Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2025-06-04 13:05:44

เปลี่ยนจากวัยเด็กก้าวเข้าสู่วัยสาว

"เจียเอ๋อร์ จากวันนี้ไปเจ้าก็เข้าสู่วัยออกเรือนแล้ว เจ้าดีใจหรือไม่"

ดีใจ? ...นางไม่ใช่สาว 15 แต่นางคือสาว 25 เรื่องดีใจที่จะได้ออกเรือนนั้นไม่ต้องกล่าวถึง ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกปัจจุบันก็ไม่ต่าง ไม่มีบุรุษใดหมายตาต้องใจ เกรงว่าพอย่างเข้าปีที่ 20 ลู่เสียนคงจะต้องเสียบปิ่นให้อีกคราเป็นแน่

พิธีปักปิ่น (จีหลี่) พิธีดั้งเดิมที่ทำสืบทอดกันมา เป็นพิธีก้าวพ้นวัยที่ทำให้เด็กสาวรู้และตระหนักถึงภาระและหน้าที่ในวัยผู้ใหญ่ หากหญิงใดเมื่ออายุครบ 15 หนาวบริบูรณ์จะต้องได้รับการปักปิ่น ถ้าในระหว่างช่วงอายุ 15-19 หนาวยังไม่ได้ออกเรือนจะต้องทำพิธีเสียบปิ่นใหม่เมื่ออายุ 20 หนาว

ส่วนฝ่ายชายนั้นจะต้องเข้าพิธีสวมหมวกเมื่ออายุครบ 20 หนาว เมื่อนั้นจะถือว่าสามารถออกเรือนแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาได้

"...ไม่ดีใจเจ้าค่ะ เสียบปิ่นวันนี้ใช่ว่าพรุ่งนี้จะได้แต่งออกเลย"

"ดูพูดเข้าสิ"

เพราะไม่ใช่บุตรสาวของตระกูลใหญ่ พิธีปักปิ่นจึงจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย หลินเจียอีปล่อยผมสลวยเต็มแผ่นหลังโดยมีลู่เสียนเป็นคนบรรจงหวีให้ จากนั้นมวยขึ้นกลางศีรษะเสียบปิ่นลงไปเป็นอันจบพิธี อาหารการกินเนื่องในวันคล้ายวันเกิดนั้นเป็นของกินง่าย ๆ ทำเลี้ยงกันเองภายในครอบครัว พิเศษกว่าวันธรรมดาคือมีขนมหวานเพิ่มเข้ามาหนึ่งอย่าง ขนมหวานชนิดนี้มีชื่อว่าเซาปิ่ง

เซาปิ่งหรือขนมแป้งทอด ทำขึ้นมาจากแป้งผสมมันเทศ มีทั้งแบบมีไส้และไม่มีไส้ แต่เซาปิ่งที่ลู่เสียนทำขึ้นมาสำหรับวันนี้โดยเฉพาะคือเซาปิ่งไส้ถั่วเหลือง

"ท่านพี่ขอรับ ข้าจะกินเซาปิ่งอีกชิ้นได้หรือไม่ขอรับ"

มือเล็กแตะขนมบนจานอย่างเขินอาย อันฉีขอขนมที่เป็นส่วนของเจียอีหลังจากที่ยัดส่วนของตนเข้าปากคำสุดท้ายแล้ว นางยังไม่ได้ชิมสักคำแต่เจ้าเด็กน้อยตาใสก็น่าสงสารเกินไป เจียอีจึงเลื่อนทั้งจานให้อันฉีไปเลย

"เจ้าเอาไปเถิด"

"ขอบคุณขอรับท่านพี่"

"เช่นนั้นวันนี้เจ้าก็กินให้อิ่มนอนให้หลับอยู่บ้านเถิด พี่ ท่านแม่และท่านตาจะไปเอาหน่อไม้ในป่า นี่เป็นโอกาสกอบโกยของเรา หากรอช้าแค่หนึ่งวันคนอื่นอาจรุกหน้าไปก่อน"

"ขอรับ วันนี้ข้าจะรออยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนท่านยาย"

หลังจากเสร็จพิธีปักปิ่นเจียอีก็ไม่คิดจะพัก นางต้องการฟื้นฟูความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวให้ดีขึ้นโดยไว ตั้งใจว่าหากได้เงินจากการขายครั้งต่อไปจะเอาไปซื้อข้าวสาร รสชาติของข้าวสวยที่หุงเสร็จร้อน ๆ ตอนนี้นางแทบจำไม่ได้แล้วว่าละมุนลิ้นเพียงใด เพราะทุกวันได้กินแต่โจ๊กข้าวฟ่างเหลว ๆ ส่วนเนื้อสัตว์นั้นได้ลิ้มรสเพียงสองวันต่อหนึ่งสัปดาห์ อาหารปกติหากไม่ใช่เผือกและมันจะเป็นผักเสียส่วนใหญ่

ตกเย็น ตงซิ่ว ลู่เสียนและเจียอีได้หน่อไม้มามากถึงสองเท่าจากที่เคยหามาได้ นั่นเป็นเพราะตงซิ่วพาเปลี่ยนทิศทางเดิน ป่าแถวนี้เขารู้จักเป็นอย่างดีและรู้ตำแหน่งที่มีต้นไผ่จึงเป็นเรื่องง่ายในการเสาะหาหน่อไม้

พอได้หน่อไม้มา ทุกคนช่วยกันทำเหม่งสุ้นอย่างขยันขันแข็ง ตากจนแห้งพร้อมเตรียมจัดส่ง เจียอีนั่งมองเหม่งสุ้นในตะกร้าอย่างพิจารณา ของป่าหากเข้าไปเก็บเอามาทุกวันกว่าจะกลับออกมานั้นใช้เวลาเกือบค่อนวัน แล้วหน่อไม้ก็มีน้ำหนักมากแบกกลับมาถึงบ้านเล่นเอาเหนื่อย ดังนั้นนางจึงคิดหาวิธีติดป้ายประกาศรับซื้อไว้ที่หน้าบ้าน หน่อไม้สดรับซื้อจากชาวบ้านในราคา 2 ชั่งต่อ 1 อีแปะ พอตากแห้งแล้วน้ำหนักจะลดลง นางก็เอาไปขายให้ร้านของแห้งในราคา 4 อีแปะ

ครั้งนี้นางได้ค่าตอบแทนมามากถึง 60 อีแปะ ถือว่ามากสุดเท่าที่เคยหามาได้ ก่อนกลับบ้านเจียอีแวะร้านข้าวสาร ซื้อข้าวสาร 5 ชั่ง ในระหว่างที่รอเถ้าแก่หยิบของให้อยู่นั้น เจียอีก็มองรถม้าจำนวนสามคันที่จอดข้าง ๆ ร้าน ลูกน้องของเถ้าแก่ร้านขายข้าวสองคนแบกกระสอบข้าวขึ้นรถม้าด้วยความเร่งรีบ

"เถ้าแก่เจ้าคะ ข้าวสารพวกนั้นขนไปขายที่ไหนหรือเจ้าคะ"

"ทางใต้ ที่นั่นให้ราคาดีกว่าทางเราถึงสี่เท่าเชียวนะ"

"สี่เท่า!"

นางได้ฟังก็ตาลุกวาว หากเหม่งสุ้นได้เอาไปเปิดตลาดที่ทางใต้บ้างเห็นจะดี

"แล้วทำอย่างไรถึงเอาของไปขายทางใต้ได้เจ้าคะ"

"พ่อค้าฝั่งตลาดทางใต้จะมารับเอาที่ท่าเรือทุก 35 วัน หากอยากขายก็ติดต่อกับโม่เจียวลู่"

"ขอบคุณมากเจ้าค่ะ"

เจียอีฝากข้าวสารที่ซื้อแล้วไว้ที่ร้านก่อน ขากลับค่อยแวะเอาในภายหลัง จากนั้นเดินมาท่าเรือที่อยู่ถัดจากตลาดสามลี้ บรรยากาศที่ท่าเรือครึกครื้น ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ หญิงสาวพร่ำบ่นในใจ แล้วอย่างนี้จะหาโม่เจียวลู่ผู้นั้นเจอได้อย่างไร ยืนงงอยู่ครู่เดียวก็มีชายผู้หนึ่งที่คาดว่าจะเป็นคนงานของท่าเรือเดินผ่านมา

"เอ่อ พี่ชาย พี่ชายข้าขอถาม"

"มีอะไรหรือแม่นาง"

"ข้ามาหาเถ้าแก่โม่ ไม่ทราบว่าเถ้าแก่โม่อยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ"

"อ๋อ เถ้าแก่โม่อยู่ในโกดัง"

คนงานชี้มือไปที่โกดังปิดทึบติดกับท่าเรือ มีสะพานทอดยาวไปจนถึงหน้าโกดัง เป็นโกดังขนาดใหญ่มุงหลังคากระเบื้อง ตัวโกดังก่อสร้างขึ้นจากไม้อย่างดีทนทานแข็งแรง ข้างในคือโถงโล่งมีสินค้าวางพักไว้รอส่งออก เมื่อเจียอีเดินเข้ามาในโกดัง เห็นชายผู้หนึ่งอายุราว 40 หนาว รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ยืนชี้นิ้วคุมคนงานอยู่ นางจึงทึกทักไปว่าคนผู้นี้คือโม่เจียวลู่

"คารวะเจ้าค่ะ ข้าน้อยหลินเจียอีมาหาเถ้าแก่โม่ ไม่ทราบว่าท่านที่มีสง่าราศีโดดเด่นผู้นี้ใช่เถ้าแก่โม่หรือไม่เจ้าคะ"

พอได้ฟังคำเยินยอโม่เจียวลู่ก็หัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ เขาใช้มือลูบคางตนเองเปล่งเสียงหัวเราะออกมาจนตัวโยน จากนั้นเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะที่ใช้ทำงานเป็นประจำ

"ข้าเองโม่เจียวลู่ เจ้ามาหาข้ามีธุระอะไร"

"ข้าอยากสอบถามเรื่องการส่งสินค้าไปขายทางใต้เจ้าค่ะ"

"สินค้าของเจ้าคืออะไรล่ะ"

"เหม่งสุ้นเจ้าค่ะ"

"หืม...เหม่งสุ้น?"

"เหม่งสุ้นคือหน่อของต้นไผ่ตากแห้งเจ้าค่ะ นำไปประกอบอาหาร"

"ของแห้งรึ"

"หากเป็นของแห้งเจ้าต้องเจรจากับพ่อค้าทางใต้ เจ้าติดต่อผู้ใดไว้หรือยัง"

การจะส่งของไปขายนั้นต้องมีผู้รับซื้อ หากไม่มีผู้ซื้อก็เท่ากับว่าส่งไปโดยเปล่าประโยชน์ ดีไม่ดีของอาจจะสูญหายเมื่อถึงปลายทาง

"ไม่ทราบว่าเถ้าแก่โม่ผู้กว้างขวางพอจะแนะนำพ่อค้าของแห้งทางใต้ให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ"

"ฮ่า ๆ ย่อมได้ เอาเป็นว่าอีกสองวันเจ้ามาที่ท่าเรือใหม่ เรือที่มาจากทางใต้จะเข้าเทียบ หล่างคุนพ่อค้าของแห้งจะมากับเรือลำนั้น"

"ขอบคุณมากเจ้าค่ะ"

คุยจนเข้าใจแล้วเจียอีได้ขอตัวลา ระหว่างที่เดินออกมาจากโกดังประจันหน้ากับลู่จิวและจางหย่ง ทั้งสองติดตามเถ้าแก่หยวนมาส่งหนังสัตว์ขึ้นเรือ แต่เฒ่าแก่หยวนกำลังติดต่อธุระอยู่กับคนผู้หนึ่งซึ่งมองเห็นได้ไม่ไกล ลู่จิวที่กำลังแย้มยิ้มพอเห็นหน้าเจียอีก็หุบยิ้มลงทันที นางใช้มือทั้งสองกอดอกเชิดหน้าขึ้นกล่าววาจากระแนะกระแหน

"ดูสิท่านพี่เราเจอผู้ใด หญิงสาวยาจกประจำหมู่บ้าน ไม่ทราบว่าวันนี้นางมาสมัครเป็นคนงานแบกกระสอบลงเรือหรืออย่างไร แต่สภาพแบบนี้แค่เดินเองยังไม่ไหว ช่างไม่ดูสารรูปตัวเองเอาเสียเลย"

ลู่จิวพูดจบก็ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะแหลม ๆ ของนาง จางหย่งมองเจียอีแล้วยิ้มให้ เขาเห็นว่าบนศีรษะของนางมีปิ่นปักผมเสียบอยู่ก็รู้ในทันทีว่านางได้ก้าวสู่วัยออกเรือนได้แล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ได้เจอนางยังเป็นเด็กสาวอยู่มาวันนี้เป็นสาวเต็มตัวช่างเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง

"ดีใจที่ได้เจอเจ้าอีกแม่นางเจียอี"

"ไปดีใจทำไมเล่าท่านพี่!"

ลู่จิวหันไปมองค้อนพี่ชายวูบหนึ่งแล้วหันกลับมามองเจียอีด้วยแววตาหยามเหยียดดังเดิม

"ยินดีที่ได้เจอคุณชายหยวน แม่นางลู่จิวเข้าใจถูกแล้ว ข้ามาสมัครเป็นคนงานแบกของขึ้นเรือ"

"นั่นไงข้าว่าแล้ว น้ำหน้าอย่างเจ้าคงจะหางานดีสุดได้เท่านี้...จับกัง"

"แล้วไม่ดีอย่างไรเล่าอาชีพสุจริต"

"...เหอะ ชนชั้นแรงงาน"

เจียอียิ้มรับไม่แสดงท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนต่อคำเย้ยหยัน นั่นยิ่งเพิ่มโทสะวาวโรจน์ให้แก่ลู่จิว นางมองเจียอีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาชิงชัง ดูเอาเถิดขนาดแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบสีหม่นราคาถูก เครื่องประดับก็มีแค่ปิ่นหยกขาวกระจอก ๆ อันเดียวนางยังดูงามสง่าได้อยู่อีก ของราคาถูกที่อยู่บนเรือนกายนางกลบรัศมีความงามของนางไม่มิดเลยจริง ๆ

"วันนั้นที่เจ้าถีบข้าตกน้ำข้ายังไม่คิดบัญชี เช่นนั้นข้าขอคิดวันนี้เลยก็แล้วกัน"

ในจังหวะที่ลู่จิวกำลังจะผลักเจียอีตกสะพานจางหย่งก็คว้าตัวเจียอีหลบได้ทัน ทำให้ลู่จิวพลาดท่าเพราะออกแรงผลักมากไปจนตัวเองเสียหลักตกลงไปแทน เป็นครั้งที่สองแล้วที่ลู่จิวตกน้ำ ร่างกายรับรู้อุณหภูมิเย็นเฉียบลู่จิวก็กรีดร้องออกมาจนหลายคนวิ่งมามุงดู นั่นยิ่งสร้างความอับอายให้นางเพิ่มขึ้นไปอีก

"ขอบคุณคุณชายหยวนที่ช่วยข้าไว้"

"ไม่เป็นไร"

"ท่านรีบช่วยแม่นางลู่จิวขึ้นมาเถิด น้ำในแม่น้ำเย็นนักเดี๋ยวนางจะไม่สบาย เช่นนั้นข้าขอลา"

เจียอีได้ก้มลงไปมองหญิงสาวที่ลอยคออยู่ ลู่จิวมองขึ้นมาบนสะพานด้วยแววตาโกรธเคืองอยากจะด่าทอทั้งพี่ชายตนเองและศัตรูคู่แค้น แต่ก็กลัวว่าเสียงแหลม ๆ ของนางจะเรียกคนให้มามุงดูมากกว่าเดิม นั้นไม่เท่ากับว่าอับอายกว่าเดิมหรอกหรือ...

ก่อนจากเจียอีได้ตะโกนลงไปคุยกับลู่จิวเสียงดังฟังชัด

"แม่นางลู่จิว เจ้าช่างชื่นชอบการเล่นน้ำยิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่วันนี้ข้าต้องรีบกลับบ้านไม่มีเวลามาเล่นด้วย เอาไว้วันหน้าพบพานกันใหม่"

"หลินเจียอี! แค้นนี้ต้องชำระ ข้าฝากไว้ก่อนเถอะ"

นางควรจะแค้นใครก่อนดีเล่า พี่ชายตัวดีที่เอาแต่มองตามหลังเจียอีด้วยแววตาหยาดเยิ้ม หรือแค้นเจียอีที่โชคดีเกินไป ไม่ว่าจะทำอย่างไรลู่จิวก็กลั่นแกล้งเจียอีไม่สำเร็จเสียที นอกจากไม่สำเร็จแล้วตนเองยังเป็นฝ่ายถูกหนามยอก...เจ็บใจนัก

"ท่านพี่ช่วยข้าด้วย"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 139

    เจียอียิ้มแห้งแล้ววางฝ่ามือลูบตรงท้องน้อย ลู่จิวเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้แต่เอียงคอมองด้วยความสงสัย "ห๋า!...อย่าบอกนะว่าเจ้า""อื้ม""จะ เจ้าหิว!""...เฮ้อ..."เหตุใดลู่จิวถึงไม่เปลี่ยนไปเลยนะ..."ข้ากำลังตั้งครรภ์ต่างหากเล่า""ตั้งครรภ์! จริงหรือเนี่ย""จริง"สิ้นเสียงยืนยันลู่จิวกระโดดโลดเต้นราวก

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 138

    "...ตั้งครรภ์!"แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะตกใจเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น เขาจำต้องทวนถามสาวใช้อีกครั้งเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง"จริงหรือ""เจ้าค่ะ คนท้องมักจะอยากกินของแปลก ๆ หากไม่ได้กินก็จะงอแงน้อยใจ ท่านแม่ทัพเชิญหมอมาตรวจดูดีกว่าเจ้าค่ะเพื่อความแม่นยำ""อืม เช

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 137

    บทส่งท้ายจากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพหลายเดือนผ่านไปที่ค่ายบูรพายังคงสงบสุขด้วยดี สาวใช้สองนางที่ประจำการอยู่เรือนรับรองเดินยกอาหารเข้ามาให้เจียอี หนึ่งในสองคนนั้นวางอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปเรียกเจียอีที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ที่เตียง"ฮูหยินเจ้าคะ ข้าได้ทำตามวิธีการที่ฮูหยินบอกทุกประกา

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 136

    "ไปอยู่ที่ค่ายบูรพาดูแลตัวเองดี ๆ นะ""ข้าจะดูแลตัวเองดี ๆ...เจ้าก็เช่นกัน""อื้ม" หลังจากร่ำลาเรียบร้อยแล้วลู่จิวก็หันมาสบตาจือเฉิน เขายกยิ้มให้นางเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าลู่จิวจะมาเพื่อรั้งเขาไว้หรือพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด...นางแค่มาลาสหายของนางเพียงเท่านั้นจือเฉินรู้สึกเหมือนหัวใจแหล

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 135

    ดินแดนบูรพา (จบ)ในระหว่างที่ลู่จิวและอู๋ห่างกำลังจะเดินทางถึงหน้าโรงเตี๊ยม จือเฉินได้ควบม้ามาขวางเอาไว้ จึงทำให้คนขับรถม้าต้องดึงบังเหียนหยุดกะทันหัน คนที่นั่งอยู่ในรถม้าไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างกายเสียหลักจากแรงบังคับหยุด ลู่จิวรีบประคองอู๋ห่างเอาไว้แล้วแหวกม่านเดินลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก พ

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 134

    "อื้อ...จริงสิ ข้าเห็นยามากมายในห้องท่านพ่อ ปกติท่านพ่อกินยาบำรุงเยอะขนาดนี้เลยหรือ""...คุณหนู ข้า...เอ่อ ข้าไม่รู้จะพูดดีไหม""พูดมา""คราวนั้นที่ข้าล่วงหน้ากลับมาก่อน พอข้ามาถึงก็พบเถ้าแก่หยวนนอนหมดสติอยู่ในห้องอ่านตำราของคุณชายจางหย่ง ดีที่เรียกหมอมาดูอาการทันเวลา ตั้งแต่นั้นมาเถ้าแก่ก็ป่วยบ่อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status