Share

บทที่ 12

last update Tanggal publikasi: 2026-10-22 21:00:04

เจินจี้จ้องนางอยู่นาน ในที่สุดจึงกล่าวเสียงแข็ง “เรื่องพินัยกรรม ข้าจะให้คนค้นเอกสารมาให้ดูเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”

หลิงหนานส่ายหน้า “ข้าต้องการกำหนดเวลาที่ชัดเจน”

“เจ้า!”

“ภายในสามวันได้หรือไม่เจ้าคะ”

เจินจี้กำมือแน่น “เจ้ากำลังบังคับข้า!”

“ข้ากำลังขอดูเอกสารของบิดา” หลิงหนานตอบ “หากฮูหยินต้องใช้เวลาค้นหา ข้าก็ยินดีรอสามวัน”

เจินจี้หายใจแรง นางรู้ว่าหลิงหนานกำลังวางเงื่อนไข แต่ก็ไม่อาจหาข้ออ้างที่ฟังขึ้นมาปฏิเสธสุดท้ายจึงกัดฟันตอบ

“สามวัน!”

หลิงหนานพยักหน้า “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

“แต่ระหว่างนี้เจ้าห้ามออกไปสร้างเรื่องนอกจวน!”

“หากไม่มีเหตุจำเป็น ข้าจะไม่ออกไป”

เจินจี้จ้องนางอย่างไม่ไว้วางใจ “แล้วเรื่องที่เจ้าขัดคำสั่งข้าวันนี้…”

“ข้าไม่ได้ทำชุดของเหวยมี่เสียหาย” หลิงหนานกล่าวแทรกอย่างสุภาพ “และข้าก็ไม่เห็นว่าตัวเองทำผิดเรื่องใด”

เหวยมี่รีบลุกขึ้น “หูหลิงหนาน!”

หลิงหนานหันไปมอง “มีอะไรหรือ”

“เจ้าอย่าคิดว่าชนะวันนี้แล้วจะทำอะไรก็ได้!”

“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น” หลิงหนานมองนางด้วยแววตาเรียบเฉย เธอหยุดเล็กน้อย “แต่ข้าก็ไม่คิดจะยอมให้ใครใส่ร้ายอีก”

เหวยมี่หน้าแดงด้วยความโกรธ

“พอแล้ว!” เจินจี้รีบยกมือห้ามบุตรสาว นางมองหลิงหนานด้วยสายตาเย็นชา “กลับเรือนของเจ้าไปเสีย!”

“ข้าขอตัวเจ้าค่ะ” หลิงหนานย่อตัวคำนับตามมารยาทจากนั้นจึงหันไปหาเสี่ยวชิง “ไปกันเถอะ”

เสี่ยวชิงรีบเดินตามแต่ก่อนจะถึงประตู หลิงหนานกลับหยุดฝีเท้า เธอหันกลับมาอีกครั้ง

“ฮูหยินเจ้าคะ ข้าลืมบอกไปเรื่องหนึ่ง”

“อะไร!”

“นอกจากพินัยกรรมแล้ว ข้าต้องการดูสมุดบัญชีการค้าของบิดาด้วย”

เจินจี้ลุกพรวด “ข้าไม่ได้อนุญาต!”

“ข้าไม่ได้ขออนุญาตให้เข้าไปเปลี่ยนแปลงกิจการเจ้าค่ะ” หลิงหนานไม่ได้สะทกสะท้าน เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ “ข้าเพียงแจ้งให้ฮูหยินทราบว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ปล่อยให้เรื่องทรัพย์สินของบิดาเป็นเรื่องที่ข้าไม่มีสิทธิ์รับรู้”

เจินจี้จ้องนางอย่างโกรธจัด

หลิงหนานกล่าวต่อ “ข้าจะเริ่มจากร้านผ้าไหมทั้งสามแห่ง โกดังสินค้าทางทิศใต้ และรายการรับจ่ายย้อนหลังสองปี”

เหวยมี่เบิกตากว้าง เสี่ยวชิงหันมองนายหญิงด้วยความตกตะลึง

“หากบัญชีทุกเล่มถูกต้อง ฮูหยินก็ไม่จำเป็นต้องกังวล” หลิงหนานยิ้มเล็กน้อย เธอหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าจะเริ่มตรวจสอบบัญชีการค้าของบิดาด้วยตัวเองเจ้าค่ะ”

พูดจบ หลิงหนานก็เดินออกจากห้องโดยไม่รอคำตอบ เสียงฝีเท้าของนางค่อย ๆ ห่างออกไปตามทางเดิน เจินจี้ยืนตัวแข็งอยู่กลางห้อง เหวยมี่รีบเดินเข้ามาหามารดา

“ท่านแม่! ท่านจะปล่อยให้นางทำเช่นนี้จริงหรือเจ้าคะ!”

เจินจี้ไม่ตอบทันที นางมองไปยังประตูที่หลิงหนานเพิ่งเดินผ่าน ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความระแวง หูหลิงหนานเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ไม่ใช่เพียงกล้าต่อปากต่อคำแต่เริ่มรู้จักตั้งคำถามในเรื่องที่ไม่ควรถามโดยเฉพาะเรื่องบัญชีการค้า

เจินจี้ค่อย ๆ กำมือแน่นเพราะนางรู้ดีว่าในสมุดบัญชีบางเล่ม มีรายการเงินที่ไม่ควรให้หลิงหนานเห็นและหากหญิงสาวตรวจพบความผิดปกติเหล่านั้นขึ้นมา สิ่งที่นางพยายามปกปิดมาตลอดสองปีอาจถูกเปิดเผยทั้งหมด

“ท่านแม่…” เหวยมี่เรียกอีกครั้ง

เจินจี้หันไปมองบุตรสาว ก่อนกล่าวเสียงต่ำ “ไปตามผู้ดูแลบัญชีมาพบข้า”

“ตอนนี้หรือเจ้าคะ”

“เดี๋ยวนี้!”

เหวยมี่สะดุ้ง

เจินจี้หันกลับไปมองประตูอีกครั้ง ริมฝีปากของนางเม้มแน่น “ข้าอยากรู้นักว่าเด็กที่ไม่เคยออกไปทำการค้าจะอ่านบัญชีได้สักกี่หน้า”

แต่แม้จะพูดเช่นนั้น ภายในใจของนางกลับไม่สงบเลยเพราะเป็นครั้งแรกที่เจินจี้รู้สึกว่าอำนาจเหนือจวนสกุลหูซึ่งเคยมั่นคง กำลังถูกท้าทายจากคนที่นางดูแคลนมากที่สุด

แสงตะวันยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลายเข้ามาภายในห้องหนังสือของจวนสกุลหู

บนโต๊ะไม้จันทน์มีสมุดบัญชีหลายเล่มวางซ้อนกันอย่างไม่เป็นระเบียบ ข้างกันเป็นลูกคิดทองเหลืองและเอกสารซื้อขายสินค้าที่มีตราประทับของร้านผ้าไหมสกุลหู

เจินจี้นั่งอยู่หลังโต๊ะ ใบหน้างดงามตามวัยบัดนี้กลับเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นระหว่างคิ้ว

ตรงหน้านางคือหลิวกว่าง ผู้ดูแลบัญชีของร้านผ้าไหมทั้งสามแห่ง ชายวัยกลางคนผู้นี้เคยเป็นเพียงเสมียนธรรมดา แต่หลังจากหูเต๋อเมิ่งเสียชีวิต เจินจี้ก็แต่งตั้งเขาขึ้นเป็นผู้ดูแลบัญชีทั้งหมดแทนคนเก่าที่ถูกปลดออก

ตลอดสองปีที่ผ่านมา หลิวกว่างได้รับผลประโยชน์จากตำแหน่งนี้ไม่น้อยและนั่นทำให้เขากลายเป็นคนที่ไม่อาจถอนตัวจากเรื่องที่เจินจี้กำลังทำอยู่ได้ง่าย ๆ

“เจ้าตรวจสอบแล้วหรือยัง” เจินจี้ถามเสียงต่ำ

หลิวกว่างรีบก้มศีรษะ “ตรวจสอบแล้วขอรับ ฮูหยิน”

“มีอะไรผิดปกติบ้าง”

ชายวัยกลางคนลังเล ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “หากดูเพียงบัญชีรายเดือนทั่วไป คงไม่พบปัญหาอะไรขอรับ แต่ถ้าคุณหนูใหญ่ขอตรวจสอบบัญชีย้อนหลังทั้งหมด แล้วนำไปเทียบกับใบส่งสินค้าและจำนวนผ้าที่อยู่ในโกดัง…”

เขาหยุดพูด

เจินจี้เงยหน้าขึ้นทันที “แล้วอย่างไร!”

“เกรงว่าจะปิดบังไม่ได้ขอรับ” หลิวกว่างกลืนน้ำลาย

เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะดังสนั่น

ปัง!

“ไร้ประโยชน์!” เจินจี้ตวาด “ข้าให้เจ้าดูแลบัญชีมาตั้งสองปี เหตุใดจึงจัดการเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ไม่ได้!”

หลิวกว่างรีบคุกเข่าลง “ฮูหยินโปรดระงับโทสะด้วยขอรับ!”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยจะเกิดอะไรขึ้น!”

“ข้าน้อยทราบขอรับ!”

“แล้วเหตุใดจึงปล่อยให้มีช่องโหว่!”

หลิวกว่างก้มหน้าจนแทบชิดพื้น “เพราะเงินที่นำออกไปมีจำนวนมากเกินไปขอรับ ต่อให้แก้ไขตัวเลขในสมุดบัญชี แต่สินค้าที่ขายออกไปกับเงินที่นำเข้าคลังไม่ตรงกัน หากตรวจสอบละเอียดก็ต้องพบอยู่ดี”

เจินจี้กัดฟันแน่น นางรู้ดีว่าหลิวกว่างไม่ได้พูดเกินจริง ตลอดสองปีที่ผ่านมา นางนำเงินจากกิจการสกุลหูไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า งานเลี้ยง และของขวัญสำหรับสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่ในเมือง ยังไม่รวมเงินที่ส่งให้ญาติฝ่ายตนเองเปิดกิจการ เงินจำนวนหนึ่งถูกนำไปซื้อที่ดินในชื่อของคนสนิท อีกส่วนถูกใช้ชำระหนี้พนันของเหวยตาน

แรกเริ่มเจินจี้คิดเพียงว่าตนเป็นภรรยาของหูเต๋อเมิ่ง ย่อมมีสิทธิ์ใช้เงินในจวน แต่เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนเงินที่นำออกจากกิจการกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้ แม้แต่นางเองก็ไม่อยากรู้ยอดรวมที่แท้จริง

“ขาดไปเท่าไร” เจินจี้ถามเสียงต่ำ

“ฮูหยิน…” หลิวกว่างเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

“ข้าถามว่าขาดไปเท่าไร!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 25

    “นั้นสิ” นางพึมพำ“เจ้าจะตั้งชื่อให้ข้าหรือ” ชายหนุ่มมองนาง“ถ้าท่านไม่รังเกียจ” หลิงหนานยิ้มเขานิ่งคิดก่อนตอบ “ตามใจเจ้า”หลิงหนานวางผ้าสะอาดลง นางมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างพิจารณา เขาดูเป็นคนหยิ่งทะนง แม้ความทรงจำหายไป แต่ท่าทางและน้ำเสียงยังมีความเด็ดขาดอย่างประหลาด จะตั้งชื่อธรรมดาเกินไปก็ดูไม่เหมาะ แต่หากตั้งชื่อสูงส่งเกินไปก็อาจฟังแปลก หลิงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างลมอ่อนพัดเข้ามา ทำให้ม่านผ้าสีขาวขยับเบา ๆ นางนึกถึงความหมายของคำว่า เซียง ที่อาจสื่อถึงความเป็นมงคล ชายคนนี้ปรากฏตัวในวันที่นางเกือบเสียชีวิต แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่การพบกันครั้งนั้นก็ทำให้นางมีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากมองในอีกแง่หนึ่ง เขาอาจเป็นโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้ายของนาง“ข้าคิดออกแล้ว” หลิงหนานกล่าวชายหนุ่มเงยหน้า “ชื่ออะไร”นางยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย “อาเซียง”เขาขมวดคิ้ว “อาเซียง?”

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 24

    ชายหนุ่มมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามอีกครั้ง “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเป็นคนไม่ดีหรือ”หลิงหนานหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวชิงก็ถามข้าเช่นนี้ ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นคนดีหรือไม่”ชายหนุ่มเลิกคิ้วหลิงหนานพูดต่อ “แต่ข้ารู้ว่าท่านช่วยข้าไว้” นางหยุดเล็กน้อย “หากวันหนึ่งพบว่าท่านเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ข้าค่อยไล่ท่านออกไปก็ยังไม่สาย”“เจ้าพูดจาตรงดี” ชายหนุ่มชะงักก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย“ข้าถือว่าเป็นคำชม”เขามองนางอีกครั้ง แววตาที่เคยระแวดระวังเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยแต่เมื่อมองไปรอบห้อง ความสับสนก็กลับมาอีกครั้ง“แล้วข้าจะไปที่ไหน”หลิงหนานนิ่งไป คำถามนั้นตอบยากกว่าที่คิด ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่ามาจากไหน และไม่มีใครรู้ว่าคนที่กำลังตามหาเขาเป็นมิตรหรือศัตรู หากปล่อยให้ออกไปในสภาพเช่นนี้ อาจเกิดอันตรายอีก“ตอนนี้ท่านยังไปไหนไม่ได้” นางตอบ“เหตุใด” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที“เพราะท่านบาดเจ็บ”“แ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 23

    หลิงหนานหันมามองแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “ข้าไม่ได้จะเฝ้าเขาตลอดทั้งคืน เจ้าพักก่อน อีกสักพักเราค่อยผลัดกัน”เด็กสาวจึงยอมไปเอนตัวพักบนตั่งเล็กอีกมุมหนึ่งของห้องหลิงหนานหันกลับมามองชายหนุ่ม เขายังคงหลับสนิท ใบหน้าซีดเซียวกว่าเมื่อตอนพบกันกลางป่าแต่ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น นางค่อย ๆ วางผ้าสะอาดลง“ท่านนี่ช่างทำให้คนอื่นลำบากจริง ๆ ข้ากำลังยุ่งกับเรื่องพินัยกรรมอยู่แท้ ๆ” เสียงของนางเบามากไม่มีคำตอบหลิงหนานถอนหายใจ “แต่จะโทษท่านก็ไม่ได้ หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่ได้กลับมานั่งบ่นอยู่ตรงนี้”ความทรงจำตอนที่ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาขวางคมดาบย้อนกลับมา นางยังจำแววตาของเขาในตอนนั้นได้ เย็นชา เด็ดขาด และไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หลิงหนานไม่เข้าใจว่าคนคนหนึ่งจะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้าได้อย่างไรในโลกเดิม เธอพบผู้คนมากมายที่เข้าหาเพราะผลประโยชน์ บางคนยิ้มต่อหน้า แต่พร้อมหักหลังทันทีที่มีโอกาส เธอจึงเรียนรู้ว่าการไว้ใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับช่วยชีวิตเธอโดยไม่รู้แม้แต่ชื่อ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 22

    หลิงหนานมองแม่เลี้ยงอย่างพิจารณา เมื่อครู่เจินจี้กล่าวว่าเป็นห่วงชื่อเสียงแต่กลับไม่ยอมให้ส่งคนบาดเจ็บไปโรงหมอ ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแก้ปัญหา เพียงต้องการหาข้ออ้างลงโทษนางเท่านั้น“ถ้าเช่นนั้นฮูหยินต้องการให้ข้าทำอย่างไร” หลิงหนานถามเจินจี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสียงแข็ง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าห้ามออกจากเรือนเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต!”เสี่ยวชิงเบิกตากว้าง “ฮูหยินเจ้าคะ!”“ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ห้ามออกจากบริเวณเรือนเช่นกัน!”“เขายังไม่ได้สติ จะออกไปไหนได้เจ้าคะ” หลิงหนานขมวดคิ้วเหวยมี่หัวเราะเยาะ “เจ้าก็พูดเก่งนัก!”เจินจี้ชี้หน้าหลิงหนาน “ข้าจะให้คนเฝ้าประตูเรือน หากเจ้ายังกล้าฝ่าฝืน ข้าจะส่งเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ในตระกูลตัดสิน!”“แล้วหมอเล่าเจ้าคะ” หลิงหนานมองนางนิ่ง“เจ้าพูดเรื่องอะไร”“ท่านจะให้หมอเข้ามารักษาเขาหรือไม่”“หมอเข้ามาได้เพียงครั้งนี้” เจินจี้เม้มปาก นางไม

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 21

    เหวยมี่รีบหันมองประตู เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงลดเสียงลง “ข้าเพียงคิดว่าอีกไม่นานพวกเราก็ไม่ต้องเห็นหน้านางอีกแล้ว”เจินจี้ไม่ได้ตอบ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบแต่ยังไม่ทันแตะริมฝีปาก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก“ฮูหยินเจ้าคะ! มีเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” บ่าวหญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่า“เกิดอะไรขึ้น” เจินจี้วางถ้วยชาลงทันที“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”“เจ้าว่าอะไรนะ!” ถ้วยชาในมือเจินจี้หลุดกระแทกโต๊ะ น้ำชาร้อนหกเปื้อนแขนเสื้อ แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บ“คุณหนูใหญ่กลับมาถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ”เหวยมี่ลุกพรวด “เป็นไปไม่ได้!”“จริง ๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูกำลังให้คนพาบุรุษแปลกหน้าเข้าไปในเรือนเล็ก” บ่าวหญิงสะดุ้งเจินจี้นิ่งค้าง กลับมาแล้ว? หูหลิงหนานยังมีชีวิตอยู่? แล้วเถาหู่เล่า คนที่รับเงินไปห้าร้อยตำลึงทำอะไรอยู่!“นางกลับมากับใคร” เจินจี้ถามเสียงแข็ง “เสี่ยวชิง อาหลิว และอาซานเจ้าค่ะ แต่ทุกคนมีรอยบาดเจ็

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 20

    ทุกคนชะงักอาหลิวรีบพูด “คุณหนูขอรับ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ หากพากลับจวนอาจมีปัญหาได้”เสี่ยวชิงเองก็ลังเล “จริงเจ้าค่ะ อีกอย่างฮูหยินคงไม่ยอมให้บุรุษแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในจวน”หลิงหนานมองชายหนุ่มที่นอนหมดสติ นางรู้ดีว่าการพาคนแปลกหน้ากลับไปอาจทำให้เจินจี้มีข้ออ้างกลั่นแกล้งอีกแต่หากทิ้งเขาไว้กลางป่าในสภาพเช่นนี้ โอกาสรอดชีวิตคงน้อยมาก ชายคนนี้เสี่ยงชีวิตช่วยนาง ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หากไม่มีเขา วันนี้นางกับเสี่ยวชิงอาจถูกโจรฆ่าตายไปแล้ว นางไม่อาจทอดทิ้งผู้มีพระคุณได้“ข้าจะรับผิดชอบเอง” หลิงหนานกล่าวหนักแน่นอาหลิวมีสีหน้าลำบากใจ “แต่คุณหนู…”“เขาช่วยชีวิตพวกเรา” หากปล่อยให้เขาตายอยู่ตรงนี้ พวกเจ้าจะสบายใจหรือ” นางมองบ่าวชายทั้งสองอาหลิวกับอาซานเงียบลงทันทีหลิงหนานหันกลับไปมองชายหนุ่ม นางใช้ผ้าสะอาดอีกผืนช่วยห้ามเลือด ก่อนบอกให้ทุกคนเตรียมรถม้า“อาหลิว ไปดูว่ารถม้ายังใช้ได้หรือไม่”“ขอรับ”“อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status