تسجيل الدخولด้านปริ๊นซ์
ผับหรูแห่งหนึ่ง "เมื่อไหร่มึงจะหาเมียสักทีวะปริ๊นซ์" เสียงของเวย์เพื่อนสนิทของปริ๊นซ์ที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามขึ้น "กูจะไม่แต่งกับใครนอกจากปรายคนเดียวเท่านั้น" "มึงจะรอแต่งงานกับปรายแบบไม่มีกำหนดแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอปริ๊นซ์ เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก ดูอย่างกูสิตอนนี้เมียกูท้องได้สองเดือนแล้วนะเว้ย" "กูดีใจกับมึงด้วยนะเวย์ที่มึงกำลังจะมีลูกกับคนที่มึงรัก" "มึงจะไม่ลองเปิดใจกับผู้หญิงคนอื่นบ้างเหรอ มึงก็รู้นี่ว่าถึงยังไงแม่มึงก็ไม่ยอมรับปรายอยู่ดี" "แต่กูยังหวังว่าถึงยังไงแม่ก็ต้องยอมใจอ่อนให้กูได้แต่งงานกับปรายแน่ๆ" "มึงชอบปรายตั้งแต่มึงเรียนอยู่ปีสี่ จนตอนนี้มึงเรียนจบมาหกปีแล้ว แต่กูก็ไม่เห็นว่าแม่มึงจะใจอ่อนยอมรับปรายมาเป็นลูกสะใภ้สักที" ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เขากับปรายเรียนคณะเดียวกันและรุ่นเดียวกัน ตั้งแต่ปีหนึ่งปรายจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มของพวกเขาที่มีปริ๊นซ์ เวย์ ธามและเทมป์ รวมปรายด้วยก็ห้าคน ทั้งห้าคนมีความสนิทสนมกันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มตลอด จนกระทั่งปีสี่ความรู้สึกของปริ๊นซ์ที่มีต่อปรายได้เปลี่ยนไปจากเดิม เขาไม่ได้คิดกับปรายแค่เพื่อน แต่เขาคิดกับปรายแบบผู้ชายคนหนึ่งที่คิดกับผู้หญิงคนหนึ่ง เขารู้สึกชอบเธอจนวันหนึ่งเขาชวนเธอมาที่คอนโดเพื่อที่จะบอกความในใจ 'ปริ๊นซ์มีเรื่องจะบอกปรายน่ะ' 'เรื่องอะไรเหรอปริ๊นซ์' 'ปริ๊นซ์ชอบปรายนะ เรามาคบกันไหม' 'ก็เอาสิ คบก็คบ' 'ปรายพูดจริงเหรอ' เขาถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ เพราะไม่คิดว่าปรายจะตอบตกลง 'จริงสิ' 'ขอบคุณมากนะปรายที่ยอมตกลงคบกับปริ๊นซ์' 'แต่เราจะยังไม่เป็นแฟนกันนะปริ๊นซ์ เราต้องคบกันไปอีกสักพักนะถึงจะเรียกว่าแฟนกันได้' 'ได้สิ ปริ๊นซ์จะไม่รีบ คบกันไปก่อนก็ได้' ตั้งแต่นั้นมาปริ๊นซ์กับปรายก็คบกันมาจนเรียนจบปีสี่ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งปีพอดี แต่ทั้งสองก็ยังไม่เรียกว่าเป็นแฟนกัน เพราะปรายบอกว่าอยากให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ก่อนถึงจะใช้คำว่าแฟนได้ ปริ๊นซ์พาปรายไปที่บ้านเพื่อที่จะแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จัก เขาบอกพ่อกับแม่ว่าเขารักปราย เขาคบกับปรายมาหนึ่งปีแล้ว และอยากแต่งงานกับปราย พ่อกับแม่ก็ไม่ได้พูดอะไร เอาแต่เงียบอย่างเดียว หลังจากที่เขาไปส่งปรายแล้วกลับมาที่บ้าน แม่ก็พูดกับเขาว่า 'แม่ไม่ได้ชอบผู้หญิงที่ลูกพามาหรอกนะ' 'ทำไมแม่ถึงไม่ชอบปรายครับ' 'ผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวโชว์เนื้อหนังแบบนั้นแม่ไม่ชอบ' 'ก็ปกติครับแม่ ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลย' ปรายจะชอบแต่งตัวออกแนวเซ็กซี่ เธอรับงานถ่ายแบบด้วย ปรายจะรับถ่ายแบบชุดว่ายน้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้อะไร เพราะมันเป็นงานของเธอ 'ใส่ชุดสั้นจนเกือบเห็นกางเกงในแบบนั้นคิดเหรอว่าแม่จะชอบ นมก็ปิดแค่จุกไว้จนเต้าล้นออกมานอกชุดอยู่แล้ว' 'ปรายเขาชอบแต่งตัวสไตล์นั้นครับแม่' 'ลูกชอบแบบนั้นเหรอ' 'ครับผมชอบ ผมจะแต่งงานกับปรายครับ' 'แต่แม่จะไม่ให้ลูกแต่งกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด' 'แม่อย่ามองคนที่ภายนอกสิครับ' 'ถ้าแม่บอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบเข้าใจไหมปริ๊นซ์' 'แต่ผมชอบปรายครับ ผมไม่เคยชอบผู้หญิงคนไหนนอกจากปรายมาก่อน ปรายคือรักแรกของผมครับ' 'งั้นลูกก็ชอบไปคนเดียวเถอะ แต่แม่ไม่ชอบ และแม่จะไม่ยอมรับผู้หญิงคนนั้นมาเป็นลูกสะใภ้แม่เด็ดขาด ถ้าลูกยังดื้อที่จะแต่งงานกับเขาอยู่ ลูกก็ไปจัดการกันเองก็แล้วกัน เพราะพ่อกับแม่จะไม่เข้าไปยุ่งด้วย และลูกก็อย่ามายุ่งกับแม่อีก' 'แม่...' 'ไม่เชื่อก็ลองดูสิ อย่าคิดว่าแม่พูดเล่นนะปริ๊นซ์' จากนั้นมาเขากับปรายก็ยังคบกันเรื่อยมา และในทุกๆปีเขาก็ขอแม่ว่าให้ยอมใจอ่อนให้เขาได้แต่งงานกับปรายสักที แต่คำตอบคือเหมือนเดิม แม่ไม่ยอมรับปรายเป็นลูกสะใภ้ท่าน แต่เขาก็ไม่ยอมถอดใจ เขาจะรอเวลาเพื่อให้แม่ใจอ่อนในสักวันหนึ่ง เขาหวังว่าคงมีสักวันที่แม่จะยอมใจอ่อนให้เขาได้แต่งงานกับปราย "มันต้องมีสักวันแหละที่แม่จะต้องใจอ่อน คนเป็นแม่จะใจแข็งกับลูกตัวเองไปได้สักเท่าไหร่กัน" "มันก็ไม่แน่นะปริ๊นซ์ แม่มึงอาจจะไม่มีวันใจอ่อนให้มึงเลยก็ได้" "แต่ถึงยังไงกูก็จะรอปราย กูจะรอจนกว่าจะได้แต่งงานกับคนที่เป็นรักแรกของกู เจ้าสาวของกูคือปรายคนเดียวเท่านั้น" พูดจบ ปริ๊นซ์ก็เลื่อนมือไปยกแก้วเหล้าใบหรูที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้ามากระดกเข้าปากทีเดียวจนหมดแก้ว พลางแววตาคมมีความมุ่งมั่นว่าอีกไม่นานเกินรอเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับปรายแบบสามีภรรยาอย่างแน่นอน "งั้นเอาเป็นว่ากูจะเอาใจช่วยให้มึงได้สมหวังกับปรายก็แล้วกันนะปริ๊นซ์" เวย์พูดให้กำลังใจพลางยกมือขึ้นตบไหล่ของปริ๊นซ์เบาๆ "อืมขอบใจ" "มึงจะกลับบ้านเลยไหม" เวย์ถาม "อืมกลับก็ได้" "งั้นก็ไปกัน" จากนั้น ร่างสูงของทั้งสองหนุ่มเพื่อนสนิทก็พากันออกไปจากห้องวีไอพีแล้วต่างแยกย้ายกันไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่ในลานจอดวีไอพี ก่อนที่ทั้งสองจะกลับบ้านของตัวเองไป ด้านเกริกวิทย์กับชลดา "ฉันคิดออกแล้วค่ะว่าจะไปขอลูกสาวใครให้ลูกของเราดี" ชลดาที่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่กับเกริกวิทย์ผู้เป็นสามีอยู่ๆก็เอ่ยขึ้นเมื่อคิดอะไรขึ้นได้หลังจากที่ชลดาใช้ความคิดกับเรื่องหาคู่ให้ลูกชายมาเป็นเดือนแล้ว แต่อยู่ๆวันนี้ก็ฉุกคิดได้เหมือนกับมีอะไรมาดลใจยังไงยังงั้น "ลูกสาวใครเหรอชล" "ลูกสาวของคุณกัมพลไงคุณมีอยู่คนเดียว ตอนนี้น่าจะเรียนจบแล้วมั้ง" กัมพลเป็นนักธุรกิจมีบริษัทส่งออกสินค้าแปรรูปไปต่างประเทศ ซึ่งครอบครัวของเกริกวิทย์ก็รู้จักกับกัมพลมานานในฐานะนักธุรกิจ แต่ไม่ถึงขั้นสนิทกัน "คุณเคยเห็นลูกสาวของกัมพลเหรอ" "เคยเห็นค่ะหลายเดือนมาแล้ว" "คุณไปเจอลูกสาวของกัมพลที่ไหนเหรอ" "ที่ร้านสะดวกซื้อค่ะ วันนั้นฉันแวะซื้อของก็เลยเห็นนามสกุลในบัตรพนักงานที่ติดหน้าอก ฉันก็เลยถามว่าลูกของกัมพลหรือเปล่า เขาก็บอกว่าใช่ ฉันจึงถามว่าอายุเท่าไหร่ เรียนอยู่ที่ไหน ปีไหน และฉันรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนั้นมากค่ะ" "กัมพลฐานะเขาก็ดีนะแล้วทำไมต้องให้ลูกไปทำงานแบบนั้นด้วยล่ะ" "ฉันก็สงสัยเหมือนคุณนั่นแหละค่ะ" "ถ้าจะให้ผมเดา ผมว่ากัมพลคงไม่ค่อยเท่าไหร่กับลูกหรอก" "ไม่เท่าไหร่คืออะไรเหรอคะ" "ก็ไม่ได้รักลูกเท่าไหร่ไง ถ้าคนรักลูกจริงจะให้ลูกไปทำงานหาเงินเองได้ยังไงล่ะ ทั้งที่ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ลำบากสักนิด" "ก็อาจจะเป็นอย่างที่คุณว่านะคะ" "ผมว่าผมคิดไม่ผิดหรอก" "ถ้าเกิดว่าคุณกัมพลไม่ได้รักลูกอย่างที่คุณว่าจริง งั้นก็ดีเลยสิคะ" "ดียังไงเหรอ" "ก็เวลาที่เราไปขอลูกสาวเขา เราจะได้ไม่ต้องพูดให้มากไง เพราะถ้าเขาไม่รักลูกเขาก็จะยกลูกสาวให้เราง่ายๆไงคะ" "แต่ผมว่าคนแบบนั้นคงเรียกสินสอดหนักเลยแหละ" "ก็ลองให้เขาเรียกมาสิคะ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะเรียกเท่าไหร่" "แล้วคุณจะเข้าไปคุยกับกัมพลเมื่อไหร่" "อาทิตย์หน้าค่ะ" "อืมได้ ถ้าอย่างนั้นเราขึ้นห้องไปนอนกันเถอะเพราะดึกมากแล้ว" "คืนนี้ปริ๊นซ์น่าจะไม่กลับบ้านนะคะ" "คงจะนอนคอนโดอีกนั่นแหละคุณ" "ค่ะ" จากนั้น สองสามีภรรยาก็พากันขึ้นชั้นบนไปเมื่อปริ๊นซ์ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยกออกมาวางไว้บนโต๊ะด้านนอก ก่อนที่เขาจะออกไปบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวนหย่อมหน้าบ้าน โดยตอนนี้เธอกำลังทอดสายตามองไปข้างหน้าด้วยอาการเหม่อลอย ปริ๊นซ์ที่เห็นเธอนั่งใจลอยอยู่ก็เดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆพร้อมกับเอ่ยถาม"คิดเรื่องอะไรอยู่เหรอ" ก่อนที่เธอจะได้สติแล้วหันมาตอบเขาและหันกลับไปมองข้างหน้าอย่างเดิม"อ อ๋อ ฉันกำลังคิดถึงป้าอ้อนค่ะ เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยห่างกับป้าอ้อนเลย""ชีวิตเธอคงมีแต่ป้าอ้อนสินะที่รักเธอ""ฉันนอนกับป้าอ้อนมาตั้งแต่เกิด จนอายุเจ็ดปีป้าอ้อนก็แยกห้องเพื่อฝึกให้ฉันนอนคนเดียว ตั้งแต่อนุบาลหนึ่งจนถึงปอหกป้าอ้อนจะไปรับไปส่งฉันที่โรงเรียนโดยการนั่งรถเมย์หรือบางทีก็นั่งรถไฟฟ้า พอฉันขึ้นมอหนึ่งป้าอ้อนก็ฝึกให้ฉันนั่งรถไฟฟ้าไปโรงเรียนเองค่ะ""ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะว่าเธอรู้สึกยังไง""ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฉัน อย่างน้อยก็ยังมีคุณอีกคนที่เข้าใจฉัน""ถึงฉันจะไม่ได้เป็นลูกชังของพ่อกับแม่เหมือนเธอ แต่ฉันก็เข้าใจเธอ""คุณรู้ได้ไงว่าฉันเป็นลูกชังของพ่อกับแม่" เธอหันถามด้วยสีหน้าสงสัย"เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกัน""..." เธอเงียบแต่
สองชั่วโมงผ่านไปปริ๊นซ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปสองชั่วโมง ดวงตาคมกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะหันมาเห็นคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ข้างตัวเอง ร่างหนาพลิกตัวตะแคงหันมองเธอที่นอนตะแคงมาทางเขา พลางคิดในใจว่าเธอเป็นคนยังไงกันนะ ท่าทีนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและไม่ค่อยยิ้มของเธอนั้นทำให้เขายิ่งอยากรู้จักเธอมากขึ้นแล้วสิปริ๊นซ์จ้องมองไปยังเจ้าของใบหน้าเรียวสวยไร้ที่ติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติแล้วลุกจากเตียงนอน จากนั้นจึงลงชั้นล่างไปทำของกินในครัวและเขาก็ทำเผื่อคนที่ยังนอนหลับอยู่ด้วยหลังจากที่ปริ๊นซ์ลงข้างล่างไปแล้วสามสิบนาทีมิวก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าไม่มีเขาอยู่บนเตียงเธอก็ลุกไปดูในห้องน้ำ เมื่อไม่เห็นว่าเขาอยู่ในห้องน้ำเธอจึงลงไปดูชั้นล่างก็เห็นว่าเขากำลังทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอก็เดินไปหยุดอยู่ตรงประตูห้องครัวแล้วยืนมองเขานิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งคนที่ถูกมองเหมือนรู้ตัวว่ามีใครมองตัวเองอยู่ก็หันมาทางประตูจึงเห็นว่าเธอยืนมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามประสาของเธอที่เขาเริ่มจะชินแล้ว"หิวเหรอ" ปากหนาขยับถาม"หิวค่ะ""ฉันทำใกล้เสร็จแล้ว รอแปป""คุณทำของกินเผื่อฉันด้ว
บ้านปริ๊นซ์รถหรูของปริ๊นซ์เคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหม่ที่แม่ซื้อให้ โดยมีร่างบางของคู่หมั้นสาวนั่งมาด้วย ตลอดการเดินทางมาที่นี่ภายในรถตกอยู่ในความเงียบสงัด เพราะทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกัน มิวหันหน้าออกนอกรถเพราะเธอไม่ใช่คนชอบคุยอยู่แล้ว แต่ถ้าใครถามเธอก็จะคุยด้วยปกติหลังจากที่ปริ๊นซ์ดับเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้วต่างคนก็พากันลงจากรถไป ก่อนที่มิวจะเดินไปท้ายรถเพื่อจะหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า มือเรียวทำท่าจะเลื่อนไปหยิบกระเป๋าแต่ทว่า"เดี๋ยวฉันถือให้""ขอบคุณค่ะ" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะสาวเท้าเข้าบ้านไปยืนอยู่กลางห้องโถงกว้างที่ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพงร่างสูงก้าวมายืนอยู่ข้างเธอพร้อมกับเรียวปากหนาขยับเอ่ยออกไป"ฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน""มีห้องนอนห้องเดียวเหรอ" เจ้าของใบหน้าเรียวสวยหันถามยังคนตัวสูงที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าราบเรียบ"มีสามห้องนอน แต่แม่กำชับมาว่าฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน""ค่ะ" รับคำด้วยน้ำเสียงนิ่ง'แม่ให้คนจัดห้องนอนไว้ให้ลูกกับหนูมิวแล้วนะ ลูกจะต้องนอนกับหนูมิว ห้ามแยกห้องนอนกันเด็ดขาด ถ้าแม่รู้ว่าลูกแยกห้องนอนกับหนูมิว แ
วันต่อมา ตอนเย็นเมื่อเช้าชลดาโทรไปบอกปริ๊นซ์ให้มาหาที่บ้านตอนเย็น แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้มาหาทำไมร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเดินเข้าบ้านมาแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างๆแม่พร้อมกับเอ่ยถาม"แม่มีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอ""แม่หาผู้หญิงไว้ให้ลูกแล้ว เดือนหน้าลูกจะต้องหมั้นกับเขา""..." เขาชะงักและนิ่งพลางคิดในใจว่าก็แค่หมั้นไม่ได้แต่ง ต่อไปค่อยถอนหมั้นกันก็ได้ แต่ตอนนี้เขาต้องตามใจแม่ไปก่อน เพราะถ้าเขาปฏิเสธแม่ก็ต้องบังคับอยู่ดี "หึ ผิดคาด" ชลดาหัวเราะยิ้มพลางเอ่ย"แม่หมายถึงอะไรครับ" ปริ๊นซ์ที่กำลังนิ่งใช้ความคิดอยู่เอ่ยถามขึ้น"แม่ก็คิดว่าลูกจะปฏิเสธซะอีก""ถ้าผมปฏิเสธแล้วแม่จะยอมเหรอครับ""ก็ไม่ยอม""ก็เพราะผมรู้ไงครับว่าแม่ไม่ยอมผมจึงไม่อยากปฏิเสธ""หลังจากหมั้นกันแล้วลูกกับคู่หมั้นต้องอยู่ด้วยกัน""ยังไม่ได้แต่งจะให้อยู่ด้วยกันได้ยังไงครับ""อยู่กันก่อนแต่งไงไม่เห็นจะแปลกอะไร หลายคู่ก็อยู่กันก่อนแต่งกันทั้งนั้น""ครับ""แม่จะซื้อบ้านให้ลูกเอาไว้เป็นเรือนหอ หลังจากหมั้นกันแล้วลูกกับคู่หมั้นก็พากันเข้าไปอยู่ได้เลย""ครับ""หลังจากนั้นหกเดือนค่อยแต่งงาน""มากกว่าหกเดือนไม่ได้เหรอครับแม่"
บ้านกัมพลหนึ่งอาทิตย์ต่อมาหลังจากที่เมื่อสองวันก่อนเกริกวิทย์ได้ติดต่อมาหากัมพลเพื่อบอกว่าวันนี้จะเข้ามาคุยธุระ วันนี้กัมพลจึงไม่เข้าบริษัทเพราะเขาต้องอยู่ต้อนรับเกริกวิทย์กับชลดา"สวัสดีคุณกัมพล/สวัสดีค่ะคุณกัมพล" เสียงของเกริกวิทย์กับชลดาเอ่ยทักทายยังเจ้าของบ้าน ก่อนที่กัมพลจะลุกจากโซฟาแล้วทักทายกลับยังแขกผู้มาเยือน"สวัสดีครับคุณเกริกวิทย์ สวัสดีครับคุณชลดา เชิญนั่งก่อนครับ" จากนั้น ทุกคนก็นั่งลงก่อนที่เกริกวิทย์จะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอย่างไม่ต้องการให้เสียเวลา"ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะผมอยากจะมาสู่ขอลูกสาวคุณให้กับปริ๊นซ์ลูกชายผม คุณจะว่ายังไง""คือ...ก็ไม่ว่ายังไงครับ" กัมพลแสร้งทำเป็นท่าทีอึกอักพอเป็นพิธี ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้นดีใจไม่น้อยที่ลูกสาวซึ่งเขาไม่พร้อมจะมีตั้งแต่แรกออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที"คุณจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ก็ว่ามาได้เลยครับ""ผมแล้วแต่ทางคุณก็แล้วกันนะครับ ผมไม่ได้กะเกณฑ์อะไร" ที่เขาไม่กะเพราะเขาคิดว่าน่าจะได้มากกว่าที่จะกะ"ถ้าอย่างนั้นทางผมจะให้คุณสิบล้านบาท คุณจะว่ายังไงครับ""เอ่อ...ไม่ว่าอะไรครับ" สิบล้านบาทมันเกินกว่าที่เขาคิดเสียอีก เพราะเขาคิดว่าคงไม่ถึงห้
ด้านปริ๊นซ์ผับหรูแห่งหนึ่ง"เมื่อไหร่มึงจะหาเมียสักทีวะปริ๊นซ์" เสียงของเวย์เพื่อนสนิทของปริ๊นซ์ที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามขึ้น"กูจะไม่แต่งกับใครนอกจากปรายคนเดียวเท่านั้น" "มึงจะรอแต่งงานกับปรายแบบไม่มีกำหนดแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอปริ๊นซ์ เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก ดูอย่างกูสิตอนนี้เมียกูท้องได้สองเดือนแล้วนะเว้ย""กูดีใจกับมึงด้วยนะเวย์ที่มึงกำลังจะมีลูกกับคนที่มึงรัก""มึงจะไม่ลองเปิดใจกับผู้หญิงคนอื่นบ้างเหรอ มึงก็รู้นี่ว่าถึงยังไงแม่มึงก็ไม่ยอมรับปรายอยู่ดี""แต่กูยังหวังว่าถึงยังไงแม่ก็ต้องยอมใจอ่อนให้กูได้แต่งงานกับปรายแน่ๆ""มึงชอบปรายตั้งแต่มึงเรียนอยู่ปีสี่ จนตอนนี้มึงเรียนจบมาหกปีแล้ว แต่กูก็ไม่เห็นว่าแม่มึงจะใจอ่อนยอมรับปรายมาเป็นลูกสะใภ้สักที"ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนเขากับปรายเรียนคณะเดียวกันและรุ่นเดียวกัน ตั้งแต่ปีหนึ่งปรายจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มของพวกเขาที่มีปริ๊นซ์ เวย์ ธามและเทมป์ รวมปรายด้วยก็ห้าคน ทั้งห้าคนมีความสนิทสนมกันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มตลอด จนกระทั่งปีสี่ความรู้สึกของปริ๊นซ์ที่มีต่อปรายได้เปลี่ยนไปจากเดิม เขาไม่ได้คิดกับปรายแค่เพื่อน แต่เขาคิดกับ







