องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

last updateHuling Na-update : 2026-03-18
By:  sanvittayamOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
53Mga Kabanata
3.2Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

องค์หญิงหกจางฟ่านปิง ถูกส่งเป็นเครื่องบรรณาการสู่แคว้นศัตรู ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อ่อนแอขี้โรค นางคือผู้นำสูงสุดแห่งหอกุ้ยเหมย ผู้ถือครองข่าวกรองและวิชาพิษร้ายกาจที่สุดในใต้หล้า!!

view more

Kabanata 1

บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

ตำหนักเหยียนชิวในวังหลวง มีชื่อเสียงในเรื่องความเงียบและสงบยิ่งกว่าตำหนักใด ๆ แม้ว่าสนมเหม่ยเหรินและสนมระดับล่างมักชอบที่จะอยู่รวมกัน ทว่าตำหนักแห่งนี้กลับไม่มีผู้ใดอยากย่างกรายเข้ามาอยู่ด้วย

เนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ มีพระสนมเหม่ยเหรินนามว่าจวงหลีอาศัยอยู่ นางคือพระมารดาขององค์หญิงหกจางฟ่านปิง พระสนมจวงหลีอาศัยอยู่กับบุตรสาว และมีนางกำนัลเพียงไม่กี่คน ที่มาคอยรับใช้อยู่ในตำหนักแห่งนี้

พระสนมอาศัยอยู่ที่นี่อย่างยาวนาน ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้นางมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดปี ภาพของสตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพายาต้ม คือภาพที่ทุกคนจดจำจนติดตา นี่คือสาเหตุที่ไม่มีใครสนใจตำหนักนี้เท่าที่ควร

แต่จะมีผู้ใดรู้กันเล่าว่า ท้ายตำหนักนี้กลับมีห้องลับซุกซ่อนอยู่ และนั่นคือห้องทำงานของผู้นำเครือข่ายที่ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้า เครือข่ายที่แม้แต่ราชสำนักยังหวั่นเกรง

จางฟ่านปิงในวัยใกล้จะปักปิ่นกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารลับ ป้ายหยกดำสลักลายดอกเหมยถูกวางอยู่ตรงหน้า หญิงสาวอยู่ในชุดเรียบง่าย ที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่มีฐานะองค์หญิงหก ไม่เหมือนธิดาของฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่าในยามนี้แววตาของนางนั้นกลับเฉียบคม ไร้ซึ่งความอ่อนแอใด ๆ เหมือนที่นางมักแสดงให้คนภายนอกเห็น

“เจ้าทำดีมาก ปิงเอ๋อร์” พระสนมจวงหลีเอ่ยชมเสียงแผ่วเบา แต่ทว่าแววตาของนางกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจ “ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะตรวจพบรายงานการค้านี้ได้”

“เป็นเพราะท่านแม่สั่งสอนลูกมาอย่างดีเพคะ เส้นทางการค้าทางใต้นี้ถูกบิดเบือนเล็กน้อย แต่ความเสียหายไม่น้อยเลย ทว่าท่านแม่ไม่ต้องกังวลไป ข้าส่งชิงเยว่ไปแก้ไขแล้วเพคะ” จางฟ่านปิงตอบกลับพระมารดาอย่างหนักแน่น นางไม่คิดเอาความชอบไว้เพียงผู้เดียว ถึงอย่างไรความรู้ที่นางมี ล้วนมาจากเสด็จแม่ของนางที่สั่งสอน

พระสนมจวงหลีพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะมองไปที่นางกำนัล ทำให้ชิงชิงรีบประคองเจ้านายพลางส่งยาต้มให้ เนื่องจากว่าชิงเยว่ยังไม่กลับมา

“อาการของท่านแม่...” จางฟ่านปิงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง แววตาไม่อาจสงบนิ่งได้อีก

“อาการป่วยของข้าน่ะหรือ” พระสนมจวงหลีรับยาไว้แต่ไม่ได้ดื่ม นางเหลือบมองบุตรสาวแล้วเอ่ยขึ้นมา “อาการป่วยของข้านั้น ข้ารู้ดีที่สุด และเจ้าจงจำไว้เพียงว่าพิษลวงเงาที่เจ้ากำลังเรียนรู้ มันไม่ใช่แค่การจำลองโรค แต่มันคือการควบคุมคน”

พิษลวงเงาคือพิษที่จางฟ่านปิงกำลังฝึกฝน มันทำให้พระสนมจวงหลีแสดงอาการของโรคที่รักษาไม่หาย ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนหมอหลวงหลายคนต้องส่ายหน้า ทำให้ไม่มีใครทำร้ายนางอีก เพราะล้วนคิดว่าพระสนมเหม่ยเหรินคนนี้ ไร้ประโยชน์ และใกล้ตาย ไม่สามารถมาแย่งชิงความโปรดปรานกับสนมคนไหนได้อีก

“แต่เวลานี้ พิษลวงเงาไม่อาจยับยั้งอายุขัยของข้าได้แล้ว” พระสนมกล่าวและวางถ้วยชาลงอย่างช้า ๆ นางยิ้มให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยน แต่สายตากลับเด็ดเดี่ยว

“หอกุ้ยเหมยเป็นของเจ้าแล้วปิงเอ๋อร์ จำไว้ว่าเจ้าจงอย่าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเด็ดขาด จนกว่าเจ้าจะหาที่ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง”

คำเตือนนั้นแม้จะแผ่วเบาแต่มีความหนักแน่นอย่างมาก

“ท่านแม่ ท่านอย่ากล่าวเช่นนี้เลย ท่านจะต้องอยู่กับข้าไปอีกแสนนาน ข้าจะหาทางรักษาท่านให้ได้” จางฟ่านปิงน้ำตาคลอในยามที่เอ่ยออกมา นางพยายามเข้มแข็งอย่างที่ท่านแม่ของนางสอนมาเสมอ แต่คราวนี้มันเกินกว่าที่นางจะทนไหว

“เจ้าอย่าเสียน้ำตาเลยนะ ข้าเคยสอนเจ้าว่าอย่างไรจำได้หรือไม่ ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ส่วนข้าเองก็เหนื่อยกับชีวิตนี้แล้ว เจ้าจงอย่าเสียใจกับการจากไปของข้า แต่จงจำไว้ว่าแม้เจ้ามีสถานะเป็นถึงองค์หญิงหกของแคว้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือไปกว่าเจ้าได้ การที่เจ้าเป็นนายท่านหอกุ้ยเหมย นั่นนับว่าเจ้าอยู่เหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน บุตรีของข้าหาใช่คนอ่อนแออย่างที่ทุกคนเห็น”

พระสนมจวงหลีกล่าวอย่างอ่อนโยน นางรู้ตัวดีว่าอยู่ได้อีกไม่นาน นางเรียนรู้เรื่องพิษมาตั้งแต่วัยเยาว์ นางรู้ว่าแม้จะไม่มีพิษใดมาทำลายนางได้ แต่เมื่ออายุขัยมีเพียงเท่านี้ นางไม่อาจฝืนชะตาที่สวรรค์กำหนดให้มาได้อีก

“ส่วนเจ้า ชิงชิง เจ้าจงอยู่เคียงข้างปิงเอ๋อร์ของข้าเหมือนอยู่กับข้า เข้าใจหรือไม่” นางหันมากล่าวกับคนใกล้ชิดที่นางเลี้ยงดูมาพร้อมกับบุตรสาว

“เจ้าค่ะนายท่าน บ่าวยินดีติดตามรับใช้คุณหนูจนกว่าชีวิตจะหาไม่ นายท่านไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ” ชิงชิงตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว แต่แม้ว่าน้ำเสียงจะเด็ดเดี่ยว ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเศร้า เมื่อรู้ว่าพระสนมใกล้จะถึงเวลาไปจากโลกนี้แล้ว

“พวกเจ้าจะทำหน้าเศร้าไปทำไม ข้ายังไม่ตายวันนี้สักหน่อย ข้ายังพอมีเวลาอีกนานพอสมควร เช่นนั้นพวกเราวางภาระที่หนักอึ้งไว้ก่อน แล้วมาใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุขเถิด ข้าอยากมีชีวิตที่เหลือกับปิงเอ๋อร์ ในฐานะแม่ลูกเหมือนชาวบ้านทั่วไป”

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
53 Kabanata
บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดตำหนักเหยียนชิวในวังหลวง มีชื่อเสียงในเรื่องความเงียบและสงบยิ่งกว่าตำหนักใด ๆ แม้ว่าสนมเหม่ยเหรินและสนมระดับล่างมักชอบที่จะอยู่รวมกัน ทว่าตำหนักแห่งนี้กลับไม่มีผู้ใดอยากย่างกรายเข้ามาอยู่ด้วยเนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ มีพระสนมเหม่ยเหรินนามว่าจวงหลีอาศัยอยู่ นางคือพระมารดาขององค์หญิงหกจางฟ่านปิง พระสนมจวงหลีอาศัยอยู่กับบุตรสาว และมีนางกำนัลเพียงไม่กี่คน ที่มาคอยรับใช้อยู่ในตำหนักแห่งนี้พระสนมอาศัยอยู่ที่นี่อย่างยาวนาน ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้นางมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดปี ภาพของสตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพายาต้ม คือภาพที่ทุกคนจดจำจนติดตา นี่คือสาเหตุที่ไม่มีใครสนใจตำหนักนี้เท่าที่ควรแต่จะมีผู้ใดรู้กันเล่าว่า ท้ายตำหนักนี้กลับมีห้องลับซุกซ่อนอยู่ และนั่นคือห้องทำงานของผู้นำเครือข่ายที่ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้า เครือข่ายที่แม้แต่ราชสำนักยังหวั่นเกรงจางฟ่านปิงในวัยใกล้จะปักปิ่นกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารลับ ป้ายหยกดำสลักลายดอกเหมยถูกวางอยู่ตรงหน้า หญิงสาวอยู่ในชุดเรียบง่าย ที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่มีฐานะองค์หญิงหก ไ
Magbasa pa
บทที่ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวและคนใกล้ชิดเศร้าสร้อย พระสนมจึงกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน และถึงแม้ว่านี่จะเป็นวังหลวงก็ตาม แต่ประโยคสุดท้ายนางแทบจะกลืนเข้าไปในลำคอ เพราะไม่ต้องการให้ลูกนั้นกังวลเรื่องอื่น จนกว่านางจะหมดอายุขัยจางฟ่านปิงพยายามเข้มแข็ง นางมองมารดาด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ และกล่าวออกมา “ท่านแม่ เรามาวางภาระที่หนักอึ้ง แล้วมาใช้ชีวิตธรรมดาเถิดนะเจ้าคะ ข้าจะทำให้ท่านแม่มีความสุขที่สุดเอง” นางปาดน้ำตาออกและยิ้มให้มารดาและเมื่อชิงเยว่กลับมา ทั้งสี่คนจึงปล่อยเรื่องหอกุ้ยเหมยไปพักหนึ่ง โดยให้หัวหน้าสาขาต่าง ๆ ดูแลกันไปก่อน แต่หากมีเรื่องสำคัญก็ให้แจ้งมาได้ จางฟ่านปิงจะส่งชิงชิง หรือชิงเยว่ไปจัดการ โดยให้ทั้งสองสลับกันไปสองเดือนต่อมา... พระสนมจวงหลีจากไปอย่างสงบตามที่คาดการณ์ไว้ จางฟ่านปิงเสียใจอย่างที่สุด แต่นางก็ดีใจที่ทำตามความปรารถนาสุดท้ายของมารดาได้ฮ่องเต้จางเจี่ยหยางทำเพียงออกราชโองการจัดพิธีพระศพอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางเสียงซุบซิบของเหล่าขุนนาง ที่มองว่าพระสนมนั้นไร้ค่าเสียเหลือเกินจางฟ่านปิงยังคงแสดงความ
Magbasa pa
บทที่ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากหลิวกงกงกลับไปแล้ว คนสนิททั้งสองของจางฟ่านปิงก็รีบเข้ามาประคองเจ้านายให้ลุกขึ้น“นายท่าน สายข่าวรายงานมาว่า ดูเหมือนแม่ทัพหลี่หาใช่คนธรรมดาไม่ แต่เขาคือเครือญาติของเชื้อพระวงศ์”ชิงเยว่เอ่ยอย่างไม่สบายใจ นางกลัวว่าการเดินทางไปแต่งงานในครั้งนี้ขององค์หญิงหก จะกลายเป็นการเดินเข้าสู่เส้นทางที่มีแต่หนามแหลมคม“ช่างเถิด ข้าไม่ยุ่งกับเขา เขาไม่ยุ่งกับข้าก็เพียงพอแล้ว เรื่องย้ายสาขาใหญ่ไปถึงไหนแล้ว” นางเอ่ยอย่างไม่สนใจว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเยี่ยงไร ขอแค่เรื่องไม่วิ่งเข้ามาหานางก็พอ แต่ที่นางสนใจกลับเป็นเรื่องของหอกุ้ยเหมย“ทุกอย่างเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าคะนายท่าน คนของเราเริ่มขนย้ายสิ่งต่าง ๆ ไปแล้ว ต่อจากนี้ที่แคว้นจื่อหลิงโจวแห่งนี้จะมีเพียงสาขาของหอกุ้ยเหมยเท่านั้น เงินการค้าต่าง ๆ คงหมุนเวียนน้อยลง”ชิงเยว่รายงานไปตามปกติ นางไม่สนใจว่าต่อจากนี้แคว้นจื่อหลิงโจวแห่งนี้จะเกิดอันใด ในเมื่อเลือกละทิ้งนายท่านของเครือข่ายหอกุ้ยเหมย เช่นนั้นก็ต้องยอมรับชะตาต่อจากนี้จางฟ่านปิงยิ้มเย็น ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างพึงพอใจ กับอิสรภาพของนาง
Magbasa pa
บทที่ 4 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 4 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดจางฟ่านปิงนั่งฟังอยู่ในเกี้ยวด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางปล่อยให้คำนินทาเหล่านั้นเป็นเกราะป้องกันชั้นดี นั่นเพราะการที่ถูกประเมินว่าต่ำต้อย เป็นสิ่งที่นางต้องการที่สุดอย่างไรล่ะ“คนพวกนี้ยังไงกันนะ กล้ากล่าวถึงนายท่านเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” ชิงชิงเอ่ยอย่างไม่พอใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่ชาวบ้านพวกนี้สนทนาเรื่องของเจ้านาย“นั่นสิเจ้าคะ นายท่านใจดีเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งองค์หญิงต่างแคว้น แต่ก็ยังเป็นองค์หญิงนะเจ้าคะ” ชิงเยว่เองก็ไม่พอใจเช่นกัน ที่ชาวบ้านพวกนี้กล้ากล่าววาจาดูถูกเจ้านายของนาง“พวกเจ้าคิดเยอะไปแล้ว ข้าหาได้เจ็บใจกับสิ่งที่ชาวบ้านเหล่านี้เอ่ยมาแม้แต่น้อย ข้าคิดว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเสียอีก ยิ่งพวกเขาคิดว่าข้าตกต่ำมากเพียงใด คนในจวนแม่ทัพจะได้ไม่ต้องมาสนใจหรือจับตามองข้า เจ้าคิดว่าพวกเราเข้าจวนแม่ทัพแล้วจะสบายหรืออย่างไรหากถูกจับตามอง นี่คือการแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์นะ พวกเจ้าทั้งสองลืมข้อนี้ไปแล้วหรือ”จางฟ่านปิงกล่าวออกมา นางหาได้สนใจคำพวกนี้ นางคิดว่า ‘ดีเสียอีกจะได้ไม่ถูกจับตามอง ท่านแม่ทัพหลี่สามีของข้า จะได้ไม่ต้องมาจับตาม
Magbasa pa
บทที่ 5 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 5 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดสาวใช้ทั้งสองหลังจากนินทาฮูหยินคนใหม่จบแล้ว จึงได้พากันเดินออกมา ทั้งที่อยากจะยืนสนทนากันมากกว่านี้ก็ตามส่วนภายในห้องหอ เวลานี้แทนที่เจ้าสาวจะสำรวมและผ้าคลุมหน้ายังคงต้องปิดไว้จนกว่าเจ้าบ่าวจะเข้ามาเปิดให้เอง แต่ทว่าจางฟ่านปิงหาได้ทำอย่างนั้นไม่ นางเปิดผ้าคลุมออกโดยไม่สนใจธรรมเนียม เนื่องจากนางมาที่แคว้นนี้ก็ไม่ได้มาเพราะอยากแต่งงาน ดังนั้นยามนี้นางจึงนั่งอ่านรายงานข้อมูลของคนมีอำนาจในแคว้นนี้ เพื่อจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการอยู่ที่นี่“นายท่าน เอ่อ...องค์หญิง เหตุใดท่านไม่ทำตามธรรมเนียมเล่าเพคะ โดยปกติแล้วผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว จะต้องให้เจ้าบ่าวเช่นท่านแม่ทัพมาเปิดมิใช่หรือเพคะ”ชิงเยว่เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย แม้จะรู้ดีว่าองค์หญิงของนางไม่ได้อยากแต่งงาน แต่เมื่อแต่งเข้าจวนแม่ทัพแล้ว เหตุใดจึงไม่ทำตามธรรมเนียม ไม่แน่ว่าทั้งสองอาจจะอยู่ด้วยกันจนผมขาวก็ได้“ชิงเยว่ เวลาแต่ละก้านธูปสำหรับข้า มันมีราคามากแค่ไหนเจ้าก็รู้ อีกทั้งคืนนี้ท่านแม่ทัพอาจไม่กลับมาที่เรือนนี้ก็เป็นได้ แล้วข้าจะต้องรอให้เสียเวลาทำไมเล่า” จางฟ่านปิงตอบโดยไม่หันมามองคนถาม
Magbasa pa
บทที่ 6 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 6 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเมื่อบุรุษข้างกายรู้แล้วว่านางเสแสร้ง ดังนั้นจางฟ่านปิงจึงลืมตาขึ้นมา แล้วลุกนั่งโดยไม่คิดจะรักษากิริยาอีกต่อไป ในเมื่อทุกคนรู้ว่านางอ่อนแอ ก็ไม่จำเป็นต้องแสร้งรักษามารยาทของสตรีในวังหลังอีก“ท่านแม่ทัพ คืนนี้ข้ายอมรับตามธรรมเนียมได้ว่า เราทั้งสองห้ามออกจากห้องหอ แล้วต่อจากนี้ไปล่ะเจ้าคะ เราสองคนจะอยู่กันอย่างไร ท่านรู้หรือไม่ว่าก่อนที่ท่านจะกลับมา สาวใช้ของจวนนี้ไม่เห็นหัวข้าเลย ซึ่งต่อให้ข้าจะเป็นเชลยหรือไม่เป็นเชลย อย่างไรงานแต่งครั้งนี้ก็คือสมรสพระราชทาน เป็นสมรสเชื่อมสัมพันธ์ของสองแคว้น ดังนั้นท่านคิดว่าควรจัดการสาวใช้ ที่ดูจะเหิมเกริมและช่างนินทาข้าซึ่งเป็นองค์หญิงต่างแคว้นอย่างไร”จางฟ่านปิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังทุกคำ ก่อนอื่นนางจะต้องจัดการสาวใช้ปากดีพวกนี้ก่อน ‘นางมีท่าทีเรียบเฉยมาก ดูไม่เป็นดั่งข่าวลือเลยแม้แต่น้อยยอมรับว่านางสร้างความแปลกใจให้ข้าไม่น้อย’ แม่ทัพหนุ่มครุ่นคิดในใจ ก่อนจะตอบกลับไป“ท่านคือฮูหยินของข้า ท่านมีสิทธิ์ลงโทษบ่าวในเรือนนี้ทุกคน ต่อจากนี้ท่านจัดการพวกนางได้เลย โดยไม่ต
Magbasa pa
บทที่ 7 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 7 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเช้าวันต่อมา จางฟ่านปิงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อหันไปเจอสายตาของหลี่จงเหอที่กำลังมองมา“ท่านพี่ไม่รีบตื่นหรือ มองข้าทำไมกัน” นางเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาไม่พอใจที่เขาทำให้นางตกใจ ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ ‘แต่จะว่าไปแล้วเขาจะมองข้าก็ไม่แปลก เพราะเวลานี้ข้าคือฮูหยินจวนแม่ทัพ’“หากข้าไม่มองฮูหยินตนเอง แล้วจะให้ข้าไปมองผู้ใด” ชายหนุ่มตอบและส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู แล้วรีบลุกขึ้นนั่ง และกล่าวอีกว่า “น้องหญิงเจ้าลุกก่อนเถิด เดี๋ยวต้องมีแม่นมมาเอาผ้าขาว ข้าขอจัดการสักหน่อย”จางฟ่านปิงฟังแล้วก็พอจะเข้าใจ เนื่องจากเมื่อคืนนางไม่ได้เข้าหอกับเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วจะเอาผ้าเปื้อนเลือดมาจากไหน หากไม่ทำปลอมขึ้นมา จึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากเตียงหลี่จงเหอใช้กริชกรีดนิ้วตนเองเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลหยดลงบนผ้าปูเตียง เมื่อคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้ว จึงตะโกนเรียกสาวใช้ให้เอาน้ำเข้ามาชิงชิงและชิงเยว่ที่รออยู่แล้ว จึงเข้ามาพร้อมอ่างน้ำอุ่น สายตาของทั้งสองมองไปที่เตียงเล็กน้อย และเข้าใจว่านี่คงเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเ
Magbasa pa
บทที่ 8 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 8 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากเหตุการณ์กลับมาสงบลง พวกบ้านสายรองไม่กล้ายุ่งวุ่นวายอีก หลี่จงเหอและจางฟ่านปิงจึงยกน้ำชาให้กับฮูหยินหลี่ มารดาของชายหนุ่ม ซึ่งแม้นางจะไม่เอ่ยอะไรออกมา ทว่าลูกสะใภ้อย่างจางฟ่านปิงมีหรือจะไม่รู้ว่า แม่สามีไม่ค่อยจะชอบลูกสะใภ้คนนี้สักเท่าไร แต่ก็ยังมีของรับขวัญให้กับสะใภ้ตามธรรมเนียมเช่นกันจากนั้นทั้งหมดจึงมานั่งร่วมรับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน ก่อนจะมีการแยกย้ายหลังจากจบมื้ออาหารจางฟ่านปิงกลับมาเรือนของตนเอง เนื่องจากเพิ่งแต่งเข้ามา หากจะออกไปนอกจวนตั้งแต่วันนี้อย่างเปิดเผย คงถูกตำหนิแน่ เนื่องจากในสายตาของผู้อื่น นางคือสตรีที่อ่อนแอ สตรีที่ถูกแคว้นทอดทิ้ง และยังโง่เง่าในสายตาผู้อื่น เช่นนั้นนางคงต้องอยู่กับเรือนอย่างเงียบ ๆ ไม่ไปรบกวนผู้ใดจะดีกว่า“องค์หญิง ให้บ่าวจัดการคนพวกนั้นดีหรือไม่ กล้าดีอย่างไรถึงมาดูหมิ่นท่าน” ชิงชิงไม่พอใจอย่างมาก ตั้งใจจะไปเอาคืนคนบ้านสายรอง“ชิงชิง ต่อไปพวกเจ้าเรียกข้าว่าฮูหยินเถิด ยามนี้ไม่มีแล้วองค์หญิง ส่วนเรื่องบ้านสายรองนั้น เจ้าคิดหรือว่าคนอย่างข้าจะยอมให้ดูหมิ่นโดยไม่เอาคืน” นางบอกกับคนสนิทและ
Magbasa pa
บทที่ 9 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 9 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดณ จวนสกุลหลี่ยามนี้เสิ่นกุ้ยเจียงหรือหลี่ฮูหยินต้องนั่งกุมขมับ เนื่องจากน้องสะใภ้กำลังหาเรื่องปวดหัวมาให้“พี่สะใภ้ ข้ามองว่าคุณหนูสกุลเฉียวเหมาะสมกับจงเหอยิ่งนัก อีกทั้งนางยังยอมแต่งมาเป็นฮูหยินรองของแม่ทัพหลี่ แบบนี้หาได้ยากนะเจ้าคะ” เจียงซื่อหรือสะใภ้รองกำลังพยายามหว่านล้อมมารดาของหลี่จงเหอให้เห็นด้วยกับนาง นั่นเพราะนางไม่ชอบสตรีที่มาจากแคว้นอื่นขณะที่พวกนางกำลังสนทนากันอยู่นั้น เสี่ยวปิงสาวใช้ข้างกายหลี่ฮูหยิน ก็ได้เดินเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น ก่อนจะรีบรายงานบางอย่าง แต่ทว่าถูกตำหนิเสียก่อน“ไร้มารยาทเสียจริง ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ากับฮูหยินของเจ้า กำลังสนทนาเรื่องสำคัญกันอยู่ พรวดพราดเข้ามาเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน” เจียงซื่อสะใภ้รองเอ่ยตำหนิสาวใช้ต่อหน้าพี่สะใภ้ โดยไม่สนใจว่านางไม่มีสิทธิ์ที่จะตำหนิใครในเรือนใหญ่เลย“บ่าวขออภัยที่เข้ามาอย่างไร้มารยาท แต่บ่าวมีเรื่องเร่งด่วนจะรายงานหลี่ฮูหยินเจ้าค่ะ” เสี่ยวปิงก้มหน้ากล่าวอย่างรู้ดีว่าผิด แต่นางมีเรื่องจะรายงาน“เจ้ามีเรื่องอะไรก็รีบว่ามาเถิด ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ากำลังสนทนากับฮูหย
Magbasa pa
บทที่ 10 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 10 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด“เรื่องนั้นช่างมันเถิดพี่สะใภ้ แล้วเรื่องที่ข้าเสนอท่าน ท่านเห็นว่าอย่างไร” เจียงซื่อทำทีเลิกสนใจเรื่องที่สาวใช้มารายงานและไม่อยากให้สิ่งใดมาขัดจังหวะ จึงวกกลับมาถามถึงเรื่องเดิมที่สนทนากันก่อนหน้านี้“นั่นมันความคิดของเจ้า ข้าไม่อาจตัดสินใจแทนจงเหอได้หรอกนะ ส่วนเขาจะมีฮูหยินรองหรือไม่นั้น หากเจ้าอยากรู้ เหตุไฉนไม่ถามกับเขาเอาเองเล่า”เสิ่นกุ้ยเจียงบอกปัดทันที เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องในเรือนของบุตรชาย ต่อให้ไม่ชอบสะใภ้ผู้นี้ แต่ก็ไม่อาจดูหมิ่นนางได้ อย่างไรจางฟ่านปิงคือองค์หญิงหกแห่งแคว้นจื่อหลิงโจวเมื่อพี่สะใภ้โยนหน้าที่นี้กลับมาให้ เจียงซื่อจึงเบ้ปากเล็กน้อยโดยคิดว่าไม่มีผู้ใดเห็น ก่อนจะกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน แต่พี่สะใภ้ ข้าว่าเรื่องนี้ท่านต้องคิดให้ถี่ถ้วนนะเจ้าคะ คุณหนูตระกูลเฉียวคือสตรีที่หนุนอำนาจให้กับจงเหอของพวกเราได้ ในอนาคตหากจงเหอได้แต่งกับนาง เขาสามารถไปได้ไกลกว่านี้แน่ ที่ข้าเสนอเรื่องนี้ก็ล้วนแต่หวังดีกับสกุลหลี่”กล่าวจบเจียงซื่อจึงได้สะบัดชายเสื้อแล้วเดินออกมาทันทีในห้องโถงตรงนี้จึงเหลือเพียงเสิ่นกุ้ยเจ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status