LOGINทว่าหลังจากที่บุรุษทั้งสามคนได้ยื่นคำสู่ขออย่างเป็นทางการต่อสกุลเหอ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นในจวนตระกูลเหอท่านเจ้าเมืองเหอและฮูหยินนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาทราบดีว่าบุรุษทั้งสามคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่เพียบพร้อม หลี่จิ่นหรงคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลี่ผู้สูงศักดิ์ โจวอี้ฝานคือบุตรชายของขุนนางใหญ่ผู้มั่งคั่ง และซูเหวินเซวียนคือบัณฑิตอัจฉริยะผู้มีอนาคตไกล การได้บุตรเขยจากในสามคนนี้ก็ถือเป็นเกียรติอย่างสูงแล้ว แต่การที่ทั้งสามคนต้องการบุตรสาวของพวกเขาพร้อมกัน ทำให้พวกเขาหนักใจยิ่งนัก"ท่านพี่... เราจะทำเช่นไรดี บุรุษทั้งสามคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นยอดบุรุษ หากเราเลือกเพียงคนเดียว อีกสองคนก็อาจจะกลายเป็นศัตรูของเราได้" ฮูหยินเหอกล่าวด้วยความกังวลในขณะที่ท่านเจ้าเมืองเหอกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก หลี่จิ่นหรง ก็ก้าวออกมาจากแถวของบุรุษทั้งสาม"ท่านเจ้าเมืองเหอ ท่านฮูหยิน" หลี่จิ่นหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคง "ข้าทราบดีว่าการสู่ขอของเราอาจจะดูแปลกประหลาด แต่พวกเราทั้งสามคนได้ตกลงกันแล้วว่า ไม่ว่าใครจะได้แต่งงานกับเยว่หลิงอย่างเป็นทางการ เยว่หลิงก็ยังคงเป็นของพวกเรา
บทส่งท้ายหลังจากที่ความปรารถนาจากลาหายไป บุรุษทั้งสามคนต่างต้องการหาทางนำเหอเยว่หลิง กลับมาอยู่เคียงข้างพวกเขาให้ได้ และวิธีเดียวที่จะทำได้คือการสู่ขออย่างเป็นทางการจากสกุลเหอหลี่จิ่นหรงนั่งหลังตรง สง่างาม แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไปสู่ขอเยว่หลิงอย่างเป็นทางการจากท่านเจ้าเมืองเหอ"โจวอี้ฝานเท้าคางอย่างสบายอารมณ์ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า "ช้าก่อนพี่หลี่ ข้าเองก็ต้องการนางเป็นภรรยาเช่นกัน?"ซูเหวินเซวียน "โจวอี้ฝานพูดถูก ข้าเองก็ต้องการเยว่หลิงเป็นฮูหยิน"บุรุษทั้งสามคนตระหนักว่าพวกเขาไม่สามารถสู่ขอเยว่หลิงในฐานะภรรยาเอกได้พร้อมกัน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถยอมแพ้ได้เช่นกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หลี่จิ่นหรงจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก"ข้า... ข้าคิดว่าข้าเหมาะสมที่สุด" เขาเริ่ม "ข้าเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลหลี่ มีฐานะมั่นคงที่สุด และข้าเป็นคนแรกที่ได้ 'ผูกไมตรี' กับนาง"โจวอี้ฝานหัวเราะเยาะ "เจ้าพูดราวกับว่าการเป็นคนแรกมีความสำคัญอะไร! ข้าต่างหากที่ทำให้นางได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริง! ข้าเป็นคนทำให้นางเปิดใจยอมรับความสัมพันธ์แบบบุร
บทที่ 9 จากลาในที่สุดวันที่เยว่หลิงต้องกลับไปเป็นเหอเยว่หลิง คุณหนูในห้องหอตามเดิมก็มาถึง เหอเยว่ชิง พี่ชายฝาแฝดของนางอาการดีขึ้นมากแล้ว และพร้อมที่จะกลับไปศึกษาต่อที่สำนักอวิ๋นลู่การกล่าวอำลาเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในห้องพักส่วนตัวของหลี่จิ่นหรง สถานที่ที่พวกเขาเคยผูกไมตรีกันอย่างเร่าร้อน เยว่หลิงสวมชุดสตรีงดงามอ่อนช้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดหลี่จิ่นหรงเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาหานาง ดวงตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขากุมมือของเยว่หลิงไว้แน่น"เยว่หลิง... เจ้าต้องกลับไปจริงๆ หรือ" เสียงของเขาแหบพร่า ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย"พี่หลี่... พี่ชายของข้าหายดีแล้ว ข้าไม่สามารถรั้งอยู่ได้อีกต่อไป" เยว่หลิงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลี่จิ่นหรงไม่พูดอะไรอีก เขาโน้มตัวลงจูบนางอย่างดูดดื่มและยาวนาน จูบนี้เต็มไปด้วยความรัก ความปรารถนา และคำมั่นสัญญาที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ด้วยคำพูด"ข้าจะคิดถึงเจ้า... เยว่หลิง" หลี่จิ่นหรงกระซิบข้างหูของนาง"เราก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน" โจวอี้ฝานกล่าว"การจากลาทำให้ข้ารู้ว่าข้าขาดเจ้าไม่ได้" ซูเหวินเซวียนกล่าวอย่างจริงจัง “เราทั้
“ซี้ดดด อา... ข้าเสียว น้ำจะแตกแล้ว อร๊างง... แตกแล้ว”ร่างบอบบางเกร็ง ขมิบแน่นและตอดรัดอย่างรุนแรง ร่องสาวคับแน่นคายน้ำหวานรสอร่อยออกมาทะลักทลาย ส่วนร่างเปี่ยมมัดกล้ามเครียดแข็งที่ประกบด้านหลังขยับซอยถี่แรง เสียงกล้ามหน้าท้องกระทบบั้นท้ายเด็กสาวอย่างเร่าร้อน “อ๊า!!... อ๊า!!...”โจวอี้ฝานแข็งแรงเหลือเกิน เขารวบเอวบอบบางให้นั่งทับบนตักกำยำ ก่อนจะกระทุ้งเข้าร่องสาวแน่นปั๋งของนาง กระแทกอัดจนหัวหยักบานแทรกผ่านกลีบเนื้อ กระเด้าแทงสวนขึ้นไปถี่ยิบ“แม่เจ้าโว้ย ตอดแรงโคตร ไม่ไหวแล้ว”พรวดดด พรวดดดร่างกำยำซอยสะโพกแรงๆ ก่อนจะกระตุกเฮือก ปล่อยน้ำร่านสวาทอัดเข้าเต็มร่องสาว ส่งเสียงครางออกมาพร้อมกันดังลั่น เมื่อโจวอี้ฝานสำเร็จความใคร่ เขาก็อุ้มเยว่หลิงส่งต่อให้ซูเหวินเซวียนที่รออยู่ ซูเหวินเซวียนอุ้มเยว่หลิงขึ้นนั่งบนหลังม้าของเขา โดยให้นางหันหน้าเข้าหาเขาอีกครั้ง ลำหอกของซูเหวินเซวียนถูกสอดใส่เข้าสู่ร่างของเยว่หลิงอย่างนุ่มนวลกว่า“เจ้าโดนปี้กลีบหอยบวมแล้ว ต้องช้าๆ หน่อย”“ฮึก... พี่ซู...”"เสี่ยวชิง... ไม่ต้องกลัว ข้าจะไปอย่างช้าๆ" ซูเหวินเซวียนกระซิบอย่างอ่อนโยน เขาควบม้าไปอย่างช้าๆ แต่ทุกจัง
บทที่ 8 ฝึกบังคับม้าวิชาสำคัญที่บุรุษตระกูลผู้ดีต้องศึกษาคือการบังคับม้า แต่เยว่หลิงในคราบของบัณฑิตเยว่ชิงยังไม่ชำนาญนัก บุรุษทั้งสามจึงแจ้งอาจารย์ว่าจะควบม้าพาเยว่ชิงไปฝึกฝนเป็นการส่วนตัว พวกเขาพานางไปยังท้องทุ่งกว้างที่ห่างไกลจากสายตาผู้คนหลี่จิ่นหรงเป็นคนแรกที่เริ่มบทเรียนอันเร่าร้อนนี้ เขาอุ้มเยว่หลิงขึ้นนั่งบนหลังม้าของเขา โดยให้นางหันหน้าเข้าหา"จับข้าไว้ให้แน่นเสี่ยวชิง" หลี่จิ่นหรงกระซิบเสียงพร่า "วันนี้ข้าจะสอนให้เจ้ารู้จักจังหวะชายชาตรีที่แท้จริง!" ก่อนจะออกคำสั่งให้ม้าวิ่งควบไปตามท้องทุ่ง ยึดตรึงสะโพกกลมกลึงไว้แน่น ดึงให้แอ่นลอยขาชี้ฟ้า โหนกอวบอูมสั่นระริก เขาใช้นิ้วสะกิดโคนขาอ่อนแล้วก็ใช้นิ้วโป้งใหญ่ๆ กดย้ำๆ ตรงเม็ดเสียว ร่างกายของเยว่หลิงก็ร้อนระอุขึ้นจนเผลอแหกอ้าโดยไม่รู้ตัว“ถ่างขากว้างๆ หน่อย อา... ห น่ารัก สีชมพูสวยมาก” “อ๊ะ... อ๊า...”เนื้อตัวของนางกระตุกไปตามจังหวะจ้วงนิ้ว ร่างอวบอั๋นแอ่นสะโพกเข้าหา น้ำหวานไหลเยิ้ม ยิ่งหลี่จิ่นหรงซอยนิ้วแรงเท่าไหร่ บัณฑิตตัวน้อยก็ยิ่งกระสันร้อนแรงแจะๆๆๆๆๆๆๆๆ“อ๊า!! อ๊า!!”ท่อนเอ็นอวบของหลี่จิ่นหรงผงาดชันตรงหน้า มันร้อน เรียบลื่น
“โอ้ววว อู้ววว ซี้ดดด อูยย อ๊าๆๆๆ เสียว ห เจ้าค่ะ อ๊าๆๆ” ร่างบางครางกระเส่า ทั้งรูหอยทั้งอุ้งปากแน่นไปหมด พละกำลังของชายฉกรรจ์สองคนรุมเย่อเด็กสาวอย่างดุเดือด คนหนึ่งเด้าปาก คนหนึ่งเด้าหอย ขาข้างหนึ่งยกขึ้นสูงแหกอ้ารับหอกแข็งๆ สาวเข้าสาวออก อัดบดโยกซ้ายโยกขวา เสียดสีอวัยวะกันสนุก ยิ่งเด้าก็ยิ่งมันส์“อ๊ะ... อ๊าๆๆ น้ำจะแตกอีกแล้ว เย่อเข้ามาแรงๆ อีก”“ซี้ดด... อา... ตอดแน่นสุดๆ เสี่ยวชิงร่านจริงๆ” ร่างบอบบางเสพกามร้อนแรง ตลอดทั้งคืนง่วนยุ่งอยู่กับรสสวาท หอยกระแทกดุ้นเต็มอิ่ม การผูกไมตรีดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสลับซับซ้อน พวกเขาผลัดกันสอดใส่ ผลัดกันให้เยว่หลิงปรนเปรอด้วยปาก เมื่อบุรุษคนใดคนหนึ่งสำเร็จความใคร่ ก็จะสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันทันที เพื่อให้เยว่หลิงได้สัมผัสกับความสุขจากบุรุษทั้งสามอย่างเท่าเทียมกัน“โอ้วว ซี้ดดด... อร๊างๆๆๆๆ” แรงเย่อร้อนแรงจนร่างเด็กสาวสะเทือน เสียวจนใจแทบจะขาดและเอร็ดอร่อยจนหยุดไม่ได้ เยว่หลิงอ้าขาชันเข่าขึ้น กลีบเสียวลอยฟูอร้าอร่าม เปิดอ้าให้แท่งเอ็นกระเด้าหอยเด็ก“อีกนิดเดียว น้ำจะแตกแล้ว” ซูเหวินเซวียนครางแหบห้าว รูหอยฟิตปั๋งบีบรัด ค แน่น กระตุกรัดเป็นจังห
แล้วเขาก็สอดนิ้วเข้าไปเพิ่มเป็นสองนิ้ว ร่างกายของคุณหนูโฉมงามเริ่มสั่นสะท้านด้วยแรงเสียว สองขาแยกออกกว้างโดยไม่รู้ตัว “อึ่กก... อูยย...” นิ้วแกร่งแสนหยาบกร้านร้อนเหลือเกิน หลี่เฟยเอี้ยนนั่งแอ่นอ้าให้ชายฉกรรจ์แหย่หอย ร่างกายของเสี่ยวอิ๋งเองก็ร้อนวูบวาบ เบิกตาจ้องมองคุณหนูกำลังถูกท่านแม่ทัพ
หลี่เฟยเอี้ยนยิ้มบางๆ ในขณะที่นางยกจอกสุราขึ้นมาพร้อมกับหนานอิงสง การดวลที่ทั้งน่ากลัวและท้าทายที่สุดในค่ำคืนนี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! “ช้าก่อน” ร่างสูงใหญ่ยกมือขึ้นห้ามอีกครั้ง “มีปัญหาอะไรอีกหรือท่านแม่ทัพ” หลี่เฟยเอี้ยนกำลังจะจรดจอกสุราเข้าปาก ทว่ามือแกร่งฉวยข้อมือนางไว้แล้
คุณหนูในห้องหอเช่นนางมิอาจมีความรักได้ตามใจชอบ แม้จะมีคู่หมายที่บิดาจัดแจงให้แล้ว แต่นางก็ยังคงเฝ้าถามดวงดาวถามหารักคืออะไร กระทั่งนางแอ่นน้อยเช่นนางปลอมตัวเป็นชาย นามว่า จางหลิงกง แสร้งทำตัวเป็นบัณฑิตตกอับ ยามราตรีเป็นบุรุษ ยามทิวาเป็นสตรีอย่างแนบเนียน โฉบเฉี่ยวฉวัดเฉวียน ทว่าตัวตนของนางกล
"หยุดเดี๋ยวนี้!"จางถิงถิงผู้มีจิตใจอ่อนโยนและบริสุทธิ์ดุจดอกบัวแรกแย้ม นางรีบวิ่งออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นรอยแส้บนหลังของอาเหยาและสีหน้าเจ็บปวดของเขา นางก็รู้สึกสงสารจับใจ ถิงถิงเดินเข้าไปหาอาเหยาอย่างไม่รังเกียจ นางนั่งยองๆ ลงข้างๆ และหยิบซาลาเปาที่นางแอบเก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา"ท่าน... ท่านคงจะหิว







