เข้าสู่ระบบองค์หญิงหกจางฟ่านปิง ถูกส่งเป็นเครื่องบรรณาการสู่แคว้นศัตรู ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อ่อนแอขี้โรค นางคือผู้นำสูงสุดแห่งหอกุ้ยเหมย ผู้ถือครองข่าวกรองและวิชาพิษร้ายกาจที่สุดในใต้หล้า!!
ดูเพิ่มเติมตอนพิเศษ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแข่งกับเสียงครางของสองสามีภรรยามีขึ้นไม่ขาดสาย“อ่าร์สสส น้องหญิงมีความสุขหรือไม่ น้องหญิงอยากให้พี่รักน้องเช่นนี้หรือไม่” เสียงกระเส่าของแม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามภรรยาเมื่อเขากำลังใกล้ถึงแดนสวรรค์“ซี๊ดด ฮื่ม น้องมีความสุข น้องอยากให้ท่านพี่รักเช่นนี้ตลอดไป เร่งอีก ๆ”จางฟ่านปิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเส่าไม่ต่างกัน นางลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว นางรู้สึกเพียงความสุขที่สามีมอบให้ แต่ยังรู้สึกว่ามันยังช้าไป จึงร้องขออย่างไม่อายหลี่จงเหอได้ยินก็ยกยิ้ม เขาเร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามคำขอของสตรีอันเป็นที่รักหลี่จงเหอหยัดตัวขึ้นมานั่งคุกเข่าอีกครั้ง เขาจับเอวของนางไว้ แล้วกระแทกสะโพกส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างรัวเร็วและลึก จางฟ่านปิงแทบจะหายใจไม่ทัน นางใช้สองมือมาจับแขนของเขาเอาไว้ สายตาสองคู่สอดประสานด้วยความรักหลี่จงเหอยิ้มให้ภรรยาซึ่งนางก็ยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็กระแทกแรง ๆ ส่งท้ายอีกสี่ห้าครั้ง ก่อนที่ร่างทั้งสองจะเกร็งกระตุกไปพร้อมกัน แท่งหยกที่ใหญ่เท่าแขนเด็กปล่อยน้ำแห่งความสุขที่จะก่อเกิดเจ้าก้อนแป้งออกมาจนล
ตอนพิเศษ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลี่จงเหอเริ่มกระแทกแท่งหยกใส่จางฟ่านปิงอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนขึ้นจนนางแทบทนไม่ไหว ร่างบางบิดเร้าตามแรงกระแทกที่กดส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างเป็นจังหวะ แรงกระแทกหนักหน่วงรัวเร็วขึ้นตามเสียงครางกระเส่าของนาง“อ่าร์สสส ท่านพี่ เร็ว ๆ แรง ๆ อีกเจ้าค่ะ โอ๊ววว มันเสียวแทบขาดใจ”เสียงสั่น ๆ ที่ได้ยินนั้น จางฟ่านปิงแทบอยากไม่เชื่อว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่ในยามนี้นางไม่มีอะไรจะต้องอายอีกแล้ว ขอเพียงหลี่จงเหอเร่งจังหวะให้นางถึงฝั่งฝันก็พอ“โอ๊ววว น้องหญิง เราไปเที่ยวแดนสวรรค์พร้อมกันเถอะ พี่ก็จะไม่ไหวแล้ว อ่าร์ส” หลี่จงเหอเองก็แหงนหน้าครางอย่างเสียวซ่าน เขายกขาของนางพาดบ่าแล้วใช้สองมือหนาจับเอวบางนางไว้ ก่อนจะอัดกระแทกแท่งหยกใส่ร่องรักของนางอย่างหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไม่ขาดระยะ แข่งกับเสียงร้องครางเสียวของสองร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหลี่จงเหอเร่งจังหวะอัดแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างไม่คิดชีวิต จนจางฟ่านปิงทนไม่ไหว นางส่ายหัวไปมา มือจิกลงที่ผ้าปูเตียง สองเต้าอวบอิ่มของนางกระเด้งขึ้นลงตามจังหวะกระแทกสะโพกของเขา ซึ่งเป็นภาพที่เขาชอบมองอย
ตอนพิเศษ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหกเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของทั้งสองคนดำเนินอย่างราบเรียบ แม้ว่าจะมีทุกอย่างพร้อมจนแทบไม่ต้องทำอันใดในชีวิตนี้อีก ทว่าหลี่จงเหอยังคงทำงานในตำแหน่งแม่ทัพ เพียงแค่คอยรักษาเมืองหลวง อีกทั้งยังคอยช่วยงานองค์รัชทายาทส่วนจางฟ่านปิงยังคงดูแลหอกุ้ยเหมยและหอประมูลจันทร์เสี้ยวเหมือนเดิม และยังดูความเรียบร้อยของจวนแม่ทัพอย่างไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้เมื่อหลี่จงเหอกลับจากวังหลวงจึงคิดจะให้รางวัลฮูหยินตนเอง เมื่อเห็นจางฟ่านปิงที่ศาลาจึงรีบอุ้มนางขึ้นมา จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าห้องนอนแล้ววางนางลงที่เตียงกว้าง มือหนาเริ่มถอดเสื้อผ้าของทั้งคู่ออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“วันนี้พี่จะให้รางวัลจะให้น้องหญิงที่คุมเรือนและดูแลจวนได้ดี” หลี่จงเหอกระซิบบอกด้วยเสียงแหบพร่า ใบหน้าของเขาที่อยู่แนบชิดกับอกอวบอิ่มของหญิงที่รัก“ของรางวัลเช่นนี้ น้องคงจะเหนื่อยกายไม่น้อย แต่น้องก็ยินดีรับเจ้าค่ะ” จางฟ่านปิงตอบอย่างอ่อนหวาน นางยกมือขึ้นโอบกอดไหล่หนาไว้ พร้อมกับแอ่นอกเข้าไปชิดปากหลี่จงเหอมากขึ้น“อ่าร์สสส ท่านพี่ น้องเสียวเหลือเกิน” นางครางเสียงหวานออกมาเมื่อโดนสามีดูดดึงยอดอ
บททส่งท้าย องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดสิ้นเสียงของนาง สองแม่ลูกได้หันมาสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ดวงตาของทั้งสองคนเบิกกว้างอย่างตกใจ“องค์หญิง ท่านรู้หรือว่าเป็นผู้ใดที่ทำเช่นนี้” ซื่อจื่อที่นั่งเงียบอยู่นานหันมาทางเจ้าของเรือนแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น เขาเองก็สงสัยในอาการป่วยของตนเองเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะกินยาขนานใด ร่างกายของเขาก็ไม่ดีขึ้นเลย เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกวางยาพิษ“ผู้ที่วางยาท่าน ก็คือบิดาของท่านอย่างไรล่ะ ภายใต้ความอ่อนโยนของเขานั้น ไม่มีความจริงใจหรอกนะ” นางตอบซื่อจื่อก่อนจะหันมามองหยางฮูหยินแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หากหยางฮูหยินไม่จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ดูเหมือนว่าต่อไปจวนโหวคงร้อนเป็นไฟแน่”“องค์หญิงช่วยซื่อจื่อได้หรือไม่เพคะ หากท่านทำได้ หม่อมฉันยินดีจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด และต่อไปหากผู้ใดเป็นภัยต่อจวนโหว หม่อมฉันจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตาย” หยางฮูหยินเอ่ยขึ้นมาอย่างแข็งกร้าว สายตาของนางฉายแววโกรธเคืองและบ่งบอกว่าทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้“ชิงชิง เจ้าไปตามท่านแม่ทัพมาหาข้าหน่อย” นางยังไม่ตอบ แต่กลับหันไปเอ่ยบอกกับคนสนิทให้ไปตามสามีมาที่นี่ นั่นเพราะว่าเขาให้คว
บทที่ 4 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดจางฟ่านปิงนั่งฟังอยู่ในเกี้ยวด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางปล่อยให้คำนินทาเหล่านั้นเป็นเกราะป้องกันชั้นดี นั่นเพราะการที่ถูกประเมินว่าต่ำต้อย เป็นสิ่งที่นางต้องการที่สุดอย่างไรล่ะ“คนพวกนี้ยังไงกันนะ กล้ากล่าวถึงนายท่านเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” ชิงชิงเอ่ยอย่าง
บทที่ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากหลิวกงกงกลับไปแล้ว คนสนิททั้งสองของจางฟ่านปิงก็รีบเข้ามาประคองเจ้านายให้ลุกขึ้น“นายท่าน สายข่าวรายงานมาว่า ดูเหมือนแม่ทัพหลี่หาใช่คนธรรมดาไม่ แต่เขาคือเครือญาติของเชื้อพระวงศ์”ชิงเยว่เอ่ยอย่างไม่สบายใจ นางกลัวว่าการเดินทางไปแต่งงานในครั้งน
บทที่ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวและคนใกล้ชิดเศร้าสร้อย พระสนมจึงกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน และถึงแม้ว่านี่จะเป็นวังหลวงก็ตาม แต่ประโยคสุดท้ายนางแทบจะกลืนเข้าไปในลำคอ เพราะไม่ต้องการให้ลูกนั้นกังวลเรื่องอื่น จนกว่านางจะหมดอายุขัยจางฟ่านปิงพยายามเข้มแข็ง นางมอ
บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดตำหนักเหยียนชิวในวังหลวง มีชื่อเสียงในเรื่องความเงียบและสงบยิ่งกว่าตำหนักใด ๆ แม้ว่าสนมเหม่ยเหรินและสนมระดับล่างมักชอบที่จะอยู่รวมกัน ทว่าตำหนักแห่งนี้กลับไม่มีผู้ใดอยากย่างกรายเข้ามาอยู่ด้วยเนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ มีพระสนมเหม่ยเหรินนามว่าจวงหล

















