Share

บทที่ 8 หัวร้อน!

last update publish date: 2026-05-01 21:48:07

โชคดีที่ในโถงมีคนไม่ถึงสิบ ความลับของนางฟ้า ที่มีเพื่อนรักแค่สองคนเท่านั้นรู้ เลยยังไม่ทันแพร่ออกไปไหน

หลังจากฉันกรี๊ดแตกเหมือนผีบ้ากลางโถง ก็โดนชาแนลกับจีนส์ลากไปเทศนาชุดใหญ่ เพราะคิดว่าฉันโดนผีเข้าสิงไปแล้วจริง ๆ

แต่พอรู้สาเหตุเท่านั้นแหละ หัวเราะกันจนแทบกลิ้งไปกับพื้น แถมยังทำท่าปลอบใจจอมปลอมพร้อมสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า “ไม่ตามไปดูแน่นอน”

ไม่เชื่อหรอก! รู้จักกันมานาน สองคนนั่นต้องแอบซุ่มอยู่สักมุมแถวนี้แน่ ๆ!

ใช่ค่ะ…

ตอนนี้ฉันยืนสวย ๆ อยู่หน้า ‘VALIGHT’ คาเฟ่ดังของมหา’ลัย มือหนึ่งถือแก้วอเมริกาโนเย็นเจี๊ยบแน่นอย่างไม่เต็มใจสุดชีวิต

จะทำยังไงได้ล่ะ…ก็ต้องซื้อให้หมอนั่นอยู่ดี!

อากาศก็ร้อน! หัวก็ร้อน! จนอยากเอากาแฟในมือสาดใส่หน้าตัวเองให้มันจบ ๆ ไปเลย

…ใจเย็น ขนมเค้ก

…คนสวยต้องใจเย็น!

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดแชตหาเขาอย่างหงุดหงิดไม่หยุด

LINE —Zone

Kanomcake: อยู่ไหน! 12:19

ไม่ถึงครึ่งนาที ข้อความก็เด้งกลับมาทันควันอย่างกับนั่งจ้องมือถืออยู่

Zone: ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม 12:19

ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด อยากขว้างแก้วทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด! บอกสถานที่มาให้จบ ๆ ไปเลยไม่ได้รึไง!

แต่สุดท้ายก็ต้องยอมลากขาเดินข้ามไปอยู่ดี

ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงอีกฝั่งของถนน ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาขัดจังหวะอีกครั้ง

Zone: เงยหน้า 12:20

ฉันเผลอทำตามโดยไม่ทันคิด แล้วแทบกรี๊ดลั่นให้ตึกถล่ม!

หมอนั่นนั่งสบายใจเฉิบอยู่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากร้านกาแฟที่ฉันเพิ่งเดินออกมาไม่ถึงสิบก้าวด้วยซ้ำ!!!

เขานั่งไขว่ห้าง ท่าทางสุขสันต์เหมือนโลกนี้ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ ริมฝีปากหยักนั่นยกยิ้มกวนประสาท

ไม่พอ! ยังมีหน้ามาเลิกคิ้วแล้วกวักมือเรียกฉันหย็อยๆ เหมือนสนิทกันมาสามสิบชาติอีก!!

ปั่ก!

“ทำไมนายไม่ไปซื้อเองฮะ!” ฉันแผดเสียงกระซิบพลางกระแทกแก้วอเมริกาโน่ลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนเต็มแรง จนหยดน้ำกระเด็นเลอะโต๊ะไปหมด

เขากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังเสยผมลวกๆ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายใจเฉิบสุดๆ

“ฉันนั่งตรงนี้ เธอได้ไม่ต้องเดินไกลไง… ไม่เห็นความดีกันเลยนะ” เสียงเรียบ ๆ หน้าตาย แต่ดันแสร้งทำเหมือนกำลังตัดพ้อ

“น้อยใจว่ะ”

ขืนอยู่ตรงนี้ต่ออีกวิเดียว ฉันคงกรี๊ดจนคนทั้งคาเฟ่หันมามองหมดแน่! เลยรีบสูดลมหายใจ ปรับสีหน้าให้ดูเป็นนางฟ้าผู้สง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสะบัดผมหมุนตัวเตรียมเดินหนีทันที

ทั้งร้อน ทั้งหิว ทั้งหงุดหงิด!…แต่ก็ต้อง สวยไว้ก่อน

“ไปส่งหน่อยดิ” เสียงทุ้มดังตามหลังมาเรียบ ๆ ราวกับแค่ขอให้ช่วยหยิบหลอดให้ซักอัน

ฉันหยุดกึก ก่อนจะหันขวับกลับไปถลึงตาใส่ทันที

“ไม่! ขับมอไซค์นายกลับไปสิ!”

“แดดร้อน…” เขาทำหน้าโคตรโอเวอร์ มือใหญ่ยกลูบแขนตัวเองไปมาทั้งที่เสื้อแขนยาวปิดมิดยันข้อมือ

“ฉันแสบผิว”

ไม่พูดเปล่า เขายังลุกขึ้นมายืนค้ำหัวฉันหน้าตาเฉย ยกแก้วอเมริกาโน่ขึ้นดูดสวบๆ อย่างสบายอารมณ์เต็มที่สายตาคมเหลือบมองฉันนิ่งๆ เป็นเชิงกดดันว่าให้เดินนำไปที่รถได้แล้ว

ไอ้คนหน้ามึน!

ฉันกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ อยากจะต่อยให้เบ้าตายียวนนั่นให้เขียวตรงนี้เลยด้วยซ้ำ! แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่หันขวับ พุ่งไปที่รถตัวเอง แล้วปล่อยให้หมอนั่นเดินตามมาเหมือนเป็นเรื่องปกติ

ระหว่างที่น้องสเตลล่ากำลังเคลื่อนตัวไปตามถนน ต่างฝ่ายต่างก็เงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ มีเพียงเสียงแอร์เบา ๆ กับเพลงคลอจาง ๆ

ซึ่งก็ดีมาก เพราะตอนนี้หิวจนไม่อยากเสียแรงเถียงกับหมอนี่ เก็บแรงไว้กินสเต็กร้านโปรดดีกว่า

แค่คิดถึงเนื้อแองกัสชิ้นโต ย่างจนหอมฉ่ำ มีควันกรุ่นลอยขึ้นเบา ๆ น้ำลายก็แทบไหลออกมาอยู่แล้ว~

จนกระทั่งรถเลื่อนมาถึงทางเข้าคอนโด ฉันชะลอรถแล้วยื่นมือไปแบออกตรงหน้าคนข้างๆ เพื่อขอคีย์การ์ดผ่านทางจากเขา

เกือบเผลอเอาการ์ดในกระเป๋าตัวเองออกมาแตะเข้าไปแล้วไหมล่ะ! ดีนะที่ความหิวยังไม่ชนะสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ไม่งั้นความลับที่ว่าเราอยู่คอนโดเดียวกันได้แตกโพละต่อหน้าไอ้หมอนี่แน่

แต่แทนที่จะได้สัมผัสคีย์การ์ดแผ่นบางพลาสติกแข็งๆ ฉันกลับสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่ทาบทับลงมาแทน

ใช่ค่ะ! มือหนาวางลงบนฝ่ามือฉันเต็ม ๆ ทั้งหนัก ทั้งอุ่น และมั่นคง เหมือนเจ้าสาวที่วางมือลงบนมือพ่อก่อนส่งเข้าพิธีวิวาห์

“นี่!”

ฉันสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปสะบัดมือออกทันทีเหมือนโดนของร้อน “อย่ามาแตะตัวนะ!”

เขากลับหัวเราะหึๆ หน้าตากวนประสาทสุดชีวิต

“ก็เธอทำเหมือนขอจับมือเอง ใครมันจะไม่เข้าใจผิดวะ”

“มีแต่นายนั่นแหละที่คิดเพี้ยน ๆ! ใครมันจะมาขอจับมือคนอื่นตรงด่านกั้นประตูฮะ!” ฉันแบมือรัว ๆ ใส่หน้าเขาน้ำเสียงขุ่นจัด

“เอาคีย์การ์ดมา!”

เขายื่นแผ่นพลาสติกสีเข้มมาให้แต่โดยดี ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะรถของฉันอย่างสบายอารมณ์ ราวกับนั่งอยู่บนที่นั่งเฟิร์สคลาสของสายการบินห้าดาว สายตาคมนั่นมองฉันนิ่งๆ พลางพูดแบบชิล ๆ

“ตอนแรกนึกว่าเธอจะเกาคางให้ซะอีก แต่ฉันไม่ชอบเล่นอะไรน่ารัก ๆ แบบนั้นเท่าไหร่”

ฉันที่เพิ่งแตะคีย์การ์ดเสร็จ แทบเหยียบคันเร่งชนที่กั้นให้หักเป็นสองท่อนโดยไม่รอให้มันยกขึ้น!

หันขวับไปมองคนข้าง ๆ ที่กำลังเสยผมลวกๆ อย่างหน้าไม่อาย ท่าทางนั้นเล่นเอาฉันแทบละลาย…

เพราะความหัวร้อนล้วน ๆ!

“หน้าฉันดูอยากเกาคางให้นายมากหรือไง!”

ว่าจบก็เหยียบคันเร่งพุ่งเข้าไปในลานจอด เขาไม่ตอบอะไร แต่สีหน้าดูชื่นมื่น

“ลงไปเลย” พูดไล่ทันทีที่รถจอดสนิท อยากไปกินเนื้อแองกัสของโปรดให้สบายใจเสียที

ใจเย็น ขนมเค้ก…ของอร่อยรออยู่

แค่คิดก็มีความสุขขึ้นมานิดหน่อย

เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถอย่างว่าง่าย แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้ปิดประตูลง มือใหญ่กลับจับขอบประตูไว้แน่นแล้วโน้มตัวกลับเข้ามาหาฉันที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับ

ใบหน้าคมเข้มอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นกาแฟอ่อนๆ ปนกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาลอยมาแตะจมูกจนฉันเผลอชะงัก สีหน้าเขานิ่งขรึมและดูจริงจังมากซะจนฉันต้องเหลือบตามอง ตั้งใจฟังว่าเขามีอะไรจะสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า

“อยากหอมลาก่อนไหม?”

ไม่พูดเปล่า… เอานิ้วเคาะแก้มตัวเองเบาๆ พร้อมกับทำหน้ามั่นใจสุดขีด เหมือนแน่ใจเต็มร้อยว่าฉันจะต้องรีบยื่นหน้าเข้าไปหอมฟอดใหญ่แน่ ๆ

“กรี๊ดดดดด!!!”

เสียงฉันแผดลั่นรถจนพี่ยามที่ยืนอยู่แถวนั้นหันขวับมามองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

พูดบ้าอะไรวะ! คนอุตส่าห์ตั้งใจฟังเผื่อเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย!

ไม่ไหวแล้วนะโว้ยยย!!!

หมอนั่นไม่สะทกสะท้าน แถมยังหัวเราะร่วนออกมาอย่างสุขสันต์ที่เห็นฉันปรี๊ดแตก ก่อนปิดประตูรถดังปังแล้วเดินจากไปเฉย ๆ ด้วยท่าทีเท่จัดเหมือนพระเอกหนังที่เพิ่งกู้โลกเสร็จยังไงยังงั้น!

ทิ้งฉันไว้ในรถพร้อมความอยากถอดรองเท้าปาใส่หลังกว้าง ๆ นั่นให้ทะลุตัวไปเลย!

ไอ้คน—%$#@*&!!

——————————

ไม่ต้องห่วงนะคะ พ่อระรื่นของไรท์ ยั่วเก่งทุกตอนจริง ๆ!ยัยน้องเค้กก็หัวร้อนเก่งไม่แพ้กันเลยค่ะ 🤣

กระซิบก่อนว่าเคมีพระนางเรื่องนี้จะแปลก ๆ หน่อย รักกันช้า แต่ไม่มีใครไปจู้ด ๆ กับคนอื่นแน่นอน ❤️‍🔥

รำคาญกันเองแต่ดันหลงกันเอง เอาเป็นว่าบ้ากันอยู่สองคนนี่แหละค่ะ 5555555

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 23 เจดีย์เลือดฝัง

    “อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 22 วันเสาร์ที่สอง

    วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 21 จูบจริงๆ💋

    ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 20 ทำตัวแปลก

    ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 19 เรื่องเล่าจากคุณยาย…

    KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 18 อยากรู้จัก

    KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 12 วันเสาร์แรก

    วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 11 เดี๋ยวจูบเอง

    16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 10 เรื่องเล่าของตำรา

    วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 9 ไม่ได้เห็นอยู่คนเดียว

    16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status