Share

บทที่ 3

Author: จื่อเสี่ยวโต้ว
ตอนนั้นฉันยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อผลักลู่เยี่ยนให้ออกห่าง ทว่าตัวฉันเองกลับถูกเศษกระจกแทงทะลุเข้าไปในปอด

หมอถึงกับต้องออกใบแจ้งภาวะผู้ป่วยวิกฤตติดต่อกันถึงสามฉบับ

ลู่เยี่ยนร้องไห้จนเสียงแหบแห้งอยู่นอกห้องผ่าตัด บอกว่าถ้าฉันตายเขาก็จะไม่ขออยู่ต่อแล้ว

เดิมทีฉันสะลึมสะลือจวนจะหลับอยู่แล้ว พอได้ยินประโยคนี้ของเขาเข้าก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันที

ตอนที่ถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัดก็เป็นเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงให้หลังแล้ว วินาทีที่ลืมตาขึ้นมา

คนที่เป็นโรคขยาดความสกปรกและรักความสะอาดปานนี้อย่างลู่เยี่ยน ปรากฏตัวตรงหน้าฉันในสภาพที่สะบักสะบอมเป็นครั้งแรก

ขอบตาแดงบวม ตอหนวดขึ้นเป็นสีเขียวครึ้ม

ในแววตาของเขาคล้ายมีเปลวไฟไหวระริก เขาเอ่ยปากพูดที่ข้างหูของฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างถึงที่สุด

“นับแต่นี้เป็นต้นไป จะไม่มีเรื่องราวใดๆ สามารถแยกพวกเราออกจากกันได้อีก”

ในอดีตฉันก็เคยคิดว่าพวกเราได้ก้าวข้ามความเป็นความตายมาแล้ว ไม่มีสิ่งใดจะนำพาพวกเราให้แยกจากกันได้

ทว่าเสิ่นรั่วเฟยเพียงคนเดียว ผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาปรากฏตัวในชีวิตของฉันกับเขาได้เพียงปีเดียว

กลับทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างลง

เพียงช่วงเวลาสั้นๆ แค่หนึ่งชั่วโมง ชีวิตน้อยๆ นี้ที่ฉันเฝ้ารอคอยมาถึงเจ็ดปีก็จากไปอย่างเงียบเชียบ

ฉันร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก หลังแต่งงานก็เพียรเสาะหาหมอชื่อดังไปทั่ว และคอยบำรุงดูแลร่างกายอย่างละเอียดมาโดยตลอด

ถึงสามารถต้อนรับชีวิตน้อยๆ ชีวิตหนึ่งเข้ามาในปีที่อายุยี่สิบแปดปีนี้ได้

หลังจากที่พบว่าตัวเองตั้งท้อง ฉันก็ดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น และแทบรอไม่ไหวที่จะบอกข่าวดีนี้กับลู่เยี่ยนด้วยตัวเอง

แต่พอไปถึงใต้ตึกบริษัท ภาพที่ฉันเห็นกลับเป็นลู่เยี่ยนที่กำลังอุ้มเสิ่นรั่วเฟยซึ่งหมดสติอยู่ด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจอย่างถึงที่สุด

ในวินาทีนั้น ตอนที่รู้ว่าตั้งท้องดีใจมากแค่ไหน ในวินาทีนั้นฉันก็ผิดหวังมากเท่านั้น

เขาตื่นตระหนกมากเกินไป จนถึงขนาดที่ไม่ได้หันมามองเลยด้วยซ้ำ ก็ผลักฉันที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาออกไปอย่างแรงเสียแล้ว

หากเลขาฯ ไม่เข้ามาประคองฉันไว้ได้ทันท่วงที ฉันคงตกบันไดลงไปแล้ว

พร้อมกับเด็กคนนี้

พยาบาลเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจกับฉันอีกครั้ง ฉันได้แต่พยักหน้ารับทั้งน้ำตานองหน้า

การต้องลืมตาดูโลกในครอบครัวที่ไม่มีความสุข ฉันย่อมรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดนั้นดีกว่าใคร

การทะเลาะเบาะแว้งอย่างคลุ้มคลั่งไร้สติ และใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือดลามไปถึงการลงไม้ลงมือ

เป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนในช่วงวัยเด็กของฉันนับครั้งไม่ถ้วน

ชีวิตแบบนี้ ฉันยังจะปล่อยให้ลูกของฉันต้องเผชิญมันอีกครั้งงั้นเหรอ

ทันทีที่หมดช่วงเวลาเฝ้าระวังอาการหลังการผ่าตัดทำแท้ง ฉันก็เตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล

ทว่าในตอนที่กำลังจะออกจากโรงพยาบาล กลับบังเอิญเจอเข้ากับลู่เยี่ยนที่กำลังยืนหารือบางอย่างอยู่กับหมอตรงบริเวณทางเดิน

ครั้นยามที่สายตาของเขาเหลือบมาเห็นฉัน คิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นเข้าหากันก่อนจะสาวเท้าเข้ามาเอ่ยปากถาม

“คุณมาทำอะไรที่โรงพยาบาล?”

เมื่อเห็นประวัติผู้ป่วยของแผนกสูตินรีเวชในมือฉัน ความเย็นชาที่หางตาของเขาก็มลายหายไป

เขาแย้มยิ้มพลางยื่นมือเข้ามาลูบไล้หน้าท้องอันเย็นเฉียบและปวดหน่วงของฉันเบาๆ

“มาตรวจครรภ์ใช่ไหม เจ้าหญิงหรือเจ้าชายน้อยของเราเป็นยังไงบ้าง? แข็งแรงดีใช่หรือเปล่า?”

เสิ่นรั่วเฟยเดินออกมาจากห้องผู้ป่วยด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมพยายามเค้นรอยยิ้มอันฝืนทนออกมา

“คุณนายตั้งท้องเหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นประธานลู่รีบไปอยู่เป็นเพื่อนคุณนายเถอะค่ะ ฉันอยู่คนเดียวได้ไม่เป็นไร อย่าให้ฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณกับคุณนายต้องผิดใจกันเลย เดิมทีคุณนายก็ไม่ชอบขี้หน้าฉันอยู่แล้วด้วย”

ลู่เยี่ยนรวบตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขนโดยไม่รู้ตัว พลางเอ่ยปลอบอย่างใจเย็น

“ก็แค่ตั้งท้อง เธอน่ะไม่ได้อ่อนแอเปราะบางขนาดนั้นหรอก เธออย่าคิดมากไปเลย”

พูดจบเขาก็หันมาสบตาฉัน “ใช่ไหมล่ะ สวี่อิน?”

แม้จะเอ่ยคล้ายเป็นประโยคคำถาม ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเด็ดขาดจนไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง

ฉันรู้สึกเพียงว่ามันช่างเป็นเรื่องราวที่บ้าบอคอแตกสิ้นดี จึงไม่คิดจะปรายตามองเขาแม้แต่น้อย ก่อนจะหมุนตัวตั้งท่าเดินจากไป

หากแต่กลับมีมือข้างหนึ่งยื่นมาคว้าตัวไว้ ฉันคิดไปเองตามสัญชาตญาณว่าเป็นลู่เยี่ยน จึงได้สะบัดออกอย่างแรง

ทว่าในวินาทีต่อมา กลับมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเสิ่นรั่วเฟยดังขึ้น

ครั้นพอลืมตาหันกลับไปมอง เสิ่นรั่วเฟยก็ลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว โดยมีลู่เยี่ยนรีบช้อนตัวโอบอุ้มเธอขึ้นมาทันที

เขาใช้สายตาที่ทั้งเรียบเฉยและเปี่ยมไปด้วยความผิดหวังคู่นั้นมองตรงมาที่ฉัน “สวี่อิน คุณทำให้ผมผิดหวังมากจริงๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คุณกลายเป็นคนแบบนี้?”

เขาอุ้มเสิ่นรั่วเฟยพลางกระแทกตัวชนฉันอย่างแรงจนเสียหลัก ร่างกายซวนเซไปโขกเข้ากับมุมเก้าอี้อย่างจัง

ฉันยกมือขึ้นปกป้องหน้าท้องตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลูกในท้องได้แท้งไปเนิ่นนานแล้ว

ความเจ็บแปลบรุนแรงที่ผสมผสานไปกับอาการปวดหน่วงจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ฉันจึงได้แต่ใช้มือกุมท้องแล้วทรุดนั่งลงกับพื้น

ยามเงยหน้าขึ้น สิ่งที่ปรากฏในสายตามีเพียงแผ่นหลังของลู่เยี่ยนที่กำลังอุ้มเสิ่นรั่วเฟยสาวเท้าจากไปด้วยความร้อนรน

เขาไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองเลยสักครั้งเดียว

ครั้นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่ายแล้ว

ฉันเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้าน

ทว่ายามเมื่อกดรหัสกลอนประตูดิจิตอล ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งระบบก็แจ้งว่าไม่ถูกต้อง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • จากกันครั้งนี้ ไม่มีฉันอีกแล้ว   บทที่ 7

    เช้าวันรุ่งขึ้นพอตื่นมา ฉันรู้สึกเพียงแค่ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเขายังจะเอาอีก ฉันเลยเตะเขาออกไปเต็มแรงเขาทำอาหารเช้าให้ฉันด้วยท่าทางตัดพ้อฉันตอบรับการขอแต่งงานบนบอลลูนที่โจวเย่วางแผนไว้อย่างพิถีพิถันสามเดือนหลังจากขอแต่งงาน ฉันกับโจวเย่เดินทางกลับประเทศพร้อมกันเพื่อเตรียมฟ้องหย่าอย่างเป็นทางการในวันฟ้องหย่า ฉันได้พบกับลู่เยี่ยนอีกครั้งสามเดือนผ่านไป ใบหน้าของลู่เยี่ยนปรากฎขึ้นตรงหน้าฉันอีกครั้งฉันอดไม่ได้ที่จะแสดงความรังเกียจออกมาทางสีหน้าทันทีที่เห็นหน้าฉัน สีหน้าของลู่เยี่ยนก็เต็มไปด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความประหม่า“อินอิน คุณหายไปไหนมาตลอดช่วงที่ผ่านมา คุณรู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณแค่ไหน!”เห็นฉันไม่พูดอะไร ลู่เยี่ยนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง“อินอิน ขอโทษนะ ผมผิดไปแล้ว ผมเห็นธาตุแท้ของเสิ่นรั่วเฟยแล้ว หล่อนเป็นนังสารเลว! ตอนนี้หล่อนได้รับผลกรรมที่สมควรได้รับแล้ว”“อินอิน คุณให้อภัยผมได้ไหม?”ฉันจ้องมองเขาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ไม่ ออกมาท่ามกลางแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเขา“แต่คนเราไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว และฉันก็ทำไม่

  • จากกันครั้งนี้ ไม่มีฉันอีกแล้ว   บทที่ 6

    ลู่เยี่ยนรู้สึกราวกับโลกมืดมนลงกะทันหันสวี่อินจากเขาไปแล้วจริงๆเขารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาสวี่อินไม่เคยหายไปจากโลกของเขาอย่างเด็ดขาดไร้เยื่อใยขนาดนี้มาก่อนโลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก สวี่อินอยากจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแล้วเขาจะไปหาเธอเจอได้ยังไงน้ำตาของเขาไหลรินออกมาอย่างเงียบงันเขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป จึงตบหน้าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งหมอและพยาบาลต้องรีบเข้ามาช่วยกันดึงตัวเขาเอาไว้เขาเดินอย่างคนไร้สติกลับมาที่ห้องผู้ป่วยของเสิ่นรั่วเฟยแต่กลับบังเอิญมาเห็นเสิ่นรั่วเฟยกำลังยืนคุยอยู่กับหมอพอดีนับเป็นครั้งแรกที่ลู่เยี่ยนไม่ยอมเคาะประตู ทว่ากลับแอบแนบหูฟังอยู่ตรงหน้าประตูแทน“คุณเสิ่นครับ เงินที่คุณสัญญาไว้จะโอนเข้าบัญชีเมื่อไหร่ครับ พวกเราคนทำงานก็ลำบากเหมือนกัน! การช่วยคุณปลอมแปลงเอกสารประวัติการรักษามันมีความเสี่ยงสูงมากเลยนะ”เสิ่นรั่วเฟยแสดงสีหน้าหงุดหงิดเต็มทน “รู้แล้วน่า ฉันอุตส่าห์ไล่นังแพศยาสวี่อินนั่นออกไปได้แล้ว! ถึงตอนนั้นตระกูลลู่ทั้งตระกูลก็เป็นของฉัน คุณยังต้องกลัวว่าฉันไม่มีปัญญาจ่ายเงินห้าล้านนั่นอีกหรือไง!”ลู่เยี่ยนก้าวถอยหลังโ

  • จากกันครั้งนี้ ไม่มีฉันอีกแล้ว   บทที่ 5

    ตอนที่ลู่เยี่ยนอุ้มเสิ่นรั่วเฟยที่เนื้อตัวชุ่มด้วยเลือดไปโรงพยาบาลในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกลนลานและหวาดหวั่นอยู่ตลอดเวลาเบื้องหน้าของเขามักจะผุดภาพใบหน้าที่เศร้าโศกเจียนตายของสวี่อินขึ้นมาไม่หยุดก้นบึ้งของหัวใจเขาพลันกระตุกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรงเขาอดคิดไม่ได้ว่า ครั้งนี้ตัวเองทำเกินไปแล้วจริงๆ หรือเปล่าบางทีสวี่อินอาจจะแค่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ตอนนี้รั่วเฟยก็ไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิตแล้วไม่ใช่รึไงสวี่อินก็แค่สภาพจิตใจย่ำแย่เพราะกำลังตั้งท้อง ทำไมตัวเองถึงเห็นใจเธอสักนิดไม่ได้นะ?ตอนที่หมอมาแจ้งว่าเสิ่นรั่วเฟยฟื้นแล้ว ในสมองของเขากลับมีแต่ภาพของสวี่อินเต็มไปหมดสวี่อินผู้เคยแจกยิ้มสดใสราวกับดอกไม้ผลิบานให้เขามานับครั้งไม่ถ้วนในวัยเยาว์แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขาอีกเลยเป็นตอนที่เขานอกใจครั้งแรก หรือครั้งที่สองกันนะเขาจำไม่ได้แล้วจริงๆเสิ่นรั่วเฟยที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ตามตัว มองมาที่เขาด้วยนัยน์ตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา“ประธานลู่คะ เรื่องนี้อย่าไปตำหนิคุณนายเลยนะคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ควรมาอยู่ข้างกายคุณเลย ไม่ควรมาทำตัวขวาง

  • จากกันครั้งนี้ ไม่มีฉันอีกแล้ว   บทที่ 4

    วินาทีต่อมา บานประตูกลับถูกผลักเปิดออกมาจากด้านในเสิ่นรั่วเฟยที่สวมชุดนอนของฉัน เมื่อเห็นฉันกำลังยืนจ้องมองลูกบิดประตูเธอก็แลบลิ้นใส่ฉัน พลางส่งยิ้มให้ด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน“คุณนายคะ พอดีประธานลู่เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่น่ะค่ะ ฉันเองก็ยังไม่มีโอกาสได้บอกคุณเลย”“ความจำของฉันแย่มากเลย วันครบรอบแต่งงานของพวกคุณฉันจำไม่ได้ ประธานลู่เขาก็เลยเปลี่ยนรหัสผ่านให้เป็นวันเกิดของฉันแทน”ฉันเงยหน้าขึ้นมองลู่เยี่ยน แต่เขากลับเบนสายตาหนีไม่ยอมสบตาด้วย“ผมพาตัวรั่วเฟยกลับมาดูแลที่บ้านสักพัก คุณอย่าคิดมากไปเลย”ฉันพยักหน้ารับด้วยท่าทีเรียบเฉย ไม่มีอะไรที่จำเป็นต้องเก็บเอาไปคิดมากอีกแล้วเสิ่นรั่วเฟยรีบเข้ามาดึงมือฉันไว้ด้วยท่าทีกระตือรือร้น “คุณนายคะ เมื่อบ่ายวันนี้ฉันกับประธานลู่เพิ่งจะพากันไปเลือกซื้อข้าวของให้เจ้าตัวเล็กมาตั้งเยอะแยะเลยค่ะ”พูดไปพลาง มือข้างหนึ่งของเธอก็ดึงตัวฉันไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จูงลู่เยี่ยนเอาไว้แล้วพากันเดินตรงไปยังห้องนอนแขกภายในห้องนั้นถูกอัดแน่นไปด้วยเตียงเด็กอ่อน รถเข็นเด็ก รวมถึงของเล่นจนแทบไม่มีที่ว่างเสิ่นรั่วเฟยคอยหยิบของแต่ละชิ้นขึ้นมาแนะนำให้ฉันฟังทีละอย

  • จากกันครั้งนี้ ไม่มีฉันอีกแล้ว   บทที่ 3

    ตอนนั้นฉันยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อผลักลู่เยี่ยนให้ออกห่าง ทว่าตัวฉันเองกลับถูกเศษกระจกแทงทะลุเข้าไปในปอดหมอถึงกับต้องออกใบแจ้งภาวะผู้ป่วยวิกฤตติดต่อกันถึงสามฉบับลู่เยี่ยนร้องไห้จนเสียงแหบแห้งอยู่นอกห้องผ่าตัด บอกว่าถ้าฉันตายเขาก็จะไม่ขออยู่ต่อแล้วเดิมทีฉันสะลึมสะลือจวนจะหลับอยู่แล้ว พอได้ยินประโยคนี้ของเขาเข้าก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันทีตอนที่ถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัดก็เป็นเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงให้หลังแล้ว วินาทีที่ลืมตาขึ้นมาคนที่เป็นโรคขยาดความสกปรกและรักความสะอาดปานนี้อย่างลู่เยี่ยน ปรากฏตัวตรงหน้าฉันในสภาพที่สะบักสะบอมเป็นครั้งแรกขอบตาแดงบวม ตอหนวดขึ้นเป็นสีเขียวครึ้มในแววตาของเขาคล้ายมีเปลวไฟไหวระริก เขาเอ่ยปากพูดที่ข้างหูของฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างถึงที่สุด“นับแต่นี้เป็นต้นไป จะไม่มีเรื่องราวใดๆ สามารถแยกพวกเราออกจากกันได้อีก”ในอดีตฉันก็เคยคิดว่าพวกเราได้ก้าวข้ามความเป็นความตายมาแล้ว ไม่มีสิ่งใดจะนำพาพวกเราให้แยกจากกันได้ทว่าเสิ่นรั่วเฟยเพียงคนเดียว ผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาปรากฏตัวในชีวิตของฉันกับเขาได้เพียงปีเดียวกลับทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างลงเพียงช่วงเวลาสั

  • จากกันครั้งนี้ ไม่มีฉันอีกแล้ว   บทที่ 2

    “ขอแค่คุณไม่ก่อเรื่อง คุณจะเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของผมลู่เยี่ยนตลอดไป และลูกของเราก็จะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลลู่ตลอดไป”คำพูดของเขาทำให้บริเวณหน้าท้องของฉันที่เพิ่งจะทุเลาลง กลับปรากฏความเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างถี่ๆ อีกครั้งฉันมองดูใบหน้าที่ยังคงหล่อเหลาเหมือนเดิมของเขา ทว่าบนนั้นกลับมองไม่เห็นเค้าโครงของเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อในความทรงจำคนนั้นเลยแม้แต่น้อยลู่เยี่ยนเขาเปลี่ยนไปแล้ว หรือบางทีฉันอาจไม่เคยทำความเข้าใจเขาเลยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดพูดจบ เขาก็วางแอปเปิ้ลลูกนั้นลงแล้วหันหลังเดินจากไปเพียงชั่วเวลาบ่ายเดียว หมอก็อนุญาตให้ฉันออกจากโรงพยาบาลได้แล้วลู่เยี่ยนตั้งใจจะไปส่งฉันที่บ้าน แต่พอเดินพ้นประตูออกมาได้ไม่ทันไร พยาบาลก็เดินเข้ามาแจ้งว่าเสิ่นรั่วเฟยฟื้นแล้วมือที่ถือเสื้อผ้าของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาคลึงหน้าผากเบาๆ และมองมาทางฉันด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย“อินอิน รั่วเฟยเขาไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ตรงนี้ยังขาดคนดูแลอยู่ชั่วคราว วันนี้คุณกลับไปเองก่อนแล้วกันนะ”ฉันพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง และปล่อยวางความคาดหวังริบหรี่เส้นสุดท้ายในก้นบึ้งของหัวใจลงอย่างแท้จริงลู่เยี่ยน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status