Home / โรแมนติก / จูบทุกวันให้ตายสิ / บทที่ 11 เดี๋ยวจูบเอง

Share

บทที่ 11 เดี๋ยวจูบเอง

last update publish date: 2026-05-07 00:13:02

16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์

ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…

แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุด

ทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...

ถ้างั้นก็แปลว่าทุกครั้งที่ตำราเปิดหน้าใหม่ให้ ฉันก็ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งถอดข้อความใหม่ทั้งหมดงั้นสิ?!

โอ๊ย หงุดหงิดชะมัด!

แต่ถึงจะหงุดหงิดแค่ไหน ก็ยังไม่เท่ากับความจริงที่ว่า… ฉันต้องมาจูบหมอนั่นอีกแล้ว!

ตอนนี้ฉันบึ่งรถกลับเข้ามาในมหา’ ลัยอีกครั้ง เพราะโซนไลน์มาบอกว่าอยู่ที่ห้องสตูฯ กว่าจะกลับคอนโดก็คงดึก ดื่น

รอได้ที่ไหนล่ะ… ต้องจูบเขาก่อนห้าโมงนี่!

เมื่อวานขนมเค้กยังนั่งรอผู้ชายออกมาให้จูบหน้าคอนโด รู้สึกว่าตัวเองตกต่ำสุดชีวิตแล้ว แต่วันนี้ถึงขั้นต้องเดินถ่อมาหาเขาถึงในถิ่นสตูฯ เพราะหมอนั่นติดงาน!

ตกต่ำยิ่งกว่าเมื่อวานอีก!

ลมเย็นปลายบ่ายพัดผ่านหน้าต่างทางเดินยาว กลิ่นกาแฟจากคาเฟ่ชั้นล่างลอยมาแตะปลายจมูก

ฉันถอนหายใจแรงจนปอยผมข้างหน้าปลิว ก่อนจะกระชับสายกระเป๋าที่พาดบ่าแน่นขึ้น แล้วค่อยยกมือเคาะประตู เมื่อเดินมาถึงห้องสตูดิโอ 004 ตามที่เขาบอกไว้

ก๊อก ก๊อก

แกร๊ก—

ประตูเปิดออกช้า ๆ

เผยให้เห็นร่างสูงในเสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่ปลดกระดุมบนออกสองสามเม็ดจนเห็นแผงอกรำไร แขนเสื้อพับลวก ๆ อย่างไม่ตั้งใจ ผมสีดำยุ่งนิด ๆ เหมือนเพิ่งใช้มือลูบผ่าน ดูชิลสบายอย่างกับอยู่บ้านตัวเองมากกว่ามหา’ ลัย

ดวงตาคมสบมาเพียงแวบเดียว ก่อนมุมปากจะยกขึ้น

“มาเร็วนี่… แต่ก็เข้าใจได้แหละ ว่าคิดถึง”

พูดจบ เขาก็เสยผมลวก ๆ อีกที ท่าทีเหมือนตั้งใจจะหล่อลากกระชากตับไต จนฉันต้องถอนหายใจแรง ๆ อีกรอบด้วยความหงุดหงิด

เหมือนหมอนี่คอยถือสวิตช์ความใจเย็นของฉัน… แล้วกดปิดมันอยู่ตลอดเวลา!

ฉันก้าวพรวดเข้าไปในห้องอย่างหมดความอดทน

ทันทีที่ประตูปิดดัง แกร๊ก มือเล็กของฉันก็พุ่งคว้าคอเสื้อเขาไว้แล้วกระชากลงมาอย่างรวดเร็ว จะได้จูบให้จบ ๆ ไป ไม่รอให้เขาตั้งตัวเหมือนทุกที

แต่วันนี้หมอนั่นดันรู้ทัน!

เขาเม้มปากแน่นพลางเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะใช้ความไวที่เหนือกว่าคว้าหมับเข้าที่เอวฉันแล้วยกขึ้นลอยเหนือพื้นอย่างง่ายดาย!

“ทำบ้าอะไรฮะ! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”

ร่างฉันถูกอุ้มไปวางบนโซฟากลางห้อง

ไม่สิ… เรียกว่าโยนมากกว่า!

ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสเบาะนุ่ม เจ้าตัวก็โน้มตัวลงมาใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างเท้าพนักพิงกักตัวฉันไว้จนมิด กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ปนกลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ จากตัวเขาห้อมล้อมฉันไว้จนหนีไปไหนไม่ได้

“ไม่เล่น! ฉันมีธุระต่อ!” ฉันพูดเสียงขุ่น พลางสบัดหน้าหนีอีกทาง

“หึ… คิดจะขโมยจูบแบบนั้น ฉันก็เสียเปรียบสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำชวนกำหมัดสุดชีวิต ทำเอาฉันหันขวับกลับไปทันที

“ก็ตกลงกันแล้วนี่! จะกลับคำรึไง!”

มุมปากเขายกขึ้นนิดเดียว แต่สายตากลับดูหงุดหงิดปนจริงจัง

อะไรกันล่ะ… ตอนนี้จะไม่ให้จูบแล้วเหรอ?

หรือจะเปลี่ยนใจมาคิดค่าจูบแทน? ถามอีกทีดีไหมนะ ว่าเขาคิดเท่าไหร่…

“จะกลับคำได้ไง” เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ เสียงทุ้มต่ำจนขนลุก

“ก็เธออยากจูบฉันขนาดนี้”

พูดจบ ก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ดวงตาคมวิบวับอย่างกับตั้งใจโปรยเสน่ห์ใส่สุดตัว

โอเค… กวนประสาทแน่ ๆ!

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากจูบ!”

ฉันยกมือกอดอกแน่น พยายามเบี่ยงหนี แต่หมอนี่กลับขยับตามเข้ามาจนไม่เหลือที่ให้ถอย

งั้นก็รอให้เข้ามาอีกนิด… ค่อยคว้ามาจูบแล้ววิ่งหนีไปเลยก็แล้วกัน

วะฮ่า~ ฉลาดจริง ๆ เลยขนมเค้ก!

“งั้นอยู่เฉย ๆ …”

เสียงเขานิ่งสนิท... แต่สายตาตอนนี้ไม่ได้นิ่งเลยสักนิด มันอันตรายจนฉันที่กำลังคิดแผนอยู่เผลอกลืนน้ำลายลงคอ

“เดี๋ยวจูบเอง”

“หยุดเล่น—!” ฉันพยายามจะแผดเสียงห้าม แต่เขากลับพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่ผิดข้อตกลงไม่ใช่เหรอ?”

ฉันเม้มปากแน่น ก่อนถอนหายใจแรงอีกทีอย่างยอมจำนนในที่สุด เพราะถ้ายังเถียงกันอยู่อย่างนี้ มีหวังเกินเวลาแน่!

พอเห็นฉันเงียบ มุมปากเขาก็ยกยิ้ม แววตานั่นบอกชัดว่าพอใจที่ฉันยอมสงบปาก

ร่างสูงโน้มเข้ามาใกล้ช้า ๆ จนลมหายใจของเขาแทบจะซ้อนทับกับลมหายใจของฉัน กลิ่นหอมสะอาดจากน้ำหอม ผสมกลิ่นมิ้นต์จางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

ปลายนิ้วหนาแตะข้างแก้มเบา ๆ ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนจะกดลงมาบนส่วนเดียวกันอย่างเชื่องช้า

แค่แตะ…แต่กลับรู้สึกได้ถึงแรงขยับแผ่วเบา ที่ลากผ่านแนวปากอย่างจงใจและอ้อยอิ่งจนหัวใจฉันเต้นรัวโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ฉันกลั้นหายใจไปวูบใหญ่ ก่อนจะรวบรวมสติที่เกือบจะหลุดลอยยกมือเล็กขึ้นผลักอกเขาออกแทบจะทันที!

“พอ!”

เสียงของฉันสั่นกว่าที่ตั้งใจไว้เล็กน้อย ถ้าปล่อยไว้อีกวินาทีเดียว หมอนี่ต้องคิดลามกแน่!

ไว้ใจไม่ได้หรอก!

โซนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มระรื่นสุดชีวิต เหมือนมั่นใจเต็มร้อยว่าฉันอยากจูบเขาเต็มประดาอยู่

มือหนาปัดปอยผมฉันเบา ๆ ขณะค่อย ๆ ผละออกโคตรช้าเหมือนตั้งใจให้ฉันได้เห็นทุกองศาของความหล่อ

…ใช่ค่ะ

สีหน้ายังกวนเบื้องล่างทุกวิ จนฉันต้องกรอกตาใส่แรง ๆ กับความลีลาเวอร์ ๆ ของหมอนี่ อยากสะกิดถามสักทีว่าจะหยุดเก๊กหล่อกี่โมง

แกร๊ก—

“อ้าว ไอ้โซน ยังไม่กลับอีกเหรอวะ?”

เสียงเข้มของใครบางคนดังขึ้นมาจากหน้าประตู พร้อมกับฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว

ชิบหาย!

สมองฉันสั่งการเร็วกว่าแสง ฉันคว้าคอเสื้อโซนกระชากเขากลับลงมาหาตัวทันทีแทบไม่ต้องคิด! ริมฝีปากเรากระแทกเข้าหากันอีกครั้งอย่างแรงจนเจ็บจี๊ด ตามด้วยร่างสูงกำยำที่เสียหลักล้มลงมาทับฉันไว้ทั้งตัวบนโซฟาแคบๆ จนแผ่นหลังฉันจมลงไปกับเบาะนุ่ม!

“…!”

ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องสตูดิโอชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยของฉันเต้นแรงรัวจนแทบจะระเบิดออกมานอกอก

ฉันได้แต่หลับตาปี๋ ภาวนาให้เจ้าของเสียงนั้น ยังไม่เห็นฉันนะ…

“ไอ้เวร! พาสาวมาพลอดรักในสตูฯ ทีหลังก็หัดล็อกประตูด้วย!”

เสียงชายคนนั้นดังขึ้นอีกที น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่โคตรเอือม

“ดีนะเป็นกู ถ้าเป็นไอ้สองตัวนั่นมึงโดนแน่! ตั้งกฎเอง เสือกแหกเองนะ ไอสัส…”

คนตัวสูงที่ทับฉันแทบแบนติดโซฟาค่อย ๆ ยันตัวขึ้นนิดเดียว แค่พอให้ฉันได้มีอากาศหายใจ แต่แขนแกร่งทั้งสองข้างยังคงค้ำกักฉันไว้เหมือนเดิม ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นๆ จะค่อย ๆ ผละออก… อย่างจงใจช้า

“เออ…ล็อกประตูให้กูด้วย”

โซนเอ่ยเสียงเรียบนิ่งกับเพื่อนคนนั้น แต่ดวงตาคมกริบนั่นกลับจ้องสบตาฉันที่ซ่อนอยู่ใต้ร่างเขาไม่ไหวติง แววตาคมวิบวับอย่างกับกำลังสนุกที่เห็นฉันจนมุม

“มึงรีบออกไปหน่อย… สาวกูอดใจไม่ไหวแล้วว่ะ”

ฉันถลึงตาใส่จนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า แต่ไอ้คนหลงตัวเองกลับยิ้มระรื่น แถมยังมีหน้ายกนิ้วชี้สะกิดปลายคางฉันเบา ๆ พร้อมกับดัดน้ำเสียงออดอ้อนสุดชีวิต

“ใช่ไหมจ๊ะ… คนดี~”

คนดีกับผีสิ!

หมับ! บิด!

“โอ๊ยยย!”

โซนร้องลั่นออกมาทันที เมื่อฉันจัดการบิดหน้าท้องแกร่งของเขาผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตแบบเต็มเหนี่ยว

“ไอสัส…”

เสียงชายคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเอือมจัดจนฟังออกชัด

“อย่าให้ดังเกินนะมึง”

เสียงถอนหายใจยาวดังตามมา ก่อนที่ประตูจะปิดลง พร้อมเสียง แกร๊ก เบา ๆ ของกลอนตามคำขอ

ฟู่ววว~ เกือบไปแล้ว… ถ้ามีคนเห็นเมื่อกี้

ขนมเค้กยอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า!

__________________

โอ๊ยยย5555555 คู่นี้วุ่นวายกันทั้งเรื่อง 🤣

ไรท์วางคาร์น้องไว้เล่าไปบ่นไป ตามนิสัยคุณหนูขี้หงุดหงิดกับทุกสิ่งอย่าง แต่เพ้อเจ้อกับเวอร์คูณร้อยด้วย

ไม่รู้รำคาญความขี้บ่นน้องกันมั้ยแต่วางคาร์ไว้แบบนี้แล้วงือ ยังไงคอมเมนต์บอกไรท์หน่อยน๊า 💖🙏🏻

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 23 เจดีย์เลือดฝัง

    “อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 22 วันเสาร์ที่สอง

    วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 21 จูบจริงๆ💋

    ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 20 ทำตัวแปลก

    ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 19 เรื่องเล่าจากคุณยาย…

    KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 18 อยากรู้จัก

    KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 7 คนกวนประสาท!

    KANOMCAKE TALKS—วันต่อมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา08:35 | Event Hall เมื่อวานหลังจากปิดดีลบ้าบอนั่นเสร็จ ฉันก็รีบเผ่นออกจากคอนโดทันที เหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าขับวนเล่นสวยๆ รับลมริมถนนอยู่เกือบชั่วโมง จนแน่ใจว่าหมอนั่นเข้าห้องไปแล้วจริงๆ ถึงได้ค่อยๆ ย่องกลับเข้ามาทีหลังเรื่องอะไรจะยอมให้เขารู้ล่ะ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 6 ดีลจูบ

    เพราะความตกใจปนโล่งใจหรืออะไรก็ไม่รู้…ฉันเผลอจูบเขาค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ผละออกทันทีเหมือนที่ควรทำ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รดรินอยู่บนผิวแก้มกลิ่นบุหรี่เจือมินต์อ่อนๆ ที่ลอยวนเข้ามาในจมูกมันทำให้สมองฉันเบลอไปชั่วขณะจะว่าไป…ปากเขาก็นิ่มกว่าที่คิดแฮะ…เวรเอ๊ย! คิดบ้าอะไรเนี่ย!สติที่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 5 ไล่ล่าจูบ!

    16:55 | ลานจอดรถคณะนิเทศฯตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในเจ้าสเตลล่าลูกรักสายตาจ้องไม่กะพริบไปยังมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันโตสีดำสนิทที่จอดอยู่ไม่ไกลใช่ค่ะ... ฉันมาซุ่มดักรอเขาอยู่ตรงนี้เกือบชั่วโมงแล้ว!ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพิ่งเชิดหน้าประกาศกร้าวกับเพื่อนซี้ว่าจะไม่มีวันลดตัวไปขอคอนแท็กต์หมอนั่นเด็ดขา

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 4 เฉพาะวันเสาร์?!

    12:15 | โรงอาหารคณะนิเทศฯ“เฮ้ยยย! อิงค์ส่งมาแล้ว!”เสียงจีนส์ดังลั่นกลางโรงอาหารที่ผู้คนกำลังพลุกพล่าน ฉันที่เพิ่งอ้าปากจะตักข้าวกะเพราไข่ดาวคำสุดท้ายเข้าปากถึงกับสะดุ้งโหยงจนเกือบทำช้อนหล่น ไม่พูดเปล่า... ยัยเพื่อนตัวดีนี่ยังตบโต๊ะรัวๆ จนกลุ่มเด็กโต๊ะข้างๆ หันพรึ่บมามองกันเป็นแถว!“กูส่งเข้าไลน์ก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status