LOGINด้านปริ๊นซ์
ผับหรูแห่งหนึ่ง "เมื่อไหร่มึงจะหาเมียสักทีวะปริ๊นซ์" เสียงของเวย์เพื่อนสนิทของปริ๊นซ์ที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามขึ้น "กูจะไม่แต่งกับใครนอกจากปรายคนเดียวเท่านั้น" "มึงจะรอแต่งงานกับปรายแบบไม่มีกำหนดแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอปริ๊นซ์ เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก ดูอย่างกูสิตอนนี้เมียกูท้องได้สองเดือนแล้วนะเว้ย" "กูดีใจกับมึงด้วยนะเวย์ที่มึงกำลังจะมีลูกกับคนที่มึงรัก" "มึงจะไม่ลองเปิดใจกับผู้หญิงคนอื่นบ้างเหรอ มึงก็รู้นี่ว่าถึงยังไงแม่มึงก็ไม่ยอมรับปรายอยู่ดี" "แต่กูยังหวังว่าถึงยังไงแม่ก็ต้องยอมใจอ่อนให้กูได้แต่งงานกับปรายแน่ๆ" "มึงชอบปรายตั้งแต่มึงเรียนอยู่ปีสี่ จนตอนนี้มึงเรียนจบมาหกปีแล้ว แต่กูก็ไม่เห็นว่าแม่มึงจะใจอ่อนยอมรับปรายมาเป็นลูกสะใภ้สักที" ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เขากับปรายเรียนคณะเดียวกันและรุ่นเดียวกัน ตั้งแต่ปีหนึ่งปรายจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มของพวกเขาที่มีปริ๊นซ์ เวย์ ธามและเทมป์ รวมปรายด้วยก็ห้าคน ทั้งห้าคนมีความสนิทสนมกันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มตลอด จนกระทั่งปีสี่ความรู้สึกของปริ๊นซ์ที่มีต่อปรายได้เปลี่ยนไปจากเดิม เขาไม่ได้คิดกับปรายแค่เพื่อน แต่เขาคิดกับปรายแบบผู้ชายคนหนึ่งที่คิดกับผู้หญิงคนหนึ่ง เขารู้สึกชอบเธอจนวันหนึ่งเขาชวนเธอมาที่คอนโดเพื่อที่จะบอกความในใจ 'ปริ๊นซ์มีเรื่องจะบอกปรายน่ะ' 'เรื่องอะไรเหรอปริ๊นซ์' 'ปริ๊นซ์ชอบปรายนะ เรามาคบกันไหม' 'ก็เอาสิ คบก็คบ' 'ปรายพูดจริงเหรอ' เขาถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ เพราะไม่คิดว่าปรายจะตอบตกลง 'จริงสิ' 'ขอบคุณมากนะปรายที่ยอมตกลงคบกับปริ๊นซ์' 'แต่เราจะยังไม่เป็นแฟนกันนะปริ๊นซ์ เราต้องคบกันไปอีกสักพักนะถึงจะเรียกว่าแฟนกันได้' 'ได้สิ ปริ๊นซ์จะไม่รีบ คบกันไปก่อนก็ได้' ตั้งแต่นั้นมาปริ๊นซ์กับปรายก็คบกันมาจนเรียนจบปีสี่ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งปีพอดี แต่ทั้งสองก็ยังไม่เรียกว่าเป็นแฟนกัน เพราะปรายบอกว่าอยากให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ก่อนถึงจะใช้คำว่าแฟนได้ ปริ๊นซ์พาปรายไปที่บ้านเพื่อที่จะแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จัก เขาบอกพ่อกับแม่ว่าเขารักปราย เขาคบกับปรายมาหนึ่งปีแล้ว และอยากแต่งงานกับปราย พ่อกับแม่ก็ไม่ได้พูดอะไร เอาแต่เงียบอย่างเดียว หลังจากที่เขาไปส่งปรายแล้วกลับมาที่บ้าน แม่ก็พูดกับเขาว่า 'แม่ไม่ได้ชอบผู้หญิงที่ลูกพามาหรอกนะ' 'ทำไมแม่ถึงไม่ชอบปรายครับ' 'ผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวโชว์เนื้อหนังแบบนั้นแม่ไม่ชอบ' 'ก็ปกติครับแม่ ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลย' ปรายจะชอบแต่งตัวออกแนวเซ็กซี่ เธอรับงานถ่ายแบบด้วย ปรายจะรับถ่ายแบบชุดว่ายน้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้อะไร เพราะมันเป็นงานของเธอ 'ใส่ชุดสั้นจนเกือบเห็นกางเกงในแบบนั้นคิดเหรอว่าแม่จะชอบ นมก็ปิดแค่จุกไว้จนเต้าล้นออกมานอกชุดอยู่แล้ว' 'ปรายเขาชอบแต่งตัวสไตล์นั้นครับแม่' 'ลูกชอบแบบนั้นเหรอ' 'ครับผมชอบ ผมจะแต่งงานกับปรายครับ' 'แต่แม่จะไม่ให้ลูกแต่งกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด' 'แม่อย่ามองคนที่ภายนอกสิครับ' 'ถ้าแม่บอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบเข้าใจไหมปริ๊นซ์' 'แต่ผมชอบปรายครับ ผมไม่เคยชอบผู้หญิงคนไหนนอกจากปรายมาก่อน ปรายคือรักแรกของผมครับ' 'งั้นลูกก็ชอบไปคนเดียวเถอะ แต่แม่ไม่ชอบ และแม่จะไม่ยอมรับผู้หญิงคนนั้นมาเป็นลูกสะใภ้แม่เด็ดขาด ถ้าลูกยังดื้อที่จะแต่งงานกับเขาอยู่ ลูกก็ไปจัดการกันเองก็แล้วกัน เพราะพ่อกับแม่จะไม่เข้าไปยุ่งด้วย และลูกก็อย่ามายุ่งกับแม่อีก' 'แม่...' 'ไม่เชื่อก็ลองดูสิ อย่าคิดว่าแม่พูดเล่นนะปริ๊นซ์' จากนั้นมาเขากับปรายก็ยังคบกันเรื่อยมา และในทุกๆปีเขาก็ขอแม่ว่าให้ยอมใจอ่อนให้เขาได้แต่งงานกับปรายสักที แต่คำตอบคือเหมือนเดิม แม่ไม่ยอมรับปรายเป็นลูกสะใภ้ท่าน แต่เขาก็ไม่ยอมถอดใจ เขาจะรอเวลาเพื่อให้แม่ใจอ่อนในสักวันหนึ่ง เขาหวังว่าคงมีสักวันที่แม่จะยอมใจอ่อนให้เขาได้แต่งงานกับปราย "มันต้องมีสักวันแหละที่แม่จะต้องใจอ่อน คนเป็นแม่จะใจแข็งกับลูกตัวเองไปได้สักเท่าไหร่กัน" "มันก็ไม่แน่นะปริ๊นซ์ แม่มึงอาจจะไม่มีวันใจอ่อนให้มึงเลยก็ได้" "แต่ถึงยังไงกูก็จะรอปราย กูจะรอจนกว่าจะได้แต่งงานกับคนที่เป็นรักแรกของกู เจ้าสาวของกูคือปรายคนเดียวเท่านั้น" พูดจบ ปริ๊นซ์ก็เลื่อนมือไปยกแก้วเหล้าใบหรูที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้ามากระดกเข้าปากทีเดียวจนหมดแก้ว พลางแววตาคมมีความมุ่งมั่นว่าอีกไม่นานเกินรอเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับปรายแบบสามีภรรยาอย่างแน่นอน "งั้นเอาเป็นว่ากูจะเอาใจช่วยให้มึงได้สมหวังกับปรายก็แล้วกันนะปริ๊นซ์" เวย์พูดให้กำลังใจพลางยกมือขึ้นตบไหล่ของปริ๊นซ์เบาๆ "อืมขอบใจ" "มึงจะกลับบ้านเลยไหม" เวย์ถาม "อืมกลับก็ได้" "งั้นก็ไปกัน" จากนั้น ร่างสูงของทั้งสองหนุ่มเพื่อนสนิทก็พากันออกไปจากห้องวีไอพีแล้วต่างแยกย้ายกันไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่ในลานจอดวีไอพี ก่อนที่ทั้งสองจะกลับบ้านของตัวเองไป ด้านเกริกวิทย์กับชลดา "ฉันคิดออกแล้วค่ะว่าจะไปขอลูกสาวใครให้ลูกของเราดี" ชลดาที่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่กับเกริกวิทย์ผู้เป็นสามีอยู่ๆก็เอ่ยขึ้นเมื่อคิดอะไรขึ้นได้หลังจากที่ชลดาใช้ความคิดกับเรื่องหาคู่ให้ลูกชายมาเป็นเดือนแล้ว แต่อยู่ๆวันนี้ก็ฉุกคิดได้เหมือนกับมีอะไรมาดลใจยังไงยังงั้น "ลูกสาวใครเหรอชล" "ลูกสาวของคุณกัมพลไงคุณมีอยู่คนเดียว ตอนนี้น่าจะเรียนจบแล้วมั้ง" กัมพลเป็นนักธุรกิจมีบริษัทส่งออกสินค้าแปรรูปไปต่างประเทศ ซึ่งครอบครัวของเกริกวิทย์ก็รู้จักกับกัมพลมานานในฐานะนักธุรกิจ แต่ไม่ถึงขั้นสนิทกัน "คุณเคยเห็นลูกสาวของกัมพลเหรอ" "เคยเห็นค่ะหลายเดือนมาแล้ว" "คุณไปเจอลูกสาวของกัมพลที่ไหนเหรอ" "ที่ร้านสะดวกซื้อค่ะ วันนั้นฉันแวะซื้อของก็เลยเห็นนามสกุลในบัตรพนักงานที่ติดหน้าอก ฉันก็เลยถามว่าลูกของกัมพลหรือเปล่า เขาก็บอกว่าใช่ ฉันจึงถามว่าอายุเท่าไหร่ เรียนอยู่ที่ไหน ปีไหน และฉันรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนั้นมากค่ะ" "กัมพลฐานะเขาก็ดีนะแล้วทำไมต้องให้ลูกไปทำงานแบบนั้นด้วยล่ะ" "ฉันก็สงสัยเหมือนคุณนั่นแหละค่ะ" "ถ้าจะให้ผมเดา ผมว่ากัมพลคงไม่ค่อยเท่าไหร่กับลูกหรอก" "ไม่เท่าไหร่คืออะไรเหรอคะ" "ก็ไม่ได้รักลูกเท่าไหร่ไง ถ้าคนรักลูกจริงจะให้ลูกไปทำงานหาเงินเองได้ยังไงล่ะ ทั้งที่ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ลำบากสักนิด" "ก็อาจจะเป็นอย่างที่คุณว่านะคะ" "ผมว่าผมคิดไม่ผิดหรอก" "ถ้าเกิดว่าคุณกัมพลไม่ได้รักลูกอย่างที่คุณว่าจริง งั้นก็ดีเลยสิคะ" "ดียังไงเหรอ" "ก็เวลาที่เราไปขอลูกสาวเขา เราจะได้ไม่ต้องพูดให้มากไง เพราะถ้าเขาไม่รักลูกเขาก็จะยกลูกสาวให้เราง่ายๆไงคะ" "แต่ผมว่าคนแบบนั้นคงเรียกสินสอดหนักเลยแหละ" "ก็ลองให้เขาเรียกมาสิคะ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะเรียกเท่าไหร่" "แล้วคุณจะเข้าไปคุยกับกัมพลเมื่อไหร่" "อาทิตย์หน้าค่ะ" "อืมได้ ถ้าอย่างนั้นเราขึ้นห้องไปนอนกันเถอะเพราะดึกมากแล้ว" "คืนนี้ปริ๊นซ์น่าจะไม่กลับบ้านนะคะ" "คงจะนอนคอนโดอีกนั่นแหละคุณ" "ค่ะ" จากนั้น สองสามีภรรยาก็พากันขึ้นชั้นบนไปหลายเดือนต่อมาตอนนี้มิวได้คลอดลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นผู้ชาย ตอนนี้อายุได้เก้าเดือนแล้ววันนี้คนเป็นพ่อกับคนเป็นแม่พาลูกออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้ากัน ปริ๊นซ์อุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนแกร่งแล้วเดินดูนั่นดูนี่ ก่อนจะพาไปนั่งตรงโซนที่เด็กเล่นเครื่องเล่นกัน ส่วนแม่ของลูกขอตัวไปซื้อข้าวของเคลื่องใช้ในบ้าน"รอให้ลูกโตก่อนนะครับลูกถึงจะเล่นได้" ปริ๊นซ์ก้มพูดกับลูกน้อยที่เขาให้นั่งบนตัก ก่อนที่เด็กน้อยตัวอวบจะดิ้นขยุกขยิกอยากลงเมื่อเห็นเด็กคนอื่นเล่นเครื่องเล่นกัน"เย่น..." เสียงเล็กของลูกชายเปล่งออกมาไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่เขาก็พอจะฟังออกว่าลูกพูดอะไร เย่นหมายถึงเล่นนั่นเอง"ลูกยังเล่นไม่ได้นะครับ" เรียวปากหนาบอกกับลูกชายตัวเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางมือหนาลูบหัวเล็กของลูกด้วยความรู้สึกเอ็นดูที่ลูกอยากเล่น แต่เล่นไม่ได้ก่อนที่ร่างสวยของแม่ของลูกจะรุนรถเข็นมายังคนเป็นพ่อของลูกที่นั่งอุ้มลูกน้อยตัวอวบขาวอยู่"เรากลับกันเถอะค่ะพี่ปริ๊นซ์""ได้ของครบแล้วเหรอ" ใบหน้าหล่อเหลาของพ่อลูกอ่อนหันถามยังภรรยาตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงน่าฟัง"ได้ครบแล้วค่ะ""งั้นก็กลับกันเถอะ" พูดจบ ปริ๊นซ์ที่ให้ลูก
หนึ่งเดือนต่อมางานแต่งงานของปริ๊นซ์กับมิวที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและอบอุ่นได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วเมื่อตอนหัวค่ำ และตอนนี้คู่บ่าวสาว หรือเรียกอีกอย่างว่าสามีภรรยา ได้เดินทางมาถึงบ้านแล้ว เมื่อเข้ามาในห้องนอน ปริ๊นซ์ก็จัดการรูดซิปชุดแต่งงานของมิวลงไปจนถึงเอวคอด จากนั้นก็ปลดชุดแต่งงานสีขาวงาช้างออกไปจากร่างสวย ก่อนที่มือเรียวจะจับชุดไว้ พร้อมกับเอ่ยบอกไป"พี่ปริ๊นซ์ไปหยิบผ้าขนหนูมาให้มิวก่อนสิคะ มิวไม่อยากล่อนจ้อนค่ะ""พี่อยากเห็นมิวแก้ผ้ามากกว่ามิวใส่ผ้าซะอีก" ยิ้มอบอุ่น"พี่ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ""ไม่เบื่อเลย แต่พี่กลับชอบด้วยซ้ำ ยิ่งสองสามเดือนมานี้พี่ไม่ค่อยได้เห็นมิวแก้ผ้าเลย" ตั้งแต่รู้ว่าเธอท้อง เขาก็เพลาๆเรื่องนั้นลง ไม่ทำบ่อยเหมือนตอนก่อนท้อง เพราะเขาอยากให้เลยช่วงท้องอ่อนๆไปก่อนถึงจะทำให้บ่อยขึ้น"คืนนี้พี่อยากทำไหมคะ" เรียวปากสีหวานถามอย่างเอาอกเอาใจ เธอก็เห็นใจเขาอยู่เหมือนกัน เพราะพอเขารู้ว่าเธอท้อง เขาก็ลดเรื่องนั้นลง เนื่องจากว่าเป็นห่วงลูกในท้อง ทั้งที่ก่อนท้องเขาจะมีอะไรกับเธอบ่อยมากจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้วสำหรับเขา"อยากสิ พี่อยากมาเป็นอาทิตย์แล้ว" หนึ่งอาทิ
"แล้วปรายก็มีแฟนแล้วด้วย""ใครเหรอคะแฟนพี่ปราย" ร่างเล็กผละออกจากร่างหนา แล้วเอ่ยถาม"เขาสองคนรู้จักกันมานานแล้ว ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นตากล้องน่ะ""อ๋อค่ะ""ทีนี้เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่านะ""ค่ะ""หมอบอกว่าอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยถาม พลางฝ่ามือใหญ่ลูบไปบนหน้าท้องแบนราบของคนเป็นแม่ของลูกเบาๆ"สี่สัปดาห์ค่ะ" ตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน"ก็อีกแปดเดือนสินะที่ลูกของเราจะคลอดออกมา" เขาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มและสีหน้ามีความสุข"ค่ะ""หิวไหม""มิวไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลยค่ะ แค่ได้กลิ่นอาหารก็เหม็นไปหมด""แล้วทีนี้จะกินอะไรดีล่ะ..." ทำท่าครุ่นคิดแล้วเอ่ยต่อ"หรือว่ากินผลไม้ไหม ผลไม้ไม่น่าจะมีกลิ่นนะ""ลองดูก็ได้ค่ะ""งั้นฉันออกไปซื้อก่อนนะ เธอจะไปกับฉันด้วยไหม""มิวไปด้วยก็ได้ค่ะ อยากนั่งรถเที่ยว" "งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าจบ ปริ๊นซ์ก็จับมือสวยของมิว แล้วพากันออกจากบ้านไปซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่หน้าปากซอยด้านกัมพลหลังจากที่กัมพลรู้ผลตรวจว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเมื่ออาทิตย์ก่อน และมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน ส่วนสายชลก็ออกจากบ้านไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะเธ
บริษัทปริ๊นซ์มิวสาวเท้าเข้ามาภายในบริษัทนำเข้ารถหรูขนาดใหญ่ของเขา แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของตึกที่มีหลายสิบชั้น มิวก้าวขาออกจากลิฟต์และเดินไปยังห้องทำงานของเขา ก็เห็นว่ามีเลขาสาวอายุราวสามสิบกว่าปีนั่งอยู่หน้าห้องของเขา เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอจึงทักทายพร้อมกับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มตามประสา"สวัสดีค่ะ ฉันมาหาพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""ท่านประธานออกไปทานข้าวกับคุณปรายยังไม่กลับมาเลยค่ะ" เลขาสาวตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร แล้วเป็นอะไรกับท่านประธานเหรอคะ""ฉันชื่อมิวเป็นคู่หมั้นของพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""อ๋อค่ะ พอดีดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สองเดือนเองค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าท่านประธานมีคู่หมั้นแล้ว ดิฉันคิดว่าคุณปรายเป็นแฟนของท่านประธานซะอีก เพราะสองเดือนที่ฉันทำงานอยู่ที่นี่ ฉันเห็นว่าคุณปรายมาหาท่านประธานเกือบทุกวัน แล้วก็ออกไปทานข้าวด้วยกันค่ะ""..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป พลางจุกหน่วงอยู่ในใจเมื่อรู้ว่าเขากับพี่ปรายเจอกันทุกวัน โดยที่เธอไม่ได้รู้เลย"ถ้าอย่างนั้นคุณมิวเข้าไปนั่งรอท่านประธานในห้องก่อนก็ได้นะคะ ไม่นานท่านประธา
หกเดือนต่อมาเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่ปริ๊นซ์กับมิวอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ราบรื่นดี ต่างคนต่างก็มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน และสองเดือนให้หลังมานี้ถ้าช่วงไหนปรายไม่มีงานถ่ายแบบ เธอจะมาหาปริ๊นซ์ที่บริษัทบ่อยๆ โดยที่ปริ๊นซ์ไม่ได้บอกให้มา เธอมาเอง แต่ปริ๊นซ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันเป็นความเคยชินอยู่แล้วที่ปรายจะมาหาเขาที่บริษัทอยู่เป็นประจำในระยะเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มิวที่วันนี้รู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้จึงโทรไปลางานกับพี่จอยหัวหน้าแผนกที่เธอทำงานอยู่เธอมีอาการแบบนี้มาสี่ห้าวันแล้ว เวลาได้กลิ่นของทอดเธอจะคลื่นไส้และอาเจียนทุกครั้ง"อุ๊บ อ๊วก" มิวที่กำลังทำอาหารเช้าให้เขาอยู่ จู่ๆก็เกิดอาการคลื่นไส้จึงวิ่งไปโก่งคออาเจียนลงในอ่างล้างจาน จนหน้าดำหน้าแดงปริ๊นซ์ที่อยู่ในชุดสูทหรูสีดำก้าวลงบันไดมา เมื่อได้ยินเสียงอาเจียนของหญิงสาวจึงรีบเข้ามาดู เมื่อเห็นว่าเธออาเจียนอยู่ก็รีบเข้ามาลูบแผ่นหลังบางให้เธอพร้อมกับรวบผมของเธอมาไว้ด้านหลัง"แค่ก แค่ก""ไปหาหมอไหม เดี๋ยวฉันพาไป""ไม่เป็นไรค่ะ มิวไม่ได้เป็นอะไรมาก" เธอผละออกจากอ่างล้างจานแล้วพูดกับคนตัวสูงด้วยท่าทีอ่อนแรง"ไม่เป็นอะไรมากไ
"ตอบปรายมาสิปริ๊นซ์ อย่าเอาแต่เงียบ" ปรายถามคาดคั้นอยากได้ยินคำตอบที่เขาบอกว่าอยากแต่งงานกับเธออย่างเช่นเจ็ดปีที่ผ่านมา"ปริ๊นซ์ยังตอบอะไรปรายตอนนี้ไม่ได้ รอให้ปริ๊นซ์ถอนหมั้นกับมิวก่อนก็แล้วกัน แล้วปริ๊นซ์จะบอกปรายเอง" เขาเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกหนักใจ"เอางั้นก็ได้" เมื่อได้ยินที่เขาบอกจะถอนหมั้นเธอก็ใจชื้นขึ้นมาทันที"งั้นปริ๊นซ์ขอทำงานก่อนนะ" ว่าแล้ว ใบหน้าหล่อก็ก้มหน้าจัดการเซ็นอนุมัติงบประมาณนำเข้ารถหรูล๊อตใหม่มูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่ทว่าในใจคิดไปถึงแต่คนตัวเล็กอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งตอนเย็นเขาก็ไปส่งปรายที่คอนโดแล้วกลับบ้านไป เมื่อเข้ามาภายในบ้านแล้วไม่เห็นหญิงสาว มือหนาก็หยิบโทรศัพท์ยี่ห้อดังออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออกหาเธอตู๊ด~'อยู่ไหน' ทันทีที่มิวกดรับสายเสียงทุ้มเข้มที่เจือไว้ด้วยอารมณ์เคืองขุ่นก็ถามออกไปทันที'มิวกำลังอยู่บนรถค่ะ''รถอะไร''รถจอมทัพค่ะ''นี่เธอ!' เขาหลุดเสียงตะคอกออกไป พลางมือหนากำโทรศัพท์แน่นด้วยอารมณ์คุกรุ่น'มิววางสายแล้วนะคะ''กลับมาถึงบ้านเธอได้ขาถ่างแน่มิว' เขาพูดน้ำเสียงลอดไรฟันแบบคาดโทษ จากนั้นนิ้วหนาก็กดวางสายแล้วสาวเท้าไปหยิบเหล้าราคาแพงท
สามเดือนต่อมาเป็นเวลาสามเดือนแล้วที่ปริ๊นซ์กับมิวอยู่ด้วยกันในฐานะคู่หมั้น ความสัมพันธ์ของปริ๊นซ์กับมิวก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เขาดีเสมอต้นเสมอปลาย เขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่น อยู่ด้วยแล้วเธอรู้สึกอุ่นใจและมีความสุข ไม่รู้สึกเคว้งคว้างเหมือนตอนที่อยู่บ้านตัวเองตอนเย็นในขณะที่มิวกำลังเดินออกไปจากสนามบินเพื่อท
สองชั่วโมงผ่านไปปริ๊นซ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปสองชั่วโมง ดวงตาคมกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะหันมาเห็นคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ข้างตัวเอง ร่างหนาพลิกตัวตะแคงหันมองเธอที่นอนตะแคงมาทางเขา พลางคิดในใจว่าเธอเป็นคนยังไงกันนะ ท่าทีนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและไม่ค่อยยิ้มของเธอนั้นทำให้เขายิ่งอยากรู้จักเธอมาก
บ้านกัมพลหนึ่งอาทิตย์ต่อมาหลังจากที่เมื่อสองวันก่อนเกริกวิทย์ได้ติดต่อมาหากัมพลเพื่อบอกว่าวันนี้จะเข้ามาคุยธุระ วันนี้กัมพลจึงไม่เข้าบริษัทเพราะเขาต้องอยู่ต้อนรับเกริกวิทย์กับชลดา"สวัสดีคุณกัมพล/สวัสดีค่ะคุณกัมพล" เสียงของเกริกวิทย์กับชลดาเอ่ยทักทายยังเจ้าของบ้าน ก่อนที่กัมพลจะลุกจากโซฟาแล้วทักท
ปริ๊นซ์ อายุ 28 ปีเจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรู ถูกแม่บังคับให้หมั้นกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามิว อายุ 22 ปีเธอต้องหมั้นกับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตัวอย่างนิยาย"ฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน""มีห้องนอนห้องเดียวเหรอ""มีสามห้องนอน แต่แม่กำชับมาว่าฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน""ค่ะ""ฉ







