เข้าสู่ระบบหลินอู๋ขึ้นไปชั้นบน โทรไปหาฉีอวี้หมิงฉีอวี้หมิง “ทำไมจู่ ๆ ถึงโทรหาผมล่ะ? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”“ใช่ อยากขอให้คุณช่วยอะไรหน่อย”ความจริงแล้วหลินอู๋ไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากฉีอวี้หมิงเลย แต่เพื่อให้การโทรนี้ดูสมเหตุสมผล เธอจึงจงใจยกเรื่องหนึ่งขึ้นมา ขอให้ฉีอวี้หมิงช่วยฉีอวี้หมิงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และเป็นเรื่องที่เขาพอจะช่วยได้ จึงรับปากอย่างไม่คิดอะไรมากว่า “ได้ อีกเดี๋ยวผมจะให้คนไปจัดการให้คุณ”“ขอบคุณนะ” พูดจบ หลินอู๋ก็เหมือนชวนคุยว่า “ไม่ได้เจอกันมาสักพักหนึ่งแล้ว ช่วงนี้ยุ่งอะไรอยู่เหรอ?”ฉีอวี้หมิง “ผมเหรอ? คุณยังไม่รู้จักผมอีกเหรอ? ผมไม่มีอะไรต้องยุ่งหรอก พวกคุณต่างหาก แต่ละคนยุ่งกันจนไม่เห็นแม้แต่เงา”หลินอู๋หัวเราะเล็กน้อย พูดว่า “สองวันนี้ซินซินหยุด เมื่อวานฉันพาเธอออกไปเที่ยว เพิ่งกลับถึงบ้านบ่ายนี้เอง ถ้าคุณเบื่อ อีกสองวันเรานัดรวมตัวกันทานข้าวดีไหม?”“เอาสิ”ในความคิดของฉีอวี้หมิง เรื่องที่เฟิงถิงเซินกับหรงฉือไม่หย่ากันชั่วคราว เฟิงถิงเซินคงตัดสินใจหลังจากที่ปรึกษากับหลินอู๋เรียบร้อยแล้วพอได้ยินหลินอู๋พูดว่าช่วงสองวันนี้อยู่กับเฟิงจิ่งซิน แถ
สายตาเฟิงถิงเซินจ้องไปที่มือของกู้เหยียนกับหรงฉือ เขาถือถ้วยน้ำชาไว้ ยิ้มพร้อมกับจิบชา แต่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรฉีอวี้หมิง “...”เดิมทีเฟิงถิงเซินไม่รู้สึกอะไรต่อหรงฉือ ตอนนี้พวกเขาใกล้จะหย่ากันแล้ว เป็นเรื่องปกติที่จะไม่สนใจว่าหรงฉือจะไปพัวพันกับผู้ชายคนอื่นแต่เขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้หรงฉือจะเนื้อหอมขนาดนี้ นอกจากอวี้มั่วซวินแล้ว ถึงขั้นยังมีผู้ชายคนอื่นที่มีคุณสมบัติดีแบบนี้มาตามจีบเธอด้วยหรงฉือกับหลินอู๋เกิดเรื่องบาดหมางระหว่างกัน ตอนแรกกู้เหยียนเห็นว่าคนที่มาเจรจากับพวกเขาคือเฟิงถิงเซิน เขายังคิดว่าระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินคงจะสื่อสารกันไม่ราบรื่น แต่ไม่นานเขาก็พบว่าระหว่างที่คุยกับเฟิงถิงเซินเป็นไปอย่างราบรื่นดีมากอีกอย่าง ท่าทีที่เฟิงถิงเซินมีต่อหรงฉือยังอ่อนโยนมากอีกด้วย มีบางครั้งเขาไม่ระวัง ลืมเติมน้ำให้หรงฉือ เฟิงถิงเซินยังรินน้ำให้หรงฉือจนเต็มท่าทีนี้ของเขาที่มีต่อหรงฉือ เหมือนกับว่าความบาดหมางระหว่างหลินอู๋กับหรงฉือได้กลายเป็นอดีตไปแล้วแต่การพบกันหลายครั้งก่อนหน้านี้ ระหว่างหรงฉือกับหลินอู๋ต่างไม่สนใจกัน ราวกับยังมีความคับแค้นสะสมกันลึกมาก ดูไม่เหมือนว่าช่อ
วันรุ่งขึ้นใกล้ถึงช่วงเที่ยง ขณะที่หลินอู๋กำลังหาโอกาสติดต่อเฟิงถิงเซิน แล้วถามเขาว่ามีเวลามาทานอาหารกับพวกเธอหรือเปล่า โทรศัพท์ของเฟิงจิ่งซินก็ดังขึ้นเฟิงจิ่งซิน “ข้อความจากคุณพ่อค่ะ”หลินอู๋ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ได้ยินเฟิงจิ่งซินพูดต่อว่า “คุณพ่อบอกว่ายังมีธุระ คงไม่ได้เข้ามาทานข้าวกับพวกเราแล้วค่ะ”หลินอู๋ “...จ้ะ น้าเข้าใจแล้ว”เฟิงถิงเซินไม่ใช่แค่ไม่เข้ามาทานอาหารกับพวกเธอ ตอนที่เฟิงจิ่งซินเที่ยวจนเหนื่อยและอยากกลับบ้านในช่วงบ่าย เฟิงถิงเซินก็จัดเตรียมรถมารับเฟิงจิ่งซินเลยส่วนตัวเขาเอง ไม่ปรากฏตัวตั้งแต่ต้นจนจบหลังจากคนที่เขาส่งมารับเฟิงจิ่งซินไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ติดต่อหาเธออีก……ช่วงสองวันนี้ หลังจากเสร็จงานที่เฟิงซื่อแล้ว เธอตั้งใจจะพักผ่อนสักครึ่งวัน โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมาพอดีเป็นเฉิงหยวนที่โทรเข้ามาหรงฉือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรับสายปลายสาย เฉิงหยวนใช้น้ำเสียงเย็นชาและห่างเหิน “คุณหรง ผมเฉิงหยวนนะครับ ประธานเฟิงบอกว่าสำหรับความร่วมมือของพวกคุณกับประธานซู ระยะนี้จำเป็นต้องเร่งเดินหน้าแล้ว เขาอยากคุยเรื่องรายละเอียดกับคุณสักหน่อย ไม่ทราบว่าเย็นนี้คุณพอจะมีเวล
วันรุ่งขึ้นหลินอู๋ก็พาเฟิงจิ่งซินออกไปเที่ยวสถานที่ที่พวกเขาไปเที่ยวกันล้วนเป็นที่ที่เฟิงจิ่งซินอยากไป เฟิงจิ่งซินเที่ยวอยากมีความสุขมากถึงช่วงพลบค่ำ หลินอู๋ถามว่า “ซินซิน ตอนเย็นที่นี่จะมีงานเลี้ยงรอบกองไฟ พรุ่งนี้เช้าก็ยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีก คืนนี้อยากอยู่ค้างที่นี่สักคืนไหม?”เพราะเฟิงถิงเซินกับหรงฉือไม่มีเวลาเที่ยวกับเธอ เฟิงจิ่งซินรู้สึกเบื่อหน่ายจริง ๆ พอได้ยินหลินอู๋พูดแบบนี้ เธอก็พยักหน้าทันที “ดีเลยค่ะ”“โอเค งั้นน้าบอกกับคุณพ่อหนูให้นะ”“ค่ะ”หลินอู๋หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เดิมทีคิดจะโทรหาเฟิงถิงเซิน แต่ตอนที่จะกดโทรออก กลับเปลี่ยนเป็นส่งข้อความแทนข้อความไม่นานก็ส่งออกไปแล้วระยะนี้เฟิงถิงเซินไม่ค่อยรับโทรศัพท์เธอเลย เธอส่งข้อความหาเขา เขาก็ตอบกลับน้อยมาก ต่อให้ตอบกลับ ก็ผ่านไปนานมากกว่าจะตอบกลับเธอครั้งนี้เธอนึกว่าก็เหมือนกันแต่ทว่า สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ครั้งนี้เธอส่งข้อความออกไปได้ไม่นาน เฟิงถิงเซินก็ตอบกลับข้อความเข้ามาแล้ว [โอเค ผมเข้าใจแล้ว ลำบากคุณแล้ว]หลินอู๋เห็นข้อความที่เฟิงถิงเซินส่งมา ก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ส่งข้อความไปหาเฟิงถิงเซินอีกว่า [ยังยุ
เซี่ยงหรูฟางกลับนึกอะไรขึ้นมาได้ พูดว่า “จับปลาสองมือไม่ได้หรอก หรงฉือจะครอบครองทั้งถิงเซินและอวี้มั่วซวินได้ตลอดเลยอย่างนั้นเหรอ? เธอจะต้องเลือกคนใดคนหนึ่งระหว่างพวกเขา ถ้าเพื่อทำลายความสัมพันธ์ของเธอกับถิงเซิน เลยจงใจยื้อถิงเซินไว้และไม่แต่งงานกับอวี้มั่วซวิน หากเธอจัดการได้ไม่ดี สุดท้ายก็อาจไม่ได้ใครเลย”“ดังนั้น เรื่องหย่าของเธอกับถิงเซิน เธอคงไม่ยืดเยื้อไว้นานเกินไปแน่ ๆ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องร้อนใจจนเกินไป”ซุนลี่เหยาดวงตาเปล่งประกาย “จริงด้วยค่ะ อย่าคิดว่าตอนนี้พี่เขยกับอวี้มั่วซวินดูเหมือนจะชอบเธอมาก ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งพวกเขาจะเบื่อเธอ และไม่ชอบเธอแล้วหรือเปล่า”จริง ๆ เรื่องนี้ก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็พูดยากมากหากทางเฟิงถิงเซินไม่คิดจะปล่อยวางล่ะ?ข้อสมมุติฐานเหล่านี้ของซุนลี่เหยาและคนอื่น ๆ ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าหรงฉือกับอวี้มั่วซวินเป็นคู่รักกันแต่หลินอู๋รู้ดีว่า ระหว่างหรงฉือกับอวี้มั่วซวินไม่ใช่ความรักเลยดังนั้น หากเฟิงถิงเซินไม่อยากหย่ากับหรงฉือ และหรงฉือในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ชอบใคร เช่นนั้นระหว่างเฟิงถิงเซินกับหรงฉือก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะคืนดีกันหลั
บุคคลสำคัญแบบนี้ กลับเป็นฝ่ายพูดคุยกับหรงฉือก่อน ดูไปแล้วเหมือนจะชอบหรงฉือมากด้วย...อย่าว่าแต่ซุนลี่เหยาเลย แม้แต่ประธานเฉิงและคนอื่น ๆ ต่างก็มึนงงไปหมดถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าอวี้มั่วซวินเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าหรงฉือจะอาศัยอวี้มั่วซวิน ถึงขั้นเข้าไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนของหนานจื้อจือได้แวดวงนั้นไม่ใช่แวดวงธุรกิจธรรมดาที่จะเอามาเทียบกันได้เลยจริง ๆ แล้วหลินลี่ไห่ ซุนเยว่ชิง คุณยายซุนและคนอื่น ๆ ต่างก็ตกใจมากเช่นกันแม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะรู้ว่าหรงฉือกับพวกฉีเกิงเคยพบหน้ากัน แต่พวกเขาต่างก็คิดว่าก่อนหน้านี้เธอแค่ตามอวี้มั่วซวินไปพบบุคคลสำคัญเหล่านี้เท่านั้น และความเป็นจริงพวกฉีเกิงคงไม่ได้สนใจเธอถึงอย่างไร แวดวงอย่างฉีเกิงและหนานจื้อจือแบบนั้น คนธรรมดาไม่สามารถเข้าไปได้ พวกเขาก็คงไม่แม้แต่จะเหลียวมองเธอด้วยซ้ำคาดไม่ถึงเลยว่า....ที่อยู่ตรงนั้น คนเดียวที่ไม่รู้สึกแปลกใจเลยคือหลินอู๋หรงฉือเคยพบฉีเกิงและหรงหงมาก่อน ต่อมา ตอนที่จี้หวนอิงได้พบหรงฉือขณะทำงาน ท่าทีกระตือรือร้นอยู่ไม่น้อย เธอเองก็รู้ว่าบุคคลสำคัญอย่างพวกเขาเหล่านั้นต่างก็ชอบหรงฉือมากแต่ที







