ログインจางลี่ถิงเดินมาทางโต๊ะของหมอซาง มาถึงก็หยุดเท้านิ่งอีกมือก็จับมือของหนิงเอ๋อไว้แน่น
"คุณหมอมาทานข้าวหรือคะ" เธอยิ้มออกมาจนเห็นฟันขาว ส่วนหมอซางก็ช้อนสายตาขึ้นมามอง เมื่อเห็นใบหน้าสีขาวปากแดงระเรื่อแล้วหมอก็พับเมนูอาหารก่อนจะวางมันไว้ตรงหน้าแล้วพูดขึ้น "ก็เห็นนี่ว่ามาทานอาหาร หรือเธอเห็นเป็นอย่างอื่น" "นั่นสิคะ แล้วนี่....." เธอหันมาทางหมอหลันจากนั้นก็กลอกตาไปทางหมอซางอีกครั้ง "จะไม่แนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอ" ก็หมอซางนิ่งราวกับหุ้นใบหน้าไม่เป็นมิตรกับเธอ ลี่ถิงเธอรู้เลยแกล้งแหย่หมอเล่น "ไม่จำเป็นหรอกมั้ง" "ไม่จำเป็นได้ยังไงคะหมอ เรากำลังจะหมั้นกันนะ" คำพูดของเธอทำเอาหมอหลันตกใจมาก หัวใจดวงนั้นเหมือนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่เคยรู้มาก่อนว่าหมอซางจะมีคู่หมั้นแล้ว "เธอมาทานข้าวไม่ใช่หรือไง ก็ไปซะสิ" "คุณหมอจะไม่ชวนลี่ถิงนั่งด้วยเหรอคะ นี่ว่าที่คู่หมั้นคุณหมอนะ" คราวนี้เป็นหนิงเอ๋อที่พูด ทำเอาหมอต้องหันมามองหน้าคนที่ยืนข้าง ๆจางลี่ถิง ความคิดของหมอก็คงจะคิดว่าเพื่อนกันไม่ต่างกันเท่าไร "เออ งั้นเชิญพวกคุณสองคนนั่งด้วยกันสิคะ" คุณหมอสาวสวยคงทำตัวไม่ถูกก็คนที่พึ่งเดินเข้ามาเขาเปิดตัวชัดว่าเป็นว่าที่คู่หมั้น นั้นแปลว่าเขากำลังแสดงสถานะของตัวเองแล้วเธอก็ดันมากับคนที่เขากำลังมีเจ้าของ ทว่า "หมอหลัน คุณก็เห็นว่าเธอมากับเพื่อน หากจะนั่งทานร่วมกับเราไม่น่าจะสะดวกหรอก" "แต่....." "สะดวกสิ หนิงเอ๋อฉันว่าเรานั่งตรงนี้ท่าจะดีนะไหน ๆ ก็มาร้านเดียวกันแล้ว" พูดจบก็หย่อนสะโพกลงนั่งข้าง ๆ หมอซาง ส่วนหนิงเอ๋อเธอก็นั่งข้างหมอหลัน นี่สินะที่เขาเรียกนางร้ายตัวจริง เมนูอาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟตามที่สั่ง หมอซางทำหน้านิ่งดุจแม่น้ำไม่เคลื่อนไหว ส่วนหมอหลันแน่นอนว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารพาเธออึดอัด เมื่อทุกอย่างพร้อมทานแล้ว หมอซางก็ใช้ตะเกียบที่มีคืบอาหารใส่ถ้วยใบเล็กของหมอหลัน และนั้นมันยิ่งทำให้หมอหลันรู้สึกไม่ดีไปกันใหญ่ ทว่าลี่ถิงเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าเธอกับหมอซางไม่ได้มีความรักใคร่ฉันชู้สาวแถมเขาก็เกลียดเธอ สิ่งที่ทำก็คงไม่เห็นแก่หน้าเธอเท่าไร "หมอซางไม่คีบให้ถิงถิงบ้างละคะ เธอนั่งใกล้คุณนะ" เป็นหนิงเอ๋อที่พูดขึ้นทว่าหมอซางก็สวนกลับ "เธอน่าจะบริการตัวเองได้ดี ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นดูแลหรอกนะ" คนอื่นที่เขาว่าคงเป็นว่าที่คู่หมั้นที่นั่งข้าง ๆ ตอนนี้ "ก็จริงอย่างที่หมอพูด ฉันไม่ได้พิการทุกอย่างครบคงไม่จำเป็นต้องให้ใครตักอาหารให้หรอกนะ" แต่เชื่อเถอะว่าคำพูดนั้นมันทำให้หมอหลันสะท้านไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าที่คู่หมั้นหมอกำลังแซะเธออยู่ "ฉันว่าเรารีบ ๆ ทานเถอะค่ะ จะได้รีบกลับ" หมอหลันเธอทำตัวไม่ถูกจริง ๆ ก็เลยต้องรีบตัดบท ส่วนหมอซางเขารู้ว่าจางลี่ถิงต้องการจะประชด แต่สิ่งที่หมอทำได้คือหันมาส่งสายตาดุร้ายใส่เธอก็เท่านั้น เวลาผ่านไปพักใหญ่ต่างคนก็ต่างอิ่มท้อง หมอหลันไม่รอช้าที่จะชวนหมอซางกลับโรงพยาบาล ส่วนสองสาวอย่างลี่ถิงและหนิงเอ๋อเอาแต่นั่งกลอกตามองคนทั้งสอง จนกระทั่ง ลี่ถิงพูดบ้าง "ก็ดีเหมือนกัน ฉันเองก็ทำงานค้างไว้ หนิงเอ๋อเธอไปรอฉันที่รถแล้วกัน เดี๋ยวฉันขอเข้าห้องน้ำก่อน" "ได้สิ" ลี่ถิงเธอเดินลับตาไปทางห้องน้ำของลูกค้า ส่วนหมอซางก็เอาแต่จ้องมองอย่างไม่ละสายตา และเป็นหมอซางที่เอ่ยบอกคุณหมอหลันเพื่อนร่วมงาน "มู่หลันคุณไปรอผมที่รถแล้วกัน ผมเองก็อยากเข้าห้องน้ำ" "ได้ค่ะ" หมอซางมาเข้าห้องน้ำจริง แต่ห้องน้ำชายหญิงอยู่คนละฝั่งเขาเข้าไปแค่ล้างมือ จากนั้นก็ออกมาดักรอลี่ถิงที่หน้าห้องน้ำหญิง พลันร่างอรชรเดินออกมาเท่านั้นเสียงเข็มของหมอก็ทักขึ้น "เดี๋ยว" เท้าเล็กชะงักพร้อมทั้งกวาดสายตามามองคนตัวสูงที่ยืนพิงผนังหน้าห้องน้ำอยู่ "ไม่ทราบว่าหมอซางมีอะไรหรือคะ" น้ำเสียงเหมือนจะประชดเล็กน้อย หมอซางไม่รอช้ารีบสาวเข้ามาประชิดว่าที่คู่หมั้น พร้อมทั้งเอื้อมมือไปบีบที่แขนเธอแน่น "ฉันเจ็บนะ" "อย่าทำให้ฉันต้องเกลียดเธอมากกว่านี้ หมอหลันเป็นเพื่อนของฉันอย่ามายุ่งกับเธอ" ว่าแล้วก็สะบัดแขนเรียวเล็กจนหลุดพ้นมือ สายตาของเขาไม่ได้มองลี่ถิงด้วยความเอ็นดูแต่อย่างใด ส่วนลี่ถิงในสายตาหมอเธอคือนางร้ายดี ๆ นี่เอง "ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย" "แต่คำพูดเธอกำลังจะทำร้ายน้ำใจหมอหลันอยู่" "นี่นาย....หมอซาง หมอสำคัญตัวอยู่หรือเปล่า สิ่งที่ฉันพูดไปกระทบส่วนไหนไม่ทราบ ทุกคำล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น" จริงอยู่ว่ามันเป็นความจริง แต่ตอนนี้คุณหมอหนุ่มหล่อคงไม่สนใจหรอกเพราะในสายตาหมอมันไม่เห็นลี่ถิงอยู่ในนั้นด้วยซ้ำ อย่างที่บอกว่าคนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด ลี่ถิงเล่นเกมจ้องตากับหมออย่างน่าใจหายต่างฝ่ายต่างไม่ยอมหลบสายตา จนกระทั่งหมอซางเองเป็นฝ่ายละสายตาไปเสียก่อน เหตุผลเพราะหมอเป็นห่วงคนที่รออยู่ต่างหาก หมอซางเดินลับตาไปแล้วความอ่อนแอของเธอก็ย่อมมี "เจ็บชะมัด บีบมาได้" ต้นแขนเล็กเป็นรอยนิ้วมือเปื้อนใหญ่ มันแดงระเรื่อขึ้น ลี่ถิงได้แต่ก้มมองแต่ก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง "นี่คงเป็นผลกรรมของเธอสินะ ลี่ถิง" ชุดเดรสสีดำแขนกุดที่เธอสวมใส่มันเผยให้เห็นต้นแขนที่พึ่งถูกบีบไป วันนี้ก็เป็นใจเสียด้วยอากาศไม่หนาวทำให้เธอต้องใส่เสื้อตัวนี้มา "ถิงถิง แขนเธอไปโดนอะไรมา" ทันทีที่ร่างของเพื่อนแทรกขึ้นมาบนรถ สายตาของหนิงเอ๋อก็เหลือบไปเห็นรอยแดงที่ต้นแขนจนได้ "ไม่มีอะไรหรอกฉันเดินซุ่มซ่ามไปนิด เลยชนขอบประตู" "เธอไม่เคยเป็นคนซุ่มซ่ามขนาดนี้นี่" "ช่างเถอะฉันไม่เป็นอะไร ไปกันเถอะฉันอยากเคลียร์งานให้เสร็จเร็ว ๆ " เธอพยายามตัดบทไม่อยากให้หนิงเอ๋อถามอะไรมาก ส่วนหนิงเอ๋อแม้จะสงสัยแต่ก็ต้องเก็บไว้ในเมื่อเพื่อนบอกว่าชนประตู ก็คงเป็นอย่างนั้น และยอมที่จะเคลื่อนรถกลับไปห้องเสื้อทันทีวันแต่งงาน ต้องเรียกว่าผ่านเรื่องร้ายไปแล้วก็ต้องมีเรื่องดีงานมงคลกันบ้าง หมอซางจูงมือจางลี่ถิงเข้าประตูวิวาห์อย่างชื่นมื่น ท่ามกลางสักขีพยานมากมายที่เข้ามาร่วมงาน ส่วนคุณหลิวเขาไม่ได้มาแต่ส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้เจ้าสาวกับเจ้าบ่าว นั้นก็คือตั๋วไปฮันนีมูนที่ฝรั่งเศสเมืองโรแมนติกทริปหนึ่งอาทิตย์เรียกว่าจัดเต็ม บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แขกที่มาร่วมงานมากหน้าหลายตา เพราะทั้งสองตระกูลมีชื่อเสียง งานแต่งถูกเนรมิตดุจเทพนิยายเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี พร้อมทั้งแสงไฟที่ประดับประดาก็ยิ่งงามตาเป็นอย่างมาก เมื่อบ่าวสาวจูงมือกันเข้ามายังสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานต่างยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก หมอซางโปรยยิ้มให้แขกที่มาร่วมงานด้วยความปลื้มปรีติไม่ต่างจากเจ้าสาวที่ยิ้มร่าส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ให้แขกที่มาร่วมงานในวันนี้ ส่วนลี่เหมยมารดาของลี่ถิงตื้นตันจนอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปจะเกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นมาขนาดนี้ เปรียบดังฟ้าหลังฝนแท้ ๆ พิธีการเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง เจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้กกล่าวขอบคุณแขก หลังจากนั้นก็เป็นการเลี้ยงฉลองมงคล
จางลี่ถิงพยายามดิ้นเพราะเป็นห่วงหมอซางมาก ยิ่งเห็นเขาฟุบไปกองกับพื้นแบบนั้นน้ำตาเธอก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย "ฮือออ" เธอพยายามจะตะเบ็งเสียงขอร้องฉีเกอให้หยุด แต่มันไม่อาจทำได้เพราะเธอถูกปิดปากด้วยผ้าอย่างแน่นหนา "เป็นอะไร ห่วงผัวเหรอไม่ต้องห่วงหรอกมันยังไม่ตายแค่สลบไปเท่านั้น ก็แค่ไม้ท่อนเดียวคงไม่ส่งมันไปลงนรกหรอกนะ" ลี่ถิงจ้องมองหน้าคนกระทำด้วยสายตาเกรี้ยวกราดเธอโมโหจนตัวสั่นอยากจะฉีกเลือดฉีกเนื้อฉีเกอออกมาเป็นชิ้น ๆ แต่ไม่สามารถทำได้ ส่วนฉีเกอที่เห็นอาการของลี่ถิงเขาก็สาวเท้ามาใกล้จากนั้นก็ดึงผ้าปิดปากเธอออก "ไอ้สารเลว" "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ด่าไปก็เท่านั้นแหละ " ฉีเกอมองเรือนร่างของลี่ถิง คนที่นั่งติดกับเก้าอี้ ใบหน้าเธอผุดไปด้วยเหงื่อเรียวขาขาว ๆ มันชวนให้ฉีเกอนึกครึ้ม ยกมือไปลูบไล้อย่างหื่นกาม "แกจะทำอะไร" "คราวก่อนเธอโชคดีที่ไอ้หมอช่วย แทนที่จะเป็นฉันที่ได้ชมเรือนร่างเธอวันนั้นแต่มันดันเป็นคนได้ไป ฉันอยากรู้ละสิว่าเธอมีดีขนาดไหนหมอซางถึงได้ติดใจจนลืมไม่ลง" "ถอยไปนะ" ฉีเกอจับหัวไหล่ของลี่ถิงไว้แน่น พร้อมกับฝังจมูกลงไปที่ซอกคอของเธอพยายามจะขื่นใจลี่ถิง จนเธอต้องร้องเสียงหลง "กรี๊ด ปล่
รูปของลี่ถิงถูกส่งเข้ามือถือหมอซาง ในขณะที่เธอสลบแถมยังถูกมัดติดกับเก้าอี้อีก รูปนั้นทำให้หมอซางตกใจสุดขีดใบหน้าของหมอเข้มขึ้น และข้อความที่ส่งมามันยิ่งเพิ่มความโกรธให้หมอซางมากด้วย หากไม่อยากให้เมียแกตายละก็ เอาเงินสดมาให้ฉันสิบล้านบาท และที่สำคัญหากแกแจ้งตำรวจหรือบอกคนอื่นรับรองได้ว่าเมียแกจะเหลือแค่ซาก หมอซางขมวดคิ้วหนาไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใครเพราะรูปและข้อความที่ถูกพิมพ์ส่งมาเป็นมือถือของลี่ถิง นัยน์ตาของหมอซางตอนนี้มีแววเป็นกังวลปะปนไปด้วยความห่วง จริงอยู่ว่างานใช้กำลังเขาไม่สันทัดแถมไม่มีลูกน้องในมือเหมือนซูอันผู้เป็นพ่อ แต่ถ้าจะให้บอกว่าลี่ถิงถูกจับตัวไปละก็เรื่องราวอาจจะใหญ่โต ตระกูลจางอาจเคลื่อนไหวและนั้นอาจจะส่งผลให้จางลี่ถิงได้รับอันตราย สิ่งที่คิดได้ตอนนี้คือ เพื่อนของเขาตงฉิน หมอซางไม่รอช้าเดินทางไปหาตงฉินปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องถึงหูตงฉินมีหรือว่าเขาจะไม่ช่วยเพราะหมอซางเองก็เป็นเพื่อนเขาเช่นกัน คำบัญชาของตงฉินก็ไม่ต่างจากตงหยางเท่าไรนัก ระดับเจ้าพ่อมาเฟียแล้วละก็แค่ตามหาคนที่หายไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก และเมื่อกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถถูกตามสืบได้จากลูกน้องของตง
ทุกอย่างหยุดนิ่งหมอหลันและหมอซางหันมามองลี่ถิงที่ยืนถือของเต็มมือ หมอซางได้สติรีบผลักตัวหมอหลันให้ถอย "ลี่ถิง ซื้ออะไรมาเยอะแยะ" เชื่อไหมว่าสายตาลี่ถิงไม่ได้มองหมอซางแต่มองมาทางหมอหลัน เธอเลือกที่จะวางถุงของไว้บนโต๊ะภายในห้อง จากนั้นก็สาวเท้ายาว ๆ มาที่หมอหลันกระโปรงรัดรูปสีแดงสั้นเหนือเข่ามันพลิ้วตามแรงเหวี่ยงของการเดินแบบเยื้องย่าง "ไม่ทราบว่าห้องของหมอมู่หลันอยู่ที่นี่หรือคะ" "เปล่า ฉันก็แค่เข้ามาหาพี่ซาง" "พี่ซางเหรอ?....." คำพูดดูสนิทสนมจนลี่ถิงต้องเหวี่ยงสายตาร้ายกาจมาที่หมอซาง จากนั้นก็สาวเท้ามาหาคู่หมั้นตัวเองยกนิ้วขึ้นไปเกลี่ยที่ใบหน้าหมอซางจนเขาต้องกลื่นน้ำลายเฮือกใหญ่ "หมอซางไหนบอกฉันมาสิว่า หมอหลันเธอเข้ามาทำอะไรห้องคุณ" "ไม่มีอะไรเธอแค่เข้ามาถามเรื่องของเราเท่านั้น" "เรื่องของเรา...เหรอคะ" น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นจนน่าขนลุก หลังจากเล่นกับใบหน้าหล่อแล้วก็หันกลับมามองหมอหลัน ที่ยืนตัวสั้นเพราะการกระทำเมื่อครู่มันทำให้เธอไม่พอใจ "หมอหลันเรื่องของฉันกับหมอซางคนนอกไม่น่าจะเกี่ยว สิ่งที่คุณทำเมื่อครู่ฉันเคยผ่านมันมาก่อนอย่าคิดแย่งคนที่เขามีเจ้าของเลยค่ะ มันไม่สนุกแน่และอ
ผ่านการอบรมไปได้ด้วยดี หมอซางพาตัวของลี่ถิงกลับมาที่บ้านตระกูลจางเพื่อทำการขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น "ผมต้องขอโทษอาทั้งสองที่ทำอะไรไปโดยภาระการ ไม่ได้แจ้งก่อนล่วงหน้า" "ไม่เป็นไรหรอกกลับมาปลอดภัยอาก็หายห่วง" "ส่วนเรื่องงานแต่ง ผมจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดแล้วกัน" "หมอซาง" ลี่ถิงหันมาทางหมอซางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วเปล่งน้ำเสียงเอ่ยเรียกชื่อเขาเบา ๆ หมอซางยิ้มออกมาน้อย ๆ รอยยิ้มผุดขึ้นประดับใบหน้าแล้วหันไปพูดกับจางเอินด้วยน้ำเสียงสุภาพ "เรื่องทุกอย่างผมพร้อมรับผิดชอบ คุณอาวางใจได้ผมจะไม่ทำให้ขายหน้า" "ดีแล้ว หากหมอให้คำมั่นแบบนั้นทางเราก็หายห่วง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรากลัวว่าจะไปทำให้หมอต้องเดือดร้อน" ก่อนหน้านั้นอาจจะเป็นเรื่องจริงเพราะหมอไม่ได้มีความรู้สึกกับลี่ถิงมากมายขนาดนี้ หมอยิ้มอีกครั้งแต่ก็นิ่งไม่ได้พูดต่อ จนกระทั่งลี่เหมยแม่ของเธอแทรกขึ้น "ขอบคุณหมอมากที่ไม่รังเกียจลูกสาวเรา" จะให้รังเกียจได้อย่างไรกันก็หมอชิมแล้วดันถูกใจจนต้องเร่งการแต่งงานครั้งนี้ ส่วนลี่ถิงเธอนั่งนิ่งก้มหน้าราวกับคนละคน หลังจากที่ไปส่งลี่ถิงที่บ้านพร้อมกับคุยเรื่องงานแต่งกับผู้ใหญ่ทั้
หมอซางเป็นวิทยากรอบรมคณะแพทย์แถบชนบท วินาทีนี่ต้องยกให้เขาเลยก็ว่าได้ ก็เขาทั้งหล่อเท่ในคราวเดียว ส่วนลี่ถิงตั้งแต่หมอซางเอาเธอมาด้วยก็หมอก็พกติดตัวตลอดแม้กระทั่งตัวเองมาอบรมยังอุตส่าห์เอาเธอมานั่งฟังบรรยาย แม้ลี่ถิงจะไม่ได้มีความรู้ทางการแพทย์แต่ที่เธอนั่งฟังและนั่งมองคือคนที่ยืนพูดอย่างสง่าผ่าเผยบนเวทีต่างหาก "หมอซางนายก็ดูเท่ไม่น้อยนะ" เธอนั่งเท้าคางฟังอย่างตั้งใจพร้อมรอยยิ้มแสนหวานที่ส่งไปให้คนที่ยืนบรรยายอยู่บนนั้น ส่วนหมอซางก็กวาดสายตาไปมองรอบห้องแต่ก็ต้องมาสะดุดกับรอยยิ้มพิมพ์ใจของสาวหน้าผ่องที่มีสถานะเป็นคู่หมั้นหมอ หลังจากที่บรรยายในรอบเช้าเสร็จเรียบร้อย หมอซางก็เดินมาหาลี่ถิงที่โต๊ะ "ฉันเห็นนะว่าเธอยิ้มให้ฉัน" "ก็แค่ยิ้ม" "แน่ใจ?" "หรือหมอต้องการอะไรมากกว่านั้นเหรอคะ" หมอซางเลิกคิ้ว ก่อนที่ใบหน้าคมจะโน้มลงมาที่ข้างหู "สิ่งที่ต้องการย่อมมีแต่คงต้องรอคืนนี้" เมื่อเขาผละใบหน้าออกมายิ้มเจ้าเล่ห์ สีหน้าของลี่ถิงก็เปลี่ยนสองพวงแก้มเห่อร้อนขึ้นแถมใบหูของเธอก็ยังแดงขึ้นอีกต่างหาก แค่คิดว่าส่วนนั้นมันเข้าไปอยู่ในตัวเธอท้องน้อย ๆ ก็ปั่นป่วนซะแล้ว วินาทีที่เสหลบสายตาหมอ เสียงม
"หมอซางนั่นคู่หมั้นนายหรือเปล่า" หนึ่งในเพื่อนหมอทักขึ้นเมื่อเห็นร่างอรชรในชุดเกาะอกสีแดงกำลังนั่งดื่มกับเพื่อนของเธอ ทำเอาหมอซางต้องหันมามองจากนั้นก็หลบสายตาไป เหมือนกับว่าหมอไม่ได้เห็นความสำคัญเธออยู่แล้ว"นายจะไม่เข้าไปทักเธอหน่อยเหรอ""คงไม่จำเป็น อีกอย่างเธอก็มากับเพื่อน" ช่างเป็นคู่หมั้นที่ไม
ไม่เสียแรงที่หมอซางได้พยายามทำงานวิจัยเกี่ยวกับอาการผู้ป่วยที่วินิจฉัยโรคไม่ได้จนได้รับคัดเลือกไปฝึกอบรมยังโรงพยาบาลต่างอำเภอต้องเรียกว่าแหล่งชนบทเป็นระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ แต่การไปครั้งนี้หมอไม่ได้ไปคนเดียวทางโรงพยาบาลยังส่งหมอมู่หลันไปกับหมอซางด้วย ทำให้เรื่องนี้ถึงหูลี่ถิงในฐานะคู่หมั้นในขณะที่ร่
#งานหมั้นไม่คิดเลยว่าเวลาจะเดินทางมาเร็วขนาดนี้ เพียงสองอาทิตย์ที่ลี่ถิงได้ทำงานที่ตัวเองรักเกือบเสร็จและยังทำการตัดเสื้อผ้าตัวเองและเสื้อผ้าหมอซาง เพื่อที่ใช้ในพิธีหมั้นจนเสร็จบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ระดับสองตระกูลดังเกี่ยวดองทั้งที มีหรือจะไม่ใหญ่โตจางลี่ถิงสวมชุดกี่เผ่าสีแดงม้วนผมป
ห้องเสื้อLEETHINGเย็นของวันนี้ขณะที่ลี่ถิงกำลังง่วนอยู่กับแบบร่างเสื้อผ้าที่เธอเองต้องรับผิดชอบ หญิงสาวขะมักเขม้นอย่างตั้งใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลงานชิ้นนี้จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของเธอกลับมาได้เช่นกันระหว่างนั้นเองชิงชิงเด็กในร้านก็เดินเข้ามาพร้อมประโยครายงานที่ราบเรียบ"คุณลี่ถิงค่ะ มีคนมาขอพบค่







