تسجيل الدخولข่าวการตั้งท้องของโมเน่แพร่ไปถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความโกรธเคืองเรื่อง "ข่าวลบ" ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่เมื่อวานถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลานทายาทคนแรกของทั้งสองตระกูลในทันที
วรโชติที่เคยโกรธจัดจนบุกมาที่คฤหาสน์ไค ตอนนี้กลับนั่งยิ้มแก้มปริอยู่ที่โรงพยาบาล พูดคุยกับพ่อของไคทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปเมื่อวานจนหมดสิ้น "งั้นเราจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลยไหมครับ อ้างเรื่องสุขภาพของโมเน่ก็ได้ครับ จะได้ไม่มีใครมาว่าอะไรได้" วรโชติเสนอด้วยความกระตือรือร้น มือถือโทรศัพท์แนบหูอย่างใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทันทีที่จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างถูกวางแผนใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสถานที่ วันเวลา และรายชื่อแขกที่ต้องเชิญ ในห้องพักฟื้น พี่โรมแอบเข้ามาคุยกับโมเน่สองต่อสองระหว่างที่ไคออกไปคุยธุระข้างนอก เขายืนยันกับน้องสาวว่าตอนนี้พ่อสงบลงแล้วและรู้สึกผิดที่ด่วนตัดสินใจโดยไม่ฟังเหตุผลก่อน "พี่กำลังสืบหาคนปล่อยข่าวอยู่นะ" พี่โรมกระซิบเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง "พี่มั่นใจว่าเป็นฝีมืออริณแน่ ๆ เดี๋ยวพี่จะหาหลักฐานมาให้ได้" โมเน่ฟังแล้วรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที มีพี่ชายที่คอยซัพพอร์ตอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่โดดเดี่ยวเหมือนที่เคยกลัวไว้เลยสักนิด "ขอบคุณนะคะพี่โรม" เธอยิ้มให้พี่ชายอย่างอบอุ่นใจ "ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าเครียดมากนัก คิดถึงลูกในท้องด้วย" พี่โรมพูดพลางลูบหัวน้องสาวเบา ๆ ก่อนจะลุกออกไปเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของไคเดินกลับมาใกล้ห้อง หลังจากวันนั้น ไคก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง เขาสั่งพักงานเลขาฯ ทุกคนรวมถึงอริณทันที ตัดขาดการติดต่อทั้งหมดจากเธออย่างเด็ดขาด เพื่อมาเฝ้าดูแลโมเน่ทั้งที่โรงพยาบาลและที่คฤหาสน์ตลอด 24 ชั่วโมง เขาปรนนิบัติเธอทุกอย่างตั้งแต่ปอกผลไม้ป้อนถึงปาก ไปจนถึงคอยพยุงเดินเวลาลุกจากเตียง จนโมเน่เริ่มทำตัวไม่ถูกว่าจะรับมือกับความใส่ใจขนาดนี้ยังไงดี สมองบอกให้ผลักไสออกไปเหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่ร่างกายกลับเริ่มคุ้นชินกับการมีเขาอยู่ข้าง ๆ ไปเสียแล้ว "พี่ไก่คะ หนูเดินเองได้ค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้หรอก" เธอบ่นเบา ๆ ขณะที่ไคคอยจับแขนพยุงเธอเดินไปห้องน้ำ "เดี๋ยวล้มแล้วจะทำยังไง อย่าดื้อ" ไคตอบเสียงเข้มแต่แฝงความเป็นห่วง ไม่ยอมปล่อยแขนเธอแม้แต่นิดเดียวจนกว่าจะเดินถึงจุดหมาย เมื่อกลับมาพักฟื้นที่คฤหาสน์ โมเน่เริ่มใช้จังหวะที่ไคกำลังเห่อลูกในท้องสั่งใช้งานเขาเยี่ยงทาสเพื่อแก้แค้นที่เขาเคยแกล้งเธอมาตลอด "พี่ไก่คะ หนูอยากกินมะม่วงหาวมะนาวโห่ตอนตีสองอ่ะค่ะ" เธอเอ่ยขึ้นกลางดึกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไคที่กำลังจะเผลอหลับอยู่ข้างเตียงลืมตาพรึบทันที ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปหาให้โดยไม่บ่นสักคำ "รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวพี่ไปหาให้" โมเน่มองหลังไคที่รีบเดินออกจากห้องไปแล้วอมยิ้มพอใจในใจ นี่แหละคือความสะใจที่รอคอยมานาน เธอลองสั่งต่ออีกหลายอย่าง ตั้งแต่ให้ไคนวดเท้าให้จนถึงให้อ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง ทุกอย่างที่คิดออกเธอสั่งหมด "หนูขอให้พี่นวดเท้าให้หน่อยสิคะ เมื่อยมากเลย" เธอยื่นเท้าเรียวมาให้พร้อมสีหน้าเอาแต่ใจ แทนที่ไคจะโกรธหรือปฏิเสธ เขากลับเต็มใจทำตามทุกอย่างด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือหนานวดเท้าเรียวอย่างอ่อนโยน "ยิ่งจิกหัวใช้แบบนี้ พี่ยิ่งรู้สึกว่าเธอน่ารักแบบที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็นเลยนะ หมูเน่" โมเน่หันหน้าหนีอย่างเขินอาย ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที "พี่พูดอะไรของพี่เนี่ย" "พูดความจริงไง" ไคตอบกลับพลางยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องเธออย่างอ่อนโยนไม่ละไปไหน คืนนั้น หลังจากไคหลับไปข้าง ๆ เตียงด้วยความเหนื่อยล้าจากการดูแลเธอมาทั้งวัน โมเน่นอนมองใบหน้าที่หลับสนิทของเขาเงียบ ๆ ความรู้สึกในใจเริ่มชัดเจนขึ้นทุกวัน จนเธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองยังอยากจะหนีไปจากที่นี่จริง ๆ หรือเปล่า To be continued"ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มือกำแก้วกาแฟแน่นจนข้อนิ้วขาวเธอนึกถึงคืนหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนที่ไคทำงานดึกจนดึกดื่น เธอเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาจนถึงเช้า ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องต่าง ๆ นานาจนเธอเผลอคิดไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอฝ่ายเดียวเท่านั้นเธอจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม ระหว่างเดินไปที่รถ โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นพร้อมข้อความจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่แจ้งว่าบริษัทกำลังจะจัดงานเลี้ยงพันธมิตรอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และคราวนี้ไคประกาศชัดเจนว่าจะพาโมเน่ไปร่วมงานด้วยอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ข่าวนี้ยิ่งจุดไฟความแค้นในใจอริณให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ในหัวเริ่มคิดแผนการใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า แผนที่เธอจะไม่ยอมพลาดอีกต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามคืนนั้น เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักส่วนตัว ไล่เรียงรายชื่อคนสนิทที่ยังทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของไคที่เธอเคยให้ควา
หลังจากโมเน่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ไคก็สั่งรื้อห้องว่างที่อยู่ใกล้ห้องนอนของตัวเองทันที เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเด็กอ่อนสีพาสเทลน่ารักน่าชัง ผนังถูกทาสีฟ้าอ่อนสลับเหลืองอ่อน มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่วางอยู่มุมห้อง เขาซื้อหนังสือ "คู่มือคุณพ่อมือใหม่" มาอ่านทุกคืนอย่างตั้งใจ พร้อมสั่งอาหารออร์แกนิกทุกมื้อมาให้โมเน่กินอย่างพิถีพิถัน"วันนี้ต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ นะ ดีต่อลูกในท้อง" ไคยื่นจานสลัดให้พลางนั่งเฝ้าดูจนกว่าเธอจะกินหมดจาน"พี่จู้จี้เหมือนคุณยายเลยนะคะเนี่ย" โมเน่บ่นพึมพำแต่ก็ยอมกินตามที่บอกอยู่ดี แอบยิ้มในใจกับความเอาใจใส่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไคปฏิเสธการเข้าออฟฟิศแทบทุกวัน สั่งให้ยกเลิกการประชุมสำคัญที่มีอริณเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะรู้ดีว่าโมเน่ไม่สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่าทั้งคู่ยังต้องติดต่อกันเรื่องงานการกระทำนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของอริณในบริษัทดูด้อยค่าลงทันที เพราะแม้แต่บอสของเธอเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ให้พูดคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ อริณต้องเดินเข้าไปทำงานท่ามกลางสายตานินทาของพนักงานคนอื่นที่รู้กันทั่วบริษัทแล้วว่าตอนนี้คุณไคติดคู่หมั้นหนักมาก จนไม่สนใจเรื่องงานเหมือนเดิม"ได้ย
เธอเอื้อมมือมาลูบผมของไคเบา ๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ว่า "นี่ฉันกำลังจะตกหลุมรักไอ้พี่ไก่คนนี้จริง ๆ แล้วสินะ" เธอนอนมองเพดานห้องเงียบ ๆ อยู่นาน ครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันไปไกลจากแผนเดิมที่วางไว้มากมายเหลือเกิน จากที่ตั้งใจจะถอนหมั้นหนีไปให้ไกลที่สุด กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังจะมีลูกกับชายคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ตัวร้ายในนิยาย 'ถ้าโมเน่คนเก่ารู้เรื่องนี้เข้า เธอจะโกรธฉันไหมนะ' โมเน่คิดในใจพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้ความคิดวุ่นวายทั้งหมดพักผ่อนไปพร้อมกับเธอในค่ำคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ไคตื่นขึ้นมาก่อนโมเน่ตามเคย เขานั่งมองเธอที่ยังหลับสนิทอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน มือลูบท้องเธอเบา ๆ ผ่านผ้าห่มอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังทักทายลูกน้อยที่ยังไม่รู้จักหน้าตา "อรุณสวัสดิ์ลูก" เขากระซิบเบา ๆ กับหน้าท้องของโมเน่ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากเขามาก่อนตลอดชีวิตการทำงาน โมเน่ที่แอบตื่นมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี รีบหลับตาแกล้งทำเป็นยังหลับอยู่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหลาดใจปนซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าไคจะมีด้านที่อ่อนโยน
ข่าวการตั้งท้องของโมเน่แพร่ไปถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความโกรธเคืองเรื่อง "ข่าวลบ" ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่เมื่อวานถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลานทายาทคนแรกของทั้งสองตระกูลในทันทีวรโชติที่เคยโกรธจัดจนบุกมาที่คฤหาสน์ไค ตอนนี้กลับนั่งยิ้มแก้มปริอยู่ที่โรงพยาบาล พูดคุยกับพ่อของไคทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปเมื่อวานจนหมดสิ้น"งั้นเราจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลยไหมครับ อ้างเรื่องสุขภาพของโมเน่ก็ได้ครับ จะได้ไม่มีใครมาว่าอะไรได้" วรโชติเสนอด้วยความกระตือรือร้น มือถือโทรศัพท์แนบหูอย่างใกล้ชิดทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทันทีที่จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างถูกวางแผนใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสถานที่ วันเวลา และรายชื่อแขกที่ต้องเชิญในห้องพักฟื้น พี่โรมแอบเข้ามาคุยกับโมเน่สองต่อสองระหว่างที่ไคออกไปคุยธุระข้างนอก เขายืนยันกับน้องสาวว่าตอนนี้พ่อสงบลงแล้วและรู้สึกผิดที่ด่วนตัดสินใจโดยไม่ฟังเหตุผลก่อน"พี่กำลังสืบหาคนปล่อยข่าวอยู่นะ" พี่โรมกระซิบเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง "พี่มั่นใจว่าเป็นฝีม
นอกห้องพักฟื้น อริณยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูอย่างเงียบ ๆ มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือจนแทบเลือดซิบ ความจริงเรื่องที่โมเน่ตั้งท้องเป็นเหมือนจุดจบของความฝันทั้งหมดที่เธอเฝ้าถนอมมานาน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงทุกวินาที'ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่ไคจะทิ้งเด็กคนนี้ไปได้แน่ ๆ' เธอคิดในใจพลางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแค้นและสิ้นหวัง มือที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาจนต้องพิงผนังไว้เพื่อประคองตัวพี่โรมที่เดินมาเยี่ยมน้องสาวพอดีก็เห็นอริณยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องพักฟื้นแบบนั้น เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยแล้วสังเกตเห็นแวว ตาของเลขาคนนี้ที่ดูผิดปกติไปจากที่เคยเห็น มีอะไรบางอย่างในสายตานั้นที่ทำให้เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาทันที"คุณอริณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ" พี่โรมถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องอย่างสังเกตการณ์ พยายามอ่านสีหน้าของเธอให้ออกให้ได้มากที่สุดอริณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน "อ๋อ...มาเยี่ยมคุณโมเน่น่ะค่ะ เป็นห่วงมากเลยค่ะพอดี" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ ผิดปกติจากที่เคยเห็นพี่โรมพยักหน้ารับคำแต่ในใจกลับเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ต
โมเน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตาของห้องพักฟื้น เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ก่อนจะรู้ตัวว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือข้างขวา เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะเบา ๆ อยู่ข้างเตียงคนแรกที่เธอเห็นไม่ใช่พ่อหรือพี่โรมอย่างที่คาดคิด แต่กลับเป็นไคที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาข้างเตียง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ดวงตาจะยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าให้เห็นอยู่ลาง ๆโมเน่ค่อย ๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ ภาพพ่อที่มาบุกเข้ามาด้วยความโกรธ ภาพไคที่ทิ้งระเบิดคำพูดใส่ทุกคน แล้วเธอก็อาเจียนออกมาต่อหน้าคนทั้งบ้านก่อนจะหมดสติไป เธอได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความอึดอัดใจ พยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งร่าง"ตื่นแล้วเหรอ" ไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงขยับตัว เขาวางเอกสารลงแล้วรีบลุกขึ้นเดินมาที่ข้างเตียงด้วยท่าทีรีบร้อนกว่าที่สีหน้าแสดงออก"หนู...หนูเป็นอะไรไปคะ" โมเน่ถามด้วยเสียงแหบแห้ง ลำคอแห้งผากจนแทบพูดไม่ออกไคยื่นแก้วน้ำมาให้เธอจิบก่อนจะตอ







