LOGIN“คุณภัทรไม่เป็นไร ผมต้องกลับบ้านไปหาแม่พอดี”
“แต่..”
“ผมไม่ฆ่าปาดคอ เพื่อแย่งมรดกจากพี่ชายแท้ ๆ ที่คลานตามตูดกันออกมาหรอกนะครับ ถึงหน้าตาผมจะให้ก็เถอะ”
“พี่ชาย?”
“เอ้า! ก็ใช่น่ะสิครับคุณเจ้านายของพี่กร พี่กรจะกลับบ้านวันนี้ผมเลยถือโอกาสกลับไปเยี่ยมแม่พร้อมพี่กรก็แค่นั้นเอง หน้าผมเหมือนฆาตกรหรือไง”
“ขอโทษด้วย ผมไม่รู้ว่าเป็นน้องชายพี่กร”
” อะไรของคุณเจ้านายพี่กรเนี่ย..แล้วสรุปมีธุระอะไรจะไปคุยกับแม่ผมไหมครับ”“เปล่าครับ..งั้นผมขอตัวก่อน ขับรถกันดี ๆ นะครับ”
“ขอบคุณครับ”
แม้พี่กรจะไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่ก็รับรู้ได้ว่าพี่กรหันมายิ้มให้ผมเล็กน้อย ผมเก็บเศษหน้าที่แตกละเอียดลงบนพื้นขึ้นมาแล้วรีบขึ้นรถเพื่อขับกลับออกไป สายตาผมมองกระจกมองหลังก็เห็นว่าพี่กรกับน้องชายก็ขับรถตามออกมาติด ๆ ผมตบไฟเลี้ยวลงซ้ายชะลอความเร็วของรถลงเพื่อจะตามรถของพี่กรไป
นับวันผมยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโรคจิตเข้าไปทุกที จะไม่ขับตามไปก็ไม่ได้เพราะผมก็ยังรู้สึกเป็นห่วงพี่กรอยู่ดี ด้วยสภาพจิตใจที่เห็นจากเมื่อเช้ายิ่งทำให้ผมเป็นห่วง ถึงจะหายห่วงไปนิดหน่อย ที่อย่างน้อยก็มีน้องชายนั่งรถไปด้วย แต่ก็ไม่วายไม่สบายใจอยู่ดี เพื่อความสบายใจ ก็ตามไปส่งเลยแล้วกัน
- ธนากร -
“พี่กร ผมว่ารถคุณเจ้านายพี่เขาตามเรามานะ”
“อืม”
“พี่ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีมาใช่ปะ ทำไมเขาดูตามพี่แบบติดตูดขนาดนี้”
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ปลาเส้นอยู่ในถุงหลังรถ นั่งกินไปจะได้เงียบ ๆ”
“ของชอบเลย”
“ก็ซื้อมาไว้ให้”
“ขอบคุณค๊าบบบบ”
ผมมองน้องชายที่กำลังเคี้ยวปลาเส้นรสโปรดเข้าปากตุ้ย ๆ สายตาก็เหลือบมองกระจกหลังเห็นรถของคุณภัทรขับตามมาห่าง ๆ ความจริงแล้วเห็นมานานแล้วด้วยแหละ ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคุณภัทรมีจุดประสงค์อะไร กลัวเราหนีหนี้หรอ ถึงกลับต้องขับรถตามมาแบบนี้
“จะตามทันหรอ”
ผมพึมพำกับตัวเอง และมีสายตาของเจ้ากัซหันมามองผมที่กำลังเหยียบคันเร่ง เพิ่มขึ้น สายตาของน้องมันแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าวิตก
“พี่กรขับรถเร็วทำไมเนี่ย!”
“ไม่ชอบหรอ จะได้ถึงไวไว”
“ไอ้ชอบผมก็ชอบ แต่ต้องไม่ใช่พี่ขับ!”
“พี่ขับมันทำไมห๊ะ”
“มันจะไม่ทำไมเลย ถ้าพี่ขับรถแข็ง!!”
และใช่ครับ ได้ยินไม่ผิด ผมไม่เคยขับรถเกินแปดสิบ และขับรถไม่แข็งด้วย จะประหม่าทุกครั้งที่รอบรถเร็วขึ้น แต่ครั้งนี้กลับแตกต่าง ผมกลับรู้สึกสนุกที่อยากเห็นว่าคุณภัทรจะตามมาทันไหม ราวกับเด็กที่ตื่นเต้นที่ได้ของเล่นใหม่
“เบาดิพี่ คุณเจ้านายของพี่เขาไปไหนต่อไหนตามไม่ทันละ”
“ทำเป็นกลัวไปได้”
“ไม่กลัวก็บ้าแล้ว!ยุบหนอ พองหนอ เกือบตายหนอ รอดแล้วหนอ”
“...”“ผ่านไปสองวัน กว่าเจ้าหน้าที่จะพบภัทรก็กลายเป็นศพไปแล้ว ตอนนั้นน้าเสียใจมาก และระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังนำร่างของภัทรที่เสียชีวิต จะขึ้นรถเพื่อจะนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาล”“...”“กรเชื่อไหม ตอนนั้นจู่ๆก็เกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังมาก น้าจำเหตุการณ์นั้นได้ติดตา และมันมีพายุเข้าแบบแทบจะพัดทุกอย่างหายไปเลยจนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรวมถึงไทยมุงแตกตื่นวิ่งหายกันไปหมดเลย และจู่ๆ ภัทรที่น้าและทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว..”“...”“น้าได้ยินเสียงจริงนะ น้าได้ยินว่า เก้าสิบวัน”“...”“ตอนนั้นน้าจำได้เลยว่ามันคือเสียงภัทร..กรเชื่อไหมน้าคลานฝ่าลมที่พัดกรรโชกนั้นไปเปิดห่อผ้าดิบดู มันคือภัทร ภัทรที่ลืมตามองน้าอยู่จริงๆ”“มีเรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้เลยหรอครับ”“ถ้าน้าไม่เจอกับตัว น้าก็คงคิดเหมือนกรนั่นแหละ..แต่นี่มันเกิดกับภัทรขึ้นมาจริงๆ”“แล้วเป็นยังไงต่อหรอครับน้า”“กู้ภัยก็ตกใจ เขายัง
ถึงแม้ผมไม่อยากจะเชื่อ แต่ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง ภัทรเสียแล้วจริง ๆ และผมได้ช่วยงานศพของภัปฏิเสธจริงๆ มันเป็นการสูญสียที่กะทันหัน จนผมเองรู้สึกช็อกและไม่รู้เลยว่าน้าชมจันทร์จะช็อกมากแค่ไหนแต่ในระหว่างที่จัดงานศพของภัทร ผมเองก็ไม่เห็นว่าน้าชมจันทร์จะร้องไห้ในงาน แต่ทุกเช้าที่ผมมาช่วยงานจะเห็นดวงตาที่ถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางนั้นบวมเล็กน้อย ซึ่งนั่นเป็นหลักฐานชั้นดีว่าน้าชมจันทร์เองก็เจ็บปวดไม่ใช่น้อยจนเมื่อผ่านพ้นเรื่องงานศพของภัทรไปได้หลายสัปดาห์ ผมยังคงต้องทำงานเช่นเดิม ชีวิตกลับมาวนลูบ ตื่นนอน ไปทำงาน กลับบ้าน นอน แบบเดิมอย่างเบื่อหน่าย หลายครั้งที่ผมมีความรู้สึกคิดถึงอิริยาบถทร อยากคุยอยากเจอ แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสถึงการมีอยู่นั้น หลายครั้งที่อยู่บ้านคนเดียวแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ แต่ก็คงเป็นไปแค่เรื่องที่คิดไปเอง และหลายครั้งที่ผมพูดลอย ๆ ขึ้นมาว่าคิดถึง อยากเจอ .. แต่ก็ไร้ซึ่งภาพ เสียง กลิ่น สัมผัส หรือแม้แต่ความฝัน ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ไม่เคยมาเลยสักครั้ง ผมเปิดแชตที่น้าชมจันทร์ส่งโลเคชั่นมาให้อีกครั
เราสามคนหัวเราะร่าราวกับว่ามันเป็นเรื่องสนุกสนาน ผมอยู่คุยจิปาถะกับน้าชมจันทร์และภัทรจนค่ำ ก็ขอตัวกลับเพราะวันนี้น้าชมจันทร์ขอเฝ้าภัทรเอง และผมต้องเร่งเคลียร์เอกสารเพราะกำลังจะปิดยอดขายรายปีด้วย ผมคอยช่วยน้าชมจันทร์สลับกันเฝ้าภัทรที่อาการเริ่มดีขึ้นมามากแล้ว อยู่แบบนั้น และฟังภัทรบ่นอยากกลับบ้านหลายต่อหลายรอบ จนแทบจะเป็นเรื่องปกติ“พี่กร”“ว่าไงภัทร”“ผมชอบพี่นะ”“พี่ก็ชอบภัทรนะ ภัทรเป็นน้องที่ดีที่สุดที่พี่เจอมาเลย”“แต่ผมไม่ได้อยากเป็นน้องนี่หว่า”“ภัทร..”“ผมรู้แล้ว..ก็แค่หยอกเล่นไหมล่ะ”“มา..ทานผลไม้หน่อยพี่ปอกแอปเปิลให้แล้ว”“ครับ..แต่ว่านะพี่กร ภัทรอาจจะได้กลับบ้านเร็ว ๆ นี้แล้วนะ”“กลับก็ดีนะสิ ที่บ้านไม่มีกลิ่นยา ไม่ใช่ที่สะสมเชื้อโรคด้วย จะได้หายไวไว”“แต่ผมอะ..อาจจะไม่ได้เจอพี่อีกแล้วนะ”“จะลาออกจากการเป็นเจ้าของร้าน แล้วหนีไปต่างประเท
- ธนากร - หลังจากวันที่ผมตัดขาดความสัมพันธ์ของผมกับอั๋น ก็ไม่มีการคุกคามหรือติดต่อมาจากเขาอีกเลย และเหมือนกับว่าอั๋นก็ไม่ได้มาเก็บของที่ผมเอาออกไว้ที่หน้าบ้านด้วย ซึ่งมันก็แปลกและน่าสงสัย แต่ด้วยความที่คิดว่าจะตัดออกแล้ว ผมก็ไม่อยากยุ่งกับเขาแล้วจริง ๆ ผมใช้ชีวิตไปทำงาน กลับบ้านนอน อยู่แบบนี้ก็สบายดีไม่ได้ทุกข์ได้ร้อนอะไร และรู้สึกว่าผมก็ไม่ได้โวยวายหรือเสียดายอะไรมากมาย นอกจากเวลา..“คุณภัทร! คุณภัทรได้ยินหมี่ไหมคะ”“...”“คุณภัทร!ผู้จัดการคะคุณภัทรเป็นลม” ผมลุกออกจากเก้าอีกทำงานเดินไปหน้าร้านที่มีเสียงของมัดหมี่มาเรียกด้วยความตกใจ พักหลังมานี้ผมรู้สึกถึงความผิดปกติของภัทร ที่ทั้งโทรมและดูอิดโรยมาก ความสดใส ขี้แกล้งของภัทรหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเองก็จำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีภัทรก็กลายเป็นคนที่ไม่มีชีวิตชีวาไปแล้ว“ภัทร ได้ยินกรมั้ย”“...”“ภัทร
“ไม่ได้!” ผมพูดแทรกเข้าไปอย่างทันควัน ทำให้ผมเห็นสีหน้าของภัทรเองที่ดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ผมคิดดีแล้ว ผมจะไม่ทำให้ภัทรมาเดือดร้อนเรื่องอั๋นเพราะผมอีกเด็ดขาด เงินก้อนที่แล้วผมยังไม่มีปัญญาคืน ครั้งนี้อั๋นมาเรียกร้องขอเป็นล้าน ผมหรืออั๋นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือนี้แม้สักนิด“กร แต่อั๋นต้องใช้เงิน”“เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นอั๋น เราเป็นแค่เพื่อนกันคุณจำได้ไหม”“กร..อั๋นขอโทษ แต่ถ้ากรไม่ช่วยอั๋น อั๋นต้องตายแน่ ๆ”“ผมว่ามันก็เรื่องของคุณนะ ครั้งที่แล้วผมช่วยแล้วคุณยังไม่มีสมองคิด ครั้งนี้ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของคุณเถอะ อ่อ..เสื้อผ้าข้าวของ ผมจะเก็บโยนไว้ให้หน้าบ้าน ถ้าพรุ่งนี้เช้าคุณไม่มาเอา ก็ไปตามเก็บที่รถขยะแล้วกันนะ ต่อไปนี้เป็นต้นไป ผมกับคุณ ไม่รู้จักกัน” ผมร่ายยาวก่อนจะตัดสายนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี ความรู้สึกหนักอกที่แบกจนอึดอัดมาหลายวัน วันนี้รู้สึกโล่งขึ้นมามากอย่างบอกไม่ถูก“พี่แน่
“งั้นก๋วยเตี๋ยว”“โห..พี่ก็ไม่เขินตัวบิดอะไรแบบนี้หน่อยหรอ”“ไม่เอาหรอก เขินมากเดี๋ยวปวดแก้ม”ผมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไม แต่ผมรู้สึกมาตลอดว่า เวลาที่ภัทรอยู่ใกล้ๆ ผมรู้สึกสบายใจแบบมากที่สุด เหมือนไม่ต้องคิดอะไร เป็นตัวของตัวเองที่สุด เป็นความรู้สึกที่ผมรู้สึกดีมากที่สุดจริง ๆ“ไม่อยากคบกับผมจริงอะ ผมหล่อนะ”” คนอะไรหลงตัวเองขนาดนี้”“นี่ไม่ได้หลงตัวเองนะ..แต่อยากบอกว่านอกจากผมจะหล่อแล้ว ยังอร่อยด้วย”“ไม่ต้องโฆษณา พี่ไม่หลงคำโฆษณาเกินเชื่อแน่นอน”“ว้า..เสียใจจังตกพี่กรไม่ติด”“มัวเล่นอยู่นั่นแหละ ภัทรจะกินอะไรคิดได้ยัง”“อ่าว..นึกว่าจะไปกินก๋วยเตี๋ยว”“ก๋วยเตี๋ยวกลับไปกินที่นนก็ได้ ไหนๆ ก็มาทะเลทั้งทีต้องซีฟู้ดละมั้ย”“อะไรก็ได้อะตอนนี้ ผมหิ๊วหิว..แทบจะกินพี่ได้ทั้งตัวละ”“เกินไป..ภัทรจอดรถไว้ไหนหรอ”“ผม.
น้องพนักงานกล่าวก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ผมและพี่กรนั่งมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่เราทั้งคู่จะหยิบจานช้อนออกมาเตรียมทานอาหาร“พี่กรมาบ่อยหรอครับร้านนี้”“ก็บ่อยอยู่นะครับ อาหารที่นี่อร่อยนะคุณภัทรลองทานดูว่าถูกปากไหม”“แล้วพี่กรชอบทานอะไรของที่นี่เป็
ผมยิ้มให้มัดหมี่อีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพนักงาน ก็เห็นว่าพี่กรกำลังนั่งทานอาหารที่ได้มาอยู่ก่อนแล้ว ผมเดินไปดึงเก้าอี้ออกมาแล้วหย่อนก้นตัวเองลงบนเก้าอี้นั้น และหยิบถ้วยของตัวเองมาเตรียมจะกินบ้าง“เติมน้ำจิ้มก่อนสิ”“น้ำจิ้ม?”“ซอง ๆ นั่นไง ไม่งั้นมันจืดมากนะ”“อ
“แต่ว่าผมหิวข้าวมากเลยเราสั่งอะไรมากินกันดีปะ”“แต่ร้านเราก็มีอาหารเยอะแยะเลยนะ ซื้อที่ร้านกินก็ได้”“หูย!ไม่เอาอะ ของที่ร้านผมกินมาตั้งแต่แม่เปิดร้านเลยนะ เบื่อจะตาย”“งั้นคุณภัทรก็สั่งเถอะครับ ผมไปซื้อในร้านนี่แหละ ง่ายด
- ภูริภัทร -ผมรีบเหยียบคันเร่งรถคู่ใจให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไปถึงร้านให้เร็วที่สุด ความรู้สึกที่อยากเจอคนที่ผมแอบชอบมันล้นขึ้นมาในหัวใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรที่ยิ่งรีบ ก็เหมือนยิ่งช้าไปทุกที เหมือนโดนสัญญาณจราจรกลั่นแกล้งอย่างไรอย่างน







![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)