Share

6 ไม่ได้

last update publish date: 2026-09-23 13:46:30

 6

ไม่ได้

เมื่อเวลาผ่านไปจนครบสองชั่วยาม เรือนพักกะทัดรัดที่เคยดูเหมือนห้องเก็บของร้างก็แปรสภาพไป ซูซินทรุดกายลงนั่งบนม้านั่งหินหน้าเรือนพลางใช้ชายแขนเสื้อซับเหงื่อที่ใบหน้า นางมองผลงานของตนเองด้วยแววตาที่สงบราบเรียบ แม้ที่นี่จะไม่มีผ้าม่านหรูหรา หรือเครื่องหอมราคาแพงอย่างเรือนของซินเหยาก็ตามที

ดวงตากลมโตทอดมองไปที่ประตูเรือนที่ยังคงไร้เงาของผู้มาเยือน  มุมปากยกยิ้มขึ้น  เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความรู้สึก สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่านางจะต้องพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด  เลิกคิดได้แล้วว่าวาสนาอันสูงส่งนั้นจะหล่นลงมาใส่หัว  เพราะถึงอย่างไรมารดาแท้ๆ ก็ไม่ยินดีให้เป็นไปตามนั้น

นางจัดแจงปอยผมที่หลุดร่วงให้เข้าที่อย่างลวกๆ ผลัดเปลี่ยนมาสวมเสื้อตัวยาวสีอ่อนปักลายดอกเหมยที่ชายเสื้อ แม้จะเป็นเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับเน้นให้ผิวพรรณและใบหน้างดงามชวนมอง นางเดินออกจากเรือนท้ายจวน ก้าวผ่านบ่อน้ำและสวนหิน มุ่งหน้าสู่เรือนหลักซึ่งเป็นที่ตั้งห้องหนังสือของแม่ทัพหยาง

ตลอดทางเดิน บ่าวไพร่ที่เคยชะเง้อมองนางทำงานต่างพากันหลบสายตา บ้างก็ก้มหน้าทำความสะอาดพื้นอย่างขะมักเขม้น ซูซินหาได้ใส่ใจคนเหล่านั้น ในจวนแห่งนี้มีเพียงคนเดียวที่กุมอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด และคนผู้นั้นก็คือบิดาของนางนั่นเอง

ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น  ที่ลานหน้าเรือนหลักเห็นบ่าวไพร่สองสามคนกำลังสาดน้ำล้างเลือด  แต่เจ้าของเลือดกองใหญ่ที่นองพื้นไม่อยู่แล้ว  ถึงไม่ต้องบอกซูซินก็พอจะเดาออกว่าคนผู้นั้นคือใคร  เขาคือคนส่งเสบียงและอมเงินเบี้ยเลี้ยงของนางมาตลอดเก้าปีเต็มนั่นเอง  คาดว่าตอนนี้คงถูกลากตัวไปส่งทางการ  หรือไม่ก็สิ้นใจตายขณะรับโทษโบยก็เลยถูกลากตัวออกไปโยนให้หมาป่าในหุบเขากินเป็นอาหาร

เมื่อมาถึงหน้าห้องหนังสือ กลิ่นของน้ำหมึกชั้นดีลอยมาแตะจมูก ซูซินหยุดยืนครู่หนึ่งเพื่อเตรียมคำพูด นางไม่ได้มาที่นี่เพื่ออ้อนวอนขอความรัก แต่นางมาเพื่อทวงถามบางอย่าง  นางจ้องมองบานประตูไม้สักทองที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า  ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วยกมือขึ้นเคาะสองสามครั้ง

"ซูซินขอเข้าพบท่านพ่อเจ้าค่ะ" เสียงของนางราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจน

"เข้ามาเถิด"

หลังได้ยินเสียงอนุญาตซูซินผลักประตูเข้าไปด้านใน ห้องหนังสือแห่งนี้กว้างขวางและโอ่อ่า ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยตำราพิชัยสงครามและพู่กันเรียงรายอยู่บนแท่น แม่ทัพหยางวางพู่กันในมือลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวที่เพิ่งหวนคืนมา ความรู้สึกผิดที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตาของเขาวูบไหวครู่หนึ่ง  เมื่อเห็นมือที่ขึ้นรอยแดงจากการทำความสะอาดเรือนเล็กเมื่อครู่

"เจ้าไปทำสิ่งใดมา เหตุใดมือจึงเป็นเช่นนั้น"

"ลูกเพียงจัดระเบียบเรือนพักเล็กน้อยเจ้าค่ะ ในเมื่อไม่มีใครส่งคนมาช่วยลูกจึงต้องลงมือเอง" ซูซินตอบด้วยน้ำเสียงไร้แววตัดพ้อ แต่นั่นกลับทำให้คนฟังรู้สึกจุกในอกยิ่งกว่าการถูกต่อว่าตรงๆ

"พ่อเลินเล่อเอง จะสั่งให้คนไปจัดการให้เดี๋ยวนี้"

"ไม่จำเป็นแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว" นางเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของบิดา สายตาสบเข้ากับดวงตาคมคาย 

“เช่นนั้นที่เจ้ามาหาพ่อมีอะไรงั้นหรือ”

"ลูกไม่ได้มาเพราะเรื่องเรือนพัก แต่ลูกมาเพื่อถามบางอย่างให้ชัดเจน"

แม่ทัพหยางขมวดคิ้ว "เรื่องใดหรือ"

"เรื่องลำดับอาวุโสและตำแหน่งในจวนแห่งนี้เจ้าค่ะ  ท่านพ่อคงทราบดีว่าในงานสังคมหรือแม้แต่การบันทึกในสมุดเชื้อสายวงศ์ตระกูล ลำดับบุตรสายเลือดเอกและบุตรอนุมีความแตกต่างกัน  สิบห้าปีที่ผ่านมาคุณหนูสามคือหยางซินเหยา แต่ความจริงในตอนนี้กระจ่างแล้วว่าลูกคือบุตรสาวที่แท้จริงของท่านแม่  จึงอยากถามท่านพ่อว่าเมื่อไรจะคืนฐานะบุตรสาวสายตรงให้ลูกหรือเจ้าคะ"

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงกระดาษที่ถูกลมพัดเบาๆ  แม่ทัพหยางมองบุตรสาวด้วยแววตากระอักกระอ่วน

"เรื่องนี้มันค่อนข้างซับซ้อน  ซินเหยาเองก็น่าสงสาร นางเติบโตมาในฐานะคุณหนูสาม หากจู่ๆ เราประกาศเปลี่ยนกลางคัน ข้าเกรงว่านางจะไม่มีที่ยืนในสังคมเมืองหลวง"

"แล้วที่ยืนของข้าเล่าเจ้าคะ" ซูซินถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงกว่าเดิม

“เรื่องของเจ้า  เอ่อ…” 

"การแยกบุตรฮูหยินเอกกับบุตรอนุให้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเรียกขานแต่มันคืออนาคตของข้าด้วย หากวันหน้าข้าต้องแต่งออกไป หรือต้องออกงานสังคมด้วยฐานะที่คลุมเครือเช่นนี้ ผู้คนย่อมมองข้าด้วยสายตาที่แคลงใจ การที่ท่านพ่อยังคงให้นางครองตำแหน่งคุณหนูสามต่อไป ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านางคือบุตรของอนุเหมย นั่นมิเท่ากับว่าข้าได้รับความอยุติธรรมหรือเจ้าคะ"

คำพูดที่สุขุมและมีเหตุผลของซูซินทำให้แม่ทัพหยางถึงกับพูดไม่ออก เขาตระหนักได้ว่าบุตรสาวคนนี้ไม่ได้เพียงแต่เก่งเรื่องใช้แรงงาน แต่ความคิดอ่านของนางยังเฉียบแหลมและมองการณ์ไกลจนน่าประหลาดใจ

ในขณะที่ภายในห้องหนังสือกำลังตึงเครียด ที่ด้านนอกประตูกลับมีร่างของสตรีสองนางหยุดยืนอยู่ หลินฟูเหรินที่ตั้งใจจะพาซินเหยามาพบสามีเพื่อขอเครื่องประดับปลอบใจ ได้ยินทุกถ้อยคำที่ซูซินพูดอย่างชัดเจนก็โกรธจัด  ซินเหยาที่ยืนอยู่ข้างกายเริ่มตัวสั่นน้ำตาคลอเบ้า  มือที่ถือผ้าเช็ดหน้ากำแน่นจนตัวสั่นเทา

"ไม่ได้!"

เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักออกอย่างแรง หลินฟูเหรินก้าวพรวดเข้าไปในห้องหนังสือด้วยความเดือดดาล ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยโมโห นางจ้องหน้าซูซินราวกับว่าสิ่งที่ร้องขอคือเรื่องผิดมหันต์

"เจ้าคิดจะทำอะไร! เจ้าหวนคืนมาไม่กี่วันก็คิดจะเขี่ยเหยาเอ๋อร์ให้ตกที่นั่งลำบากแล้ว  เจ้ามีความคิดแบบนี้กับพี่สาวตัวเองได้อย่างไรกัน"

ซูซินค่อยๆ หันไปมองมารดาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ท่านแม่  คำพูดนี้ของท่านหมายถึงการให้ลูกสาวในไส้ต้องยอมรับสภาพว่าเป็นลูกอนุหรือเจ้าคะ”

"เจ้าสี่! ช่างเถียงคำไม่ตกฟาก!"

เหรินฟูเหรินยกมื้อขึ้นชี้หน้าซูซินอย่างเหลืออด  ซินเหยาถลาเข้าไปกอดหลินฟูเหรินพลางร้องไห้โฮ 

"ท่านแม่ อย่าทะเลาะกับน้องสี่เพราะเหยาเอ๋อร์เลยเจ้าค่ะ เหยาเอ๋อร์ยอม เหยาเอ๋อร์ยอมเป็นลูกอนุเหมยก็ได้ แต่อย่าให้ท่านแม่ต้องผิดใจกับน้องสี่เลย"

"เห็นไหม! ดูความมีน้ำใจของพี่สาวเจ้าบ้าง นางยอมเสียสละเพื่อความสงบสุขของครอบครัว แต่เจ้ากลับคิดแต่จะสร้างความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2สองเดือนก่อนหน้า ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นฉี หยางหยุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าคมคายตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เขากวาดมองหามารดาไปทั่วห้อง จนเห็นว่ามารดากำลังอยู่ที่มุมหนึ่ง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”หลินฟูเหรินที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่วางของในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายคนโตด้วยความสงสัย“มีเรื่องอันใดกันหยางหยุน”“ข้าได้ข่าวว่าอีกสามวันข้างหน้าจะมีผู้ได้รับมอบหมายทำหน้าที่อัญเชิญราชโองการเดินทางไปยังชายแดนใต้เพื่อมอบให้แก่องค์ชายเจ็ดขอรับ”หยางหยุนรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีคนเดินทางไปชายแดนใต้ ภาพของซูซินก็ผุดขึ้นมาในหัว หลินฟูเหรินดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า นางเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ“จริงหรือ ดีเหลือเกิน เช่นนั้นแม่จะรีบเขียนจดหมายฝากไปให้เจ้าสี่”บนโต๊ะเขียนหนังสือ หลินฟูเหรินบรรจงจรดพู่กันลงบนกระดาษ หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดหยดลงบนกระดาษจนหมึกซึมเลือนไปหลายตัวอักษร นางบรรยายความรู้สึกทั้งหมดลงในจดหมายด้วยมืออันสั่นเทา ภาพในอดีตที่ผ่านมาหวนกลับคืนเป็นฉากๆถึง...เจ้าสี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเท้าออกจากจวนตระกูลหยางไ

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เป็นช่วงสายของฤดูเหมันต์ ลมหนาวพัดเอาไอเย็นมาเยือนชายแดนใต้ ที่ลานหน้าจวนเด็กน้อยทั้งสามคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นลูกข่างอย่างเพลิดเพลิน มู่หรงและหมิงรุ่ยต่างแสดงฝีมือหมุนลูกข่างด้วยความคล่องแคล่ว ลูกข่างหมุนติ้วๆ ทรงตัวอยู่บนพื้นหินได้อย่างยาวนาน ส่วนหลิงหลิงเด็กหญิงตัวน้อยกลับไม่ถนัดเอาเสียเลย ไม่ว่านางจะพยายามตวัดข้อมือปล่อยลูกข่างออกไปสักกี่รอบ เจ้าลูกข่างเจ้ากรรมก็หมุนเคว้งคว้างอยู่ได้เพียงครู่เดียว ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ แล้วแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับปลาตาย ภาพนั้นทำให้หมิงรุ่ยที่ยืนมองอยู่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง แถมยังไม่ลืมที่จะเอ่ยทับถมกันตามประสาเด็ก“ฮ่าๆ ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาแข่งกับพวกเราอีก พี่หลิงหลิงนี่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ”“เชอะ! ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะ ข้าไม่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าขี้โกง”หลิงหลิงทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเข้าเรือนพักสาวใช้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในห้องที่เงียบและอบอุ่นกว่าด้านนอก นางก็ทิ้งตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มบนฝูกนอน ทว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้เพียงครู่เดียว ความซุกซนตามวัยก็เริ่มก็ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายเด็กหญิง

  • คุณหนูสี่   101 จางหายไปตามกาลเวลา

    101จางหายไปตามกาลเวลาเมื่อไม่มีตัวช่วยแล้ว ฉู่อี้ซินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตู หลังจากได้ยินเสียงตอบรับของผู้ที่อยู่ข้างใน นางจึงผลักประตูเข้าไปเบาๆ กู้หรานจือที่กำลังจดรายการผลประกอบการจากการค้าประจำปีอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอผู้มาเยือนวางชามรังนกลง เขาก็ทิ้งสายตาไปที่ชามรังนกเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนสายตากลับไปให้ความสนใจกับเนื้อหาในสมุดบัญชีต่อ“ข้าเคยบอกว่าชอบกินแบบที่ยังอุ่นๆ ลั่วซีเจ้าช่วยเอาไปอุ่นใหม่ให้ข้าที”“ได้ ข้าจะเอาไปอุ่นให้ใหม่เดี๋ยวนี้”เมื่อได้ยินเสียงที่ต่างจากที่คิด เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยกรังนกมาให้ไม่ใช่ลั่วซีแต่เป็นฉู่อี้ซิน จึงทำให้กู้หรานจือประหลาดใจมากทีเดียว ดวงตาของเขาเผลอหรี่มองนางโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องมองนางเหมือนกำลังจับผิด ก็เลยเปลี่ยนเป็นก้มหน้ามองตัวอักษรในกระดาษแทน แล้วถามขึ้นโดยที่ไม่มองหน้า“ลั่วซีไปไหน นางกล้าใช้เจ้าให้ยกรังนกมาให้ข้าด้วยหรือ เดี๋ยววันหลังข้าจะอบรมนางใหม่”ฉู่อี้ซินกะพริบตาปริบๆ เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยบอก “เป็นข้าที่ตั้งใจจะใช้นาง แต่นางบอกว่ามีงานหลายอย่างต้องทำ ข้าก็เลยยกเข้ามาเ

  • คุณหนูสี่   100 ไม่เจอหน้ากันนาน

    100ไม่เจอหน้ากันนานเวลาผ่านไปได้เดือนเศษ ซูซินพอจะมีเวลาว่างจึงแวะไปเยี่ยมเยียนฉู่อี้ซินที่จวนตระกูลกู้อีกครั้ง จวนหลังใหญ่ดูเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่ากลับเงียบเหงาจนดูห่างเหิน ในครานี้ทั้งฉู่อี้ซินและกู้หรานจือต่างก็อยู่ในจวนด้วยกันทั้งคู่ แต่ทว่าการใช้ชีวิตของพวกเขาเหมือนคนแปลกหน้า กู้หรานจือมักจะอยู่แต่ภายในห้องหนังสือ ราวกับต้องการหลบเลี่ยงฉู่อี้ซินเพื่อทำให้นางสบายใจมากขึ้น ในขณะที่ฉู่อี้ซินก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในเรือนเช่นกัน น้อยครั้งนักที่นางจะเดินผ่านหรือย่างกรายเข้าไปใกล้บริเวณเรือนฝั่งที่กู้หรานจืออยู่ แม้ว่าทั้งสองคนจะมีสถานะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ความสัมพันธ์กลับเหมือนคนแปลกหน้าเข้าไปทุกทีหลังจากที่ซูซินเข้ามาในจวน สาวใช้คนเดิมที่เคยออกมาต้อนรับนางคราวก่อนก็เดินออกมานำทางพาไปหาฉู่อี้ซินเหมือนเคย หลังส่งเสร็จแล้วสาวใช้ก็เดินออกมาทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยไล่ เมื่อฉู่อี้ซินเห็นซูซินก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ“ไม่เจอหน้ากันนาน คิดว่าเจ้าโกรธข้าเรื่องนั้นแล้วเสียอีก ข้าดีใจนะที่เจ้ามาหา แต่ถึงไม่มาภายในวันสองวันนี้ข้าก็ตั้งใจจะไปหาเจ้าอยู่พอดี”ฉู่อี้ซินบอก ช่วงเด

  • คุณหนูสี่    99 คลาดกัน

    99คลาดกันในช่วงบ่ายวันนั้นเอง เสี่ยวฉิงที่เต็มไปด้วยโกรธและคับแค้นใจได้แอบให้บ่าวรับใช้นำจดหมายไปส่งให้ซูซิน โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงและอยากนัดมานั่งจิบชาพูดคุยที่จวนตระกูลกู้ พอเช้าวันต่อมา ฉู่อี้ซินซึ่งได้รับจดหมายก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนเสี่ยวฉิงทันที ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำน่ากลัว ภาพที่เห็นในตอนนั้นทำให้ฉู่อี้ซินเข้าใจว่านี่เป็นร่องรอยที่ถูกกู้หรานจือทุบตี นางคิดว่าเขาทำร้ายเสี่ยวฉิงอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกระแวงและเคืองแค้นในตัวกู้หรานจือจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เสี่ยวฉิงก็เริ่มใช้วิธีการนี้บีบบังคับเขา นางจงใจปล่อยข่าวลือออกไปว่าตนเองล้มป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว แต่ความเป็นจริงแล้วมันหาใช่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ ทุกครั้งที่กู้หรานจือแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย หรือปฏิเสธที่จะใส่ใจนาง เสี่ยวฉิงก็จะใช้วิธีทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อเรียกร้องความสนใจหนักขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไป กู้หรานจือที่ต้องทนกับพฤติกรรมอันวิปริตของนางมาโดยตลอดก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเลิกที่จะห้ามปราม เลิกใส่ใจ และไม่ยินยอมที่จะทำตามข้อ

  • คุณหนูสี่   98 สหายรักอย่างนั้นหรือ

    98สหายรักอย่างนั้นหรือกู้หรานจือกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เขาจ้องมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งรังเกียจ ทั้งดูถูกดูแคลนว่านางช่างไร้ยางอายสิ้นดี“เจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ลงได้อย่างไร อี้ซินนางเป็นสหายของเจ้านะ!”เมื่อได้ยินคำถามนี้ แววตาของเสี่ยวฉิงไม่สะทกสะท้านเลย นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น“สหายรักอย่างนั้นหรือ ทั้งข้าและอี้ซินต่างก็เป็นเพียงแค่บุตรอนุด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้น อี้ซินนางก็ยังเกิดมาในตระกูลขุนนางมีหน้ามีตาในสังคม เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ตัวข้าดูต่ำต้อยกว่านางหลายเท่านัก! หากนางกับท่านคบหาดูใจกันไปถึงขั้นได้แต่งงานกันจริงๆ นั่นก็เท่ากับว่านางอยู่คนระดับชั้นกับข้าแล้ว นางจะได้เป็นฮูหยินจวนกู้ ส่วนข้าก็ยังต้องเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ต่ำต้อยกว่านางไปอีก! เพราะฉะนั้นแล้วข้าจะไม่มีวันยอม ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ก็ถือเสียว่านางเสียสละท่านให้ข้าก็แล้วกัน! ในเมื่อเป็นสหายรักกันก็ให้กันได้อยู่แล้วมิใช่หรือ”เสี่ยวฉิงขยับกายเข้าไปใกล้ แววตาของนางคลั่งไคล้กู้หรานจือเป็นอย่างมาก“ตระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status