تسجيل الدخولหลังจากโมเน่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ไคก็สั่งรื้อห้องว่างที่อยู่ใกล้ห้องนอนของตัวเองทันที เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเด็กอ่อนสีพาสเทลน่ารักน่าชัง ผนังถูกทาสีฟ้าอ่อนสลับเหลืองอ่อน มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่วางอยู่มุมห้อง เขาซื้อหนังสือ "คู่มือคุณพ่อมือใหม่" มาอ่านทุกคืนอย่างตั้งใจ พร้อมสั่งอาหารออร์แกนิกทุกมื้อมาให้โมเน่กินอย่างพิถีพิถัน
"วันนี้ต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ นะ ดีต่อลูกในท้อง" ไคยื่นจานสลัดให้พลางนั่งเฝ้าดูจนกว่าเธอจะกินหมดจาน "พี่จู้จี้เหมือนคุณยายเลยนะคะเนี่ย" โมเน่บ่นพึมพำแต่ก็ยอมกินตามที่บอกอยู่ดี แอบยิ้มในใจกับความเอาใจใส่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ไคปฏิเสธการเข้าออฟฟิศแทบทุกวัน สั่งให้ยกเลิกการประชุมสำคัญที่มีอริณเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะรู้ดีว่าโมเน่ไม่สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่าทั้งคู่ยังต้องติดต่อกันเรื่องงาน การกระทำนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของอริณในบริษัทดูด้อยค่าลงทันที เพราะแม้แต่บอสของเธอเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ให้พูดคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ อริณต้องเดินเข้าไปทำงานท่ามกลางสายตานินทาของพนักงานคนอื่นที่รู้กันทั่วบริษัทแล้วว่าตอนนี้คุณไคติดคู่หมั้นหนักมาก จนไม่สนใจเรื่องงานเหมือนเดิม "ได้ยินว่าคุณอริณโดนบอสเมินไปเลยนะ" เสียงกระซิบนินทาดังแว่วมาจากมุมโต๊ะทำงานที่เธอเดินผ่าน อริณกัดฟันแน่นแต่ยังคงเดินหน้าตรงต่อไปโดยไม่แสดงอาการ ภายในใจกลับเดือดพล่านด้วยความอับอายที่ไม่เคยเผชิญมาก่อนตลอดหลายปีที่ทำงานที่นี่ เธอพยายามส่งรายงานเข้าไปที่คฤหาสน์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งกลับถูกบอดี้การ์ดส่งเอกสารกลับมาโดยไม่ยอมให้เข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว บางครั้งเธอถึงกับต้องยืนรอหน้าประตูรั้วนานเป็นชั่วโมงโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปสักครั้ง ด้วยความอึดอัดใจ อริณจึงลองไปหาพ่อแม่ของไคเพื่อพยายามใส่ร้ายโมเน่เพิ่มเติมอีกครั้ง แต่กลับถูกแม่ของไคตอกกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นชา "ช่วงนี้หนูอริณพักผ่อนบ้างนะคะ เรื่องในบ้านวรโชติให้ตาไคเขาจัดการเองเถอะค่ะ" แม่ของไคพูดพลางยิ้มบาง ๆ ซึ่งมีความหมายเท่ากับเป็นการตัดหางปล่อยวัดเธออย่างสุภาพที่สุดแล้ว อริณเดินออกมาจากบ้านด้วยความรู้สึกอับอายและสิ้นหวังปะปนกัน มือกำแน่นจนสั่นระริก เธอยืนอยู่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์เป็นเวลานาน มองผ่านซี่รั้วเข้าไปในบ้านที่เธอเคยเข้าออกได้อย่างอิสระ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเข้าไป ในขณะเดียวกัน พี่โรมที่ไม่เคยเชื่อเรื่องรูปภาพที่พ่อได้รับมาเลยสักนิดก็เริ่มลงมือจ้างนักสืบไซเบอร์มาตรวจสอบที่มาของภาพเหล่านั้นอย่างจริงจัง ไม่นานผลการตรวจสอบก็ออกมาชัดเจน ภาพทั้งหมดถูกส่งมาจากอุปกรณ์ที่ลงทะเบียนอยู่ในที่พักของอริณโดยตรง พี่โรมกำหลักฐานไว้แน่นในมือ ก่อนจะรีบขับรถบุกมาหาไคที่คฤหาสน์ทันที "ไอ้ไค เลขาแกมันไม่ได้ใสอย่างที่แกคิดนะ" พี่โรมพูดทันทีที่เจอหน้า พลางยื่นหลักฐานให้ดู "รูปที่พ่อฉันได้ อริณเป็นคนส่งมาเอง และฉันเชื่อว่ายัยนี่กำลังจะทำอะไรที่บ้ากว่าเดิมแน่ ๆ" ไครับหลักฐานมาดูด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความโกรธที่เย็นชายิ่งกว่าเดิม เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ทำงานใกล้ชิดกับตัวเองมานานจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ "ขอบใจนะโรม" เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะเริ่มระวังตัวมากขึ้นทันที สั่งให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มรอบคฤหาสน์ พร้อมสั่งบอดี้การ์ดส่วนตัวให้จับตาดู "ทุกคน" ที่จะเข้าใกล้ห้องนอนของโมเน่เป็นพิเศษโดยไม่มีข้อยกเว้น "ยังไงก็ตาม อย่าเพิ่งบอกโมเน่เรื่องนี้เลยนะ กลัวเธอจะเครียดเกินไป" ไคเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล มือกำหลักฐานแน่นจนกระดาษยับ พี่โรมพยักหน้าเห็นด้วย "อืม พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่แกก็ต้องระวังตัวให้มากที่สุดนะ คนแบบนี้ไม่รู้ว่าจะทำอะไรบ้าง" บ่ายวันหนึ่ง อริณขับรถมาจอดรอไคอยู่หน้าคฤหาสน์ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะได้เจอเขาสักครู่ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับตอกย้ำความสิ้นหวังให้หนักขึ้นไปอีก เธอเห็นภาพไคกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ในสวน มือทั้งสองลูบหน้าท้องของโมเน่เบา ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักอย่างที่เธอไม่เคยเห็นจากเขามาก่อนตลอดหลายปีที่ทำงานด้วยกัน เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งคู่ลอยมาตามลมจนเธอได้ยินแม้จะอยู่ห่างไกล อริณกำหมัดแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวดและความอิจฉาที่ท่วมท้น ภาพนั้นทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมว่าตราบใดที่ยังมีเด็กคนนี้อยู่ในท้องของโมเน่ เธอจะไม่มีวันชนะได้เลยด้วยวิธีปกติแน่นอน "ถ้าอย่างนั้น...ก็ต้องเล่นแรงกว่าเดิมแล้วละ" เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเย็นชา ก่อนจะติดเครื่องรถขับออกไปด้วยความคิดบางอย่างที่อันตรายเริ่มก่อตัวขึ้นในหัว มือที่จับพวงมาลัยสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่ไม่อาจระงับได้อีกต่อไป ระหว่างขับรถกลับคอนโด อริณแวะเข้าไปในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เคยเป็นที่ที่เธอกับไคแวะดื่มกาแฟด้วยกันบ่อย ๆ สมัยที่ยังทำงานใกล้ชิดกัน เธอสั่งกาแฟแก้วเดิมที่เขาเคยสั่งให้เสมอ นั่งจิบไปพลางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า ความทรงจำเก่า ๆ ผุดขึ้นมาในหัวทีละภาพ ทั้งวันที่ไคยกย่องผลงานของเธอต่อหน้าผู้บริหารทั้งบริษัท วันที่เขาให้เธอช่วยตัดสินใจเรื่องสำคัญของบริษัทแทนที่จะปรึกษาใครคนอื่น ทุกช่วงเวลาเหล่านั้นเคยทำให้เธอเชื่อมั่นว่าตัวเองมีความหมายต่อเขามากกว่าแค่เลขาคนหนึ่งแน่นอน To be continued"ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มือกำแก้วกาแฟแน่นจนข้อนิ้วขาวเธอนึกถึงคืนหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนที่ไคทำงานดึกจนดึกดื่น เธอเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาจนถึงเช้า ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องต่าง ๆ นานาจนเธอเผลอคิดไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอฝ่ายเดียวเท่านั้นเธอจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม ระหว่างเดินไปที่รถ โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นพร้อมข้อความจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่แจ้งว่าบริษัทกำลังจะจัดงานเลี้ยงพันธมิตรอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และคราวนี้ไคประกาศชัดเจนว่าจะพาโมเน่ไปร่วมงานด้วยอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ข่าวนี้ยิ่งจุดไฟความแค้นในใจอริณให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ในหัวเริ่มคิดแผนการใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า แผนที่เธอจะไม่ยอมพลาดอีกต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามคืนนั้น เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักส่วนตัว ไล่เรียงรายชื่อคนสนิทที่ยังทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของไคที่เธอเคยให้ควา
หลังจากโมเน่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ไคก็สั่งรื้อห้องว่างที่อยู่ใกล้ห้องนอนของตัวเองทันที เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเด็กอ่อนสีพาสเทลน่ารักน่าชัง ผนังถูกทาสีฟ้าอ่อนสลับเหลืองอ่อน มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่วางอยู่มุมห้อง เขาซื้อหนังสือ "คู่มือคุณพ่อมือใหม่" มาอ่านทุกคืนอย่างตั้งใจ พร้อมสั่งอาหารออร์แกนิกทุกมื้อมาให้โมเน่กินอย่างพิถีพิถัน"วันนี้ต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ นะ ดีต่อลูกในท้อง" ไคยื่นจานสลัดให้พลางนั่งเฝ้าดูจนกว่าเธอจะกินหมดจาน"พี่จู้จี้เหมือนคุณยายเลยนะคะเนี่ย" โมเน่บ่นพึมพำแต่ก็ยอมกินตามที่บอกอยู่ดี แอบยิ้มในใจกับความเอาใจใส่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไคปฏิเสธการเข้าออฟฟิศแทบทุกวัน สั่งให้ยกเลิกการประชุมสำคัญที่มีอริณเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะรู้ดีว่าโมเน่ไม่สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่าทั้งคู่ยังต้องติดต่อกันเรื่องงานการกระทำนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของอริณในบริษัทดูด้อยค่าลงทันที เพราะแม้แต่บอสของเธอเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ให้พูดคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ อริณต้องเดินเข้าไปทำงานท่ามกลางสายตานินทาของพนักงานคนอื่นที่รู้กันทั่วบริษัทแล้วว่าตอนนี้คุณไคติดคู่หมั้นหนักมาก จนไม่สนใจเรื่องงานเหมือนเดิม"ได้ย
เธอเอื้อมมือมาลูบผมของไคเบา ๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ว่า "นี่ฉันกำลังจะตกหลุมรักไอ้พี่ไก่คนนี้จริง ๆ แล้วสินะ" เธอนอนมองเพดานห้องเงียบ ๆ อยู่นาน ครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันไปไกลจากแผนเดิมที่วางไว้มากมายเหลือเกิน จากที่ตั้งใจจะถอนหมั้นหนีไปให้ไกลที่สุด กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังจะมีลูกกับชายคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ตัวร้ายในนิยาย 'ถ้าโมเน่คนเก่ารู้เรื่องนี้เข้า เธอจะโกรธฉันไหมนะ' โมเน่คิดในใจพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้ความคิดวุ่นวายทั้งหมดพักผ่อนไปพร้อมกับเธอในค่ำคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ไคตื่นขึ้นมาก่อนโมเน่ตามเคย เขานั่งมองเธอที่ยังหลับสนิทอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน มือลูบท้องเธอเบา ๆ ผ่านผ้าห่มอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังทักทายลูกน้อยที่ยังไม่รู้จักหน้าตา "อรุณสวัสดิ์ลูก" เขากระซิบเบา ๆ กับหน้าท้องของโมเน่ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากเขามาก่อนตลอดชีวิตการทำงาน โมเน่ที่แอบตื่นมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี รีบหลับตาแกล้งทำเป็นยังหลับอยู่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหลาดใจปนซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าไคจะมีด้านที่อ่อนโยน
ข่าวการตั้งท้องของโมเน่แพร่ไปถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความโกรธเคืองเรื่อง "ข่าวลบ" ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่เมื่อวานถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลานทายาทคนแรกของทั้งสองตระกูลในทันทีวรโชติที่เคยโกรธจัดจนบุกมาที่คฤหาสน์ไค ตอนนี้กลับนั่งยิ้มแก้มปริอยู่ที่โรงพยาบาล พูดคุยกับพ่อของไคทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปเมื่อวานจนหมดสิ้น"งั้นเราจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลยไหมครับ อ้างเรื่องสุขภาพของโมเน่ก็ได้ครับ จะได้ไม่มีใครมาว่าอะไรได้" วรโชติเสนอด้วยความกระตือรือร้น มือถือโทรศัพท์แนบหูอย่างใกล้ชิดทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทันทีที่จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างถูกวางแผนใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสถานที่ วันเวลา และรายชื่อแขกที่ต้องเชิญในห้องพักฟื้น พี่โรมแอบเข้ามาคุยกับโมเน่สองต่อสองระหว่างที่ไคออกไปคุยธุระข้างนอก เขายืนยันกับน้องสาวว่าตอนนี้พ่อสงบลงแล้วและรู้สึกผิดที่ด่วนตัดสินใจโดยไม่ฟังเหตุผลก่อน"พี่กำลังสืบหาคนปล่อยข่าวอยู่นะ" พี่โรมกระซิบเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง "พี่มั่นใจว่าเป็นฝีม
นอกห้องพักฟื้น อริณยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูอย่างเงียบ ๆ มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือจนแทบเลือดซิบ ความจริงเรื่องที่โมเน่ตั้งท้องเป็นเหมือนจุดจบของความฝันทั้งหมดที่เธอเฝ้าถนอมมานาน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงทุกวินาที'ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่ไคจะทิ้งเด็กคนนี้ไปได้แน่ ๆ' เธอคิดในใจพลางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแค้นและสิ้นหวัง มือที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาจนต้องพิงผนังไว้เพื่อประคองตัวพี่โรมที่เดินมาเยี่ยมน้องสาวพอดีก็เห็นอริณยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องพักฟื้นแบบนั้น เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยแล้วสังเกตเห็นแวว ตาของเลขาคนนี้ที่ดูผิดปกติไปจากที่เคยเห็น มีอะไรบางอย่างในสายตานั้นที่ทำให้เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาทันที"คุณอริณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ" พี่โรมถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องอย่างสังเกตการณ์ พยายามอ่านสีหน้าของเธอให้ออกให้ได้มากที่สุดอริณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน "อ๋อ...มาเยี่ยมคุณโมเน่น่ะค่ะ เป็นห่วงมากเลยค่ะพอดี" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ ผิดปกติจากที่เคยเห็นพี่โรมพยักหน้ารับคำแต่ในใจกลับเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ต
โมเน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตาของห้องพักฟื้น เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ก่อนจะรู้ตัวว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือข้างขวา เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะเบา ๆ อยู่ข้างเตียงคนแรกที่เธอเห็นไม่ใช่พ่อหรือพี่โรมอย่างที่คาดคิด แต่กลับเป็นไคที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาข้างเตียง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ดวงตาจะยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าให้เห็นอยู่ลาง ๆโมเน่ค่อย ๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ ภาพพ่อที่มาบุกเข้ามาด้วยความโกรธ ภาพไคที่ทิ้งระเบิดคำพูดใส่ทุกคน แล้วเธอก็อาเจียนออกมาต่อหน้าคนทั้งบ้านก่อนจะหมดสติไป เธอได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความอึดอัดใจ พยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งร่าง"ตื่นแล้วเหรอ" ไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงขยับตัว เขาวางเอกสารลงแล้วรีบลุกขึ้นเดินมาที่ข้างเตียงด้วยท่าทีรีบร้อนกว่าที่สีหน้าแสดงออก"หนู...หนูเป็นอะไรไปคะ" โมเน่ถามด้วยเสียงแหบแห้ง ลำคอแห้งผากจนแทบพูดไม่ออกไคยื่นแก้วน้ำมาให้เธอจิบก่อนจะตอ







