Masuk“พี่เวปล่อยไอเดี๋ยวนี้นะ ไอเจ็บ!”
เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อเธอโดนว่าที่สามีจับข้อมือจนแน่นแล้วลากเธอเข้ามาในห้องทำงาน เวหาปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะเดินวนกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
“เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบพูดมา”
“วันนี้พี่ว่างหรือเปล่า ไอจะพาพี่ไปลองชุดแต่งงานที่ร้านพรีเวดดิ้งด้วยกัน”
“ฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้เรียกคุณหมอ”
“นั่นแหละค่ะ คุณหมอว่างหรือเปล่า”
“ฉันไม่ว่าง!”
“แต่เมื่อกี้ไอถามพนักงาน เขาบอกคุณหมอว่างแล้วนะคะ” ไอรดารู้ว่าเวหาโกหก เธอจึงเอาพนักงานสาวมาอ้างเพื่อให้ใครบางคนจนมุมยอมไปกับเธอแต่โดยดี
เวหามองคนที่เอาแต่ใจด้วยหางตา นิ้วเรียวเคาะโต๊ะพลางครุ่นคิดอยู่ในหัวว่าจะเอายังไงดี ถึงจะไม่อยากไปทำเรื่องบ้าๆนั้นแต่ทว่าสุดท้ายเวหาก็ต้องจำใจไป
"เธอส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน เราจะไปรถคนละคัน"
"แล้วจะทำให้มันยุ่งยากทำไมล่ะคะคุณหมอ ทำไมเราไม่ไปด้วยกันให้มันจบๆ อีกอย่างไม่เปลืองน้ำมันด้วย"
เวหาลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินตรงเข้ามาหาไอรดาที่ยืนอยู่ขอบโต๊ะทำงาน เข้าโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆจังหวะนั้นทำเอาคนตัวเล็กหัวใจเต้นตึกตักดวงตากลมจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของว่าที่สามีที่ห่างกันเพียงคืบเดียว เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาต้องจูบเธอแน่ๆ ทว่าความคิดทะลึ่งนั้นก็ได้หายไปพริบตาเมื่อเวหาเอ่ยออกมาพร้อมกับยืมกุญแจรถของตัวเอง
"ฉันไม่ชอบให้ใครมานั่งรถของฉันน่ะ โดยเฉพาะคนส่ำส่อนอย่างเธอไอรดา" ว่าจบ เวหาก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที
"เจ็บจื๊ดเลยไหมล่ะยัยไอ!" ไอรดาบ่นมุบมิบตามหลังอย่างอารมณ์เสีย ให้ตายเถอะ เพิ่งรู้ว่าการวิ่งตามผู้ชายมันโคตรจะเหนื่อยเลย เพราะปกติมีแต่ผู้ชายวิ่งเข้ามาหา แต่ไม่เป็นไรคนอย่างไอรดาถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้
ไอรดาก้าวเท้ายาวๆออกมายืนตรงหน้าคลินิก ทว่าจู่ๆไอรดาก็ยกยิ้มมุมปากเมื่อเธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นเธอจึงตรงปรี่ไปยังรถสปอร์ตหรูของเธอแล้วทำการปล่อยลมยางออกทั้งสี่ล้อ แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำของเธอตกอยู่ในสายตาของเวหา
“ฮึ! แสบใช่เล่นเลยนะไอรดา!”
เวหาถึงกับส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา ก่อนจะขึ้นรถของตัวเองเพื่อรอคนตัวเล็ก รอไม่นานไอรดาก็เดินมาเคาะกระจกเรียกเขา
“มีอะไรอีก”
“ไอขอติดรถคุณหมอไปด้วยได้ไหมคะ พอดีรถของไอยางแบน”
“อืม”
“ขอบคุณค่ะ”
เมื่อไอรดาขึ้นรถแล้ว หลังจากนั้นเวหาจึงรีบขับรถออกไปบนท้องถนน จีพีเอสมุ่งหน้าไปยังร้านพรีเวดดิ้งที่หญิงสาวส่งโลเคชั่นมาให้เขา
ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงร้านแล้ว ไอรดาเดินนำเข้าไปข้างในร้านโดยมีว่าที่สามีเดินตามหลังมาติดๆ ณิชาที่เห็นลูกค้าคนสำคัญมากันแล้วจึงวางงานเอาไว้แล้วรีบเดินมาต้อนรับทั้งคู่ด้วยความยินดี
“สวัสดีค่ะพี่เวหา ไม่เจอกันนานดูหล่อขึ้นเยอะเลยนะคะ” ณิชายกมือไหวสวัสดีผู้ที่โตกว่าพร้อมกับเอ่ยปากชม
“นี่เป็นร้านของณิชาเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ พี่เวหาตามสบายเลยนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
“ยัยไอ แกพาพี่เวหาไปรออยู่ห้องvipก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะให้พนักงานไปวัดไซส์ วันนี้ฉันติดลูกค้าอีกคนน่ะ คงไม่ได้อยู่คุยกับแกนาน”
“ไม่เป็นไรเลย แกอยู่ทำหน้าที่ของแกไปเถอะ”
“โอเคจ๊ะ”
ไอรดาเดินตามพนักงานสาวไปยังห้องvipพร้อมกับว่าที่เจ้าบ่าว ดวงตากลมจ้องมองชุดแต่งงานที่ถูกโชว์อยู่ในตู้
“มีแต่ชุดสวยๆทั้งนั้นเลย ไอขอลองได้ไหมคะ” เสียงหวานละมุนหันไปพูดกับพนักงาน
“คุณไออยากลองชุดไหนเหรอคะ เดี๋ยวดิฉันจะนำมาให้ลอง”
“คุณหมอว่าไอเหมาะกับชุดไหนคะ” ไอรดาหันไปถามความคิดเห็นจากว่าที่สามี หากแต่ว่าเวหากลับตอบด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ จนหญิงสาวหน้าเสีย
“ชุดไหนก็ใส่ไปเถอะ อย่าเรื่องเยอะเลย รบกวนคนอื่นเขาเปล่าๆ”
ไอรดาก้มหน้างุด จนพนักงานสาวรีบแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น
“งั้นเดี๋ยวดิฉันไปเอาชุดมาให้คุณไอลองใส่ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ชุดแต่งงานได้ถูกนำมาวางเอาไว้จำนวนสามชุดด้วยกัน ซึ่งทางพนักงานคิดว่าน่าจะเหมาะกับหญิงสาว
“มีทั้งหมดสามชุด คุณไอลองชุดไหนก่อนดีค่ะ”
คนตัวเล็กมองไปที่ชุดแต่งงานเกาะอกสีขาวไขมุก ดูเหมือนสไตล์ชุดนี้จะเข้ากับเธอจึงชี้นิ้วเลือก ถ้าลองแล้วสวยเธอจะได้สั่งตัดใหม่เป็นพิเศษ
“ไออยากลองชุดนี้ค่ะ”
“ได้ค่ะคุณไอ”
พนักงานสาวพาไอรดาเข้าไปในห้องลองชุดในทันที ส่วนทางด้านเวหานั่งไขว้ห้างอ่านหนังสือพิมพ์รอตรงโซฟา ทว่าจู่ๆพนักงานก็ได้เดินออกมาจากห้องลองชุด
“คุณไอลองชุดเสร็จแล้วเหรอครับ”
“อ๋อ ยังค่ะ พอดีดิฉันมีงานด่วนจากลูกค้าท่านอื่น คุณไอเลยให้ฉันไปดูแลก่อนน่ะค่ะ”
“งั้นเหรอครับ แล้วอีกนานไหมกว่าจะดูแลลูกค้าคนอื่นเสร็จ”
“น่าจะเกือบชั่วโมงเลยค่ะ”
“งั้นก็ไปเถอะครับ”
“ต้องขอโทษในความไม่สะดวกด้วยนะคะ” เธอกล่าวคำขอโทษต่อลูกค้า ก่อนจะเดินออกจากห้องvipไป
เวหากลับมาสนใจข่าวในหน้าหนังสื่อพิมพ์ตามเดิม จนกระทั่งคนที่อยู่ข้างในโผล่ศีรษะออกมาเรียก
“คุณหมอคะ”
“มีอะไร”
“คือว่า...ไอรูดซิปไม่ได้ คุณหมอช่วยมาทำให้ไอหน่อยได้ไหม”
เฮ้ออออ..... เวหาถอนหายใจลากยาว ถึงจะมีความรำคาญอยู่นิดหน่อยแต่เขาจำเป็นต้องทำตามที่ไอรดาร้องขอ จะได้รีบลองรีบแยกย้ายกันกลับสักที ร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้าไปในห้องลองชุดยืนช้อนหลังคนตัวเล็กที่ตอนนี้เธอกำลังส่องกระจกดูชุดแต่งงานที่เธอสวมใส่อยู่
“เธอจะให้ฉันรูดขึ้นหรือรูดลง”
“รูดลงค่ะ ไอจะเปลี่ยนชุดใหม่”
“อืม”
เวหาในตอนนี้เริ่มเกิดความรู้สึกประหม่าขึ้นมา เขาพยายามตั้งสติ ก่อนจะเอามือไปจับตรงตะขอซิปแล้วค่อยๆรูดลงอย่างเชื่องช้า จู่ๆความหลังครั้งเก่าที่เขาเคยมีอะไรกับไอรดาก็ผุดเข้ามาในหัว ทำให้หยุดชะงักในทันที
“หยุดทำไมคะ”
“เธอทำเองเถอะ ฉันไม่ทำแล้ว”
“คุณหมอจะบ้าหรือเปล่าคะ ซิปมันอยู่ด้านหลังใครจะไปทำเองได้ หรือที่คุณหมอไม่กล้าทำเพราะกลัวจะห้ามใจตัวเองเอาไว้ไม่อยู่กันแน่ ” ไอรดาเริ่มหมั่นไส้คนปากแข็งขึ้นมา เธอจึงพูดหยอกเอินเบาๆ
“ฉันเนี้ยนะจะกลัวเธอ หยุดหลงตัวเองได้แล้วไอรดา”
“ถ้างั้นก็ทำต่อสิคะ”
เวหาไม่อยากเสียหน้าจึงรีบรูดซิปลงจนสุด แต่ทันใดนั้นไอรดาที่อยากลองใจเวหาว่าถ้าเห็นเธอโป๊เปลือยเขาจะทำยังไง จึงได้ถอดชุดแต่งงานต่อหน้าต่อตาชายหนุ่ม ดวงตาคมคายเบิกกว้างเมื่อเห็นเรือนร่างที่ไร้อาภรณ์ของคนตัวเล็ก
“นี่เธอ!”
ไอรดาหันกลับมาเผชิญกับคนเบื้องหน้าอย่างไม่อาย
“ทำไมคะ”
“เธอไม่อายฉันหรือไง รีบใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลย”
“ทำไมต้องอายคะ ในเมื่อเราก็เคย....กันมาแล้ว”
ดูเหมือนไอรดาจะยั่วโมโหเวหา จนเขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์ที่เขาและเธอมีอะไรกันอยู่บนเตียงเมื่อหนึ่งปีก่อนฉายซ้ำขึ้นมาย้ำเตือนความเจ็บปวดให้เวหาทนต่อไปไม่ไหวจนอยากเอาชนะอีกคนขึ้นมา เวหาจับคนตัวเล็กให้หันหน้ากลับไปมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่
“พะ พี่จะทำอะไร”
เจ้าของใบหน้าดุดันคลี่ยิ้มมุมปากร้าย ทำเอาไอรดาที่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น จากสีหน้าระรื่นที่แสดงออกมาก็เปลี่ยนไปโดยฉับพลัน
“ทำให้เธอเสียวยังไงล่ะ ไอรดา”
ร่างอันบอบบางของไอรดาถูกว่าที่สามีอย่างเวหาครอบครองไปเสียแล้ว จมูกโด่งจมหายไปในซอกคอระหง มือหนาทั้งสองนวดคลึงสองเต้าอวบผ่านกระจกบานใหญ่ ไอรดาเกิดความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาดุดันราวกับเสือผู้หิวโซของเวหา เขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนครั้งนั้นเลย ทำให้เธอสัมผัสได้ว่าเวหาที่เธอรู้จักได้เปลี่ยนไปแล้ว"พี่เวหยุด!""หยุดทำไม เธอเองไม่ใช่เหรอที่ต้องการให้ฉันแบบนี้""มันไม่ใช่ซักหน่อย" สาวเจ้าโต้ตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ก่อนจะหยุดประโยคเอาไว้เพียงแค่นั้น ที่เธอทำไปก็เพราะอยากลองใจเฉยๆ ว่าเขายังรู้สึกกับเธอเหมือนเดิมอยู่ไหม ใครจะไปรู้ว่าจะมาตกม้าตายเสียเองคิดแล้วก็ไม่น่าเอาตัวเองไปเล่นกับไฟเลยเหอะ"เธออยู่นิ่งๆ เถอะไอรดา ฉันจะทำให้เธอมีความสุขเอง""พะ....พี่จะทำอะไร"พรึ่บ! เวหาอุ้มไอรดาขึ้นมาในท่าเจ้าสาวแล้วตรงไปยังโซฟานุ่มตัวเล็กที่อยู่ในห้องลองชุด เขาทิ้งสาวเจ้าให้นอนลงไปอย่างสุดแรงจนหญิงสาวร้องโอดครวญ"โอ้ย ไอ้พี่บ้า! ฉันเจ็บนะ""เจ็บแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ ต่อไปเธอจะรู้สึกเสียวจนใจแทบขาดเลยล่ะ" เวหาไม่พูดเปล่า เขานั่งย่อลงไปแล้วจับสองขาถ่างออกกว้างดึงอันเดอร์แวร์สีดำตัวจิ๋วมาไว้ตรงขอบร่อง สายตาเ
“พี่เวปล่อยไอเดี๋ยวนี้นะ ไอเจ็บ!” เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อเธอโดนว่าที่สามีจับข้อมือจนแน่นแล้วลากเธอเข้ามาในห้องทำงาน เวหาปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะเดินวนกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง “เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบพูดมา” “วันนี้พี่ว่างหรือเปล่า ไอจะพาพี่ไปลองชุดแต่งงานที่ร้านพรีเวดดิ้งด้วยกัน” “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้เรียกคุณหมอ” “นั่นแหละค่ะ คุณหมอว่างหรือเปล่า” “ฉันไม่ว่าง!” “แต่เมื่อกี้ไอถามพนักงาน เขาบอกคุณหมอว่างแล้วนะคะ” ไอรดารู้ว่าเวหาโกหก เธอจึงเอาพนักงานสาวมาอ้างเพื่อให้ใครบางคนจนมุมยอมไปกับเธอแต่โดยดี เวหามองคนที่เอาแต่ใจด้วยหางตา นิ้วเรียวเคาะโต๊ะพลางครุ่นคิดอยู่ในหัวว่าจะเอายังไงดี ถึงจะไม่อยากไปทำเรื่องบ้าๆนั้นแต่ทว่าสุดท้ายเวหาก็ต้องจำใจไป"เธอส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน เราจะไปรถคนละคัน""แล้วจะทำให้มันยุ่งยากทำไมล่ะคะคุณหมอ ทำไมเราไม่ไปด้วยกันให้มันจบๆ อีกอย่างไม่เปลืองน้ำมันด้วย" เวหาลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินตรงเข้ามาหาไอรดาที่ยืนอยู่ขอบโต๊ะทำงาน เข้าโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆจังหวะนั้นทำเอาคนตัวเล็กหัวใจเต้นตึกตักดวงตากลมจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของว่าที่สามีที่ห่า
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่” “อ้าว งั้นหรอกเหรอ” “เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”“ได้จ๊ะ” เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง “แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง” “ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี ง
ปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที “เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว” เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน” “อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ” “ครับท่าน” เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา” “เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน” ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น “พี่เว!” เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าข
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตหรูคันสีแดงแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในช่วงสี่ทุ่มกว่า ไอรดาลงมาจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าไปข้างใน หากแต่เท้าทั้งสองที่กำลังก้าวขึ้นบันไดต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงเข้มงวดของผู้เป็นพ่อที่เอ่ยจากทางด้านหลังทำเอาเธอตกอกตกใจไปหมด“ยัยไออย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย” “คุณพ่อจะด่าอะไรไออีกล่ะคะ” เพราะถูกพ่อต่อว่า ไอรดาจึงมีความน้อยใจคนเบื้องหน้าเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยถ้อยคำประชดประชัน “แกไม่ต้องทำประชดพ่อหรอก รีบเดินตามพ่อไปในห้องทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอก” เจ้าของร่างเล็กทำท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เธอนั่งรอบนเก้าอี้หนัง เพียงไม่นานไพรวงษ์ก็เดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง บรรยากาศภายในห้องเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบงัน คนเอาแต่ใจกอดอกพลางแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนผู้เป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา “คุณพ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ไอจะได้ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน” “ฮึ! แกนี่มันจริงๆเลย ขนาดถูกคนทั้งประเทศรุมด่า แต่แกยังมีหน้านอนหลับได้ลง” “แล้วจะให้ไอทำยังไงล่ะคะ หรือจะให้ไอไล่ฟ้องคนทั้งประเทศเลยดีไหม
“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่” “เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา “ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน” “จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัดข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย” “แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”“น





![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

