LOGINเสียงประท้วงกลายเป็นเสียงครางเครือเมื่อเขาเริ่มขบเม้มติ่งหูเธอ ก่อนจะสบตาคู่สวยอย่างหลงไหล
"โกรธก็ส่วนโกรธแต่ร่างกายเธอมันบอกว่าอยากได้รางวัล แล้วนะยัยหมูเน่" ไคกระตุกยิ้มผู้ชนะก่อนจะโน้มลงจูบมือซุกซน เลื่อนลงไปบีบเฟ้นเอวคอดกิ่วอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะสอดหายเข้าไปใต้ชายเสื้อที่ยังหลงเหลืออยู่ สัมผัสกับผิวหน้าท้องแบนราบแล้วลากไล้ขึ้นมาจนถึงทรวงทรงอวบหยุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้บราลูกไม้ "อื้อ พี่ไก่" โมเน่ครางเครือในลำคอเมื่อฝ่ามือหนากอบกุมความนุ่มนิ่มนั้นไว้เต็มแรงบีบ เขาปลดตะขอเสื้อชั้นในออกอย่างชำนาญในพริบตาเดียว แล้วถลกมันขึ้นไปกองอยู่ด้านบนปล่อยให้อกอวบคู่สวยชูชันท้าทายสายตา ไคจ้องมองมันด้วยแววตาหลงใหล เขาไม่ได้กระชากเสื้อผ้าเธอออกจนหมด แต่เลือกที่จะปล่อยให้เสื้อเชิ้ตและกระโปรงสั้นยังคงพันธนาการร่างกายเธอไว้บางส่วน มือหนึ่งบีบเค้นอกอวบหยุ่นนิ้วโป้งคลึงวนยอดอกแดงก่ำช้าๆ ส่วนอีกมือก็สอดลึกเข้าไปใต้กระโปรงบีบเฟ้นสะโพกมน "นุ่มชะมัด ยัยหมูเน่ของพี่เนี่ย" ไคกดร่างหนาลงทับซ้อนบดเบียดความแข็งแกร่งเข้าหาความนุ่มนวลอย่างจงใจ จนโมเน่สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่พุ่งพล่านอยู่กลางกาย โมเน่พลางบิดเร้ากายใต้ร่างหนาความเร่าร้อนเผาผลาญสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย "อ๊ะ! พี่ไก่ ตรงนั้น" โมเน่สะดุ้งสุดตัวเมื่อนิ้วหนาเริ่มวนเวียนหยอกเย้ากับจุดกระสันอย่างรู้จังหวะ เขาค่อยๆ กดปลายนิ้วเข้าหาความอุ่นนุ่มที่ตอดรัดแน่นหนึบ สลับกับการใช้หัวแม่มือกดคลึงเม็ดเสียวด้านหน้าจนโมเน่ต้องโก่งตัวรับสัมผัส "ชุ่มขนาดนี้... ยังจะบอกว่าไม่อยากได้รางวัลอีกเหรอ?" ไคยิ้มกริ่มพลางก้มลงจูบซับที่ข้างขมับชื้นเหงื่อ เขาไม่ปล่อยให้เธอรอนาน ไคจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของตนเองทิ้งไป ก่อนจะแทรกกายเข้าสู่กลางกายสาวอย่างหนักแน่น ความใหญ่โตที่บดเบียดเข้าไปทีละนิดทำเอาโมเน่เบิกตากว้างและจิกเล็บลงบนต้นแขนแกร่งจนแน่น "ซี้ด ผ่อนคลายหน่อย" ไคนิ่งค้างไว้ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบถอนออกและกระแทกกลับเข้าไปใหม่ในท่วงทำนองที่เนิบนาบแต่ทว่าลึกซึ้ง ทุกจังหวะที่เขาขยับทำเอาโมเน่ครางกระเส่าไม่เป็นภาษา ร่างกายทั้งสองบดเบียดกันจนแทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว "อ๊า พี่ไก่ แรงอีก " "จัดให้เลย...ยัยหมูเน่" เขาเปลี่ยนจากจังหวะเนิบนาบเป็นความดุดันในชั่วพริบตา สะโพกสอบโหมกระแทกเข้าหาความนุ่มนวลอย่างหนักหน่วงและถี่ยิบ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง พั่บ! พั่บ! พั่บ! สะท้อนก้องห้องนอนที่เงียบสงัด ผสมโรงไปกับเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าที่ยังหลุดลุ่ยติดกายของทั้งคู่ สร้างจังหวะที่เร้าอารมณ์จนโมเน่หัวสั่นหัวคลอน "อ๊า! พี่ไก่ แรง แรงไป อื้อ!" "ซี้ดดด แน่นขนาดนี้ จะให้พี่เบาได้ยังไง" ไคครางซี้ดในลำคอ กัดฟันกรอดเพื่อข่มกลั้นความเสียวซ่านที่พุ่งขึ้น ร่างเล็กสั่นคลอนไปตามแรงส่งจนแผ่นหลังบดเบียดไปกับที่นอน ทุกจังหวะที่เขาถอนออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้ามาใหม่ มันช่างลึกซึ้งจนโมเน่รู้สึกเหมือนร่างกายจะละลายหายไปกับสัมผัสรุนแรงนั้น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ขาเรียวทั้งสองข้างถูกไคจับพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้เขาขยับได้ถนัดถี่ขึ้น พั่บ! พั่บ! พั่บ! เขาโน้มตัวลงไปบดจูบโมเน่เพื่อซับเสียงครางหวานหู ขณะที่ช่วงล่างทวีความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเม็ดเล็กซึมชื้นไปตามไรผมของทั้งคู่ โมเน่เบิกตาปรือมองภาพชายหนุ่มที่กำลังปรนเปรอความสุขให้เธออย่างบ้าคลั่ง ความซาบซ่านแล่นพล่านไปจนถึงปลายนิ้วเท้าที่จิกเกร็ง "อ๊าาา! พี่ไก่ ไม่ไหวแล้ว!" ร่างเล็กหวีดร้องลั่น ห้องทั้งห้องสะท้อนด้วยเสียงครางระเส่าที่ขาดช่วง ไคกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาโถมกายเข้าใส่พายุอารมณ์เฮือกสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง จังหวะกระแทกกระทั้นเน้นย้ำรุนแรงจนตัวโมเน่ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก นิ้วเท้าจิกเกร็งลงบนฟูกที่นอน ก่อนที่ความร้อนระอุจะพุ่งทะลักเข้าสู่ภายในกายสาวจนเธอรู้สึกได้ถึงกระแสธารอุ่นจัดที่ฉีดพ่นเข้าไปลึกซึ้ง "ซี๊ดดด อา โมเน่!" “อื้อออ” To be continued"ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มือกำแก้วกาแฟแน่นจนข้อนิ้วขาวเธอนึกถึงคืนหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนที่ไคทำงานดึกจนดึกดื่น เธอเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาจนถึงเช้า ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องต่าง ๆ นานาจนเธอเผลอคิดไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอฝ่ายเดียวเท่านั้นเธอจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม ระหว่างเดินไปที่รถ โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นพร้อมข้อความจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่แจ้งว่าบริษัทกำลังจะจัดงานเลี้ยงพันธมิตรอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และคราวนี้ไคประกาศชัดเจนว่าจะพาโมเน่ไปร่วมงานด้วยอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ข่าวนี้ยิ่งจุดไฟความแค้นในใจอริณให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ในหัวเริ่มคิดแผนการใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า แผนที่เธอจะไม่ยอมพลาดอีกต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามคืนนั้น เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักส่วนตัว ไล่เรียงรายชื่อคนสนิทที่ยังทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของไคที่เธอเคยให้ควา
หลังจากโมเน่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ไคก็สั่งรื้อห้องว่างที่อยู่ใกล้ห้องนอนของตัวเองทันที เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเด็กอ่อนสีพาสเทลน่ารักน่าชัง ผนังถูกทาสีฟ้าอ่อนสลับเหลืองอ่อน มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่วางอยู่มุมห้อง เขาซื้อหนังสือ "คู่มือคุณพ่อมือใหม่" มาอ่านทุกคืนอย่างตั้งใจ พร้อมสั่งอาหารออร์แกนิกทุกมื้อมาให้โมเน่กินอย่างพิถีพิถัน"วันนี้ต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ นะ ดีต่อลูกในท้อง" ไคยื่นจานสลัดให้พลางนั่งเฝ้าดูจนกว่าเธอจะกินหมดจาน"พี่จู้จี้เหมือนคุณยายเลยนะคะเนี่ย" โมเน่บ่นพึมพำแต่ก็ยอมกินตามที่บอกอยู่ดี แอบยิ้มในใจกับความเอาใจใส่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไคปฏิเสธการเข้าออฟฟิศแทบทุกวัน สั่งให้ยกเลิกการประชุมสำคัญที่มีอริณเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะรู้ดีว่าโมเน่ไม่สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่าทั้งคู่ยังต้องติดต่อกันเรื่องงานการกระทำนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของอริณในบริษัทดูด้อยค่าลงทันที เพราะแม้แต่บอสของเธอเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ให้พูดคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ อริณต้องเดินเข้าไปทำงานท่ามกลางสายตานินทาของพนักงานคนอื่นที่รู้กันทั่วบริษัทแล้วว่าตอนนี้คุณไคติดคู่หมั้นหนักมาก จนไม่สนใจเรื่องงานเหมือนเดิม"ได้ย
เธอเอื้อมมือมาลูบผมของไคเบา ๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ว่า "นี่ฉันกำลังจะตกหลุมรักไอ้พี่ไก่คนนี้จริง ๆ แล้วสินะ" เธอนอนมองเพดานห้องเงียบ ๆ อยู่นาน ครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันไปไกลจากแผนเดิมที่วางไว้มากมายเหลือเกิน จากที่ตั้งใจจะถอนหมั้นหนีไปให้ไกลที่สุด กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังจะมีลูกกับชายคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ตัวร้ายในนิยาย 'ถ้าโมเน่คนเก่ารู้เรื่องนี้เข้า เธอจะโกรธฉันไหมนะ' โมเน่คิดในใจพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้ความคิดวุ่นวายทั้งหมดพักผ่อนไปพร้อมกับเธอในค่ำคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ไคตื่นขึ้นมาก่อนโมเน่ตามเคย เขานั่งมองเธอที่ยังหลับสนิทอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน มือลูบท้องเธอเบา ๆ ผ่านผ้าห่มอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังทักทายลูกน้อยที่ยังไม่รู้จักหน้าตา "อรุณสวัสดิ์ลูก" เขากระซิบเบา ๆ กับหน้าท้องของโมเน่ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากเขามาก่อนตลอดชีวิตการทำงาน โมเน่ที่แอบตื่นมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี รีบหลับตาแกล้งทำเป็นยังหลับอยู่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหลาดใจปนซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าไคจะมีด้านที่อ่อนโยน
ข่าวการตั้งท้องของโมเน่แพร่ไปถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความโกรธเคืองเรื่อง "ข่าวลบ" ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่เมื่อวานถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลานทายาทคนแรกของทั้งสองตระกูลในทันทีวรโชติที่เคยโกรธจัดจนบุกมาที่คฤหาสน์ไค ตอนนี้กลับนั่งยิ้มแก้มปริอยู่ที่โรงพยาบาล พูดคุยกับพ่อของไคทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปเมื่อวานจนหมดสิ้น"งั้นเราจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลยไหมครับ อ้างเรื่องสุขภาพของโมเน่ก็ได้ครับ จะได้ไม่มีใครมาว่าอะไรได้" วรโชติเสนอด้วยความกระตือรือร้น มือถือโทรศัพท์แนบหูอย่างใกล้ชิดทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทันทีที่จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างถูกวางแผนใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสถานที่ วันเวลา และรายชื่อแขกที่ต้องเชิญในห้องพักฟื้น พี่โรมแอบเข้ามาคุยกับโมเน่สองต่อสองระหว่างที่ไคออกไปคุยธุระข้างนอก เขายืนยันกับน้องสาวว่าตอนนี้พ่อสงบลงแล้วและรู้สึกผิดที่ด่วนตัดสินใจโดยไม่ฟังเหตุผลก่อน"พี่กำลังสืบหาคนปล่อยข่าวอยู่นะ" พี่โรมกระซิบเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง "พี่มั่นใจว่าเป็นฝีม
นอกห้องพักฟื้น อริณยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูอย่างเงียบ ๆ มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือจนแทบเลือดซิบ ความจริงเรื่องที่โมเน่ตั้งท้องเป็นเหมือนจุดจบของความฝันทั้งหมดที่เธอเฝ้าถนอมมานาน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงทุกวินาที'ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่ไคจะทิ้งเด็กคนนี้ไปได้แน่ ๆ' เธอคิดในใจพลางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแค้นและสิ้นหวัง มือที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาจนต้องพิงผนังไว้เพื่อประคองตัวพี่โรมที่เดินมาเยี่ยมน้องสาวพอดีก็เห็นอริณยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องพักฟื้นแบบนั้น เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยแล้วสังเกตเห็นแวว ตาของเลขาคนนี้ที่ดูผิดปกติไปจากที่เคยเห็น มีอะไรบางอย่างในสายตานั้นที่ทำให้เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาทันที"คุณอริณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ" พี่โรมถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องอย่างสังเกตการณ์ พยายามอ่านสีหน้าของเธอให้ออกให้ได้มากที่สุดอริณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน "อ๋อ...มาเยี่ยมคุณโมเน่น่ะค่ะ เป็นห่วงมากเลยค่ะพอดี" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ ผิดปกติจากที่เคยเห็นพี่โรมพยักหน้ารับคำแต่ในใจกลับเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ต
โมเน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตาของห้องพักฟื้น เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ก่อนจะรู้ตัวว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือข้างขวา เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะเบา ๆ อยู่ข้างเตียงคนแรกที่เธอเห็นไม่ใช่พ่อหรือพี่โรมอย่างที่คาดคิด แต่กลับเป็นไคที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาข้างเตียง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ดวงตาจะยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าให้เห็นอยู่ลาง ๆโมเน่ค่อย ๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ ภาพพ่อที่มาบุกเข้ามาด้วยความโกรธ ภาพไคที่ทิ้งระเบิดคำพูดใส่ทุกคน แล้วเธอก็อาเจียนออกมาต่อหน้าคนทั้งบ้านก่อนจะหมดสติไป เธอได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความอึดอัดใจ พยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งร่าง"ตื่นแล้วเหรอ" ไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงขยับตัว เขาวางเอกสารลงแล้วรีบลุกขึ้นเดินมาที่ข้างเตียงด้วยท่าทีรีบร้อนกว่าที่สีหน้าแสดงออก"หนู...หนูเป็นอะไรไปคะ" โมเน่ถามด้วยเสียงแหบแห้ง ลำคอแห้งผากจนแทบพูดไม่ออกไคยื่นแก้วน้ำมาให้เธอจิบก่อนจะตอ

![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





