INICIAR SESIÓNวันต่อมา…
15:35 | ห้าง SOLENE Mall หลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากัน แค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ! แต่ทำไม่ได้… เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันเลยจัดการลากเพื่อนรักทั้งสองมาที่ห้างทันที โชคดีที่บ่ายนี้ว่าง จะได้เดินช้อปให้ล้มละลายกันไปข้าง! ยังไงก็เถอะ…ถึงต้องลงน้ำเน่า ขนมเค้กก็ต้องสวยอยู่ดี! “พอได้ยังคะ! สาบานว่าไปลงบึงร้าง!?” ชาแนลถามเสียงหลง มองถุงช้อปในมือฉันที่พะรุงพะรังเต็มสองข้างจนตาแทบถลน จีนส์ที่ยืนข้าง ๆ ถอนหายใจยาว “เออ… ซื้ออย่างกับจะไปลงเป็นสิบรอบ!” มันเหลือบมองถุงของฉันทีหนึ่ง ก่อนขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “แล้วมึงก็บอกเองว่าน้ำมันโคตรเน่า ใส่เสร็จก็ทิ้ง จะซื้อสวยไปเพื่อ!?” ทั้งที่ปากว่าฉันฉอด ๆ …แต่ดูของในมือพวกมันสิ! ถือถุงช้อปกันคนละสองข้าง แถมตอนนี้ยังยืนลองสีลิปอยู่หน้าชั้นเครื่องสำอางอย่างตั้งใจอีก!! “เออน่า!” ฉันตอบพลางกอดถุงแน่น “จะถ่ายลงช่องด้วยไง ชุดดำน้ำของขนมเค้ก!” พูดจบก็ยกถุงขึ้นโชว์ด้วยสีหน้าเริ่ดสุดชีวิต ภายในมี ชุดบอดี้สูทดำน้ำทรงสปอร์ตสุดหรูสามชุด หน้ากากดำน้ำแบบ Full Face ที่ปิดมิดชิดยันคาง ถุงมือยางสีขาว ถุงกันน้ำใสพับเก็บได้ ไฟฉายคาดหัวไซซ์มินิ สเปรย์แอลกอฮอล์กลิ่นลาเวนเดอร์ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ที่อุดหู เผื่อจะช่วยกันเสียงหัวเราะพวกนั้นได้ด้วย แน่นอนว่า “ช่อง” ที่ฉันพูดถึง ไม่ใช่ช่องธรรมดา แต่คือ CAKE’s VELVET ROOM ช่องสุดหรูของฉันเอง ที่รวมทุกอย่างตั้งแต่แฟชั่น คาเฟ่ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์คุณหนูสุดเพอร์เฟกต์ของขนมเค้กคนนี้ มีผู้ติดตามหลักล้านเชียวนะ ขอบอก! แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน…มีอีกเรื่องที่กวนใจฉันไม่หยุดตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ก่อนจะออกมามหา’ลัย ฉันลองหยิบเศษกระดาษที่แม่เคยจดโน้ตถอดความไว้จากตำราขึ้นมาดู ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะสนใจมันหรอก เพราะหน้าแรก ๆ ขาดวิ่น เปียกน้ำจนแทบไม่มีชิ้นดี เหมือนกระดาษที่โดนทิ้งไว้เกือบครึ่งศตวรรษ แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง โชคดีที่ยังพอมีบางส่วนอ่านออก ถึงตัวอักษรจะเลือนรางจนแทบจะกลืนไปกับเนื้อกระดาษ แต่พอฉันลองเอามันมาเทียบกับที่ฉันถอดไว้สามหน้าแรก กลับต้องขมวดคิ้วแน่น เพราะข้อความเกี่ยวกับสถานที่แรกของการตามหาแร่มันไม่เหมือนกันเลยสักนิด ทั้งที่ตำราก็เล่มเดียวกันแท้ ๆ น่าแปลก… แต่เอาเข้าจริง จากที่เห็นกับตาวันนั้นก็พอรู้แล้วว่ามันไม่ใช่หนังสือธรรมดา ขนาดจะเปิดหน้าต่อไปยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นถ้ามันจะเปลี่ยนข้อความด้วยตัวเองขึ้นมาได้อีกสักอย่าง ก็คงไม่เกินความสามารถของมันหรอก ถึงจะฟังดูเหลือเชื่อไปหน่อยก็เถอะ แต่เรื่องนี้มันก็หลุดโลกมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่นา อันที่จริงพอเรียนเสร็จฉันตั้งใจว่าจะโทรถามหม่าม๊าดูสักหน่อยเผื่อจะได้คำตอบเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ดันเกือบลืมไปแล้ว เพราะมัวแต่ช้อปเพลินเกินไปนิด คิดได้ปุ๊บ ฉันก็จัดแจงยัดถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรังทั้งหมดในมือใส่แขนชาแนลกับจีนส์อย่างไว แล้วเดินออกจากช็อปเครื่องสำอางท่ามกลางเสียงโวยวายตามหลัง ฉันเลยแถมจูบไปให้หนึ่งทีเป็นการปิดท้ายพร้อมหัวเราะคิกคักด้วยความภูมิใจที่หาคนหิ้วของได้สำเร็จ มือเล็กล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าสะพาย กดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคยทันทีพลางหย่อนตัวลงบนม้านั่งยาวกลางโถงห้างที่แอร์เย็นฉ่ำ เสียงรอสายดังอยู่เพียงไม่กี่วินาที ก่อนน้ำเสียงสดใสระดับสิบริกเตอร์จะดังขึ้น [ว่าไงคะลูกรักของหม่าม๊า~] “หม่าม๊าคะ… แร่แรก หม่าม๊าไปเก็บที่บึงลูน่าหรือเปล่าคะ?” ฉันยิงตรงเข้าเรื่องทันที ไม่เสียเวลาอ้อม [หืม~ บึงลูน่าเหรอคะ?] เสียงของหม่าม๊าเงียบไปอึดใจหนึ่งจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจผ่านปลายสาย เหมือนท่านกำลังพยายามขุดเอาความทรงจำเมื่อยี่สิบปีก่อนออกมาจากกรุ [ไม่นะคะลูก หม่าม๊าจำลำดับสถานที่ไม่ค่อยได้แล้ว ตั้งยี่สิบปีแน่ะ~ แต่ถ้าพูดถึงที่ต้องลงน้ำ มีอยู่นะ เป็นน้ำตกเก่าแถวชานเมือง ที่เคยมีคนตกลงไปตายหลายรายจนถูกทิ้งร้าง น้ำนี่ลึกตั้งสิบเมตรเชียวค่ะ นึกแล้วยังขนลุกอยู่เลย~ บรึ๋ย!] “…” ฉันเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สิ่งที่ฉันสันนิษฐานไว้ถูกเป๊ะ... ตำราเล่มนี้มันเปลี่ยนเองได้จริง ๆ [อ้อ! หม่าม๊าเพิ่งนึกออก ตำรานั่นจะเปิดไม่ได้นะคะ ถ้ายังไม่เจอแร่ก่อนหน้า~] “เรื่องนั้นเค้กรู้แล้วค่ะ” ฉันตอบเสียงเบาพลางเหลือบมองชาแนลกับจีนส์ที่เริ่มเดินแกว่งถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรังตรงมาทางนี้ “แต่ที่เค้กสงสัยคือ... เค้กลองเอาข้อความที่หม่าม๊าเคยถอดไว้มาเทียบกับของเค้กเอง มันไม่เหมือนกันเลยสักนิดค่ะ หม่าม๊าเคยถามคุณยายเรื่องนี้ไหมคะ?” [ไม่เลยค่ะลูก คุณยายเสียไปตั้งแต่คำสาปยังไม่ตกมาถึงหม่าม๊าเลย...] อ่า... จริงด้วย ฉันลืมไปสนิทว่าหม่าม๊าเป็นลูกหลง คุณยายเสียไปตั้งแต่ม๊ายังเด็ก ส่วนคุณตาก็จากไปด้วยโรคประจำตัว คนที่นำกำไลมาสวมให้ม๊าก็คือพี่ชายแท้ๆ หรือก็คือคุณลุงของฉันนั่นเอง ลุงอายุห่างกับม๊าเป็นสิบปีเชียวนะ และหม่าม๊าก็รับรู้เรื่องคำสาปทั้งหมดมาจากลุงนั่นแหละ [แต่ตำรานั่นน่ะ มันชอบเล่นตลกของมันเองนะคะ] “หือ?” คำพูดนั้นทำให้ฉันเผลอหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบดึงโทรศัพท์ออกมากดเปิดลำโพง เพราะเพื่อนรักทั้งสองเดินมาถึงพอดีและทำหน้าอยากรู้อยากเห็นจนเครื่องหมายคำถามแทบจะทิ่มหน้าฉันอยู่แล้ว “ยังไงคะ หม่าม๊า” [จะเล่าก็ได้ แต่ถ้าเล่าแล้วนอนไม่หลับ หม่าม๊าไม่รู้ด้วยนะ~] เสียงหัวเราะคิกคักของแม่ดังลอดลำโพงมา ฟังดูรื่นเริงเหลือเกิน เหมือนกำลังจะเล่านิทานก่อนนอนแสนสนุกมากกว่าเรื่องสยอง ว่าแต่…มันยังจะมีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้อีกเหรอ! แถมตอนนี้ฉันอยากรู้สุด ๆ แล้วด้วย! “หม่าม๊า อย่าเล่นสิ! เล่ามาเร็ว ๆ ค่ะ!” ฉันเร่งเสียงขึ้น เพราะอีกฝั่งยังหัวเราะคิกคักไม่หยุดเลย [อืม… จำได้ไหมคะ ที่หม่าม๊าเคยเล่าว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งที่บรรพบุรุษมาเข้าฝันเรื่องแร่ เพราะเธอประพฤติดีมากน่ะ] “ค่ะ จำได้” [เธอคนนั้นชื่อ ‘จำปี’ ส่วนสามีชื่อ ‘อินทร์’] ในที่สุดหม่าม๊าก็เริ่มเล่าช้าๆ น้ำเสียงอ่อนลงและจริงจังขึ้นจนฉันต้องตั้งใจฟัง [สองคนนั้นมีลูกสาวด้วยกันสองคน… ยายจำปีน่ะ แกรักผัวมาก คอยปรนนิบัติพัดวีเหมือนคนรับใช้มากกว่าเมียด้วยซ้ำ] [ก็เพราะทุกวัน แกต้องพึ่งจูบจากตาอินทร์ถึงจะรอดจากคำสาปได้… ยิ่งนานวันก็ยิ่งเชื่อว่า ทุกลมหายใจของตัวเองมีอยู่ได้ก็เพราะเขา] [เลยกลายเป็นว่าทุกจูบคือบุญคุณ ทุกลมหายใจคือการตอบแทน… จนบรรพบุรุษเห็นใจ ความรักของยายจำปีเลยกลายเป็นเหตุให้พวกท่านมาเข้าฝัน เพื่อมอบทางปลดคำสาปให้] [หลังจากนั้น แกก็เริ่มออกตามหาแร่ตามคำบอก แล้วค่อย ๆ จดบันทึกทุกอย่างไว้ให้ลูกหลานสืบต่อกันมา…] “แล้วมันน่ากลัวตรงไหนคะ?” ฉันถามแทรกอย่างงงๆ เพราะอยู่ๆ แม่ก็เงียบเสียงไปเสียดื้อๆ ขณะที่เพื่อนรักสองตัวของฉันเอียงหูมารุมฟังแทบจะสิงเข้าโทรศัพท์อยู่รอมร่อ [เดี๋ยวก่อนสิ… มันอยู่หลังจากนี้ต่างหากล่ะ] เสียงแม่กลั้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเย็นวาบ เหมือนตั้งใจหลอกเด็กก่อนนอน [ตอนระหว่างทางกลับหลังจากเก็บแร่ก้อนสุดท้ายได้แล้ว… ตาอินทร์ดันพลาดลื่นตกหน้าผาตายต่อหน้าต่อตายายจำปีเลยค่ะ] “…” [ยายจำปีเสียใจมาก กลับบ้านมาคนเดียว เอาแร่ทุกชิ้นที่หามาได้วางเรียงไว้บนโต๊ะ แล้วก็…เชือดคอตายตามไป] [แกเสียใจนี่คะ เลยลืมจดบันทึกรายละเอียดของแร่สุดท้ายไว้ก่อนตาย แล้วแกดันมีลูกสาวสองคน แต่แร่ที่หามาได้ดันมีแค่ชุดเดียว… แกคงห่วงลูกสาวมากน่ะสิเพราะต้องมีคนหนึ่งที่ต้องออกไปหาแร่เองใหม่ทั้งหมด] “…!” ฉันกลืนน้ำลายลงคอแรง อย่าบอกนะว่า— [แกก็เลยเข้าไปสิงอยู่ในตำรานั่นซะเลย จะได้ชี้เป้าให้ลูกสาวหาแร่ง่ายๆไงคะ… น่าสงสารแต่ก็น่ารักเนอะ~] ชัดเลย… ยายทวดจำปีไม่ได้แค่เขียน แต่ยายอยู่ในตำรา!!! “…” ฉันกับเพื่อนเงยหน้ามองกันเงียบกริบ อ้าปากค้างกลางห้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน [ลูกสาวของแกพยายามทำพิธีให้วิญญาณไปเกิดตั้งหลายรอบนะคะ แต่แกไม่ยอมออก สงสัยอยู่ในนั้นจะสนุก] พูดจบ แม่ก็หัวเราะคิกคัก ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นสดใสร่าเริง [เป็นไงคะลูก น่ากลัวหรือเปล่า~] ยังจะถาม!“อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก
วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน
ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ
ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห
KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ
KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่
วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม
16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท
16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน
โชคดีที่ในโถงมีคนไม่ถึงสิบ ความลับของนางฟ้า ที่มีเพื่อนรักแค่สองคนเท่านั้นรู้ เลยยังไม่ทันแพร่ออกไปไหนหลังจากฉันกรี๊ดแตกเหมือนผีบ้ากลางโถง ก็โดนชาแนลกับจีนส์ลากไปเทศนาชุดใหญ่ เพราะคิดว่าฉันโดนผีเข้าสิงไปแล้วจริง ๆ แต่พอรู้สาเหตุเท่านั้นแหละ หัวเราะกันจนแทบกลิ้งไปกับพื้น แถมยังทำท่าปลอบใจจอมปลอมพร



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



