تسجيل الدخولเมื่อปริ๊นซ์ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยกออกมาวางไว้บนโต๊ะด้านนอก ก่อนที่เขาจะออกไปบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวนหย่อมหน้าบ้าน โดยตอนนี้เธอกำลังทอดสายตามองไปข้างหน้าด้วยอาการเหม่อลอย ปริ๊นซ์ที่เห็นเธอนั่งใจลอยอยู่ก็เดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆพร้อมกับเอ่ยถาม
"คิดเรื่องอะไรอยู่เหรอ" ก่อนที่เธอจะได้สติแล้วหันมาตอบเขาและหันกลับไปมองข้างหน้าอย่างเดิม "อ อ๋อ ฉันกำลังคิดถึงป้าอ้อนค่ะ เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยห่างกับป้าอ้อนเลย" "ชีวิตเธอคงมีแต่ป้าอ้อนสินะที่รักเธอ" "ฉันนอนกับป้าอ้อนมาตั้งแต่เกิด จนอายุเจ็ดปีป้าอ้อนก็แยกห้องเพื่อฝึกให้ฉันนอนคนเดียว ตั้งแต่อนุบาลหนึ่งจนถึงปอหกป้าอ้อนจะไปรับไปส่งฉันที่โรงเรียนโดยการนั่งรถเมย์หรือบางทีก็นั่งรถไฟฟ้า พอฉันขึ้นมอหนึ่งป้าอ้อนก็ฝึกให้ฉันนั่งรถไฟฟ้าไปโรงเรียนเองค่ะ" "ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะว่าเธอรู้สึกยังไง" "ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฉัน อย่างน้อยก็ยังมีคุณอีกคนที่เข้าใจฉัน" "ถึงฉันจะไม่ได้เป็นลูกชังของพ่อกับแม่เหมือนเธอ แต่ฉันก็เข้าใจเธอ" "คุณรู้ได้ไงว่าฉันเป็นลูกชังของพ่อกับแม่" เธอหันถามด้วยสีหน้าสงสัย "เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกัน" "..." เธอเงียบแต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าเขารู้ได้ยังไง "ฉันทำของกินเสร็จแล้ว เข้าไปกินสิ" "ค่ะ" จากนั้น ทั้งสองก็พากันเข้าบ้านไปรับประทานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะจนเสร็จ ปริ๊นซ์ทำท่าจะเก็บจานที่อยู่บนโต๊ะ "เดี๋ยวฉันเก็บจานไปล้างเองค่ะ คุณไปนั่งเถอะ" "อืม" ว่าแล้ว หญิงสาวก็จัดการเก็บจานเข้าไปไว้ในครัวพร้อมกับล้างเรียบร้อย จากนั้นก็ออกมาข้างนอก จึงเห็นว่าเขานั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขก 'ปรายคิดถึงปริ๊นซ์นะ อีกสามเดือนปรายก็กลับแล้ว' 'ปริ๊นซ์ก็คิดถึงปรายเหมือนกัน และคิดถึงมากด้วย' ปรายไปถ่ายแบบที่ต่างจังหวัดเมื่อหนึ่งเดือนก่อน แต่เขากับเธอก็ยังโทรหากันทุกวันตามปกติ 'เป็นยังไงบ้างงานหมั้น' 'ก็ราบรื่นดี' 'ว่าที่เจ้าสาวของปริ๊นซ์สวยหรือเปล่า' 'คนที่จะมาเป็นเจ้าสาวของปริ๊นซ์ได้ก็มีแต่ปรายเท่านั้นแหละ' 'คงยากนะปริ๊นซ์ที่เราจะได้แต่งงานกัน' 'ปรายรออีกนิดนะ คงไม่ยากเกินไปหรอกที่เราจะได้แต่งงานกัน ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ปริ๊นซ์จะถอนหมั้นทันที แล้วปริ๊นซ์จะไปขอแม่อีกที' 'ถ้าแม่ปริ๊นซ์ไม่ยอมอีกล่ะ ปริ๊นซ์จะทำยังไง' 'ปริ๊นซ์ก็จะรอจนกว่าแม่จะยอมให้ปรายแต่งงานกับปริ๊นซ์นั่นแหละ' 'ขอบคุณนะปริ๊นซ์ที่อุตส่าห์รอปราย เกือบเจ็ดปีแล้วนะที่ปริ๊นซ์รอให้ปรายไปเป็นเจ้าสาวของปริ๊นซ์' 'สำหรับปราย ต่อให้นานแค่ไหนปริ๊นซ์ก็รอได้เสมอ' 'แล้วปริ๊นซ์กับคู่หมั้นนอนห้องเดียวกันหรือเปล่าล่ะ' 'ปริ๊นซ์จำเป็นต้องนอนห้องเดียวกับเขา เพราะถ้าไม่นอนห้องเดียวกันแม่ก็จะรีบให้ปริ๊นซ์แต่งงานกับเขาทันที' มิวที่ยืนฟังเขาคุยโทรศัพท์กับรักแรกของเขาก็เข้าใจในทันทีเลยว่าเพราะเขากลัวจะต้องแต่งงานกับเธอนี่เองเขาจึงจำเป็นต้องนอนห้องเดียวกับเธอ เขาคงจะอึดอัดแย่สินะที่ต้องฝืนใจมานอนห้องเดียวกับเธอ 'ปริ๊นซ์จะทำใจได้เหรอว่าจะไม่มีอะไรกับคนที่นอนข้างๆ' 'ปริ๊นซ์ทำใจได้อยู่แล้ว ปรายไม่ต้องกังวลนะ ปรายสบายใจได้เลยว่าปริ๊นซ์จะไม่ยอมมีอะไรกับเขาเด็ดขาด ปริ๊นซ์จะรอเวลาที่จะมีอะไรกับปรายแค่คนเดียวเท่านั้น' 'ที่ปรายถามปรายไม่ได้ห้ามไม่ให้ปริ๊นซ์มีอะไรกับคู่หมั้นหรอกนะ เพราะปรายเข้าใจอารมณ์ผู้ชายว่าถ้าได้นอนใกล้ผู้หญิงก็คงหนีเรื่องนั้นไม่พ้นอยู่แล้ว' 'ปริ๊นซ์รับรองว่ามันจะไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้นอย่างแน่นอน' 'ปรายจะรอดูแล้วกัน ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะปริ๊นซ์ พอดีมีสายเข้าน่ะ' 'ได้ๆ แล้วปริ๊นซ์จะโทรไปหาใหม่นะปราย' จากนั้น นิ้วหนาก็กดวางสาย ก่อนริมฝีปากหยักได้รูปจะระบายยิ้มอ่อนๆออกมาเมื่อนึกไปถึงวันที่เขากับปรายได้แต่งงานกัน หลังจากที่เขาวางสายไปแล้ว มิวที่ยืนฟังอยู่ก็สาวเท้าขึ้นชั้นสองไปอย่างเงียบๆ ก่อนที่สายตาคมของปริ๊นซ์จะหันไปเห็นเธอขึ้นบันไดไป เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงลุกขึ้นแล้วก้าวขึ้นบันไดตามเธอขึ้นไปชั้นบน ร่างสูงเปิดประตูเข้าห้องนอนมาก็เห็นว่าเธอกำลังเข้าไปในห้องน้ำ มิวใช้เวลาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเกือบสามสิบนาทีก็ออกมา โดยเธอสวมชุดยูนิฟอร์มของร้านสะดวกซื้อชื่อดังแห่งหนึ่ง ปริ๊นซ์ที่เห็นจึงเอ่ยถามทันที "นั่นเธอจะไปทำงานอีกเหรอ" "ใช่ค่ะ" ว่าจบ เธอก็ก้าวไปยังประตูห้องนอน ทว่า "เธอไปลาออกเถอะ ไม่ต้องไปทำแล้ว และที่ร้านไอกรีมเธอก็ไปลาออกได้เลย" "ฉันยังไม่มีงานอื่นทำ เพราะฉะนั้นฉันจะทำงานที่นั่นต่อ" เธอหันมาพูดกับเขาด้วยสีหน้าราบเรียบ "ถ้าเธออยากได้เงิน เดี๋ยวฉันจะจ่ายเงินเดือนให้เธอเอง" "จะให้ฉันทำงานอะไรเหรอ" "ช่วงนี้ยังหาแม่บ้านไม่ได้ เธอก็ทำงานบ้านไปก่อนแล้วกัน ฉันจะให้เธอเดือนละสามหมื่น" "งั้นก็ได้ค่ะ" "เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปลาออกจากงาน เธอนั่งรอฉันก่อน เดี๋ยวฉันขออาบน้ำแปป" "ค่ะ" ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป เสร็จแล้วก็ออกมาโดยร่างแกร่งกำยำมีเพียงผ้าขนหนูปิดช่วงล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่ มิวที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อสายตาเธอดันหันไปเห็นร่างแกร่งกำยำที่เปลือยท่อนบนจึงรีบดึงสายตากลับหันไปมองทางอื่นด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ปริ๊นซ์ที่ยืนจ้องเธออยู่เมื่อเห็นเธอมีท่าทีทำตัวไม่ถูกก็ถึงกับหัวเราะยิ้มออกมา "หึ" ก่อนจะไปหยิบเสื้อผ้าในตู้เอาออกมาสวมใส่ จากนั้นทั้งสองก็พากันลงไปขึ้นรถหรูหน้าบ้าน ที่แรกที่เขาพาเธอไปคือร้านสะดวกซื้อที่เธอทำมาตั้งแต่เรียนอยู่มอหก รถราคาแพงของปริ๊นซ์แล่นเข้ามาจอดยังหน้าร้านสะดวกซื้อที่หญิงสาวทำงานอยู่ มิวลงจากรถเข้าไปในร้าน ก่อนที่ปริ๊นซ์จะลงจากรถเข้าไปในร้านด้วยเช่นกัน ร่างสูงหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่วางอยู่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์มาสองกล่องแล้วนำไปจ่ายเงินและออกจากร้านไปนั่งรอหญิงสาวในรถ มิวใช้เวลายี่สิบนาทีในการทำเรื่องลาออก จากนั้นก็ออกมาขึ้นรถ ก่อนที่เขาจะขับมุ่งหน้าไปยังสถานที่ทำงานที่สองคือร้านไอศกรีมในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อรถของปริ๊นซ์มาถึงยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง มิวก็ลงจากรถไปจัดการทำเรื่องลาออกโดยใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงก็ออกจากห้างมาซึ่งเป็นเวลาสองทุ่มกว่าๆ จากนั้นร่างสูงก็พาเธอกลับบ้านไป ในระหว่างทางก่อนจะถึงบ้าน เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยก็หันพูดกับร่างบางที่นั่งอยู่ด้านข้างที่เอาแต่เงียบ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาเขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงเธอพูดเลย จะให้เธอพูดได้ยังไงก็เขาไม่ได้ชวนเธอคุย ถ้าให้เธอคุยก่อนก็อย่าหวัง เพราะเธอบอกแล้วว่าเธอมักจะไม่ชวนใครพูดก่อน "ก่อนกลับบ้านเราแวะดื่มกันก่อนนะ" เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เขาไม่ได้ดื่ม วันนี้เขาจึงเกิดอยากดื่มขึ้นมาดื้อๆ "ที่ไหนคะ" เธอผละสายตาที่มองออกนอกรถแล้วหันถามยังคนตัวสูงที่นั่งอยู่ด้านข้าง "ไนท์คลับ" "ฉันแล้วแต่คุณค่ะ" จากนั้น ชายหนุ่มก็ขับรถไปยังไนท์คลับหรูแห่งหนึ่งที่เขากับปรายเคยไปนั่งดื่มกันประจำ ไนท์คลับ ห้องวีไอพี เมื่อทั้งสองเข้ามานั่งในห้องวีไอพีแล้ว ปริ๊นซ์ก็จัดการสั่งเหล้าราคาแพงที่สุดของร้านไป และเขาก็สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับผู้หญิงคือค็อกเทลให้คู่หมั้นหนึ่งที่เมื่อปริ๊นซ์ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยกออกมาวางไว้บนโต๊ะด้านนอก ก่อนที่เขาจะออกไปบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวนหย่อมหน้าบ้าน โดยตอนนี้เธอกำลังทอดสายตามองไปข้างหน้าด้วยอาการเหม่อลอย ปริ๊นซ์ที่เห็นเธอนั่งใจลอยอยู่ก็เดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆพร้อมกับเอ่ยถาม"คิดเรื่องอะไรอยู่เหรอ" ก่อนที่เธอจะได้สติแล้วหันมาตอบเขาและหันกลับไปมองข้างหน้าอย่างเดิม"อ อ๋อ ฉันกำลังคิดถึงป้าอ้อนค่ะ เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยห่างกับป้าอ้อนเลย""ชีวิตเธอคงมีแต่ป้าอ้อนสินะที่รักเธอ""ฉันนอนกับป้าอ้อนมาตั้งแต่เกิด จนอายุเจ็ดปีป้าอ้อนก็แยกห้องเพื่อฝึกให้ฉันนอนคนเดียว ตั้งแต่อนุบาลหนึ่งจนถึงปอหกป้าอ้อนจะไปรับไปส่งฉันที่โรงเรียนโดยการนั่งรถเมย์หรือบางทีก็นั่งรถไฟฟ้า พอฉันขึ้นมอหนึ่งป้าอ้อนก็ฝึกให้ฉันนั่งรถไฟฟ้าไปโรงเรียนเองค่ะ""ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะว่าเธอรู้สึกยังไง""ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฉัน อย่างน้อยก็ยังมีคุณอีกคนที่เข้าใจฉัน""ถึงฉันจะไม่ได้เป็นลูกชังของพ่อกับแม่เหมือนเธอ แต่ฉันก็เข้าใจเธอ""คุณรู้ได้ไงว่าฉันเป็นลูกชังของพ่อกับแม่" เธอหันถามด้วยสีหน้าสงสัย"เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกัน""..." เธอเงียบแต่
สองชั่วโมงผ่านไปปริ๊นซ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปสองชั่วโมง ดวงตาคมกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะหันมาเห็นคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ข้างตัวเอง ร่างหนาพลิกตัวตะแคงหันมองเธอที่นอนตะแคงมาทางเขา พลางคิดในใจว่าเธอเป็นคนยังไงกันนะ ท่าทีนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและไม่ค่อยยิ้มของเธอนั้นทำให้เขายิ่งอยากรู้จักเธอมากขึ้นแล้วสิปริ๊นซ์จ้องมองไปยังเจ้าของใบหน้าเรียวสวยไร้ที่ติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติแล้วลุกจากเตียงนอน จากนั้นจึงลงชั้นล่างไปทำของกินในครัวและเขาก็ทำเผื่อคนที่ยังนอนหลับอยู่ด้วยหลังจากที่ปริ๊นซ์ลงข้างล่างไปแล้วสามสิบนาทีมิวก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าไม่มีเขาอยู่บนเตียงเธอก็ลุกไปดูในห้องน้ำ เมื่อไม่เห็นว่าเขาอยู่ในห้องน้ำเธอจึงลงไปดูชั้นล่างก็เห็นว่าเขากำลังทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอก็เดินไปหยุดอยู่ตรงประตูห้องครัวแล้วยืนมองเขานิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งคนที่ถูกมองเหมือนรู้ตัวว่ามีใครมองตัวเองอยู่ก็หันมาทางประตูจึงเห็นว่าเธอยืนมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามประสาของเธอที่เขาเริ่มจะชินแล้ว"หิวเหรอ" ปากหนาขยับถาม"หิวค่ะ""ฉันทำใกล้เสร็จแล้ว รอแปป""คุณทำของกินเผื่อฉันด้ว
บ้านปริ๊นซ์รถหรูของปริ๊นซ์เคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหม่ที่แม่ซื้อให้ โดยมีร่างบางของคู่หมั้นสาวนั่งมาด้วย ตลอดการเดินทางมาที่นี่ภายในรถตกอยู่ในความเงียบสงัด เพราะทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกัน มิวหันหน้าออกนอกรถเพราะเธอไม่ใช่คนชอบคุยอยู่แล้ว แต่ถ้าใครถามเธอก็จะคุยด้วยปกติหลังจากที่ปริ๊นซ์ดับเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้วต่างคนก็พากันลงจากรถไป ก่อนที่มิวจะเดินไปท้ายรถเพื่อจะหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า มือเรียวทำท่าจะเลื่อนไปหยิบกระเป๋าแต่ทว่า"เดี๋ยวฉันถือให้""ขอบคุณค่ะ" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะสาวเท้าเข้าบ้านไปยืนอยู่กลางห้องโถงกว้างที่ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพงร่างสูงก้าวมายืนอยู่ข้างเธอพร้อมกับเรียวปากหนาขยับเอ่ยออกไป"ฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน""มีห้องนอนห้องเดียวเหรอ" เจ้าของใบหน้าเรียวสวยหันถามยังคนตัวสูงที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าราบเรียบ"มีสามห้องนอน แต่แม่กำชับมาว่าฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน""ค่ะ" รับคำด้วยน้ำเสียงนิ่ง'แม่ให้คนจัดห้องนอนไว้ให้ลูกกับหนูมิวแล้วนะ ลูกจะต้องนอนกับหนูมิว ห้ามแยกห้องนอนกันเด็ดขาด ถ้าแม่รู้ว่าลูกแยกห้องนอนกับหนูมิว แ
วันต่อมา ตอนเย็นเมื่อเช้าชลดาโทรไปบอกปริ๊นซ์ให้มาหาที่บ้านตอนเย็น แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้มาหาทำไมร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเดินเข้าบ้านมาแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างๆแม่พร้อมกับเอ่ยถาม"แม่มีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอ""แม่หาผู้หญิงไว้ให้ลูกแล้ว เดือนหน้าลูกจะต้องหมั้นกับเขา""..." เขาชะงักและนิ่งพลางคิดในใจว่าก็แค่หมั้นไม่ได้แต่ง ต่อไปค่อยถอนหมั้นกันก็ได้ แต่ตอนนี้เขาต้องตามใจแม่ไปก่อน เพราะถ้าเขาปฏิเสธแม่ก็ต้องบังคับอยู่ดี "หึ ผิดคาด" ชลดาหัวเราะยิ้มพลางเอ่ย"แม่หมายถึงอะไรครับ" ปริ๊นซ์ที่กำลังนิ่งใช้ความคิดอยู่เอ่ยถามขึ้น"แม่ก็คิดว่าลูกจะปฏิเสธซะอีก""ถ้าผมปฏิเสธแล้วแม่จะยอมเหรอครับ""ก็ไม่ยอม""ก็เพราะผมรู้ไงครับว่าแม่ไม่ยอมผมจึงไม่อยากปฏิเสธ""หลังจากหมั้นกันแล้วลูกกับคู่หมั้นต้องอยู่ด้วยกัน""ยังไม่ได้แต่งจะให้อยู่ด้วยกันได้ยังไงครับ""อยู่กันก่อนแต่งไงไม่เห็นจะแปลกอะไร หลายคู่ก็อยู่กันก่อนแต่งกันทั้งนั้น""ครับ""แม่จะซื้อบ้านให้ลูกเอาไว้เป็นเรือนหอ หลังจากหมั้นกันแล้วลูกกับคู่หมั้นก็พากันเข้าไปอยู่ได้เลย""ครับ""หลังจากนั้นหกเดือนค่อยแต่งงาน""มากกว่าหกเดือนไม่ได้เหรอครับแม่"
บ้านกัมพลหนึ่งอาทิตย์ต่อมาหลังจากที่เมื่อสองวันก่อนเกริกวิทย์ได้ติดต่อมาหากัมพลเพื่อบอกว่าวันนี้จะเข้ามาคุยธุระ วันนี้กัมพลจึงไม่เข้าบริษัทเพราะเขาต้องอยู่ต้อนรับเกริกวิทย์กับชลดา"สวัสดีคุณกัมพล/สวัสดีค่ะคุณกัมพล" เสียงของเกริกวิทย์กับชลดาเอ่ยทักทายยังเจ้าของบ้าน ก่อนที่กัมพลจะลุกจากโซฟาแล้วทักทายกลับยังแขกผู้มาเยือน"สวัสดีครับคุณเกริกวิทย์ สวัสดีครับคุณชลดา เชิญนั่งก่อนครับ" จากนั้น ทุกคนก็นั่งลงก่อนที่เกริกวิทย์จะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอย่างไม่ต้องการให้เสียเวลา"ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะผมอยากจะมาสู่ขอลูกสาวคุณให้กับปริ๊นซ์ลูกชายผม คุณจะว่ายังไง""คือ...ก็ไม่ว่ายังไงครับ" กัมพลแสร้งทำเป็นท่าทีอึกอักพอเป็นพิธี ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้นดีใจไม่น้อยที่ลูกสาวซึ่งเขาไม่พร้อมจะมีตั้งแต่แรกออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที"คุณจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ก็ว่ามาได้เลยครับ""ผมแล้วแต่ทางคุณก็แล้วกันนะครับ ผมไม่ได้กะเกณฑ์อะไร" ที่เขาไม่กะเพราะเขาคิดว่าน่าจะได้มากกว่าที่จะกะ"ถ้าอย่างนั้นทางผมจะให้คุณสิบล้านบาท คุณจะว่ายังไงครับ""เอ่อ...ไม่ว่าอะไรครับ" สิบล้านบาทมันเกินกว่าที่เขาคิดเสียอีก เพราะเขาคิดว่าคงไม่ถึงห้
ด้านปริ๊นซ์ผับหรูแห่งหนึ่ง"เมื่อไหร่มึงจะหาเมียสักทีวะปริ๊นซ์" เสียงของเวย์เพื่อนสนิทของปริ๊นซ์ที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามขึ้น"กูจะไม่แต่งกับใครนอกจากปรายคนเดียวเท่านั้น" "มึงจะรอแต่งงานกับปรายแบบไม่มีกำหนดแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอปริ๊นซ์ เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก ดูอย่างกูสิตอนนี้เมียกูท้องได้สองเดือนแล้วนะเว้ย""กูดีใจกับมึงด้วยนะเวย์ที่มึงกำลังจะมีลูกกับคนที่มึงรัก""มึงจะไม่ลองเปิดใจกับผู้หญิงคนอื่นบ้างเหรอ มึงก็รู้นี่ว่าถึงยังไงแม่มึงก็ไม่ยอมรับปรายอยู่ดี""แต่กูยังหวังว่าถึงยังไงแม่ก็ต้องยอมใจอ่อนให้กูได้แต่งงานกับปรายแน่ๆ""มึงชอบปรายตั้งแต่มึงเรียนอยู่ปีสี่ จนตอนนี้มึงเรียนจบมาหกปีแล้ว แต่กูก็ไม่เห็นว่าแม่มึงจะใจอ่อนยอมรับปรายมาเป็นลูกสะใภ้สักที"ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนเขากับปรายเรียนคณะเดียวกันและรุ่นเดียวกัน ตั้งแต่ปีหนึ่งปรายจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มของพวกเขาที่มีปริ๊นซ์ เวย์ ธามและเทมป์ รวมปรายด้วยก็ห้าคน ทั้งห้าคนมีความสนิทสนมกันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มตลอด จนกระทั่งปีสี่ความรู้สึกของปริ๊นซ์ที่มีต่อปรายได้เปลี่ยนไปจากเดิม เขาไม่ได้คิดกับปรายแค่เพื่อน แต่เขาคิดกับ







