันเดอร์แวร์สีดำตัวจิ๋วมาไว้ตรงขอบร่อง สายตาเ
“พี่เวปล่อยไอเดี๋ยวนี้นะ ไอเจ็บ!” เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อเธอโดนว่าที่สามีจับข้อมือจนแน่นแล้วลากเธอเข้ามาในห้องทำงาน เวหาปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะเดินวนกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง “เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบพูดมา” “วันนี้พี่ว่างหรือเปล่า ไอจะพาพี่ไปลองชุดแต่งงานที่ร้านพรีเวดดิ้งด้วยกัน” “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้เรียกคุณหมอ” “นั่นแหละค่ะ คุณหมอว่างหรือเปล่า” “ฉันไม่ว่าง!” “แต่เมื่อกี้ไอถามพนักงาน เขาบอกคุณหมอว่างแล้วนะคะ” ไอรดารู้ว่าเวหาโกหก เธอจึงเอาพนักงานสาวมาอ้างเพื่อให้ใครบางคนจนมุมยอมไปกับเธอแต่โดยดี เวหามองคนที่เอาแต่ใจด้วยหางตา นิ้วเรียวเคาะโต๊ะพลางครุ่นคิดอยู่ในหัวว่าจะเอายังไงดี ถึงจะไม่อยากไปทำเรื่องบ้าๆนั้นแต่ทว่าสุดท้ายเวหาก็ต้องจำใจไป"เธอส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน เราจะไปรถคนละคัน""แล้วจะทำให้มันยุ่งยากทำไมล่ะคะคุณหมอ ทำไมเราไม่ไปด้วยกันให้มันจบๆ อีกอย่างไม่เปลืองน้ำมันด้วย" เวหาลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินตรงเข้ามาหาไอรดาที่ยืนอยู่ขอบโต๊ะทำงาน เข้าโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆจังหวะนั้นทำเอาคนตัวเล็กหัวใจเต้นตึกตักดวงตากลมจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของว่าที่สามีที่ห่า
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่” “อ้าว งั้นหรอกเหรอ” “เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”“ได้จ๊ะ” เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง “แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง” “ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี ง
ปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที “เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว” เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน” “อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ” “ครับท่าน” เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา” “เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน” ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น “พี่เว!” เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าข







