Share

บทที่ 1

last update publish date: 2026-02-01 08:32:40

ความอบอุ่นที่ห่อหุ้มรอบกายคือสัมผัสแรกที่นางรู้สึกได้ เปลือกตาหนาค่อย ๆ ถูกยกขึ้น ดวงตาเมล็ดซิ่งกะพริบถี่ ก่อนจะมองเห็นเพดานเรือนที่ไม่คุ้นตา

ที่นี่ที่ไหน?

ไม่ใช่ห้องนอนของข้าที่เรือนเฉิ่งจี้นี่นา…

ตี๋ลี่เสวี่ยบอกกับตนเองจนแน่ใจ พลางกลอกนัยน์ตากวาดมองเพดานไปมา ก่อนที่จะค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่ง ทำให้ผ้าห่มผืนหนาร่วงหล่นลงมา นางจึงได้เห็นสภาพห้องนอนที่นางกำลังนอนอยู่

ผนังห้องทาสีขาวนวล ตัดกับกรอบประตูและหน้าต่างที่ทำจากไม้สนสีอ่อน แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้นางมองเห็นตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้เนื้อแข็งสีเข้มตั้งอยู่ที่มุมห้อง

โต๊ะเครื่องแป้งไม้ไผ่ที่ขัดเงาอย่างดี มีคันฉ่องทองแดงทรงกลมตั้งอยู่ สิ่งของบนโต๊ะมีเพียงหวีหยกธรรมดา และกล่องเครื่องประทินโฉมไม้เล็ก ๆ ที่บรรจุผงแป้งและชาดที่มีคุณภาพดี แต่ไร้ของล้ำค่าอย่างไข่มุกหรืออัญมณีอื่นใด

อีกด้านหนึ่งเป็นโต๊ะหนังสือข้างหน้าต่างกระดาษและพู่กันวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ผ้าม่านที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหนาพลิ้วไหวไปตามแรงลม ไร้ซึ่งสิ้นอับชื้นจากโรงม้าอย่างที่นางคุ้นเคย

นี่มัน... ห้องนอนของอาอิ๋งนี่?

เหตุใดข้าจึงมานอนในห้องของอาอิ๋งได้เล่า?

หากข้านอนอยู่ที่นี่ แล้วอาอิ๋งจะนอนที่ใดกัน?

ตี๋ลี่เสวี่ยคิดอย่างสงสัย ไม่มีทางที่นายท่านและนายหญิงจะให้ข้ามานอนบนเตียงของอาอิ๋งได้หรอก!!

แม้จะพูดไม่ได้เต็มปากว่านางมิใช่สาวใช้ที่ซื้อตัวมาเหมือนสาวใช้คนอื่นทั่วไปในจวนเหรินอี้โหว เพราะนางเป็นบุตรสาวของหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าที่ได้ทำข้อตกลงกับเหรินอี้โหวไว้ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้ว

แต่เดิมครอบครัวของนางเป็นชาวอุยกูร์ที่อาศัยอยู่บริเวณทางเหนือของแคว้นต้าจิ้ง และในขณะที่นางเพิ่งครบห้าหนาว หนู่เอ๋อร์เจียงก็ได้ตัดสินใจพากู่ลี่น่าและตี๋ลี่เสวี่ยเข้าร่วมขบวนคาราวานค้าม้า

หากแต่โชคร้ายที่ขบวนคาราวานค้าม้าของพวกเขาถูกโจรบุกปล้นระหว่างทาง หนู่เอ๋อร์เจียงจึงได้แต่พาพวกนางควบม้าหนีการไล่ล่าเตลิดไกลมาถึงเมืองหลวงของแคว้นต้าจิ้งในสภาพสะบักสะบอม

พวกนางสามคนพ่อแม่ลูกไร้ของมีค่าติดตัว บิดาได้แต่จำใจขายม้าที่พาพวกเขาหนีตายมาถึงเมืองหลวงอย่างจำใจ เพื่อแลกกับอาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ

ในขณะที่พวกนางกำลังนั่งคุดคู้อยู่ที่กำแพงเมือง ม้าศึกชั้นยอดที่เหรินอี้โหวกำลังควบผ่านมาเกิดอาการตื่นกลัวอย่างรุนแรงจนเกือบจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชาวบ้านในบริเวณนั้น

โชคดีที่หนู่เอ๋อร์เจียง บิดาของนางมีทักษะควบคุมและดูแลม้าที่ยอดเยี่ยมอยู่ตรงนั้นพอดี จึงสามารถเข้าไปปลอบโยนและควบคุมม้าให้สงบลงได้ในพริบตา

เหรินอี้โหวนึกทึ่งกับความสามารถเฉพาะตัวนั้นเป็นอย่างมาก จึงได้ไต่ถามความเป็นมา ก่อนที่จะว่าจ้างให้หนู่เอ๋อร์เจียงมาเป็นผู้จัดการคอกม้าทั้งหมดของจวน ด้วยเหรินอี้โหวนั้นมีความโปรดปรานม้าเป็นอย่างมาก จึงเฝ้าตามหาผู้ที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญในการดูแลม้ามาโดยตลอด

ในครั้งแรก หนู่เอ๋อร์เจียงก็เกิดความลังเล แต่เมื่อเห็นภรรยาและบุตรสาวที่แทบจะอดตายอยู่ริมกำแพงแล้วจึงได้ตอบตกลง พร้อมทั้งยื่นข้อตกลงว่าพวกนางจะอาศัยอยู่ที่จวนเหรินอี้โหวจนกว่าจะสามารถติดต่อกับสหายชาวอุยกูร์ได้ หากพวกนางสามารถกลับเผ่าได้เมื่อใด พวกนางก็จะจากไปในทันที

เหรินอี้โหวตอบรับข้อตกลงนั้น และได้ทำการว่าจ้างหนู่เอ๋อร์เจียงให้เป็นผู้จัดการคอกม้าทั้งหมดของจวน พร้อมทั้งจัดเตรียมเรือนพักส่วนตัวนามว่าเรือนเฉิ่งจี้ไว้ให้หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวเป็นการเฉพาะ

อีกทั้งยังเห็นว่าตี๋ลี่เสวี่ย บุตรสาวของหนู่เอ๋อร์เจียงในวัยห้าหนาว อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง บุตรสาวคนรองของตน จึงได้ว่าจ้างตี๋ลี่เสวี่ยให้เป็นสาวใช้คนสนิทของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งตั้งแต่นั้นมา

เมื่อเวลาผ่านมานานนับสิบปี พวกนางสองคนก็เป็นมากกว่านายบ่าว กอปรกับแต่เดิมร่างกายของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งนั้นไม่ค่อยแข็งแรง ตั้งแต่ที่อนุอวี้ มารดาของนางจากไป ก็ไม่ค่อยมีผู้ใดในจวนเหรินอี้โหวให้ความสนใจดูแล

หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าเห็นเช่นนั้นก็อดสงสารไม่ได้ จึงได้ช่วยกันเลี้ยงดูเจิ่งเสวี่ยอิ๋งร่วมกับตี๋ลี่เสวี่ย ราวกับว่าเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของตนอีกคน

ด้วยกู่ลี่น่าที่พอมีความรู้ทางแพทย์ติดตัวและมียาบำรุงร่างกายตำรับอุยกูร์อยู่ในมือ จึงทำให้ร่างกายของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งดีขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ หากแต่เพื่อความปลอดภัยของนาง เจิ่งเสวี่ยอิ๋งยังคงต้องแสร้งอ่อนแอและเจ็บป่วยได้ง่าย เพื่อตบตาผู้อื่นที่หวังจะกลั่นแกล้งนางในจวน

ไม่ได้! ไม่ได้! จะให้ผู้ใดเข้ามาเห็นว่าข้าแอบมานอนบนเตียงของอาอิ๋งไม่ได้ มิเช่นนั้น สาวใช้ปากมากพวกนั้นจะเอาไปฟ้องนายหญิง แล้วมาหาเรื่องแกล้งอาอิ๋งอีก!

ตี๋ลี่เสวี่ยผุดลุกขึ้นจากเตียง สองมือเตรียมตวัดผ้าห่มออกจากกาย แต่นางก็ดันบังเอิญเห็นบางอย่างเสียก่อน

ท่อนแขนขาวเรียบเนียนกลมกลึง ปลายนิ้วเรียวยาวได้รูป…

ตี๋ลี่เสวี่ยพลิกท่อนแขนที่มองเห็นไปมาอย่างไม่เชื่อสายตา

นี่ไม่ใช่แขนของข้านะ…

ตี๋ลี่เสวี่ย “!!!”

ร่างบางในชุดสีขาวก้าวเท้าลงจากเตียงที่ทำจากไม้หอมเนื้อดี เพียงแค่เท้าแรกที่เหยียบลงไป ตี๋ลี่เสวี่ยก็รู้สึกได้ถึงอาการมึนศีรษะที่เข้ามาจู่โจม หากแต่นางก็กัดฟัน เพื่อที่จะพิสูจน์ความจริงบางอย่าง

นางพยายามประคองร่างกายเดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งไม้ไผ่ที่ตั้งคันฉ่องทองแดงทรงกลมไว้อยู่ นางหยิบฉวยมันขึ้นมาส่องหน้าตนเองในทันที

“อาอิ๋ง!!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 110

    เสียงเรียกของสวีซื่อดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท สัมผัสอุ่นจากมือมารดาของสามีที่บีบแขนนางไว้ คือสิ่งที่ดึงสติของตี๋ลี่เสวี่ยให้กลับมาจากนรกในอดีตตี๋ลี่เสวี่ยสะดุ้งเฮือก พลางกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด รสเค็มปร่าของเลือดในปากช่วยให้นางหลุดจากภวังค์ได้ชั่วคราว เรียวปากบางหอบลมหายใจเข้าไปเต็มปอด จึงได้สติกลับมาตี๋ลี่เสวี่ยรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ ทั้งนางและสวีซื่อจะได้กลายเป็นศพเหมือนคนในขบวนค้าม้านั้นเป็นแน่!นางเหลือบเห็นถุงหอมที่บรรจุสมุนไพรกลิ่นฉุนจัด ซึ่งนางพกไว้ไล่แมลง และตลับทองคำขนาดเล็กที่ใส่แป้งประทินผิวราคาแพงของสวีซื่อ“ท่านแม่... ฟังข้า” นางกระซิบเสียงสั่น แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด “ข้าจะล่อพวกมันไปทางนั้น ท่านต้องสั่งคนขับให้ควบม้าไปโดยไม่หันกลับมามอง”“ไม่! เสวี่ยเอ๋อร์ อย่าทำแบบนี้!” สวีซื่อร้องห้าม พลางยื้อยุดร่างบางไว้แน่น นี่คือชายาสุดที่รักของบุตรชายของนางนะ! “หากจะล่อ แม่จะล่อพวกมันไปเอง!”ตี๋ลี่เสวี่ยออกแรงรั้งแขนของแม่สามีไว้แน่น “ท่านแม่! ข้าเป็นคนเมืองหลวง หนทางแถวนี้ข

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 109

    “แม่ได้ยินจากอาฟานมาว่าเพราะเขามาสักการะขอพรที่วัดหลิงจี้ จึงได้เจอกับพระอาจารย์ชิงเต๋อ และท่านพระอาจารย์ก็ได้แนะนำเขาว่าต้องหาแม่นางสองชะตาอย่างเจ้า จึงจะสามารถแก้คำสาปร้ายที่ติดตัวเขาได้” สวีซื่อเอ่ยขึ้นบนรถม้าคันหรูที่ประทับตราของหอเสื้อหว่านเยว่โหลว“พระอาจารย์ชิงเต๋อช่างน่าเลื่อมใสนัก เพียงแค่เห็นอาฟานก็สามารถมองเห็นคำสาปร้ายที่ติดตัวเขาได้ อีกทั้งยังแนะนำวิธีถอนคำสาปได้อีกด้วย” สวีซื่อเอื้อมมือมาตบมือของตี๋ลี่เสวี่ยเบา ๆ “จึงต้องลำบากเจ้าแล้วที่ต้องมาวัดหลิงจี้กับแม่”ตี๋ลี่เสวี่ยยิ้มจาง “มิได้ลำบากเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่…”หลังจากที่หลิงอวิ๋นฟานเล่าเรื่องการถอนคำสาปให้หลิงจิ่นหัวและสวีซื่อฟัง สวีซื่อก็เกิดความเลื่อมใสในพระอาจารย์ชิงเต๋อเป็นอย่างมาก จึงได้รบเร้าให้หลิงอวิ๋นฟานพานางมาสักการะขอพรที่วัดหลิงจี้ให้จงได้แต่เมื่อถึงวันที่พวกเขานัดกันจะมาที่วัดหลิงจี้แล้ว ทางหอเสื้อหว่านเยว่โหลวก็เกิดเหตุลูกค้าไม่พึงพอใจ นำสินค้าที่มีตำหนิมาคืน พร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบจากหอเสื้อ ทำให้หลิงอวิ๋นฟานต้องแยกต

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 108

    “หลานชายของอันติ้งโหวหรือ?” ฟางจ้าวหยางทวนความทรงจำ “ข้าจำได้ว่าวันที่จวนอันติ้งโหวถูกฆ่าล้างยกครัวน่าจะเป็นวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของหลานชายของอันติ้งโหว รู้สึกจะชื่อ... ลู่หมิงเซวียน”“ลู่หมิงเซวียน...” ฟางไท่เฟยทวนคำตามน้องชาย “ดี! รู้ตัวแบบนี้แล้ว ค่อยตามฆ่าได้ง่ายหน่อย!”“แล้วพี่หญิงจะไปตามหาตัวลู่หมิงเซวียนได้จากที่ใดเล่าขอรับ?”ฟางไท่เฟยเหลือบตามองหน้าน้องชายอย่างระอา “เหตุใดเจ้าจึงมีความจำดี ถึงขั้นจำชื่อหลานชายของอันติ้งโหวได้ แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป?”ฟางจ้าวหยาง “...”เอ้า! พี่หญิง!ความจำก็ส่วนความจำสิขอรับ แล้วท่านจะมาแขวะความคิดวิเคราะห์ของข้าด้วยเหตุใดเล่า!?“จากที่เจ้าบอกว่าคืนที่เกิดเหตุคือวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของลู่หมิงเซวียน...” ฟางไท่เฟยจิกนิ้วคำนวณ “ยามนี้ เขาก็คงจะมีอายุราว ๆ สิบเก้าหรือยี่สิบปี...”ฟางจ้าวหยางล้วงหยิบแผ่นรายชื่อผู้ที่ประมูลสมบัติของจวนอันติ้งโหวออกมาวางอีกครั้ง“ห

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 107

    “พะ... พี่หญิง! พี่หญิงหมายความว่า... ฝะ... ฝ่าบาทคือหลานของข้าอย่างนั้นหรือ!? โอ๊ย!” ฟางจ้าวหยางถามเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกฟางไท่เฟยเขวี้ยงถ้วยชาใส่ ดวงเนตรถลึงมองเป็นเชิงดุดันและตักเตือนไม่ให้เขากล่าววาจาพล่อย ๆ ออกมาอีกแม้ว่าฟางจ้าวหยางจะตกอกตกใจไม่น้อยกับความจริงที่ได้ยิน หากแต่ความฉลาดของเขาก็สามารถเข้าใจทุกอย่างได้ในทันที“อ่า... ข้าพอจะเข้าใจแล้ว คราแรก ข้ายังนึกสงสัยว่าเหตุใดท่านพ่อและพี่หญิงจึงได้เอ็นดูฝ่าบาทนัก ตั้งแต่ยามที่ยังเป็นไท่จื่ออยู่เลย อีกทั้งพี่หญิงยังดูไม่ทุกข์ร้อนหรือดิ้นรนที่จะตั้งครรภ์โอรสองค์ใหม่เลย... ที่แท้...” ฟางจ้าวหยางลากเสียง ก่อนจะหยุดลง เมื่อเห็นพี่สาวยังคงถลึงตามองไม่หยุด “อะแฮ่ม! ละ... แล้วเราจะทำเช่นไรต่อดีเล่า?”ฟางจ้าวหยางเข้าใจถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่สาวขึ้นมาบ้างแล้วหากฮ่องเต้ไท่ผิงเป็นโอรสแท้ ๆ ของฟางไท่เฟยที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูและภายใต้นามโอรสของเย่ไทเฮาจริง นี่คือความลับที่ไม่อาจให้เย่ไทเฮารู้ได้โดยเด็ดขาด!อีกทั้งยามนี้ ฮ่องเต้หงเทียน ฮ่อ

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 106

    “เหนียงเหนียง...” ฮ่องเต้ไท่ผิงสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฟางไท่เฟย จึงได้เอ่ยเรียก ทำให้เย่ไทเฮาต้องหันมามองนางด้วยอีกคนไม่ได้! ข้าจะให้เย่ไทเฮาเห็นลู่ซื่อจื่อไม่ได้โดยเด็ดขาด!!“หม่อมฉันไม่ได้ลิ้มรสสุราผลไม้หมักชั้นสูงมานานมากแล้ว ลิ้มรสอีกครั้งจึงเกิดอาการใจสั่นไม่น้อยเพคะ” ฟางไท่เฟยรีบแก้ตัว ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างบางเบา “เช่นนั้น หม่อมฉันขอตัวไปพักสักครู่ก่อนดีกว่าเพคะ”ครั้นฮ่องเต้ไท่ผิงอนุญาต ฟางไท่เฟยก็รีบรุดกลับตำหนักเหยาฮวาทันที พลางสั่งให้ซุนหมัวมัวไปสืบเรื่องราวในคืนนั้นที่พวกนางสลับตัวโอรสกัน ด้วยโหรหลวงกู้จิงได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว จึงไม่อาจจับตัวเขามาสอบถามได้แต่ด้วยอำนาจของนาง ซุนหมัวมัวก็กลับมาพร้อมเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับฟางไท่เฟย!“มีนางกำนัลนางหนึ่งเล่าว่าคืนนั้น นางเห็นโหรหลวงกู้จิงมอบห่อผ้าในอ้อมแขนให้แก่ตู้หมัวมัวที่ขอลาออกจากวังหลวงในวันนั้นพอดีเพคะ!”ตึง!ฟางไท่เฟยทรุดตัวลงนั่งบนตั่งไม้เนื้อแข็งอย่างหมดเรี่ยวแรง หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวเ

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 105

    ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ เติบโตขึ้นภายใต้การอบรมเลี้ยงดูและสั่งสอนจากเย่ฮองเฮาอย่างใกล้ชิด จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไท่จื่อ ก่อนจะขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาในวัยยี่สิบเจ็ดปี โดยมีพระนามว่าฮ่องเต้ไท่ผิงฮ่องเต้ไท่ผิง ได้แต่งตั้งเย่ฮองเฮาขึ้นเป็นเย่ไทเฮา และแต่งตั้งฟางกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฟางไท่เฟย เพราะด้วยเหตุการณ์ในวันนั้นที่ฟางไท่เฟยได้ช่วยชีวิตของเขาขึ้นมาจากสระบัวกลางวังหลวงฟางไท่เฟยก็มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและช่วยดูแลฮ่องเต้ไท่ผิงเป็นประจำ ประหนึ่งโอรสในไส้ของนาง ดังนั้น เมื่อฮ่องเต้ไท่ผิงขึ้นครองราชย์ เขาจึงได้แต่งตั้งทั้งสองให้ขึ้นครองยศดังกล่าวครั้นฮ่องเต้ไท่ผิงครองราชย์ได้ครบห้าปีก็มีดำริต้องการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบห้าปีขึ้น...ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ พระราชวังหลวงกลับเจิดจ้าไปด้วยแสงโคมไฟนับพันดวง เสียงดนตรีบรรเลงประสานก้องกังวานไปทั่วทุกโถงตำหนัก กลิ่นหอมของสุราเลิศรสและอาหารชั้นสูงลอยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบห้าปีของฮ่องเต้ไท่ผิงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา บรรดา

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 31

    ตี๋ลี่เสวี่ยมองไล่จากรองเท้าปักคู่สวยเรื่อยขึ้นมาจนถึงดวงหน้าหวานละมุนในชุดผ้าไหมสีหวาน รอยยิ้มที่มุมปากของนางยกสูงขึ้นอย่างเย้ยหยันใครอีกล่ะเนี่ย...คิ้วยาวดั่งกิ่งหลิวของตี๋ลี่เสวี่ยขมวดมุ่น พลางนึกทบทวนในความทรงจำที่เคยติดตามเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง เพื่อออกมาพบปะคุณหนูของจวนอื่น ทว่าแม่

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 29

    “ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอพี่สาวในงานเทศกาลโคมไฟด้วย!” เด็กน้อยวัยแปดหนาวที่ตี๋ลี่เสวี่ยช่วยไว้ที่บริเวณลำธารใกล้โรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างที่นางไม่คาดคิดพลางพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ“ดีนะที่ข้ามองเห็นพี่สาวเสียก่อน ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีเลยที่พลัดหลงกับคนที่บ้า

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 26

    ตัวเองมีคนรักอยู่แล้ว แล้วเหตุใดจึงไม่ปฏิเสธข้าเล่า!?ตี๋ลี่เสวี่ยแทบจะลุกขึ้นคว่ำโต๊ะ หวังไปคุยกับว่าที่คู่หมั้นให้รู้เรื่อง หากแต่นางก็ต้องกดมือของตัวเองให้หยิบเพียงขนมกุ้ยฮวาเข้าปากไปเคี้ยวอย่างโกรธเคืองแทน!“แล้วพ่อของเจ้าจะยอมรึ? แม่นางมู่เป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องทางอี๋เหนีย

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 30

    ดวงตาเมล็ดซิ่งของตี๋ลี่เสวี่ยแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นรูปก้อนตำลึงทอง หากแต่ศีลธรรมอันดีร้องบอกให้นางกล่าวปฏิเสธไป “แหม... เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เอง พวกเจ้าก็อย่าได้ใส่ใจ...”มุมปากของหลิงอวิ๋นฟานในร่างของ ‘หลิงเฟิงหยุน’ กระตุกเล็กน้อย ราวกับรู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์ตรงหน้

    last updateLast Updated : 2026-03-18
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status