แชร์

ข่าวแพร่สะพัด

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-13 17:53:45

ข่าวสมรสพระราชทานแพร่ไปทั่วจวนเร็วกว่าที่หลี่ซินหรานคาดไว้มาก

แทบไม่ทันพ้นยามค่ำ บ่าวรับใช้ก็เริ่มกระซิบกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เสียงซุบซิบดังแผ่วตามมุมเรือน ทางเดิน และหลังโรงครัว บางคนหยุดงานกลางคัน บางคนทำทีไม่สนใจแต่หูกลับตั้งฟังตลอดเวลา

ว่าที่ชายาขององค์ชายเจ็ด

คำเรียกขานนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำเงียบสงบ คลื่นกระเพื่อมแผ่ออกไปไม่รู้จบ

เช้าวันถัดมา หลี่ซินหรานเพิ่งออกจากเรือน บ่าวรับใช้ที่เดินสวนต่างชะงักฝีเท้า ก่อนรีบก้มศีรษะคารวะอย่างรีบร้อนกว่าทุกวัน

“คารวะคุณหนูใหญ่”

เสียงเรียกนั้นไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้บ่าวอีกหลายคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หันมามอง

เสี่ยวเฉียวที่เดินตามหลังถึงกับเบิกตาโต นางไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่จำความได้ บ่าวในจวนมักทำเพียงโค้งกายส่ง ๆ หรือบางครั้งก็ทำเป็นมองไม่เห็น

แต่วันนี้ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นอีก

หลี่ซินหรานเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้หยุด ไม่ได้เอ่ยคำพูดใด น้ำเสียงและท่าทีสงบนิ่งราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ

ทว่าความเงียบนั้นเอง กลับทำให้หลายคนรู้สึกหนาวเย็นอย่างบอกไม่ถูก

บ่าวรับใช้ฝั่งเรือนหลิ่วซื่อเริ่มแสดงท่าทีชัดเจนขึ้น

จากที่เคยพูดจาเฉยชา บัดนี้กลับสุภาพเกินจำเป็น จากที่เคยเดินผ่านเหมือนนางเป็นอากาศ วันนี้กลับหยุดยืนรอให้หลี่ซินหรานเดินพ้นก่อนจึงกล้าขยับตัว

บางคนยิ้ม บางคนก้มหน้า

แต่ในแววตาไม่มีใครผ่อนคลายจริง ๆ

"คุณหนูเจ้าคะ" เสี่ยวเฉียวกระซิบเบา ๆ เมื่อกลับถึงเรือน

"พวกเขาเปลี่ยนไปหมดเลยเจ้าค่ะ"

หลี่ซินหรานวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบโต๊ะดังเพียงเล็กน้อย

"ไม่ใช่เพราะข้า" นางกล่าวเรียบ ๆ

"แต่เพราะวังมากกว่า"

เสี่ยวเฉียวเม้มปาก นางเข้าใจดีว่าคุณหนูหมายถึงสิ่งใด

ยามสาย หลิ่วซื่อมาเยือนที่เรือนเล็กด้วยตนเอง

สตรีวัยกลางคนในอาภรณ์สุภาพ ใบหน้าอ่อนโยนประดับรอยยิ้มอบอุ่น ราวกับไม่เคยมีเรื่องร้ายใดเกิดขึ้นมาก่อน

"ซินหราน" นางเอ่ยอย่างสนิทสนม สายตาอ่อนโยนอย่างคนที่กำลังหวังดี

"เมื่อคืนข้านอนไม่หลับ คิดไปคิดมาก็เป็นห่วงเจ้า"

หลี่ซินหรานลุกขึ้นคำนับตามธรรมเนียม สีหน้าเรียบร้อยไร้พิรุธ

"ฮูหยินมีใจเป็นห่วง ข้าซาบซึ้งนักเจ้าค่ะ"

นางตั้งไหล่ตรงกิริยาท่าทางบ่งบอกว่ามิใช่อ่อนแอ

หลิ่วซื่อจับมือนางเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย

"เข้าไปอยู่ในวังไม่เหมือนอยู่จวน หากมีอะไรไม่สบายใจ อย่าลืมส่งข่าวกลับมานะ"

คำพูดนั้นอ่อนโยนทุกถ้อยคำ แต่ในใจของหลิ่วซื่อกลับหัวเราะเย็น เด็กขี้ขลาดเช่นนี้หรือ จะอยู่รอดในวังได้ สถานที่ที่คำพูดหนึ่งอาจพรากชีวิต สถานที่ที่คนอ่อนแอไม่มีที่ยืน

นางยิ้มให้หลี่ซินหราน รอยยิ้มนั้นงดงามไร้ที่ติ

"จวนของเราคงต้องฝากเจ้าไว้กับฟ้าดินแล้ว"

หลี่ซินหรานยิ้มตอบบาง ๆ

"ข้าจะไม่ทำให้ฮูหยินต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ"

หลิ่วซื่อถอนมือกลับ พยักหน้าพอใจก่อนลุกจากไปอย่างสง่างาม

ทันทีที่ร่างนั้นลับตา เสี่ยวเฉียวถึงได้ถอนหายใจยาว

"ฮูหยิน ดูใจดีขึ้นมากเลยเจ้าค่ะ"

หลี่ซินหรานมองไปทางประตูที่ปิดสนิท เสียงของนางนิ่งสงบ

"เพราะนางคิดว่าข้าจะตายอยู่ในวัง"

เสี่ยวเฉียวสะดุ้ง เงียบไปทันที

ช่วงบ่าย หลี่เหวินเจิ้งเรียกหลี่ซินหรานไปพบ การสนทนาสั้นกระชับและเป็นทางการ

"อีกสามวันเจ้าจะเข้าวัง วางตัวให้เรียบร้อย อย่าสร้างปัญหา"

ไม่มีคำถามว่านางรู้สึกอย่างไร แม้คำพูดห่วงใยหรืออำลาก็ไม่หลุดออกมาจากปากของผู้เป็นบิดา หลี่ซินหรานรับคำอย่างสงบ

"ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ"

หลี่เหวินเจิ้งพยักหน้า สีหน้าแข็งกร้าวเช่นเดิม แต่คำพูดระมัดระวังกว่าแต่ก่อน ราวกับกลัวว่าแม้แต่ถ้อยคำจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง

ยามเย็น หลี่ซินหรานนั่งอยู่ในเรือน มองหีบทรัพย์สินของมารดาที่วางเรียงเป็นระเบียบ ทุกชิ้นกลับมาอยู่ในที่ของมัน ไม่มีใครกล้าแตะต้องอีก

เสียงในจวนยังคงคุกรุ่นแต่เรือนของนางกลับเงียบสงบอย่างประหลาด เสี่ยวเฉียวยืนอยู่ข้าง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน

"คุณหนูเจ้าคะ พวกเขาคงไม่กล้าทำอะไรอีกแล้ว"

หลี่ซินหรานมองหีบเหล่านั้นนิ่ง ๆ ก่อนเอ่ยเบา ๆ

"ไม่ใช่เพราะไม่กล้า"

นางเงยหน้าขึ้น สายตานิ่งลึก

"แต่เพราะกำลังรอให้ข้าไม่อยู่"

สามวันก่อนเข้าวังจวนตระกูลหลี่ดูสงบ แต่ภายใต้ความสงบนั้นคลื่นบางอย่างกำลังรวมตัวเงียบ ๆ

เช้าวันที่สองหลังรับราชโองการ จวนตระกูลหลี่ดูสงบผิดปกติ

ไม่มีเสียงซุบซิบโจ่งแจ้งเหมือนวันก่อน บ่าวรับใช้ต่างทำหน้าที่ของตนเงียบ ๆ ทว่าแววตาที่แอบเหลือบมองเรือนคุณหนูใหญ่กลับไม่เคยหายไป เหมือนทุกคนกำลังรอดูว่าสตรีผู้นี้จะล้มลงเมื่อใด

หลี่ซินหรานนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เสี่ยวเฉียวกำลังจัดเครื่องประดับอย่างระมัดระวัง นางเลือกเพียงของเรียบง่าย ไม่หรูหรา ไม่สะดุดตา

"คุณหนูไม่เลือกของงามกว่านี้หรือเจ้าคะ'  เสี่ยวเฉียวเอ่ยอย่างอดไม่ได้

"อย่างน้อยก็เป็นว่าที่ชายาองค์ชาย"

หลี่ซินหรานมองเงาสะท้อนของตนในกระจก สีหน้าสงบ

"ยิ่งงาม ยิ่งเป็นเป้าสายตา"

เสี่ยวเฉียวชะงัก มือที่ถือปิ่นเงินแน่นขึ้นเล็กน้อย

การเตรียมตัวเป็นไปอย่างเรียบง่ายเกินกว่าที่ใครคาดคิดไม่มีการรื้อฟื้นของเก่า ไม่มีการจัดขบวนโอ่อ่า แม้แต่ผ้าไหมที่ตัดใหม่ก็เลือกเพียงสีสุภาพ

บ่าวรับใช้บางคนเริ่มกระซิบกันอีกครั้ง ว่าที่ชายากลับเตรียมตัวเหมือนคนกำลังจะถูกส่งไปไกล ไม่ใช่คนกำลังจะได้ยศศักดิ์

ขณะนั้นเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ดังขึ้นจากหน้าประตูเรือน

"พี่ใหญ่ยังอยู่หรือไม่เจ้าคะ"

หลี่ซินเหยาก้าวเข้ามาในเรือน อาภรณ์สดใสกว่าทุกวัน ใบหน้าแต่งแต้มอย่างตั้งใจราวกับวันนี้เป็นวันที่นางควรเฉิดฉาย

"ข้ามาเยี่ยมท่านพี่"

น้ำเสียงหวาน แต่แววตาไม่ปิดบังความพึงพอใจ

หลี่ซินหรานลุกขึ้นยืนต้อนรับตามมารยาท

"มีธุระอันใดหรือ"

หลี่ซินเหยามองไปรอบเรือน ก่อนหัวเราะเบา ๆ

"ข้านึกว่าจะคึกคักกว่านี้"

"อย่างไรเสีย ท่านก็จะได้เข้าไปอยู่ในวังหลวงแล้วไม่ใช่หรือ"

นางเดินเข้ามาใกล้ มองหีบทรัพย์สินที่วางเรียงอย่างเป็นระเบียบก่อนยิ้มเยาะ

"เก็บของพวกนี้ไปด้วยหรือเจ้าคะ"

"หรือคิดว่าของพวกนี้จะช่วยให้รอดจากคนในวังได้"

เสี่ยวเฉียวกำมือแน่น แต่หลี่ซินหรานกลับยืนนิ่ง

"อย่างน้อยก็เป็นของของข้า" นางตอบเรียบ ๆ

คำตอบนั้นทำให้หลี่ซินเหยาหัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง

"ท่านนี่ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ วังหลวงไม่เหมือนจวนหลังนี้นะเจ้าคะ"

นางโน้มตัวเข้าใกล้ ลดเสียงลงเล็กน้อยแต่ถ้อยคำกลับคมกริบ

"ที่นั่น คนขี้ขลาดอยู่ไม่รอด"

"ท่านเคยกล้าสู้กับใครหรือไม่ หรือจะได้แต่ร้องไห้เหมือนเดิม"

เสี่ยวเฉียวเผลอขยับตัวไปข้างหน้า แต่หลี่ซินหรานยกมือห้ามเบา ๆ

"ขอบใจที่เป็นห่วง" นางเอ่ยเสียงสงบ

"ข้าจะจำคำเจ้าไว้"

คำตอบนั้นไม่โต้เถียงหรือไม่แม้แต่แสดงความขุ่นเคือง หลี่ซินเหยาชะงักไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ

"ดีแล้วเจ้าค่ะ"

"อย่างน้อย ก็รู้ตัวว่าอยู่ฐานะไหน"

นางหมุนตัวจากไป ทิ้งเสียงหัวเราะเบา ๆ ไว้เบื้องหลัง

เมื่อเรือนกลับมาเงียบอีกครั้ง เสี่ยวเฉียวถึงได้กัดฟันเอ่ย

"คุณหนู เหตุใดท่านไม่ตอบโต้เลยเจ้าคะ"

หลี่ซินหรานนั่งลงช้า ๆ สีหน้ายังนิ่ง

"เพราะยังไม่ถึงเวลา"

นางมองไปยังประตูที่หลี่ซินเหยาเดินออกไป

"คนที่คิดว่าตนชนะแล้ว จะเผยไพ่ในมือออกมาเอง"

เสี่ยวเฉียวเงียบไป ดวงตาเต็มไปด้วยความเข้าใจครึ่งหนึ่งและความหวาดหวั่นอีกครึ่งหนึ่ง

ยามค่ำ บ่าวรับใช้ฝั่งหลิ่วซื่อเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น บางคนมองเรือนคุณหนูใหญ่ด้วยสายตาแปลกไป บางคนเริ่มพูดจาไม่เกรงใจเท่าเดิม ทุกคนต่างคิดเหมือนกันว่าอีกไม่นาน สตรีผู้นี้จะไม่อยู่ในจวนอีกแล้ว

หลี่ซินหรานนั่งอยู่ในความเงียบ ฟังเสียงลมพัดผ่านระเบียง นางไม่คิดโกรธหรือแก้แค้นเพราะสำหรับนางสามวันนี้ไม่ใช่การหนีแต่เป็นการ ก้าวออกจากชีวิตเดิม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 5 บทส่งท้าย

    เสียงแตรสังข์ดังก้องกังวานไปทั่วนครหลวง ขบวนเดินทัพของอาหู่และ แม่ทัพเกาเทียนเล่อเคลื่อนเข้าสู่ประตูวังอย่างยิ่งใหญ่ ขบวนนี้ไม่ได้พกพาอาวุธมาเพื่อรบ แต่พกพาเอาเหล้าป่าหมื่นไหและ สมุนไพรล้ำค่ามาเพื่อฉลองอาหู่ในชุดขุนนางหนานเจียงที่ดูภูมิฐานขึ้น แต่ยังคงท่าทางนักเลงโตเหมือนเดิม เดินนำขบวนเคียงข้างแม่ทัพเกาที่สวมชุดเกราะอ่อนสีเงินสง่างาม ตามมาด้วยหูเจี้ยนและเกาชิงชิง คู่ข้าวใหม่ปลามันที่เดินจูงมือกันมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม"ดูสิ เมืองหลวงวันนี้สว่างยังกับกลางวัน ลูกชายฝ่าบาทนี่ดวงแข็งจริง ๆ ได้ขึ้นบัลลังก์พร้อมเมียสวยขนาดนี้"อาหู่กระซิบพลางหัวเราะลั่นจนขุนนางวังหลวงที่เดินผ่านถึงกับสะดุ้งภายในพระที่นั่งบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์สลับกับกลิ่นอายความเข้มข้นของสุราชั้นเลิศ จักรพรรดิเซียวจิ่งเยี่ยนและฮองเฮาอวี้หลัน ประทับบนบัลลังก์คู่ดูสง่างามดั่งเทพเซียนลงมาจุติโต๊ะเสวยจัดแบ่งตามลำดับอย่างอบอุ่นโต๊ะอาวุโสมีเซียวจิ่งอัน หลี่ซินหราน เฉินเฟิง หลี่ซินเหยา อาหู่ เซียวหลัน และเกาเทียนเล่อ นั่งล้อมวงกันราวกับสหายที่ร่วมรบกันมาแรมปี เสียงพูดคุยหัวเราะของพวกเขาทำให้อำนาจที่เคย

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 4 งานสมรส

    ทันทีที่ข่าวพยัคฆ์หนุ่มสยบแม่เสือดาวแพร่ไปถึงหูของฮ่องเต้เซียวจิ่งอัน พระองค์ทรงพระสรวลเสียงดังลั่นตำหนัก ทรงรีบสั่งการให้เบิกสมบัติล้ำค่าจากคลังหลวง ทั้งผ้าไหมทองคำ หยกประดับ และอาวุธระดับตำนาน ส่งไปประเคนให้หลานชายถึงหนานเจียงหนัก ๆ โดยส่ง รัชทายาทเซียวจิ่งเยี่ยนและเหล่ามังกรแฝด ทั้งสี่พระองค์เดินทางไปเป็นตัวแทนพระองค์บรรยากาศที่หน้าด่านหนานเจียงคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขบวนม้าของรัชทายาทช่างสง่างาม แต่อลังการไม่แพ้กันคือขบวนของ แม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยาที่พาลูกชายทั้งสองคนคือเฉินหยาง และเฉินหมิงมาร่วมแสดงความยินดี"อาหู่ ข้าขนดาบเหล็กไหลมาให้ลูกสะใภ้เจ้าโดยเฉพาะ เห็นว่าดุนักไม่ใช่รึ" เฉินเฟิงตะโกนทักทายสหายรักที่ยืนหน้าบานรอรับแขกอยู่หน้าจวน"ฮ่าๆๆ! มาเลยสหายรัก วันนี้ข้าเตรียมเหล้าไว้รับรองพวกเจ้าจนถึงเช้า" อาหู่หัวเราะพลางกอดคอสหายทั้งสองเข้างานลานกว้างใจกลางเมืองหนานเจียงถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานแต่งที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราของราชวงศ์และความดิบเถื่อนของนักรบหนานเจียง แสงโคมไฟนับหมื่นดวงส่องสว่างแข่งกับแสงดาว เสียงกลองศึกสลับกับเสียงพิณหวานหูหูเจี้ยน ในชุดเจ้า

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 3 พยัคฆ์อยากมีคู่

    ภายในห้องโถงจวนแม่ทัพเกาเทียนเล่อ บรรยากาศอึมครึมลงทันตา เมื่อแม่ทัพเกาเรียกเกาชิงชิงมายืนต่อหน้า โดยมีหูเจี้ยน นั่งกอดอกทำหน้ายียวนอยู่ข้าง ๆ"ชิงชิง เจ้าทำเกินไปแล้วนะ" แม่ทัพเกาตบโต๊ะเสียงดัง"เจ้าลืมที่ข้าสอนรึ วิชาการต่อสู้และธนูที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้า เพราะเจ้าเป็นลูกกำพร้าของน้องชายข้าที่พลีชีพในสนามรบ ข้าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อให้เจ้าปกป้องตัวเอง ไม่ได้ให้เจ้าเอาไปเที่ยวไล่กัดกับแขกของข้าเช่นนี้"เกาชิงชิงก้มหน้านิ่ง ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเพราะความน้อยใจ "แต่เขาจะล่าสัตว์ในเขตที่ข้าดูแลนะเจ้าคะท่านพ่อ""หุบปาก! ถึงเจ้าจะเก่งกาจเพียงใด ข้าก็ไม่เคยอนุญาตให้เจ้าไปเป็นทหารรบราฆ่าฟันกับใคร ข้าอยากให้เจ้าเป็นสตรีที่สง่างาม ไม่ใช่แม่เสือป่าเช่นนี้ ขอโทษคุณชายหูเดี๋ยวนี้!"เกาชิงชิงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันไปทางหูเจี้ยนแล้วสะบัดเสียงใส่ "ขอโทษ" จากนั้นนางก็วิ่งหนีเข้าห้องไปทันที ทิ้งให้หูเจี้ยนนั่งงงพลางรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ ที่ทำให้สตรีที่ดูเข้มแข็งขนาดนั้นต้องโดนดุเมื่อหูเจี้ยนกลับถึงเมืองหนานเจียง เขายังคงวนเวียนคิดถึงใบหน้าดุ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเศร้าของเกาชิงชิง รวมถึงฝีมือธนูที่ทัดเทียมกั

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 2 คู่บารมี

    หลังจากงานพิธีอำลาตาเฒ่ากระบอกยาผ่านพ้นไป ความเศร้าโศกเริ่มจางหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงปณิธานที่ต้องสานต่อ องค์รัชทายาททรงเริ่มปฏิบัติภารกิจตรวจการรอบนครหลวงเพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของราษฎรตามรอยพระราชบิดาข้างกายของพระองค์คือ เฉินหยาง ลูกชายคนโตของแม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยา ซึ่งบัดนี้รั้งตำแหน่งรองแม่ทัพและองครักษ์คู่ใจ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันดั่งพี่น้อง คนหนึ่งคือมังกรผู้ปกครองอีกคนคือพยัคฆ์ขาวผู้พิทักษ์"เฉินหยาง เจ้าว่าวันนี้ตลาดทิศตะวันออกดูคึกคักผิดปกติหรือไม่" รัชทายาทตรัสพลางทอดพระเนตรวิถีชีวิตผู้คน"ทูลรัชทายาท เป็นเพราะใกล้เทศกาลโคมไฟพะย่ะค่ะ ราษฎรต่างพากันเตรียมงานเลี้ยงฉลองความสงบสุขของแผ่นดิน" เฉินหยางตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามแบบฉบับตระกูลเฉินภารกิจสุดท้ายของวันคือการเข้าพบ มหาอัครเสนาบดีหวังอี้เทียน เพื่อหารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในราชสำนัก ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้าสู่จวนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง มหาอัครเสนาบดีก็รีบออกมาต้อนรับ"กระหม่อมขอประทานอภัยที่ให้ทรงรอนานพะย่ะค่ะ พอดีบุตรีของกระหม่อมกำลังจัดเตรียมน้ำชาเพื่อต้อนรับพระองค์อยู่"ทันใดนั้น สตรีนางหนึ่งใน

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 1 บทเรียนสุดท้ายกับอาจารย์ตาเฒ่า

    ในบ่ายวันที่อากาศอบอ้าว จดหมายจากนกสื่อสารปีกสีเงินสามฉบับส่งถึงวังหลวง, จวนแม่ทัพ และหนานเจียง เนื้อความในจดหมายสั้นและห้วนตามสไตล์ ตาเฒ่ากระบอกยา ว่า "ข้าแก่แล้ว สังขารข้าคงอยู่ได้อีกไม่นาน วิชาที่ข้ามีข้าไม่อยากให้มันตายไปกับโลงศพ ส่งลูกบ้านละหนึ่งคนมาหาข้าที่หุบเขาไร้นามภายในเจ็ดวัน ใครช้า ข้าจะถือว่าสิ้นวาสนาต่อกัน" ข่าวนี้ทำเอาเหล่าพ่อแม่นั่งไม่ติดพื้น ทุกคนต่างรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้รับสืบทอดวิชาที่เปลี่ยนคนตายให้ฟื้นได้ หลังจากปรึกษากันอย่างเคร่งครัด ตัวแทนรุ่นที่หนึ่งจึงถูกเลือก เซียวหลิน องค์หญิงแฝดผู้พี่ ตัวแทนจากวังหลวง นางมีพื้นฐานจากมารดาและมุ่งมั่นจะเป็นหมอหญิงที่เก่งที่สุด เฉินหมิง ลูกชายคนเล็กตระกูลเฉิน แม้จะเป็นขุนนางกรมโยธา แต่เขามีสมาธิสูงและเข้าใจเรื่องกลไกธาตุ ซึ่งจำเป็นต่อการสกัดยาชั้นสูง หูหลัน ลูกสาวคนเล็กหนานเจียง นางมีความใกล้ชิดกับพฤกษศาสตร์ป่าไม้มากที่สุดในสองพี่น้องของอาหู่ การเดินทางสู่หุบเขาไร้นามไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งสามคนต้องเดินทางร่วมกันโดยไม่มีผู้ช่วยหรือทหารติดตาม ทันทีที่เข้าสู่เขตป่าหมอก พวกเขาต้องเจอกับเขาวงกตพฤกษาที่ตาเฒ่าจัดวา

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   การเติบโตของทายาท

    กาลเวลาผันผ่านล่วงเลยมาถึงยี่สิบปี แผ่นดินเซียวไม่เพียงแต่สงบสุข แต่ยังเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ภายใต้การดูแลของทายาทแห่งหลี่ซินหรานและเซียวจิ่งอัน องค์รัชทายาทเซียวจิ่งเยี่ยน แฝดคนโตของราชวงศ์ บุรุษผู้มีความเคร่งขรึมและเด็ดขาดเหมือนพระราชบิดา แต่มีนัยน์ตาที่แฝงความอ่อนโยนเหมือนมารดา เขาไม่เพียงแต่เก่งการปกครอง แต่ยังเป็นจอมทัพที่ได้รับการยอมรับจากทหารทั่วแผ่นดิน ในวัยยี่สิบเศษ เขาสามารถบริหารราชกิจแทนฮ่องเต้ได้อย่างไร้ที่ติ ราชเลขาเซียวอวี่ แฝดผู้น้องผู้ที่ตาเฒ่ากระบอกยาเคยย่นจมูกใส่เพราะหน้าเหมือนตา บัดนี้กลายเป็นนักปราชญ์อันดับหนึ่งของแผ่นดิน เขามีความจำที่เลิศเลอและไหวพริบปฏิภาณในการวางแผนการเมืองได้อย่างแยบยล เป็นขุนพลฝ่ายบุ๋นที่คอยคานอำนาจและอุดช่องโหว่ให้พี่ชายได้อย่างสมบูรณ์แบบ องค์หญิงเซียวหลิน ธิดาแฝดองค์โต นางสืบทอดวิชาการแพทย์มาอย่างเต็มเปี่ยม นางเปิดสถานพยาบาลประชาราษฎร์ทั่วแคว้นพัฒนาการผ่าตัดและร่วมกับตำราของตาเฒ่า จนโรคร้ายไม่สามารถกล้ำกรายแผ่นดินเซียวได้อีก องค์หญิงเซียวเฟย แฝดหญิงคนน้อง รั้งตำแหน่งราชทูต นางเป็นผู้ที่นำกองเรือเซียวออกสู่มหาสมุทร ค้าขายกับดินแ

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ย้ายเข้าตำหนักองค์ชาย

    เช้าวันถัดมา ขันทีประจำตำหนักมารายงานว่า "ทูลองค์ชาย ข้างนอกมีข่าวว่าท่านลำเอียงเข้าข้างว่าที่ชายา" เซียวจิ่งอันวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน "ปล่อยไป" "แต่ข่าวลือนั้นกระทบพระเกียรติพะย่ะค่ะ" เขาไม่ตอบ สายตาคมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง "ใครปล่อยข่าว" ขันทีลังเล ก่อนตอบ "ต้นทางมาจากตำหนักองค์หญิง

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   คำพูดที่ไม่มีใครอยากฟัง

    หมอหลวงมาถึงในเวลาไม่นาน เขาคุกเข่าตรวจชีพจร สีหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวเสียงหนักแน่น "องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างรุนแรง กระหม่อมจะถวายยากล่อมประสาท" ขันทีรีบรับคำ เตรียมถ้วยยา หลี่ซินหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองเงียบ ๆ ยานั้นหากให้ไปองค์หญิงจะไม่รอด "ขออภัย" เสียงนุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายท

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   อวสานอัปยศ

    เสียงฝีเท้าของคนทั้งห้าดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินหินของวิหารโลหิตที่ลึกลงไปใต้ดิน ยิ่งลึกอากาศยิ่งเย็นเยียบและชื้นแฉะ ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่ซินหรานต้องหยุดชะงักไม่ใช่ความหนาวเย็น แต่เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญ้าน้ำค้างสวรรค์และจันทน์เทศพันปีที่ลอยมาตามลม กลิ่นที่นางจำได้ขึ้นใจว่ามันคือกลิ่นเฉพาะตัวที่ติดอ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ศิษย์พี่ ศิษย์น้อง

    กลางดึกท่ามกลางป่าหนานเจียงที่มืดมิด เสียงแมลงป่าเงียบหายไปอย่างประหลาด ราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดกำลังกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่ปกคลุมอยู่ ในวงล้อมอาคมของตาเฒ่ากระบอกยา แสงสีม่วงทองยังคงหมุนวนรอบตัวเซียวจิ่งอันและหลี่ซินหรานอย่างต่อเนื่องเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าคมคายของรัชทายาทหนุ่ม พลั

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status