Share

บทนำ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-04-08 09:23:44

แม่ทัพเอี้ยนฟงนั่งจิบชาด้วยท่าทีสุขุม สายตาคมปลาบดุจพยัคฆ์จ้องมองไปยังม่านนั้นอย่างพินิจ เขาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง

"เขาว่ากันว่า... คุณหนูฉินมิเพียงงดงามทว่ายังมีสติปัญญาเลิศล้ำ วันนี้ข้ามาเพื่อขอสดับฟังบทกวีที่ว่ากันว่าสะเทือนถึงสรวงสวรรค์อีกสักคราจะได้หรือไม่?"

เสี่ยวหนิงที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหลังม่านลอบผ่อนลมหายใจเบาๆ นางปรายตามองคุณหนู ฮวาเฟย ที่กำลังนั่งแคะเล็บอย่างไม่สนใจโลก ก่อนที่มือเรียวของสาวใช้จะเริ่มบรรเลงดีดสายพิณเบาๆ เป็นท่วงทำนองเนิบนาบชวนฝัน แล้วร่ายบทกวีที่กลั่นกรองจากมันสมองของนางออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่ากังวานจับใจบุรุษทุกคนในที่นั้น

“ม่านมุกบดบังโฉม ประโลมเพียงสุรเสียง

ดุจจันทร์เร้นเมฆา นิทราในราตรี

กวีร้อยเรียงถ้อย สลักรอยในดวงแด

มิใช่เพียงรูปกาย... ทว่าคือจิตวิญญาณที่ส่องประกายกลางใจคน”

"โอ้! ช่างล้ำลึกนัก!" บัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งถึงกับวางจอกชาลงพลางอุทานด้วยความทึ่ง "เปรียบเปรยการเร้นกายหลังม่านดุจจันทร์ในเมฆา ทว่าแสงสว่างแห่งปัญญากลับทะลุผ่านออกมาได้... สมคำเล่ำลือจริงๆ!"

เอี้ยนฟงยกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาไหววูบด้วยความพึงพอใจ "จิตวิญญาณที่ส่องประกายงั้นรึ?... คุณหนูฉิน วาจาของท่านช่าง 'คมคาย' จนข้าอยากจะรู้ยิ่งนักว่า หากดึงม่านนี้ออก แสงจันทร์ที่ท่านว่า... จะสว่างจ้าจนทำให้ข้าตาบอดเทียวหรือไม่?"

หลังม่านนั้น คุณหนูผู้งดงามดีใจจนเนื้อเต้น "ตอบไปสิ! อย่าให้ท่านแม่ทัพรู้ว่าข้าคิดกวีตอบไม่ออก... เร็วเข้า!"

เสี่ยวหนิงรับคำสั่งอย่างนอบน้อม นางขยับปลายนิ้วดีดสายพิณแรงขึ้นหนึ่งจังหวะจนเกิดเสียงกังวานใส ก่อนจะร่ายบทกวีโต้ตอบกลับไปอย่างแหลมคม

"คมดาบสยบแคว้น... ทว่าคมปัญญาปราบพยัคฆ์

แสงจันทร์รำไร... ย่อมละมุนตากว่าอาทิตย์แผดเผา

ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร หากปรารถนาชมจันทร์ยามกระจ่าง

ย่อมต้องรู้จัก 'อดทน' รอคอยให้เมฆาเคลื่อนคล้อยไปเอง"

"ฮ่าๆๆ! ดี! ดีนัก!" เอี้ยนฟงระเบิดเสียงหัวเราะด้วยความถูกใจในความพยศของฝีปากหญิงสาว "อดทนรอเมฆาเคลื่อนคล้อยงั้นรึ? ข้าเป็นนักรบ... หากจันทร์ไม่ส่องแสง ข้ามักจะใช้วิธี 'พังทลาย' เมฆาเสียมากกว่า!"

บรรยากาศเบื้องหลังม่านมุกพลันเปลี่ยนเป็นตึงเครียด เมื่อแม่ทัพเอี้ยนฟงวางจอกชาลงดัง "กึก" ดวงตาคมปลาบของเขาจ้องเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุผ่านม่านไม้ไผ่เพื่อจับผิดสตรีผู้อยู่เบื้องหลัง

"คุณหนูฉิน... ที่ผ่านมาข้าได้ยินแต่คำล่ำลือเรื่องรูปโฉมและกวี ทว่าในยามที่แผ่นดินทิศประจิมกำลังลุกเป็นไฟด้วยข้อพิพาทเรื่องเส้นทางลำเลียงเสบียง ข้าอยากรู้นักว่า 'อัญมณีแห่งเมืองหลวง' เช่นท่าน จะมีมุมมองต่อภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้อย่างไร?"

เอี้ยนฟงจงใจโยนคำถามหินที่แม้แต่กุนซือในกองทัพยังกุมขมับ เขาต้องการทดสอบว่าสตรีผู้นี้มีดีแค่เปลือกนอกหรือมีความคิดที่ 'คู่ควร' จะเป็นนายหญิงแห่งจวนแม่ทัพ

เสี่ยวหนิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างกายฮวาเฟย ลอบมองเจ้านายสาวที่บัดนี้กำลังนั่งหาวหวอดด้วยความเบื่อหน่าย นางจึงรีบขยับปลายนิ้วดีดสายพิณเป็นจังหวะรัวเร็วประหนึ่งเสียงกลองรบ ก่อนจะร่ายวาจาโต้ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังกว่าเดิม

"ท่านแม่ทัพเอ่ยถึงเส้นทางหุบเขาใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เสียงหวานเบื้องหลังม่านเอ่ยขึ้น "หากมองเพียงแผนที่ ย่อมเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ได้เปรียบเพราะขนาบด้วยหน้าผาสูง ทว่าลมมรสุมที่พัดผ่านทิศนี้ในช่วงเหมันต์ จะหอบเอาความชื้นและหมอกหนามาปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว"

เอี้ยนฟงชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยสบประมาทแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งฟังอย่างตั้งใจ

"การตั้งทัพอยู่ในหุบเขาจึงมิใช่เรื่องฉลาด... แต่หากท่านอ้อมไปทางทุ่งหญ้าทางทิศใต้ แม้จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นสามสัปดาห์ ทว่าที่นั่นมีแหล่งน้ำใต้ดินและเส้นทางที่เปิดโล่ง ชัยภูมิที่ดูอ่อนด้อยกว่า... กลับเป็นจุดตายที่จะทำให้ท่านตลบหลังศัตรูที่กำลังรอคอยความตายอยู่ในสายหมอกได้ดีที่สุด"

คำตอบนั้นทำให้เอี้ยนฟงถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความทึ่ง! เขามองเห็นภาพรวมของสงครามในมุมที่เขาคาดไม่ถึง มุมมองเรื่องสภาพอากาศที่สอดประสานกับภูมิศาสตร์อย่างลึกซึ้งเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่สตรีในห้องหอจะรู้ได้ง่ายๆ

"มหัศจรรย์นัก!" เอี้ยนฟงเอ่ยชมจากใจจริง "ข้าศึกษาสนามรบมาทั้งชีวิต กลับไม่เคยนึกถึงการใช้ 'ลมและหมอก' มาเป็นส่วนหนึ่งของชัยภูมิได้เฉียบแหลมเท่าท่าน... คุณหนูฉิน ปัญญาของท่านช่างล้ำเลิศจนข้าประทับใจยิ่งนัก!"

เขาก้าวเข้าไปประชิดม่านมุกมากขึ้นจนเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนม่าน "ความรู้และการเมืองของท่าน... ทำให้ข้ามิได้เพียงแค่อยากเชยชมรูปโฉม แต่ยิ่งทำให้ข้าปรารถนาจะครองคู่กับสตรีผู้เป็นเพชรน้ำเอกเช่นท่านไปชั่วชีวิต!"

“ท่านแม่ทัพโปรดสำรวมด้วยเจ้าค่ะ”

หลังม่านมุกที่ซ้อนทับด้วยม่านไม้ไผ่ เสี่ยวหนิงตัวสั่นสะท้าน รีบก้มหมอบลงอย่างเจียมตน ฉินฮวาเฟยจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองจนห่อเลือด ใบหน้าที่เคยฉาบไว้ด้วยความอวดดีบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยาที่เผาไหม้ลึกเข้าไปในทรวง

นางได้ยินเต็มสองหู... คำชมเชยจากปากของบุรุษที่งามสง่าที่สุดอย่างแม่ทัพเอี้ยนฟง แม้เขาจะเอ่ยชม 'ฉินฮวาเฟย' แต่นางก็อยากจะกระชากผมเสี่ยวหนิงแล้วลากออกมาตบตีให้สาแก่ใจ

"เสี่ยวหนิง..." ฉินฮวาเฟยกระซิบเสียงเย็นเยียบลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยพิษสงที่พร้อมจะทิ่มแทง "จงจำใส่หัวไว้... ที่ท่านแม่ทัพชมเมื่อครู่ เขาชม 'ข้า' ไม่ใช่เจ้า! อย่าได้ริอ่านลำพองใจคิดว่าตัวเองมีค่าขึ้นมาเชียว"

เสี่ยวหนิงก้มหน้าต่ำจนหน้าผากจรดพื้นดิน "บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวรู้ตัวดีว่าต่ำต้อยเพียงใด"

"ดี! ถ้ารูตัวก็จงมุดหัวอยู่ในรูโง่ๆ ของเจ้าต่อไป อย่าให้ข้าเห็นว่าเจ้าพยายามจะเรียกร้องความสนใจจากท่านแม่ทัพอีกเด็ดขาด!" ฮวาเฟยขู่ฟ่อพลางใช้เท้าถีบไหล่สาวใช้อย่างแรงจนเสี่ยวหนิงล้มคะมำ

“คนที่จะเคียงคู่กับท่านแม่ทัพก็คือคุณหนูผู้งดงามอย่างข้า ไม่ใช่สาวใช้กระจอกๆ เยี่ยงเจ้า!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูตัวปลอม   บทส่งท้าย 2

    ทว่าหลังจากที่บุรุษทั้งสามคนได้ยื่นคำสู่ขออย่างเป็นทางการต่อสกุลเหอ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นในจวนตระกูลเหอท่านเจ้าเมืองเหอและฮูหยินนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาทราบดีว่าบุรุษทั้งสามคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่เพียบพร้อม หลี่จิ่นหรงคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลี่ผู้สูงศักดิ์ โจวอี้ฝานคือบุตรชายของขุนนางใหญ่ผู้มั่งคั่ง และซูเหวินเซวียนคือบัณฑิตอัจฉริยะผู้มีอนาคตไกล การได้บุตรเขยจากในสามคนนี้ก็ถือเป็นเกียรติอย่างสูงแล้ว แต่การที่ทั้งสามคนต้องการบุตรสาวของพวกเขาพร้อมกัน ทำให้พวกเขาหนักใจยิ่งนัก"ท่านพี่... เราจะทำเช่นไรดี บุรุษทั้งสามคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นยอดบุรุษ หากเราเลือกเพียงคนเดียว อีกสองคนก็อาจจะกลายเป็นศัตรูของเราได้" ฮูหยินเหอกล่าวด้วยความกังวลในขณะที่ท่านเจ้าเมืองเหอกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก หลี่จิ่นหรง ก็ก้าวออกมาจากแถวของบุรุษทั้งสาม"ท่านเจ้าเมืองเหอ ท่านฮูหยิน" หลี่จิ่นหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคง "ข้าทราบดีว่าการสู่ขอของเราอาจจะดูแปลกประหลาด แต่พวกเราทั้งสามคนได้ตกลงกันแล้วว่า ไม่ว่าใครจะได้แต่งงานกับเยว่หลิงอย่างเป็นทางการ เยว่หลิงก็ยังคงเป็นของพวกเรา

  • คุณหนูตัวปลอม   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้ายหลังจากที่ความปรารถนาจากลาหายไป บุรุษทั้งสามคนต่างต้องการหาทางนำเหอเยว่หลิง กลับมาอยู่เคียงข้างพวกเขาให้ได้ และวิธีเดียวที่จะทำได้คือการสู่ขออย่างเป็นทางการจากสกุลเหอหลี่จิ่นหรงนั่งหลังตรง สง่างาม แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไปสู่ขอเยว่หลิงอย่างเป็นทางการจากท่านเจ้าเมืองเหอ"โจวอี้ฝานเท้าคางอย่างสบายอารมณ์ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า "ช้าก่อนพี่หลี่ ข้าเองก็ต้องการนางเป็นภรรยาเช่นกัน?"ซูเหวินเซวียน "โจวอี้ฝานพูดถูก ข้าเองก็ต้องการเยว่หลิงเป็นฮูหยิน"บุรุษทั้งสามคนตระหนักว่าพวกเขาไม่สามารถสู่ขอเยว่หลิงในฐานะภรรยาเอกได้พร้อมกัน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถยอมแพ้ได้เช่นกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หลี่จิ่นหรงจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก"ข้า... ข้าคิดว่าข้าเหมาะสมที่สุด" เขาเริ่ม "ข้าเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลหลี่ มีฐานะมั่นคงที่สุด และข้าเป็นคนแรกที่ได้ 'ผูกไมตรี' กับนาง"โจวอี้ฝานหัวเราะเยาะ "เจ้าพูดราวกับว่าการเป็นคนแรกมีความสำคัญอะไร! ข้าต่างหากที่ทำให้นางได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริง! ข้าเป็นคนทำให้นางเปิดใจยอมรับความสัมพันธ์แบบบุร

  • คุณหนูตัวปลอม   บทที่ 9 จากลา

    บทที่ 9 จากลาในที่สุดวันที่เยว่หลิงต้องกลับไปเป็นเหอเยว่หลิง คุณหนูในห้องหอตามเดิมก็มาถึง เหอเยว่ชิง พี่ชายฝาแฝดของนางอาการดีขึ้นมากแล้ว และพร้อมที่จะกลับไปศึกษาต่อที่สำนักอวิ๋นลู่การกล่าวอำลาเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในห้องพักส่วนตัวของหลี่จิ่นหรง สถานที่ที่พวกเขาเคยผูกไมตรีกันอย่างเร่าร้อน เยว่หลิงสวมชุดสตรีงดงามอ่อนช้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดหลี่จิ่นหรงเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาหานาง ดวงตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขากุมมือของเยว่หลิงไว้แน่น"เยว่หลิง... เจ้าต้องกลับไปจริงๆ หรือ" เสียงของเขาแหบพร่า ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย"พี่หลี่... พี่ชายของข้าหายดีแล้ว ข้าไม่สามารถรั้งอยู่ได้อีกต่อไป" เยว่หลิงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลี่จิ่นหรงไม่พูดอะไรอีก เขาโน้มตัวลงจูบนางอย่างดูดดื่มและยาวนาน จูบนี้เต็มไปด้วยความรัก ความปรารถนา และคำมั่นสัญญาที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ด้วยคำพูด"ข้าจะคิดถึงเจ้า... เยว่หลิง" หลี่จิ่นหรงกระซิบข้างหูของนาง"เราก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน" โจวอี้ฝานกล่าว"การจากลาทำให้ข้ารู้ว่าข้าขาดเจ้าไม่ได้" ซูเหวินเซวียนกล่าวอย่างจริงจัง “เราทั้

  • คุณหนูตัวปลอม   บทที่ 8 ฝึกบังคับม้า 2

    “ซี้ดดด อา... ข้าเสียว น้ำจะแตกแล้ว อร๊างง... แตกแล้ว”ร่างบอบบางเกร็ง ขมิบแน่นและตอดรัดอย่างรุนแรง ร่องสาวคับแน่นคายน้ำหวานรสอร่อยออกมาทะลักทลาย ส่วนร่างเปี่ยมมัดกล้ามเครียดแข็งที่ประกบด้านหลังขยับซอยถี่แรง เสียงกล้ามหน้าท้องกระทบบั้นท้ายเด็กสาวอย่างเร่าร้อน “อ๊า!!... อ๊า!!...”โจวอี้ฝานแข็งแรงเหลือเกิน เขารวบเอวบอบบางให้นั่งทับบนตักกำยำ ก่อนจะกระทุ้งเข้าร่องสาวแน่นปั๋งของนาง กระแทกอัดจนหัวหยักบานแทรกผ่านกลีบเนื้อ กระเด้าแทงสวนขึ้นไปถี่ยิบ“แม่เจ้าโว้ย ตอดแรงโคตร ไม่ไหวแล้ว”พรวดดด พรวดดดร่างกำยำซอยสะโพกแรงๆ ก่อนจะกระตุกเฮือก ปล่อยน้ำร่านสวาทอัดเข้าเต็มร่องสาว ส่งเสียงครางออกมาพร้อมกันดังลั่น เมื่อโจวอี้ฝานสำเร็จความใคร่ เขาก็อุ้มเยว่หลิงส่งต่อให้ซูเหวินเซวียนที่รออยู่ ซูเหวินเซวียนอุ้มเยว่หลิงขึ้นนั่งบนหลังม้าของเขา โดยให้นางหันหน้าเข้าหาเขาอีกครั้ง ลำหอกของซูเหวินเซวียนถูกสอดใส่เข้าสู่ร่างของเยว่หลิงอย่างนุ่มนวลกว่า“เจ้าโดนปี้กลีบหอยบวมแล้ว ต้องช้าๆ หน่อย”“ฮึก... พี่ซู...”"เสี่ยวชิง... ไม่ต้องกลัว ข้าจะไปอย่างช้าๆ" ซูเหวินเซวียนกระซิบอย่างอ่อนโยน เขาควบม้าไปอย่างช้าๆ แต่ทุกจัง

  • คุณหนูตัวปลอม   บทที่ 8 ฝึกบังคับม้า 1

    บทที่ 8 ฝึกบังคับม้าวิชาสำคัญที่บุรุษตระกูลผู้ดีต้องศึกษาคือการบังคับม้า แต่เยว่หลิงในคราบของบัณฑิตเยว่ชิงยังไม่ชำนาญนัก บุรุษทั้งสามจึงแจ้งอาจารย์ว่าจะควบม้าพาเยว่ชิงไปฝึกฝนเป็นการส่วนตัว พวกเขาพานางไปยังท้องทุ่งกว้างที่ห่างไกลจากสายตาผู้คนหลี่จิ่นหรงเป็นคนแรกที่เริ่มบทเรียนอันเร่าร้อนนี้ เขาอุ้มเยว่หลิงขึ้นนั่งบนหลังม้าของเขา โดยให้นางหันหน้าเข้าหา"จับข้าไว้ให้แน่นเสี่ยวชิง" หลี่จิ่นหรงกระซิบเสียงพร่า "วันนี้ข้าจะสอนให้เจ้ารู้จักจังหวะชายชาตรีที่แท้จริง!" ก่อนจะออกคำสั่งให้ม้าวิ่งควบไปตามท้องทุ่ง ยึดตรึงสะโพกกลมกลึงไว้แน่น ดึงให้แอ่นลอยขาชี้ฟ้า โหนกอวบอูมสั่นระริก เขาใช้นิ้วสะกิดโคนขาอ่อนแล้วก็ใช้นิ้วโป้งใหญ่ๆ กดย้ำๆ ตรงเม็ดเสียว ร่างกายของเยว่หลิงก็ร้อนระอุขึ้นจนเผลอแหกอ้าโดยไม่รู้ตัว“ถ่างขากว้างๆ หน่อย อา... ห น่ารัก สีชมพูสวยมาก” “อ๊ะ... อ๊า...”เนื้อตัวของนางกระตุกไปตามจังหวะจ้วงนิ้ว ร่างอวบอั๋นแอ่นสะโพกเข้าหา น้ำหวานไหลเยิ้ม ยิ่งหลี่จิ่นหรงซอยนิ้วแรงเท่าไหร่ บัณฑิตตัวน้อยก็ยิ่งกระสันร้อนแรงแจะๆๆๆๆๆๆๆๆ“อ๊า!! อ๊า!!”ท่อนเอ็นอวบของหลี่จิ่นหรงผงาดชันตรงหน้า มันร้อน เรียบลื่น

  • คุณหนูตัวปลอม   บทที่ 7 ผูกไมตรีเร่าร้อน 3

    “โอ้ววว อู้ววว ซี้ดดด อูยย อ๊าๆๆๆ เสียว ห เจ้าค่ะ อ๊าๆๆ” ร่างบางครางกระเส่า ทั้งรูหอยทั้งอุ้งปากแน่นไปหมด พละกำลังของชายฉกรรจ์สองคนรุมเย่อเด็กสาวอย่างดุเดือด คนหนึ่งเด้าปาก คนหนึ่งเด้าหอย ขาข้างหนึ่งยกขึ้นสูงแหกอ้ารับหอกแข็งๆ สาวเข้าสาวออก อัดบดโยกซ้ายโยกขวา เสียดสีอวัยวะกันสนุก ยิ่งเด้าก็ยิ่งมันส์“อ๊ะ... อ๊าๆๆ น้ำจะแตกอีกแล้ว เย่อเข้ามาแรงๆ อีก”“ซี้ดด... อา... ตอดแน่นสุดๆ เสี่ยวชิงร่านจริงๆ” ร่างบอบบางเสพกามร้อนแรง ตลอดทั้งคืนง่วนยุ่งอยู่กับรสสวาท หอยกระแทกดุ้นเต็มอิ่ม การผูกไมตรีดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสลับซับซ้อน พวกเขาผลัดกันสอดใส่ ผลัดกันให้เยว่หลิงปรนเปรอด้วยปาก เมื่อบุรุษคนใดคนหนึ่งสำเร็จความใคร่ ก็จะสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันทันที เพื่อให้เยว่หลิงได้สัมผัสกับความสุขจากบุรุษทั้งสามอย่างเท่าเทียมกัน“โอ้วว ซี้ดดด... อร๊างๆๆๆๆ” แรงเย่อร้อนแรงจนร่างเด็กสาวสะเทือน เสียวจนใจแทบจะขาดและเอร็ดอร่อยจนหยุดไม่ได้ เยว่หลิงอ้าขาชันเข่าขึ้น กลีบเสียวลอยฟูอร้าอร่าม เปิดอ้าให้แท่งเอ็นกระเด้าหอยเด็ก“อีกนิดเดียว น้ำจะแตกแล้ว” ซูเหวินเซวียนครางแหบห้าว รูหอยฟิตปั๋งบีบรัด ค แน่น กระตุกรัดเป็นจังห

  • คุณหนูตัวปลอม   บทที่ 1 เค้นถาม 1

    บทที่ 1 เค้นถามราตรีกาลสงัดเงียบ มีเพียงเสียงพิณแว่วกังวาน "ติง... ตัง..." สอดประสานไปกับสายลมพัดผ่านแมกไม้ แม่ทัพเอี้ยนฟงเร้นกายหลบเร้นสายตาเวรยาม ลอบเข้ามาในจวนสกุลฉินด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้า เขาอยากจะพบนาง... สตรีหลังม่านผู้มีปัญญาเฉียบแหลมที่สั่นคลอนหัวใจนักรบของเขาเขาเดินตามเสียงพิณมาจนถึงศา

  • คุณหนูตัวปลอม   บทที่ 4 ลิ้มลองนางแอ่นน้อย 2

    แล้วเขาก็สอดนิ้วเข้าไปเพิ่มเป็นสองนิ้ว ร่างกายของคุณหนูโฉมงามเริ่มสั่นสะท้านด้วยแรงเสียว สองขาแยกออกกว้างโดยไม่รู้ตัว “อึ่กก... อูยย...” นิ้วแกร่งแสนหยาบกร้านร้อนเหลือเกิน หลี่เฟยเอี้ยนนั่งแอ่นอ้าให้ชายฉกรรจ์แหย่หอย ร่างกายของเสี่ยวอิ๋งเองก็ร้อนวูบวาบ เบิกตาจ้องมองคุณหนูกำลังถูกท่านแม่ทัพ

  • คุณหนูตัวปลอม   บทที่ 3 ดวลสุรา 2

    หลี่เฟยเอี้ยนยิ้มบางๆ ในขณะที่นางยกจอกสุราขึ้นมาพร้อมกับหนานอิงสง การดวลที่ทั้งน่ากลัวและท้าทายที่สุดในค่ำคืนนี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! “ช้าก่อน” ร่างสูงใหญ่ยกมือขึ้นห้ามอีกครั้ง “มีปัญหาอะไรอีกหรือท่านแม่ทัพ” หลี่เฟยเอี้ยนกำลังจะจรดจอกสุราเข้าปาก ทว่ามือแกร่งฉวยข้อมือนางไว้แล้

  • คุณหนูตัวปลอม   บทนำ 1

    'เสี่ยวหนิง' คือสาวใช้ผู้ต่ำต้อย เป็นสตรีที่อยู่หลังม่าน คอยบรรเลงเพลงพิณและขับขานบทกวีแทนคุณหนูผู้เบาปัญญา นางต้องก้มหน้ายอมรับการโขกสับและเก็บความลับ นางเป็นเพียงเงาอยู่เบื้องหลังคุณหนู ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสาวใช้ต่ำต้อยคนนี้คือเจ้าของบทกวีอันลึกซึ้งที่กุมหัวใจ 'แม่ทัพเอี้ยนฟง' ไว้จนอยู่หมัด... และนา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status