องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
โดย:  sanvittayamยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
53บท
3.3Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

องค์หญิงหกจางฟ่านปิง ถูกส่งเป็นเครื่องบรรณาการสู่แคว้นศัตรู ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อ่อนแอขี้โรค นางคือผู้นำสูงสุดแห่งหอกุ้ยเหมย ผู้ถือครองข่าวกรองและวิชาพิษร้ายกาจที่สุดในใต้หล้า!!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

유난히 까만 밤.

별빛마저 없는 유난히 칠흙 같은 제주도의 밤.

유진은 프라이빗 빌라 2층 마스터 베드룸 침대 끝에 위태롭게 앉아 있었다.

*

“아무리 네가 내 투자금의 담보라고 해도… 난 최소한 네가 침대에서 날 얼마나 만족시킬 수 있는지 정도는 봐야겠어… 그러니 어차피 할 거… 빨리 끝내 버리는 게 낫잖아”

*

무성의한 결혼 통보도 모자라, 그가 그녀에게 첫날밤을 요구했다.

순간 유진은 머리 속이 온통 하앴다.

이 밤을 피할 수 있는 변명도 달아날 방법도 생각나지 않았다.

그저 이런 억울한 상황에 자신을 처 박은 아버지를 향한 원망만 치밀었다.

하지만 오늘 밤 그를 거부 했다가는...

그 화가 자신의 유일한 혈육인 아버지와 KL 그룹에 번질 것을 알기에,

그녀는 아무 것도 할 수 없었다.

그때 서늘한 인기척과 함께 류가 침실로 들어왔다.

그리고 그가 아무렇지 않게 마치 소파에 쿠션을 가지러 가듯...

일정한 보폭으로 그녀 곁으로 다가왔다.

유진은 여전히 고개도 들지 못하고 벌벌 떨기만 했다.

붉은 침실 조명 아래...

바쉬의 레드 코튼 아일렛 드레스를 입은 유진의 실루엣이 선명하게 도드라졌다.

한여름의 무더위와는 전혀 어울리지 않는 스위스 설산의 하얀 눈처럼 새하얀 피부...

그리고 오늘 밤을 위해 준비했다기에는 지나치게 얌전한 드레스였다.

하지만 강렬한 붉은색과 맨살의 하얗고 투명한 피부가 만들어내는...

극단적인 시각적 대비 때문일까…

가만히 앉아 있는 것만으로도,

아찔할 만큼 농익은 색기를 머금은 유진의 모습에 류는 자신도 모르게 입술이 바짝 타들어 갔다.

그는 침대 옆 작은 테이블 위에 준비된 모엣 샹동 샴페인을 급하게 들이켰다.

그리고 잔뜩 긴장한 유진을 바라봤다.

그녀는 마치 성전에 버려진 제물 같았다.

“그동안 3년이면... 내가 너에게 충분히 시간 줬다고 생각하는데… 그런데도 이렇게 긴장한다고? 혹시 나랑 하는게 싫은 거야? 아님 무서운 거야?”

유진은 여전히 그를 똑바로 마주 보지 못한 채, 대답 대신 고개만 작게 가로저었다.

“아니야? 알았어. 처음이라 긴장되나? 그럼 이거라도 한 모금 마셔!”

그는 그녀에게 자신이 마시던 샴페인 잔을 건넸다.

유진은 얼떨결에 잔을 받아 들었지만, 차마 마시지 못하고 손만 잘게 떨었다.

“이래서… 모범생은 재미가 없어”

그는 그녀가 들고 있던 잔을 뺏어 단숨에 남은 샴페인을 들이켰다.

그리고 떨고 있는 유진의 가녀린 허리를 가로채 듯 거칠게 낚아채,

그녀의 입술을 사정없이 집어 삼켰다.

긴장으로 꾹 닫힌 그녀의 입술이 그에 의해 강제로 열렸다.

그리고 그의 입 안에 남아 있던 샴페인이 그녀의 입 안으로 그대로 흘러 들어왔다.

그 샴페인에서 느껴지는 탄산 방울과 야릇한 느낌이 그녀의 숨통을 막았다.

이내 깊숙이 장악해 오는 그의 숨결…

유진은 그대로 얼어붙어 버렸다.

하지만 설렘 따윈 끼어들 틈도 없었다.

폭력적인 맹수 앞에 선 초식 동물처럼...

무서움에 심장이 날카롭게 오그라들 뿐이었다.

유진의 첫 키스.

하나도 설레이지 않았다.

설레이기는 커녕, 무서움에 심장이 쪼그라들었다.

점점 거칠어지고 깊어지는 키스에... 그의 손길도 점점 거칠고 무례해졌다.

그의 무례한 손길이 서슴 없이 그녀의 붉은 드레스 안으로 들어와...

그녀의 떨리는 민감하고 예민한 하얀 속살을 움켜 쥐었다.

순간 유진의 몸이 당황함과 두려움으로 사시나무처럼 떨기 시작했다.

하지만 그의 손길과 입술은 겁 먹은 그녀를 깡그리 무시했다.

그리고 더욱 더 거칠게 그녀를 탐했다.

짓이기듯 허벅지 속살을 파고드는 강한 악력과,

그의 뜨거운 손의 촉감에 유진의 척추가 서늘하게 굳어버렸다.

무례하고도 탐욕스러운 그의 손길이,

점점 더 은밀하고 깊은 곳을 향해 올라오기 시작했다.

결국 그의 원초적인 거친 손길에...

맹렬하게 휩쓸리던 유진은 숨이 막혀,

펄떡이는 본능으로 자신을 짖누르는 그의 단단한 가슴을 밀어냈다.

“잠…잠..깐만…요”

"츠웁... 하...음..."

달콤한 스트로베리 맛이 났다.

유진이 뱉어낸 첫 숨결에, 류의 몸이 순식간에 달아올랐다.

심장이 미친 듯이 쿵쾅거렸다.

오직 그녀만을 원하게 되는 지독한 갈증.

마치 서툰 소년처럼 스스로를 컨트롤 할 수 없었다.

그래서 그는 이 통제 불능의 감정을 감추기 위해...

오히려 더 거칠고 무례하게 그녀를 탐하려 했다.

그때 유진이 자신을 밀어냈다.

자신을 거부하는 유진의 손길에,

그는 얼마 남아 있지 않았던 이성을 겨우 붙잡고 그녀를 품에서 놓아 주었다.

생각했던 것보다 훨씬 더 힘이 들었다.

아니… 미칠 것 같았다.

여전히 그녀를 집어삼키고 싶어 하는 본능이 척추를 타고 꿈틀거렸다.

그때 하얗게 넋이 나간 유진을 봤다.

그리고 기다렸다.

그녀의 입에서 나올 이별의 말을…

“죄송…해요… 좀 놀라서… 조금만… 천천히 다가와 주시면…”

마음도 몸도 거부하는데도... 그녀는 자신을 억지로 받아들이려 했다.

그 비참한 순종에... 순간 그는 분노했다.

[이게… 네 선택인 거지? 알았어. 그럼 이제 넌 아무데도 못 가. 영원히 넌 내 곁에 있게 될 거야. 네가 원하든 원하지 않든…]

“오늘은 여기까지 하지. 싫다는 여자 안고 싶을 만큼… 네가 날 미치게 하는 건 아니라서”

낮게 가라앉은 목소리에 억누르지 못한 분노가 실렸다.

잔인하도록 차가운 표정이었다.

놀란 유진의 눈에 눈물이 고였다.

비참했다.

그리고 그가 준 샴페인 맛이 입안에서 여전히 달콤하면서도 쓰게 감돌았다.

그는 눈물만 덩그러니 고인 채 굳어버린 유진을 침실에 홀로 남겨둔 채,

뒤도 돌아보지 않고 그녀를 떠났다.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
53
บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดตำหนักเหยียนชิวในวังหลวง มีชื่อเสียงในเรื่องความเงียบและสงบยิ่งกว่าตำหนักใด ๆ แม้ว่าสนมเหม่ยเหรินและสนมระดับล่างมักชอบที่จะอยู่รวมกัน ทว่าตำหนักแห่งนี้กลับไม่มีผู้ใดอยากย่างกรายเข้ามาอยู่ด้วยเนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ มีพระสนมเหม่ยเหรินนามว่าจวงหลีอาศัยอยู่ นางคือพระมารดาขององค์หญิงหกจางฟ่านปิง พระสนมจวงหลีอาศัยอยู่กับบุตรสาว และมีนางกำนัลเพียงไม่กี่คน ที่มาคอยรับใช้อยู่ในตำหนักแห่งนี้พระสนมอาศัยอยู่ที่นี่อย่างยาวนาน ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้นางมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดปี ภาพของสตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพายาต้ม คือภาพที่ทุกคนจดจำจนติดตา นี่คือสาเหตุที่ไม่มีใครสนใจตำหนักนี้เท่าที่ควรแต่จะมีผู้ใดรู้กันเล่าว่า ท้ายตำหนักนี้กลับมีห้องลับซุกซ่อนอยู่ และนั่นคือห้องทำงานของผู้นำเครือข่ายที่ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้า เครือข่ายที่แม้แต่ราชสำนักยังหวั่นเกรงจางฟ่านปิงในวัยใกล้จะปักปิ่นกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารลับ ป้ายหยกดำสลักลายดอกเหมยถูกวางอยู่ตรงหน้า หญิงสาวอยู่ในชุดเรียบง่าย ที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่มีฐานะองค์หญิงหก ไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวและคนใกล้ชิดเศร้าสร้อย พระสนมจึงกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน และถึงแม้ว่านี่จะเป็นวังหลวงก็ตาม แต่ประโยคสุดท้ายนางแทบจะกลืนเข้าไปในลำคอ เพราะไม่ต้องการให้ลูกนั้นกังวลเรื่องอื่น จนกว่านางจะหมดอายุขัยจางฟ่านปิงพยายามเข้มแข็ง นางมองมารดาด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ และกล่าวออกมา “ท่านแม่ เรามาวางภาระที่หนักอึ้ง แล้วมาใช้ชีวิตธรรมดาเถิดนะเจ้าคะ ข้าจะทำให้ท่านแม่มีความสุขที่สุดเอง” นางปาดน้ำตาออกและยิ้มให้มารดาและเมื่อชิงเยว่กลับมา ทั้งสี่คนจึงปล่อยเรื่องหอกุ้ยเหมยไปพักหนึ่ง โดยให้หัวหน้าสาขาต่าง ๆ ดูแลกันไปก่อน แต่หากมีเรื่องสำคัญก็ให้แจ้งมาได้ จางฟ่านปิงจะส่งชิงชิง หรือชิงเยว่ไปจัดการ โดยให้ทั้งสองสลับกันไปสองเดือนต่อมา... พระสนมจวงหลีจากไปอย่างสงบตามที่คาดการณ์ไว้ จางฟ่านปิงเสียใจอย่างที่สุด แต่นางก็ดีใจที่ทำตามความปรารถนาสุดท้ายของมารดาได้ฮ่องเต้จางเจี่ยหยางทำเพียงออกราชโองการจัดพิธีพระศพอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางเสียงซุบซิบของเหล่าขุนนาง ที่มองว่าพระสนมนั้นไร้ค่าเสียเหลือเกินจางฟ่านปิงยังคงแสดงความ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากหลิวกงกงกลับไปแล้ว คนสนิททั้งสองของจางฟ่านปิงก็รีบเข้ามาประคองเจ้านายให้ลุกขึ้น“นายท่าน สายข่าวรายงานมาว่า ดูเหมือนแม่ทัพหลี่หาใช่คนธรรมดาไม่ แต่เขาคือเครือญาติของเชื้อพระวงศ์”ชิงเยว่เอ่ยอย่างไม่สบายใจ นางกลัวว่าการเดินทางไปแต่งงานในครั้งนี้ขององค์หญิงหก จะกลายเป็นการเดินเข้าสู่เส้นทางที่มีแต่หนามแหลมคม“ช่างเถิด ข้าไม่ยุ่งกับเขา เขาไม่ยุ่งกับข้าก็เพียงพอแล้ว เรื่องย้ายสาขาใหญ่ไปถึงไหนแล้ว” นางเอ่ยอย่างไม่สนใจว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเยี่ยงไร ขอแค่เรื่องไม่วิ่งเข้ามาหานางก็พอ แต่ที่นางสนใจกลับเป็นเรื่องของหอกุ้ยเหมย“ทุกอย่างเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าคะนายท่าน คนของเราเริ่มขนย้ายสิ่งต่าง ๆ ไปแล้ว ต่อจากนี้ที่แคว้นจื่อหลิงโจวแห่งนี้จะมีเพียงสาขาของหอกุ้ยเหมยเท่านั้น เงินการค้าต่าง ๆ คงหมุนเวียนน้อยลง”ชิงเยว่รายงานไปตามปกติ นางไม่สนใจว่าต่อจากนี้แคว้นจื่อหลิงโจวแห่งนี้จะเกิดอันใด ในเมื่อเลือกละทิ้งนายท่านของเครือข่ายหอกุ้ยเหมย เช่นนั้นก็ต้องยอมรับชะตาต่อจากนี้จางฟ่านปิงยิ้มเย็น ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างพึงพอใจ กับอิสรภาพของนาง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 4 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดจางฟ่านปิงนั่งฟังอยู่ในเกี้ยวด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางปล่อยให้คำนินทาเหล่านั้นเป็นเกราะป้องกันชั้นดี นั่นเพราะการที่ถูกประเมินว่าต่ำต้อย เป็นสิ่งที่นางต้องการที่สุดอย่างไรล่ะ“คนพวกนี้ยังไงกันนะ กล้ากล่าวถึงนายท่านเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” ชิงชิงเอ่ยอย่างไม่พอใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่ชาวบ้านพวกนี้สนทนาเรื่องของเจ้านาย“นั่นสิเจ้าคะ นายท่านใจดีเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งองค์หญิงต่างแคว้น แต่ก็ยังเป็นองค์หญิงนะเจ้าคะ” ชิงเยว่เองก็ไม่พอใจเช่นกัน ที่ชาวบ้านพวกนี้กล้ากล่าววาจาดูถูกเจ้านายของนาง“พวกเจ้าคิดเยอะไปแล้ว ข้าหาได้เจ็บใจกับสิ่งที่ชาวบ้านเหล่านี้เอ่ยมาแม้แต่น้อย ข้าคิดว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเสียอีก ยิ่งพวกเขาคิดว่าข้าตกต่ำมากเพียงใด คนในจวนแม่ทัพจะได้ไม่ต้องมาสนใจหรือจับตามองข้า เจ้าคิดว่าพวกเราเข้าจวนแม่ทัพแล้วจะสบายหรืออย่างไรหากถูกจับตามอง นี่คือการแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์นะ พวกเจ้าทั้งสองลืมข้อนี้ไปแล้วหรือ”จางฟ่านปิงกล่าวออกมา นางหาได้สนใจคำพวกนี้ นางคิดว่า ‘ดีเสียอีกจะได้ไม่ถูกจับตามอง ท่านแม่ทัพหลี่สามีของข้า จะได้ไม่ต้องมาจับตาม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 5 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดสาวใช้ทั้งสองหลังจากนินทาฮูหยินคนใหม่จบแล้ว จึงได้พากันเดินออกมา ทั้งที่อยากจะยืนสนทนากันมากกว่านี้ก็ตามส่วนภายในห้องหอ เวลานี้แทนที่เจ้าสาวจะสำรวมและผ้าคลุมหน้ายังคงต้องปิดไว้จนกว่าเจ้าบ่าวจะเข้ามาเปิดให้เอง แต่ทว่าจางฟ่านปิงหาได้ทำอย่างนั้นไม่ นางเปิดผ้าคลุมออกโดยไม่สนใจธรรมเนียม เนื่องจากนางมาที่แคว้นนี้ก็ไม่ได้มาเพราะอยากแต่งงาน ดังนั้นยามนี้นางจึงนั่งอ่านรายงานข้อมูลของคนมีอำนาจในแคว้นนี้ เพื่อจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการอยู่ที่นี่“นายท่าน เอ่อ...องค์หญิง เหตุใดท่านไม่ทำตามธรรมเนียมเล่าเพคะ โดยปกติแล้วผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว จะต้องให้เจ้าบ่าวเช่นท่านแม่ทัพมาเปิดมิใช่หรือเพคะ”ชิงเยว่เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย แม้จะรู้ดีว่าองค์หญิงของนางไม่ได้อยากแต่งงาน แต่เมื่อแต่งเข้าจวนแม่ทัพแล้ว เหตุใดจึงไม่ทำตามธรรมเนียม ไม่แน่ว่าทั้งสองอาจจะอยู่ด้วยกันจนผมขาวก็ได้“ชิงเยว่ เวลาแต่ละก้านธูปสำหรับข้า มันมีราคามากแค่ไหนเจ้าก็รู้ อีกทั้งคืนนี้ท่านแม่ทัพอาจไม่กลับมาที่เรือนนี้ก็เป็นได้ แล้วข้าจะต้องรอให้เสียเวลาทำไมเล่า” จางฟ่านปิงตอบโดยไม่หันมามองคนถาม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 6 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเมื่อบุรุษข้างกายรู้แล้วว่านางเสแสร้ง ดังนั้นจางฟ่านปิงจึงลืมตาขึ้นมา แล้วลุกนั่งโดยไม่คิดจะรักษากิริยาอีกต่อไป ในเมื่อทุกคนรู้ว่านางอ่อนแอ ก็ไม่จำเป็นต้องแสร้งรักษามารยาทของสตรีในวังหลังอีก“ท่านแม่ทัพ คืนนี้ข้ายอมรับตามธรรมเนียมได้ว่า เราทั้งสองห้ามออกจากห้องหอ แล้วต่อจากนี้ไปล่ะเจ้าคะ เราสองคนจะอยู่กันอย่างไร ท่านรู้หรือไม่ว่าก่อนที่ท่านจะกลับมา สาวใช้ของจวนนี้ไม่เห็นหัวข้าเลย ซึ่งต่อให้ข้าจะเป็นเชลยหรือไม่เป็นเชลย อย่างไรงานแต่งครั้งนี้ก็คือสมรสพระราชทาน เป็นสมรสเชื่อมสัมพันธ์ของสองแคว้น ดังนั้นท่านคิดว่าควรจัดการสาวใช้ ที่ดูจะเหิมเกริมและช่างนินทาข้าซึ่งเป็นองค์หญิงต่างแคว้นอย่างไร”จางฟ่านปิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังทุกคำ ก่อนอื่นนางจะต้องจัดการสาวใช้ปากดีพวกนี้ก่อน ‘นางมีท่าทีเรียบเฉยมาก ดูไม่เป็นดั่งข่าวลือเลยแม้แต่น้อยยอมรับว่านางสร้างความแปลกใจให้ข้าไม่น้อย’ แม่ทัพหนุ่มครุ่นคิดในใจ ก่อนจะตอบกลับไป“ท่านคือฮูหยินของข้า ท่านมีสิทธิ์ลงโทษบ่าวในเรือนนี้ทุกคน ต่อจากนี้ท่านจัดการพวกนางได้เลย โดยไม่ต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 7 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเช้าวันต่อมา จางฟ่านปิงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อหันไปเจอสายตาของหลี่จงเหอที่กำลังมองมา“ท่านพี่ไม่รีบตื่นหรือ มองข้าทำไมกัน” นางเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาไม่พอใจที่เขาทำให้นางตกใจ ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ ‘แต่จะว่าไปแล้วเขาจะมองข้าก็ไม่แปลก เพราะเวลานี้ข้าคือฮูหยินจวนแม่ทัพ’“หากข้าไม่มองฮูหยินตนเอง แล้วจะให้ข้าไปมองผู้ใด” ชายหนุ่มตอบและส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู แล้วรีบลุกขึ้นนั่ง และกล่าวอีกว่า “น้องหญิงเจ้าลุกก่อนเถิด เดี๋ยวต้องมีแม่นมมาเอาผ้าขาว ข้าขอจัดการสักหน่อย”จางฟ่านปิงฟังแล้วก็พอจะเข้าใจ เนื่องจากเมื่อคืนนางไม่ได้เข้าหอกับเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วจะเอาผ้าเปื้อนเลือดมาจากไหน หากไม่ทำปลอมขึ้นมา จึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากเตียงหลี่จงเหอใช้กริชกรีดนิ้วตนเองเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลหยดลงบนผ้าปูเตียง เมื่อคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้ว จึงตะโกนเรียกสาวใช้ให้เอาน้ำเข้ามาชิงชิงและชิงเยว่ที่รออยู่แล้ว จึงเข้ามาพร้อมอ่างน้ำอุ่น สายตาของทั้งสองมองไปที่เตียงเล็กน้อย และเข้าใจว่านี่คงเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 8 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากเหตุการณ์กลับมาสงบลง พวกบ้านสายรองไม่กล้ายุ่งวุ่นวายอีก หลี่จงเหอและจางฟ่านปิงจึงยกน้ำชาให้กับฮูหยินหลี่ มารดาของชายหนุ่ม ซึ่งแม้นางจะไม่เอ่ยอะไรออกมา ทว่าลูกสะใภ้อย่างจางฟ่านปิงมีหรือจะไม่รู้ว่า แม่สามีไม่ค่อยจะชอบลูกสะใภ้คนนี้สักเท่าไร แต่ก็ยังมีของรับขวัญให้กับสะใภ้ตามธรรมเนียมเช่นกันจากนั้นทั้งหมดจึงมานั่งร่วมรับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน ก่อนจะมีการแยกย้ายหลังจากจบมื้ออาหารจางฟ่านปิงกลับมาเรือนของตนเอง เนื่องจากเพิ่งแต่งเข้ามา หากจะออกไปนอกจวนตั้งแต่วันนี้อย่างเปิดเผย คงถูกตำหนิแน่ เนื่องจากในสายตาของผู้อื่น นางคือสตรีที่อ่อนแอ สตรีที่ถูกแคว้นทอดทิ้ง และยังโง่เง่าในสายตาผู้อื่น เช่นนั้นนางคงต้องอยู่กับเรือนอย่างเงียบ ๆ ไม่ไปรบกวนผู้ใดจะดีกว่า“องค์หญิง ให้บ่าวจัดการคนพวกนั้นดีหรือไม่ กล้าดีอย่างไรถึงมาดูหมิ่นท่าน” ชิงชิงไม่พอใจอย่างมาก ตั้งใจจะไปเอาคืนคนบ้านสายรอง“ชิงชิง ต่อไปพวกเจ้าเรียกข้าว่าฮูหยินเถิด ยามนี้ไม่มีแล้วองค์หญิง ส่วนเรื่องบ้านสายรองนั้น เจ้าคิดหรือว่าคนอย่างข้าจะยอมให้ดูหมิ่นโดยไม่เอาคืน” นางบอกกับคนสนิทและ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 9 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดณ จวนสกุลหลี่ยามนี้เสิ่นกุ้ยเจียงหรือหลี่ฮูหยินต้องนั่งกุมขมับ เนื่องจากน้องสะใภ้กำลังหาเรื่องปวดหัวมาให้“พี่สะใภ้ ข้ามองว่าคุณหนูสกุลเฉียวเหมาะสมกับจงเหอยิ่งนัก อีกทั้งนางยังยอมแต่งมาเป็นฮูหยินรองของแม่ทัพหลี่ แบบนี้หาได้ยากนะเจ้าคะ” เจียงซื่อหรือสะใภ้รองกำลังพยายามหว่านล้อมมารดาของหลี่จงเหอให้เห็นด้วยกับนาง นั่นเพราะนางไม่ชอบสตรีที่มาจากแคว้นอื่นขณะที่พวกนางกำลังสนทนากันอยู่นั้น เสี่ยวปิงสาวใช้ข้างกายหลี่ฮูหยิน ก็ได้เดินเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น ก่อนจะรีบรายงานบางอย่าง แต่ทว่าถูกตำหนิเสียก่อน“ไร้มารยาทเสียจริง ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ากับฮูหยินของเจ้า กำลังสนทนาเรื่องสำคัญกันอยู่ พรวดพราดเข้ามาเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน” เจียงซื่อสะใภ้รองเอ่ยตำหนิสาวใช้ต่อหน้าพี่สะใภ้ โดยไม่สนใจว่านางไม่มีสิทธิ์ที่จะตำหนิใครในเรือนใหญ่เลย“บ่าวขออภัยที่เข้ามาอย่างไร้มารยาท แต่บ่าวมีเรื่องเร่งด่วนจะรายงานหลี่ฮูหยินเจ้าค่ะ” เสี่ยวปิงก้มหน้ากล่าวอย่างรู้ดีว่าผิด แต่นางมีเรื่องจะรายงาน“เจ้ามีเรื่องอะไรก็รีบว่ามาเถิด ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ากำลังสนทนากับฮูหย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 10 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด“เรื่องนั้นช่างมันเถิดพี่สะใภ้ แล้วเรื่องที่ข้าเสนอท่าน ท่านเห็นว่าอย่างไร” เจียงซื่อทำทีเลิกสนใจเรื่องที่สาวใช้มารายงานและไม่อยากให้สิ่งใดมาขัดจังหวะ จึงวกกลับมาถามถึงเรื่องเดิมที่สนทนากันก่อนหน้านี้“นั่นมันความคิดของเจ้า ข้าไม่อาจตัดสินใจแทนจงเหอได้หรอกนะ ส่วนเขาจะมีฮูหยินรองหรือไม่นั้น หากเจ้าอยากรู้ เหตุไฉนไม่ถามกับเขาเอาเองเล่า”เสิ่นกุ้ยเจียงบอกปัดทันที เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องในเรือนของบุตรชาย ต่อให้ไม่ชอบสะใภ้ผู้นี้ แต่ก็ไม่อาจดูหมิ่นนางได้ อย่างไรจางฟ่านปิงคือองค์หญิงหกแห่งแคว้นจื่อหลิงโจวเมื่อพี่สะใภ้โยนหน้าที่นี้กลับมาให้ เจียงซื่อจึงเบ้ปากเล็กน้อยโดยคิดว่าไม่มีผู้ใดเห็น ก่อนจะกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน แต่พี่สะใภ้ ข้าว่าเรื่องนี้ท่านต้องคิดให้ถี่ถ้วนนะเจ้าคะ คุณหนูตระกูลเฉียวคือสตรีที่หนุนอำนาจให้กับจงเหอของพวกเราได้ ในอนาคตหากจงเหอได้แต่งกับนาง เขาสามารถไปได้ไกลกว่านี้แน่ ที่ข้าเสนอเรื่องนี้ก็ล้วนแต่หวังดีกับสกุลหลี่”กล่าวจบเจียงซื่อจึงได้สะบัดชายเสื้อแล้วเดินออกมาทันทีในห้องโถงตรงนี้จึงเหลือเพียงเสิ่นกุ้ยเจ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status