เข้าสู่ระบบบทที่ 10
ข้อตกลง
คอนโด SHIKADA
ร่างบางนั่งอยู่บนโซฟาบุหนังแท้สีดำขลับ เธอนั่งประจันหน้าอยู่กับเขาพลางเล่าสถานการณ์คร่าว ๆ ของเธอให้อีกฝ่ายฟัง
“สรุปคือเธอเป็นชู้กับไอ้ดารา พ่อเธอเลยจับให้มาหมั้นกับฉันเนี่ยนะ?” ยูยะโพล่งขึ้นเสียงดัง สีหน้าของเขาบ่งบอกได้ว่า 'ไม่อยากจะเชื่อ'
เขาต้องหมั้นเพราะปัญหาที่มาจากเธอ?
“นายมีสมองไว้คั่นหูหรือไง” เสียงหวานตอบกลับทันควัน ไม่พอใจที่อีกฝ่ายกล่าวหาว่าเธอเป็นชู้ออกมาโต้ง ๆ
“บอกทีว่านั่นคือประโยคที่ออกมาจากปากของคนที่ต้องการให้ช่วย”
“ก็นายมาว่าฉันเป็นชู้ก่อนนี่!”
“แล้วมันไม่ใช่หรือไง ถึงจะโง่โดนหลอกก็เหอะ”
“นี่!”
“เสียงดังอยู่ได้ รำคา– เฮ้ย! จะร้องไห้ทำไมวะ” ยูยะลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงร้องไห้ต่อหน้า เขาแพ้น้ำตาผู้หญิง!
เมื่อกี้ยังเถียงเขาคอเป็นเอ็นอยู่แท้ ๆ ไหงมาร้องห่มร้องไห้ซะงั้น
หรือว่าเขาจะพูดแรงเกินไป...
“…” ร่างสูงสูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอดแล้วพรูออกมาเชื่องช้า “ขอ–”
“พี่วาย…ฮึก”
ดวงตาคมกริบหรี่ลงก่อนจะกลอกตาไปมา เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะเขาแต่เป็น ‘ไอ้หมอนั่น’ คนรักเก่าที่หลอกลวงเธอต่างหาก
เขาเกือบทำอะไรโง่เง่าอย่างการพูดขอโทษออกไปแล้วเชียว…
"จะร้องไห้ทำไมนักหนาวะ กับอีแค่ผู้ชายเหี้ย ๆ คนเดียว"
"ฮ…ฮึก ก็มันไหลเองนี่ ห้ามได้ที่ไหน"
"หยุดอาลัยอาวรณ์ไอ้สวะนั่นสักที"
"ก็ฉันรักเขานี่! ฮึก...ไม่คิดจะปลอบกันหน่อยหรือไง?..."
"ใครใช้ให้โง่ไปโดนมันหลอกล่ะ"
"ก็ถ้ารู้จะเรียกว่าโดนหลอกไหมล่ะ!"
"เออ รู้แล้วครับ แต่เลิกร้องก่อนได้ปะวะ รำคาญโว้ยยยยย!!"
หลังจากที่ยูยะพูดจบราวกับเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่พังทลายลง เขาต้องนั่งทนฟังเสียงร้องไห้ของเธอนานนับชั่วโมงก่อนเธอจะผล็อยหลับไปบนโซฟา…
สองชั่วโมงต่อมา
ร่างบางกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนเธอจะสะดุ้งลุกขึ้นสุดตัวเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“นะ นายเป็นใคร! ละ แล้วทำอะไรฉัน!”
“โอ้ โอ้ ใจเย็นก่อนครับ ผมแค่มานั่งเฝ้าคุณตามคำสั่งของยูยะซังเฉย ๆ เอง ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วย” ชายหนุ่มรีบอธิบายพลางชูสามนิ้วขึ้นยืนยัน
“สาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย”
“…แล้วหมอนั่นล่ะ?”
“ไปสนามแข่งรถครับ” เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ไปอาบน้ำแต่งตัวสิครับ ผมจะพาไปหายูยะซังเอง”
“..” เธอไม่ตอบแต่มีท่าทีระมัดระวัง
“หรืออยากให้ผมอาบให้ (-..-)”
“ไม่ต้อง ฉันอาบเองได้!”
“ฮ่า ๆ ๆ ห้อง 105 ในนั้นมีชุดเตรียมพร้อมไว้ให้แล้วครับ”
ไม่นานนักคาซึยะ เคย์ก็พาเธอมาถึงสนามแข่งรถ สนามแข่งในยามค่ำคืนมีไว้สำหรับแข่งขันกันแบบใต้ดินโดยเฉพาะ ของเดิมพันมีทั้งเงินทอง สิ่งของ รวมไปถึงผู้หญิง
เสียงภายในสนามแข่งดังกระหึ่มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์และผู้คนจำนวนมากที่มาเชียร์และวางเงินเดิมพัน
ชายหนุ่มผมสีทองเดินนำเธอเข้าไปยัง Pit แต่เจ้านายของเขากลับไม่ได้อยู่ด้านใน ทั้งที่การแข่งขันใกล้จะจบแล้ว อีกอย่างแมตช์ในค่ำคืนนี้เขาไม่ได้รับรายงานว่าเจ้านายของเขาลงแข่งขัน
“สงสัยจะอยู่ในห้อง...” เคย์บ่นพึมพำ “รอในนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมมา”
เขาพูดจบก็เดินหายลับออกไปอีกทาง ปล่อยให้เธอยืนงุนงงอยู่คนเดียว แต่ว่าไม่นานก็มีผู้ชายสวมชุดนักแข่งเต็มยศเดินเข้ามา
“รอบนี้ส่งมาไวดีว่ะ แถมของดีซะด้วย” ชายคนนั้นพูดก่อนจะถอดหมวกกันน็อกสีชมพูออก เขาก้าวเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาเชยคางเธอขึ้นอย่างถือวิสาสะ
“จะทำอะไร ปล่อยนะ!!” เธอผละถอยหลังด้วยความตกใจสุดขีด
“หืม หรือไม่อยากทำในนี้? ไม่บอกกันดี ๆ ล่ะ” เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้เธอ
“ของโคตรดี”
“พูดเรื่องอะไร…”
“อย่าทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลย ฝั่งนั้นแพ้ก็ต้องส่งของเดิมพันมา”
“ของเดิมพันอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง นายเข้าใจผิดแล้ว”
“แล้วถ้าทำแบบนี้จะยังตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้อีกไหม?” ชายหนุ่มดันหลังของเธอจนแนบชิดติดกับกำแพง มือหนารวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะก่อนเขาจะตะโบมจูบร่างบาง เรียวลิ้นร้อนพยายามสอดเข้าไปในโพรงปากอิ่มอย่างหนักหน่วงแต่เธอเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหาจังหวะกัดริมฝีปากอีกฝ่าย
"โอ้ย!!”
“บัดสี” ร่างสูงพึมพำเสียงเบาก่อนจะหันหลังเตรียมเดินกลับไปยังห้องรับรอง
“เอ่อ…ยูยะซังครับ ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างที่คิดนะครับ”
“อะไร? ไอ้เพลย์มันก็เอาไม่เลือกที่ตามเคย อุจาดลูกตาฉิบหาย”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ คะ คือว่าผู้หญิงคนนั้น— คือคุณวาเจน…”
“มึงว่าไงนะ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเค้นถามคนเป็นลูกน้องอีกรอบ "ยัยนั่นมาที่นี่ได้ยังไง”
“คือว่า...” ยูยะไม่ได้รอฟังสิ่งที่มือซ้ายของเขากำลังจะอธิบาย ขาแกร่งเร่งเดินไปหยุดอยู่ที่ด้านหลังของทั้งสองคนในทันที
“ปล่อย” น้ำเสียงทุ้มต่ำแข็งกร้าวแฝงความเยือกเย็น “กูบอกให้ปล่อยไงวะ!!!”
ร่างสูงเดินตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของเพลย์ก่อนจะกระหน่ำกำปั้นใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งมือ เพลย์สวนหมัดกลับมาอย่างรวดเร็ว ต่างฝ่ายต่างแลกหมัดกันไปมาราวกับอยู่ในสังเวียน
"พอเถอะครับ ยูยะซัง!" เคย์เข้าไปห้ามพลางเรียกสติทั้งสองฝ่าย ไม่นานทั้งคู่ก็สงบลง เขาจึงเดินไปหาวาเจนด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“ขอโทษนะครับ ที่ปล่อยให้คุณวาเจนอยู่คนเดียว” เธอพยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้อยากถือโทษโกรธอีกฝ่าย
มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น…
“ต่อยกูทำไมวะไอ้ยูยะ!” เพลย์ตวาดลั่น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ไม่เข้าใจที่จู่ ๆ เขาก็ถูกอีกฝ่ายเดินเข้ามาต่อย
“เหอะ มึงทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ”
“ทำอะไร กูแค่กำลังเช็กของเดิมพันที่ฝั่งนั้นส่งมา มึงเกี่ยวอะไรด้วย?”
“หมายความว่าไง”
“หมายความว่ายัยนี่เป็นของกูไง” เพลย์ตอบเน้นท้ายประโยคชัดถ้อยชัดคำ
"ของมึง?" เสียงทุ้มต่ำทวนถามย้ำ
“ผมว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิดนะ ผู้หญิงคนนี้คือคู่หมั้นของยูยะซังต่างหาก ผมเพิ่งพาเธอมาถึงเมื่อกี้เอง ไม่ใช่ผู้หญิงของฝั่งที่แพ้พนันคุณเพลย์หรอกนะครับ”
“คู่หมั้น?” เพลย์เลิกคิ้วข้างหนึ่งด้วยความสงสัย ทว่ายูยะกลับไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย
ร่างสูงตวัดสายตาคมมองวาเจนแล้วเดินออกไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ไม่แปลกที่เพลย์จะตกใจเพราะนอกจากลูกน้องและครอบครัวของเขาแล้วยังไม่มีใครรู้เรื่องการหมั้นหมายของเขาทั้งนั้น
“กูโดนพวกแม่งบิดเหรอวะ...” เพลย์สบถพึมพำอย่างหัวเสียก่อนจะเดินมาหาวาเจน
“ขอโทษด้วยนะที่ทำแบบนั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ ขอโทษจริง ๆ”
เพลย์ยื่นนามบัตรให้เธอพร้อมก้มศีรษะลงและกล่าวขอโทษอีกหลายครั้งด้วยสีหน้าสำนึกผิด
ร่างบางเห็นว่าอีกฝ่ายสำนึกผิดจากใจจริงเธอจึงไม่ได้ติดใจเอาความแม้ว่าจะตกใจมากก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่าจูบ แล้วเธอก็เป็นนักแสดงการจูบสำหรับเธอถือว่าปกติมาก
เมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงเคย์ก็นำเธอเดินไปยังห้องรับรองของยูยะ ด้านในตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นและมีเฟอร์นิเจอร์ครบครันรวมไปถึงเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ที่ตั้งอยู่ด้านในสุด
ทว่าสิ่งที่สะดุดตาเธอที่สุดคงเป็นถุงยางอนามัยที่ถูกใช้แล้วจำนวนหนึ่งในถังขยะใบเล็กข้าง ๆ โซฟาที่เธอนั่งอยู่
“ทำไม อยากสนุกด้วยคนเหรอ”
“พูดบ้าอะไร”
“ล้อเล่นนิดหน่อยเองน่า" ยูยะไหวไหล่เล็กน้อยพร้อมยกยิ้มมุมปากเบา ๆ
"ออกไปก่อน” มือซ้ายก้มศีรษะลงแล้วเดินออกไปตามคำสั่งของเขา
“เอาล่ะ เหลือแค่เราสองคนแล้ว ถ่อมาถึงที่นี่มีอะไร?”
“ฉันมีข้อตกลงมาเสนอ”
“ว่ามาสิ”
“เราจะหมั้นกัน”
“ขอปฏิเสธ แม้จะปฏิเสธไม่ได้ก็ตาม” ยูยะเอ่ยเสียงเรียบ “ฉันไม่อยากหมั้นกับเธอ”
“แต่ชีวิตหลังหมั้นของเราจะเป็นอิสระ ฉันจะไม่ก้าวก่ายชีวิตของนาย อยากทำอะไรก็ทำ” เธอปรายตามองสิ่งที่อยู่ในถังขยะ “แต่นายเองก็จะต้องไม่มายุ่งกับชีวิตของฉันเหมือนกัน”
ร่างสูงควงซิปโป้สีเมทัลลิคอย่างใช้ความคิด นับว่าเป็นข้อตกลงที่ไม่เลวสำหรับเขาเลย
“ก็ไม่เลว แล้วจะตบตาพ่อเธอกับพ่อฉันยังไงล่ะ?”
“เราคงต้องแสดงละครกันหน่อย”
เธอหมายถึงให้แสดงละครว่ากำลังเรียนรู้กันและกันอยู่อะไรทำนองนั้นสินะ
“ก็ไม่ได้ดูยากเย็นอะไร ตกลง”
“โอเค งั้นฉันขอตัว”
“เดี๋ยว”
“?”
“เธอกับไอ้เพลย์...” เขาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ “ช่างเถอะ”
“อ้อ ก็แค่จุ๊บน่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชาอย่างไม่ใส่ใจ "ยังไม่ได้สอดลิ้น ไม่เรียกว่าจูบซะหน่อย ใช่ไหมล่ะ?”
ร่างสูงขมวดคิ้วเข้มไม่สบอารมณ์ ยิ่งเธอพูดราวกับไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด..
“ไม่ได้อยากรู้" ยูยะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างแล้วหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
"ออกไปได้แล้ว เดี๋ยวให้คนไปส่ง”
บทที่ 18นามบัตรของเพลย์หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาได้สองสัปดาห์แล้ว เธอและเขาต่างกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองหลังจากหมั้นกันแล้ว ต่างฝ่ายต่างจะไม่ยุ่งชีวิตของกันและกันทั้งคู่ทำตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้ได้เป็นอย่างดี เขาไม่ได้มายุ่มย่ามเธอ ส่วนเธอก็ไม่ได้สนใจเขาช่วงนี้งานในวงการของเธอเงียบสนิท จะมีก็เพียงงานโฆษณาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ยังไม่ถูกยกเลิกสัญญาเท่านั้นและวันนี้เธอก็ได้รับการติดต่อมาจากลูกค้ารายใหม่ให้ไปถ่ายโฆษณาหนึ่งตัวที่สตูดิโอใหม่ที่อยู่แถบชานเมือง แพรไหมผู้จัดการส่วนตัวของเธอติดธุระด่วนที่ต่างจังหวัดและยืมรถยนต์ของเธอไป นั่นทำให้เธอต้องเรียกรถนั่งไปคนเดียวอย่างช่วยไม่ได้ผ่านไปไม่นานรถยนต์สีเทาติดฟิล์มดำทึบทั้งคันก็มาจอดสนิทอยู่ตรงหน้าเธอรถแล่นไปตามถนนหนทางเรื่อย ๆ ผ่านเส้นทางที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก่อนเส้นทางจะดูแปลกไป สิ่งก่อสร้างค่อย ๆ บางตาลง วาเจนนึกสงสัยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะเธอยังไม่เคยมาที่สต
บทที่ 17พี่เป็ดตัวนี้..ยูยะกึ่งเดินกึ่งวิ่งพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณเพื่อหาวาเจนแต่ก็ไร้วี่แวว"ไปไหนของเธอวะ"สุดท้ายเขาจึงกลับมายืนรอเธออยู่ที่เดิม โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ เกินกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่เขายืนรออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนรู้สึกหงุดหงิด..ไม่รู้ว่าเรื่องของเอริหรือว่าเรื่องของวาเจนกันแน่Rrrrสายถูกเรียกเข้าจากลูกน้องคนหนึ่ง เขารีบกดรับสายในทันที ก่อนหน้านี้เขาสั่งให้ลูกน้องกระจายกันตามงานเพื่อตามหาเธอ"ว่าไง?"[เจอคุณวาเจนแล้วครับยูยะซัง][เดี๋ยวผมส่งพิกัดให้ครับ]"อืม ฝากบอกพวกเด็ก ๆ ด้วยว่าแยกย้ายได้"[รับทราบครับ]สองขาแกร่งก้าวไปยังทิศทางที่ลูกน้องส่งพิกัดมาให้ ไม่นานก็เห็นหญิงสาวนั่งอยู่ริมแม่น้ำที่อยู่ด้านนอกงานเพียงลำพัง"ไม่คิดจะรับสายกันเลยหรือไง?"ใบหน้าหวานแหงนขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่มายืนอยู่ข้าง ๆ "แบตหมดน่ะ""ทีหลังอย่าทำแบบนี
บทที่ 16อย่าเข้าใจผิดสองขาแกร่งก้าวลงจากรถคันหรูพลางผิวปากอย่างสบายอกสบายใจ เขาเดินเข้าไปในบ้านเป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างบางเดินลงมาถึงเชิงบันไดพอดี ยูยะไม่ได้เจอกับเธอตั้งแต่เมื่อวานเพราะตั้งแต่ที่เขาออกไปหาอาร์เดลก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีก ร่างสูงชะงักเล็กน้อยพลางปรายตามองอีกฝ่าย แต่เธอกลับมองผ่านเขาไปราวกับเป็นอากาศธาตุ ปมคิ้วเรียวของยูยะขมวดเข้ม รู้สึกไม่พอใจที่ถูกอีกฝ่ายเมิน “เดี๋ยว”เธอก้าวเดินต่อไปไม่แม้แต่จะหันมามองหรือสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย“หูหนวกเหรอ” ยูยะเอ่ยเสียงเข้ม สองขาแกร่งก้าวตามมาหยุดยืนขวางทางเธอเอาไว้“อะไรของนาย?”“เย็นนี้ว่างหรือเปล่า”ทั้งที่หงุดหงิดกับการถูกเธอเมินแต่ไม่รู้ทำไม..เขาถึงได้พูดประโยคนั้นออกไป“ไม่ว่าง”“ไม่คิดก่อนตอบเลยหรือไง”“จำเป็นต้องคิดด้วยเหรอ ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องไปไหนมาไหนด้วยกันเพื่อตบตาใครแล้วนี่? ที่สำคัญที่นี่ไม่มีทั้งพ่อของนายแล้วก็พ่อของฉัน”“พูดได้ดีนี่” ยูยะแสยะยิ้มพลางแค่นหัวเราะในลำคอ “แต่ในบ้านหลังนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนของพ่อฉัน”“…”“ทีนี้ว่างหรือยังล่ะ?”ดวงตากลมใสมองจ้องเขม็งที่ใบหน้าคมคายด้วยความไม่เข้าใจ “สองทุ่ม เจอกัน” ยูย
บทที่ 15ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด ไฟทั่วทั้งห้องถูกปิดสนิท เธอเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงให้พอมองเห็นทางพลันกวาดสายตามองไปทั่วห้อง ไม่มีใครนอกจากเธอและความว่างเปล่า...หึ สมน้ำหน้า ออกไปซะได้ก็ดี!ไม่คิดเลยว่าหลังจบงานหมั้นเธอจะต้องมานอนที่บ้านของคนพรรค์นั้นอีก เป็นเพราะผู้ใหญ่บอกว่าเป็นธรรมเนียมของตระกูลชิคาดะที่สานต่อกันมาอย่างยาวนานยุคนี้ยังมีอะไรแบบนี้อยู่อีกเหรอ?เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริง ๆ แต่ถึงจะสงสัยมากแค่ไหน สุดท้ายเธอก็ต้องทำตามคำสั่งอยู่ดี…มิหนำซ้ำยังให้เธอมานอนที่ห้องของเขาอีก ทีแรกเธอคิดว่าเป็นห้องรับรองแขกที่ทางชิคาดะตระเตรียมเอาไว้ให้ ถ้ารู้ว่าเป็นห้องนอนของเขา เธอคงขอย้ายห้องตั้งแต่แรกแล้ว จะได้ไม่ต้องมาตบตีกับคนบ้าให้เสียเวลาพักผ่อนสองขาเรียวเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการทำธุระแต่ประตูกลับถูกปิดเอาไว้ ไม่รั้งรอเธอหมุนลูกบิดพรวดพราดเข้าไปทันที แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!
บทที่ 14คำสั่งจากพ่อบังเกิดเกล้ายูยะออกมาจากคฤหาสน์ชิคาดะได้ราว ๆ ยี่สิบนาทีสายเรียกเข้าก็ดังขึ้น เขาไม่ได้ใส่ใจเสียงรำคาญหูของมัน ทว่าก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ปมคิ้วของเขาขมวดมุ่นทันทีก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่แล้วกดรับสายด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย"ว่าไงครับ?"[ยูยะ แกจะไปไหน?]“ครับ?”[ใครสั่งให้กลับ]“งานจบแล้ว ผมจะอยู่ทำไม”[แกต้องอยู่ที่นี่สามวัน]“ฮะ!? อะไรนะ?!!”[กลับมา]“…”[เดี๋ยวนี้]"ขอเหตุผลที่ผมต้องอยู่ที่นั่นหน่อย"[ไม่มี][รีบกลับมาซะ]ชิคาดะ เด็นโซตัดสายเขาไปแล้ว โทรมาออกคำสั่งเขาโดยที่ไม่บอกเหตุผลเลยสักนิด!บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความคุกรุ่นราวกับถูกเปลวเพลิงค่อย ๆ แผดเผาก่อนร่างสูงจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย “เวรเอ๊ย!!”ถ้าเขาไม่ทำตามที่พ่อของเขาสั่งต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหมือนตอนนั้นอีกแน่“เกิดอะไรขึ้น?” โทมะเอ่ยถามพลางมองยูยะผ่านกระจกส่องหลัง
บทที่ 13งานหมั้นหมายแบบลับ ๆคฤหาสน์ตระกูลชิคาดะแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่วาเจนและยูยะต้องเข้าพิธีหมั้นหมายตามขนบธรรมเนียม ทั้งสองคนนัดเจอกันอยู่สองสามครั้งหลังจากวันที่ทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อตบตาพวกผู้ใหญ่ว่ากำลังเรียนรู้กันและกันได้อย่างแนบเนียนพิธีหมั้นหมายเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่คฤหาสน์หลังใหญ่บนเนื้อที่กว่าสามร้อยไร่ของตระกูลชิคาดะ มีเพียงคนสนิทเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมงานได้ทุกอย่างถูกเก็บเป็นความลับทั้งสิ้น สื่อรู้เพียงว่าเป็นวันนี้เท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าจัดงานที่ไหนหรือแม้กระทั่งฝ่ายชายเป็นใครและเพราะอย่างนั้นพีธีการจึงสามารถดำเนินไปได้อย่างปกติ ไร้ความวุ่นวายของสื่อด้วยอำนาจของทั้งสองตระกูลงานที่จัดขึ้นในวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากมายนัก แต่ทว่าก็ไม่ได้เรียบง่ายจนเกินไป แน่นอนว่าต้องสมฐานะของตระกูลชิคาดะและตระกูลเทวาทุกอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยออแกไนซ์มืออาชีพ งานในวันนี้สวยงามไม่มีที่ติ…แม้กระทั่งดอกไม้ภายในงานจ
บทที่ 12จุดอ่อนของศัตรู“เรียกให้ผมมารับใช้ไวขนาดนี้ ดูท่า…ข้อมูลที่ได้ไปมีประโยชน์ใช้ได้เลยสินะครับ”"อย่าพูดมาก""ฮ่า ๆ ต้องขออภัยด้วยครับ"“แก๊งมันใกล้
บทที่ 11คนไร้ประโยชน์ตอนนี้วาเจน เธออยู่ในร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดของเธอ เป็นเพราะวันนี้อัลตันเอารถที่ซ่อมเสร็จแล้วมาส่งให้ เธอจึงถือโอกาสนี้เลี้ยงมื้อค่ำเขาเพื่อเป็นการขอบคุณ
บทที่ 9"Come Up. Baby!"ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงก็มาถึงยังที่หมาย เจ้าตัวบิดจนมิดไมล์ แต่ก็สู้จราจรของประเทศไทยที่โคตรติดไม่ได้มาช้าแค่ไม่กี่นาทีคงไม่เป็นไรหรอกมั้งสองขาแกร่งก้าวเข้าไป
บทที่ 8นัดดูตัว (?)เช้าวันถัดมายูยะได้รับสาส์นจากผู้เป็นพ่อว่าให้เขานัดเจอและดินเนอร์กับยัยคู่หมั้นที่เขาไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้า ต้องหมั้นไม่พอยังต้องมาทำความรู้จักอีกเรื่องเยอะจริง!จ







![กรงรักเถื่อนสวาท [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)