공유

บทที่ 11

last update 게시일: 2026-10-22 20:00:32

เมื่อประตูปิดลง ภายในห้องจึงเหลือเพียงเจินจี้ เหวยมี่ หลิงหนาน และเสี่ยวชิง บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง เจินจี้ยกถ้วยชาขึ้น แต่ยังไม่ทันดื่มก็วางลงอีกครั้ง

“เจ้าต้องการอะไรแน่”

หลิงหนานตอบโดยไม่ลังเล “พินัยกรรมของบิดาข้า”

“เจ้าไม่ต้องการแค่นี้หรอก”

“ข้าจะตรวจสอบทรัพย์สินที่บิดาทิ้งไว้”

เจินจี้หัวเราะเย็นชา “เจ้าคิดว่าจะเข้ามายึดทุกอย่างไปจากข้าหรือ”

“ข้าจะเอาเฉพาะสิ่งที่เป็นของข้า”

“เจ้าช่างไม่รู้จักบุญคุณ!”

หลิงหนานมองนางอย่างสงบ “หากฮูหยินดูแลทรัพย์สินให้ข้ามาตลอด ข้าย่อมขอบคุณ แต่หากมีสิ่งใดไม่ถูกต้อง เราก็ควรแก้ไข”

เจินจี้นิ่งไป นางไม่ชอบคำว่า ไม่ถูกต้อง เลยแม้แต่น้อยเพราะตลอดสองปีที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่นางไม่ต้องการให้หลิงหนานรู้โดยเฉพาะเงินจากร้านผ้าไหมที่ถูกนำไปใช้จ่ายในเรือนใหญ่

“พินัยกรรมไม่ได้สูญหาย” ในที่สุดเจินจี้ก็พูดออกมา

เสี่ยวชิงเบิกตากว้าง

“ท่านแม่!” เหวยมี่หันขวับ

“ข้าคิดไว้อยู่แล้ว” หลิงหนานกลับไม่แสดงความประหลาดใจ เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อย

“เจ้าไปรู้อะไรมา!” เจินจี้กัดฟัน

“หากเอกสารสูญหายจริง ฮูหยินคงไม่จำเป็นต้องห้ามข้าไปที่ว่าการถึงเพียงนั้น”

เจินจี้หน้าแดงจัด นางสูดลมหายใจลึก ก่อนพยายามเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลง “หลิงหนาน ข้าไม่ได้ตั้งใจปิดบังเจ้า”

หลิงหนานเลิกคิ้ว เมื่อครู่ยังจะขับเธอออกจากจวนอยู่เลย ตอนนี้กลับเริ่มพูดดีด้วยแล้ว

“ถ้าเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่ให้ข้าดู”

“เพราะเจ้ายังเด็ก” เจินจี้ถอนหายใจราวกับเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังอดทนกับเด็กดื้อรั้น

“ข้าอายุสิบเก้าปีแล้ว อายุพอ ๆ กับลูกสาวของท่านที่ควรจะแต่งงานออกเรือนได้แล้ว”

“สิบเก้าปีแล้วอย่างไร! เจ้ารู้หรือไม่ว่าการดูแลกิจการใหญ่ต้องใช้ความสามารถเพียงใด”

“ข้าจึงต้องการเรียนรู้”

“เรียนรู้?” เจินจี้หัวเราะเบา ๆ “เจ้าคิดว่าการค้าเป็นเรื่องเล่นสนุกหรือ ร้านผ้าไหมของบิดาเจ้ามีทั้งลูกจ้าง คู่ค้า และหนี้สิน หากบริหารผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้คนหลายสิบครอบครัวเดือดร้อน”

“ข้าเห็นด้วยกับที่ท่านพูดนะ” หลิงหนานพยักหน้า

เจินจี้ชะงัก นางไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้

หลิงหนานพูดต่อ “เพราะเหตุนี้ข้าจึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากิจการยังดำเนินไปอย่างถูกต้อง”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“ข้าต้องการทราบรายรับ รายจ่าย สินค้าคงคลัง หนี้สิน และสัญญาที่ทำไว้กับคู่ค้า”

เจินจี้มองนางอย่างตกใจ คำศัพท์บางคำที่หลิงหนานใช้ไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวซึ่งไม่เคยออกจากจวนบ่อยนักควรพูดได้คล่องเช่นนี้

“ใครสอนเจ้าเรื่องพวกนี้”

หลิงหนานยิ้มเล็กน้อย “ข้าเคยอ่านตำราการค้าของบิดา”

คำตอบนั้นเป็นข้ออ้างที่เธอคิดไว้ล่วงหน้า เธอไม่อาจบอกได้ว่าความรู้ทั้งหมดมาจากประสบการณ์บริหารบริษัทในอีกโลกหนึ่ง

“อ่านตำราไม่กี่เล่มไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะทำการค้าเป็น” เจินจี้มองนางอย่างไม่ไว้วางใจ

“ข้าทราบ” หลิงหนานตอบ “ดังนั้นข้าจึงไม่คิดจะเข้าไปสั่งงานทุกอย่างทันที”

เจินจี้เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่ประโยคต่อมาของหลิงหนานกลับทำให้นางตัวแข็งอีกครั้ง

“ข้าจะเริ่มจากตรวจสอบบัญชีย้อนหลังสองปี”

ความเงียบปกคลุมห้องรับรอง เหวยมี่มองมารดา ก่อนหันกลับมามองหลิงหนาน

“เจ้าจะตรวจสอบบัญชีไปทำไม!”

“เพราะข้าต้องการรู้ว่ากิจการของบิดาดำเนินไปอย่างไรหลังจากท่านเสียชีวิต”

“ท่านแม่ดูแลทุกอย่างดีอยู่แล้ว!”

“ถ้าเช่นนั้นก็ยิ่งไม่มีอะไรต้องกังวล” หลิงหนานตอบอย่างรวดเร็ว

เหวยมี่อ้าปาก แต่หาคำโต้แย้งไม่ออก เจินจี้วางถ้วยชาลงอย่างแรง

“บัญชีการค้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะหยิบมาดูเล่นได้!”

“ข้าไม่ได้ดูเล่น”

“เจ้าจะเข้าใจตัวเลขพวกนั้นหรือ”

“ข้าจะพยายาม”

“หากอ่านไม่ออกเล่า!”

“ข้าก็จะเรียนรู้”

“หากทำให้กิจการเสียหาย!”

หลิงหนานสบตานาง “ข้าแค่อ่านบัญชี มันคงไม่ทำให้กิจการเสียหายเจ้าค่ะ”

เจินจี้นิ่งไป

หลิงหนานพูดต่ออย่างใจเย็น “ข้ายังไม่ได้ขอถือเงิน ไม่ได้ขอเปลี่ยนผู้จัดการ และไม่ได้ขอสั่งซื้อสินค้า ข้าเพียงต้องการดูว่ารายรับกับรายจ่ายตรงกันหรือไม่” เธอหยุดเล็กน้อย “หากฮูหยินดูแลกิจการอย่างรอบคอบมาตลอด บัญชีเหล่านั้นย่อมเป็นหลักฐานยืนยันความสามารถของฮูหยินเอง”

คำพูดนี้ทำให้เจินจี้ลำบากใจยิ่งกว่าเดิม หากนางปฏิเสธ ก็เท่ากับแสดงให้เห็นว่ามีบางอย่างต้องปิดบัง แต่หากยอมให้ตรวจสอบ หลิงหนานอาจพบเรื่องที่ไม่ควรรู้ เจินจี้เริ่มเสียใจที่วันนี้ใช้อารมณ์มากเกินไป หากนางไม่ประกาศขับหลิงหนานออกจากจวน เรื่องคงไม่บานปลายถึงเพียงนี้

“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เด็กอย่างเจ้าเข้าไปยุ่งกับห้องบัญชีหรือ” นางถามเสียงเย็น

หลิงหนานไม่ได้ตอบทันที เธอเดินไปหยุดข้างหน้าต่าง มองออกไปยังลานกว้างด้านนอก จากตรงนี้สามารถมองเห็นหลังคาของเรือนหลายหลัง รวมถึงกำแพงสูงที่ล้อมรอบจวน ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นจากเงินที่หูเต๋อเมิ่งหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง เจ้าของร่างเดิมสูญเสียบิดาไปแล้วยังต้องสูญเสียบ้านและศักดิ์ศรีของตัวเองอีก

หลิงหนานรู้สึกว่าหญิงสาวคนนั้นน่าสงสารอย่างยิ่งแต่ความสงสารเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไร หากต้องการทวงคืนสิทธิ์ เธอต้องลงมือทำ

“ฮูหยินเจ้าคะ เมื่อครู่ฮูหยินบอกว่าข้ายังไม่มีความสามารถดูแลกิจการ” หลิงหนานหันกลับมา

“ใช่”

“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ต้องพิสูจน์ว่าข้าทำได้”

เจินจี้หัวเราะเยาะ “เจ้าจะพิสูจน์อย่างไร”

“ข้าจะเริ่มจากบัญชี”

“แล้วถ้าข้าไม่อนุญาต”

หลิงหนานยิ้มบาง ๆ “ข้าก็คงต้องขอให้ผู้ใหญ่ที่เคยร่วมทำการค้ากับบิดาช่วยตรวจสอบ”

เจินจี้หน้าเปลี่ยนสีทันที “เจ้าจะไปหาคนนอกอีกแล้วหรือ!”

“หากคนในจวนไม่ยอมให้ข้าดู ข้าก็จำเป็นต้องหาทางอื่น” หลิงหนานตอบอย่างสงบ “ข้าไม่ต้องการให้เรื่องภายในตระกูลแพร่ออกไปเช่นกัน แต่ข้าก็ไม่อาจละทิ้งสิทธิ์ของตัวเอง”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 25

    “นั้นสิ” นางพึมพำ“เจ้าจะตั้งชื่อให้ข้าหรือ” ชายหนุ่มมองนาง“ถ้าท่านไม่รังเกียจ” หลิงหนานยิ้มเขานิ่งคิดก่อนตอบ “ตามใจเจ้า”หลิงหนานวางผ้าสะอาดลง นางมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างพิจารณา เขาดูเป็นคนหยิ่งทะนง แม้ความทรงจำหายไป แต่ท่าทางและน้ำเสียงยังมีความเด็ดขาดอย่างประหลาด จะตั้งชื่อธรรมดาเกินไปก็ดูไม่เหมาะ แต่หากตั้งชื่อสูงส่งเกินไปก็อาจฟังแปลก หลิงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างลมอ่อนพัดเข้ามา ทำให้ม่านผ้าสีขาวขยับเบา ๆ นางนึกถึงความหมายของคำว่า เซียง ที่อาจสื่อถึงความเป็นมงคล ชายคนนี้ปรากฏตัวในวันที่นางเกือบเสียชีวิต แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่การพบกันครั้งนั้นก็ทำให้นางมีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากมองในอีกแง่หนึ่ง เขาอาจเป็นโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้ายของนาง“ข้าคิดออกแล้ว” หลิงหนานกล่าวชายหนุ่มเงยหน้า “ชื่ออะไร”นางยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย “อาเซียง”เขาขมวดคิ้ว “อาเซียง?”

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 24

    ชายหนุ่มมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามอีกครั้ง “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเป็นคนไม่ดีหรือ”หลิงหนานหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวชิงก็ถามข้าเช่นนี้ ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นคนดีหรือไม่”ชายหนุ่มเลิกคิ้วหลิงหนานพูดต่อ “แต่ข้ารู้ว่าท่านช่วยข้าไว้” นางหยุดเล็กน้อย “หากวันหนึ่งพบว่าท่านเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ข้าค่อยไล่ท่านออกไปก็ยังไม่สาย”“เจ้าพูดจาตรงดี” ชายหนุ่มชะงักก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย“ข้าถือว่าเป็นคำชม”เขามองนางอีกครั้ง แววตาที่เคยระแวดระวังเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยแต่เมื่อมองไปรอบห้อง ความสับสนก็กลับมาอีกครั้ง“แล้วข้าจะไปที่ไหน”หลิงหนานนิ่งไป คำถามนั้นตอบยากกว่าที่คิด ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่ามาจากไหน และไม่มีใครรู้ว่าคนที่กำลังตามหาเขาเป็นมิตรหรือศัตรู หากปล่อยให้ออกไปในสภาพเช่นนี้ อาจเกิดอันตรายอีก“ตอนนี้ท่านยังไปไหนไม่ได้” นางตอบ“เหตุใด” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที“เพราะท่านบาดเจ็บ”“แ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 23

    หลิงหนานหันมามองแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “ข้าไม่ได้จะเฝ้าเขาตลอดทั้งคืน เจ้าพักก่อน อีกสักพักเราค่อยผลัดกัน”เด็กสาวจึงยอมไปเอนตัวพักบนตั่งเล็กอีกมุมหนึ่งของห้องหลิงหนานหันกลับมามองชายหนุ่ม เขายังคงหลับสนิท ใบหน้าซีดเซียวกว่าเมื่อตอนพบกันกลางป่าแต่ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น นางค่อย ๆ วางผ้าสะอาดลง“ท่านนี่ช่างทำให้คนอื่นลำบากจริง ๆ ข้ากำลังยุ่งกับเรื่องพินัยกรรมอยู่แท้ ๆ” เสียงของนางเบามากไม่มีคำตอบหลิงหนานถอนหายใจ “แต่จะโทษท่านก็ไม่ได้ หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่ได้กลับมานั่งบ่นอยู่ตรงนี้”ความทรงจำตอนที่ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาขวางคมดาบย้อนกลับมา นางยังจำแววตาของเขาในตอนนั้นได้ เย็นชา เด็ดขาด และไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หลิงหนานไม่เข้าใจว่าคนคนหนึ่งจะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้าได้อย่างไรในโลกเดิม เธอพบผู้คนมากมายที่เข้าหาเพราะผลประโยชน์ บางคนยิ้มต่อหน้า แต่พร้อมหักหลังทันทีที่มีโอกาส เธอจึงเรียนรู้ว่าการไว้ใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับช่วยชีวิตเธอโดยไม่รู้แม้แต่ชื่อ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 22

    หลิงหนานมองแม่เลี้ยงอย่างพิจารณา เมื่อครู่เจินจี้กล่าวว่าเป็นห่วงชื่อเสียงแต่กลับไม่ยอมให้ส่งคนบาดเจ็บไปโรงหมอ ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแก้ปัญหา เพียงต้องการหาข้ออ้างลงโทษนางเท่านั้น“ถ้าเช่นนั้นฮูหยินต้องการให้ข้าทำอย่างไร” หลิงหนานถามเจินจี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสียงแข็ง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าห้ามออกจากเรือนเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต!”เสี่ยวชิงเบิกตากว้าง “ฮูหยินเจ้าคะ!”“ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ห้ามออกจากบริเวณเรือนเช่นกัน!”“เขายังไม่ได้สติ จะออกไปไหนได้เจ้าคะ” หลิงหนานขมวดคิ้วเหวยมี่หัวเราะเยาะ “เจ้าก็พูดเก่งนัก!”เจินจี้ชี้หน้าหลิงหนาน “ข้าจะให้คนเฝ้าประตูเรือน หากเจ้ายังกล้าฝ่าฝืน ข้าจะส่งเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ในตระกูลตัดสิน!”“แล้วหมอเล่าเจ้าคะ” หลิงหนานมองนางนิ่ง“เจ้าพูดเรื่องอะไร”“ท่านจะให้หมอเข้ามารักษาเขาหรือไม่”“หมอเข้ามาได้เพียงครั้งนี้” เจินจี้เม้มปาก นางไม

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 21

    เหวยมี่รีบหันมองประตู เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงลดเสียงลง “ข้าเพียงคิดว่าอีกไม่นานพวกเราก็ไม่ต้องเห็นหน้านางอีกแล้ว”เจินจี้ไม่ได้ตอบ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบแต่ยังไม่ทันแตะริมฝีปาก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก“ฮูหยินเจ้าคะ! มีเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” บ่าวหญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่า“เกิดอะไรขึ้น” เจินจี้วางถ้วยชาลงทันที“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”“เจ้าว่าอะไรนะ!” ถ้วยชาในมือเจินจี้หลุดกระแทกโต๊ะ น้ำชาร้อนหกเปื้อนแขนเสื้อ แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บ“คุณหนูใหญ่กลับมาถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ”เหวยมี่ลุกพรวด “เป็นไปไม่ได้!”“จริง ๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูกำลังให้คนพาบุรุษแปลกหน้าเข้าไปในเรือนเล็ก” บ่าวหญิงสะดุ้งเจินจี้นิ่งค้าง กลับมาแล้ว? หูหลิงหนานยังมีชีวิตอยู่? แล้วเถาหู่เล่า คนที่รับเงินไปห้าร้อยตำลึงทำอะไรอยู่!“นางกลับมากับใคร” เจินจี้ถามเสียงแข็ง “เสี่ยวชิง อาหลิว และอาซานเจ้าค่ะ แต่ทุกคนมีรอยบาดเจ็

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 20

    ทุกคนชะงักอาหลิวรีบพูด “คุณหนูขอรับ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ หากพากลับจวนอาจมีปัญหาได้”เสี่ยวชิงเองก็ลังเล “จริงเจ้าค่ะ อีกอย่างฮูหยินคงไม่ยอมให้บุรุษแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในจวน”หลิงหนานมองชายหนุ่มที่นอนหมดสติ นางรู้ดีว่าการพาคนแปลกหน้ากลับไปอาจทำให้เจินจี้มีข้ออ้างกลั่นแกล้งอีกแต่หากทิ้งเขาไว้กลางป่าในสภาพเช่นนี้ โอกาสรอดชีวิตคงน้อยมาก ชายคนนี้เสี่ยงชีวิตช่วยนาง ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หากไม่มีเขา วันนี้นางกับเสี่ยวชิงอาจถูกโจรฆ่าตายไปแล้ว นางไม่อาจทอดทิ้งผู้มีพระคุณได้“ข้าจะรับผิดชอบเอง” หลิงหนานกล่าวหนักแน่นอาหลิวมีสีหน้าลำบากใจ “แต่คุณหนู…”“เขาช่วยชีวิตพวกเรา” หากปล่อยให้เขาตายอยู่ตรงนี้ พวกเจ้าจะสบายใจหรือ” นางมองบ่าวชายทั้งสองอาหลิวกับอาซานเงียบลงทันทีหลิงหนานหันกลับไปมองชายหนุ่ม นางใช้ผ้าสะอาดอีกผืนช่วยห้ามเลือด ก่อนบอกให้ทุกคนเตรียมรถม้า“อาหลิว ไปดูว่ารถม้ายังใช้ได้หรือไม่”“ขอรับ”“อ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status