แชร์

บทที่ 12 วันเสาร์แรก

ผู้เขียน: เรดเวลเวท
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-07 00:23:18

วันเสาร์

ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…

ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!

เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อน

แค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อมกับความรู้สึกเย็นเยือกที่เหมือนที่มีใครบางคนมองขึ้นมาจากใต้น้ำเพื่อรอคอยฉันอยู่ ก็เอาแต่หลอนอยู่ในหัว

ตอนแรกก็ยังพยายามปลอบตัวเองว่า ตาฝาดแหละน่า แต่พอนึกถึงสีหน้าโซนในตอนนั้น…

จะให้เชื่อแบบนั้นได้ยังไงกัน!

ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่านจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว สุดท้ายเลยต้องลุกขึ้นมาหาอะไรทำ ไม่งั้นได้กลายเป็นบ้าก่อนแน่ ๆ

เริ่มจากหยิบชุดบอดี้สูทดำน้ำสีดำตัดขอบทองสุดหรูที่เพิ่งถอยมาเมื่อวานออกมาหนึ่งชุด...

ใช่ค่ะ…ตีสี่ตรง!

ฉันแต่งเต็มยศเหมือนจะไปแข่งไตรกีฬา แล้วตั้งกล้องถ่าย Content ลงช่อง CAKE’s VELVET ROOM ทันที

แสงไฟริงไลท์ในห้องน้ำสะท้อนกับผิวเนียนในชุดดำน้ำที่เข้ารูปจนดูเป๊ะทุกองศา ใครมาเห็นคงคิดว่าฉันกำลังเตรียมตัวไปท่องทะเลมัลดีฟส์… ไม่ใช่จะไปลง บึงผีสิง!

ถ่ายคลิปจบ ฉันก็ถอดชุดออกแล้วพาตัวเองลงไปแช่ในอ่างน้ำอุ่นสุดหรู ฟองครีมสีชมพูอ่อนหนานุ่มลอยเต็มอ่าง กลิ่น Peony & White Musk จากบาธบอมราคาแพงกระจายอบอวลไปทั่วห้อง เสียงเปาะแปะของฟองสบู่ช่วยกลบเสียงหัวใจที่ยังเต้นรัวผิดจังหวะได้ดีพอสมควร

ฉันเอนตัวพิงขอบอ่าง หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้แผ่นมาส์กหน้าแบรนด์ดังแปะอยู่บนใบหน้าสวยหวานของขนมเค้ก ทุกอย่างดูผ่อนคลายจนฉันเริ่มเคลิ้ม...

แต่ไม่ถึงสิบนาที ก็ต้องสะดุ้งลืมตาโพลงจนมาส์กหน้าเกือบหลุด! เพราะภาพบึงเจ้ากรรมมันย้อนกลับมาอีกครั้ง!

พอเริ่มหลอนห้องน้ำตัวเอง ฉันเลยรีบแต่งตัวออกไปจ็อกกิ้งตอนเกือบเจ็ดโมงเช้า อากาศยามเช้าเย็นสบาย เสียงนกร้องทำให้รู้สึกเฮลตี้ขึ้นมานิดหนึ่ง…

แต่พอวิ่งผ่านน้ำพุหรูหราตรงโซนส่วนกลางของคอนโด เสียงน้ำที่กระทบหินแกรนิตกลับฟังเหมือนเสียงหัวเราะเบา ๆ ชวนขนลุก!

ฉันเลยเร่งฝีเท้าหนีมาหลบอยู่ที่คาเฟ่ชั้นล่าง นั่งจิบ Earl Grey ร้อนๆ แก้วโปรดพลางมองวิวผ่านกระจก สูดกลิ่นชาเกรดดีที่หอมกรุ่นในอากาศ…

แต่ควันบางเบาที่ลอยขึ้นจากแก้ว กลับขดตัวไปมาจนฉันเผลอนึกถึงหมอกหนาเหนือผิวน้ำที่บึงนั่นอีกจนได้!

โอ๊ย! จะอะไรกันนักกันหนา!!!

ก็แค่ลงไปหยิบแร่ในบึงแป๊บเดียวก็จบ ไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้นเลย!

แต่ฮืออ… ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็ดีสิ

แค่จินตนาการว่าคืนนี้ต้องเอาตัวลงไปสัมผัสน้ำเน่าๆ นั่น ฉันก็ขนลุกไปถึงหนังหัวแล้ว กลัวจนไม่กล้าปิดไฟ ไม่กล้าแม้แต่จะเดินผ่านกระจกห้องน้ำเพราะกลัวเห็นใครยืนซ้อนข้างหลัง

รู้ตัวอีกทีความอ่อนเพลียจากการไม่ได้นอนทั้งคืนก็เล่นงานจนฉันเผลอหลับคาโซฟาห้องนั่งเล่นไป…

สะดุ้งตื่นมาอีกทีตอนบ่ายสี่โมงกว่า ๆ

ทุกอย่างดูมัวไปหมด ร่างกายมันหนักอึ้งเหมือนถูกสูบพลังออกไปทีละนิด แต่ยังไงก็ต้องไปจูบหมอนั่นอยู่ดี

โชคดีอย่างเดียวของวันนี้ คือโซนมีงานด่วนต่อที่สตูฯ เลยไม่มีเวลามาทำหน้ากวนประสาทหรือลีลาท่ามากให้ฉันต้องเสียพลังงานไปมากกว่าเดิม

ยิ่งฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีหม่นและพระจันทร์เต็มดวงเริ่มลอยเด่นขึ้น ร่างกายฉันก็ยิ่งเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ ขาสั่นจนก้าวไม่ออก หัวเบา… เหมือนจะเป็นลมให้ได้อยู่ทุกเมื่อ

จนสุดท้าย…ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป!

ฉันลากสังขารตัวเองออกมา แต่ไม่ได้รีบตรงไปที่บึงลูน่า กลับมาหยุดอยู่ที่ Bloom Bar ร้านเหล้าข้างมอแทน

ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเชอร์รี่ ผ้ากำมะหยี่เนื้อดีแนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งทุกส่วน ผมลอนคลายทิ้งตัวลงบนไหล่ กับริมฝีปากแดงอมไวน์ที่สะท้อนแสงไฟในร้าน ... บอกเลยว่าฉันสะกดทุกสายตาตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวขาเข้าไป

จะกลัวแค่ไหน…ขนมเค้กก็ต้องสวยไว้ก่อน!

“หือออ… อีเค้ก!”

เสียงชาแนลแผดดังแข่งกับเสียงเพลงตื๊ดๆ ทันทีที่ฉันเดินมาถึงโต๊ะ

“ไม่แซ่บไปหน่อยเหรอวะ สำหรับคนที่กำลังจะลงบึง?”

“กูจะเป็นบ้าอยู่แล้วเนี่ย!” ฉันทิ้งตัวนั่งลงพร้อมโวยวายด้วยความอัดอั้น มือเล็กคว้าแก้วน้ำสีเวคคั่มของชาแนลมากระดกรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงแบบไม่สนลูกใคร

วิธีปลุกความกล้า จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ…

ถ้าไม่ใช่แอลกอฮอล์!

จีนส์หัวเราะเบา ๆ พลางยกแก้วขึ้น “เอาน่า เดี๋ยวพวกกูยืนเฝ้ามึงไง ถ้าเกิดอะไรขึ้น… อีชาแนลจะกระโดดลงไปช่วยมึงเอง!!”

“เอ้า! อีบ้า!” เจ้าของชื่อหันขวับไปแทบจะทันที “กูจะลากมึงลงไปด้วยค่ะ! ลงไปพร้อมกันให้หมดนี่แหละ!”

“ซึ้งว่ะ… เพื่อนแท้” ฉันส่งสายตาหวานเยิ้ม กะพริบตาปริบๆ ใส่สองเพื่อนซี้แบบโอเวอร์สุดชีวิต

“ตอแหลทั้งนั้นค่ะ” ชาแนลเบะปากใส่หนึ่งที ก่อนจะระเบิดหัวเราะคิกคักกับจีนส์จนฉันต้องถลึงตาใส่แรงๆ

“แล้วตำรานั่น...” จีนส์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นมานิดหนึ่ง พลางกวักมือเรียกพนักงาน “มันบอกว่าให้ลงตอนคืนจันทร์เต็มดวง แต่ไม่ได้บอกปะวะว่าต้องลงกี่โมง?” พูดจบมันก็หันกลับไปสั่งเบียร์เพิ่มอีกทาวเวอร์หน้าตาเฉย เหมือนตั้งใจจะเมาให้กล้ากันไปข้าง

ชาแนลขมวดคิ้ว “หรือว่าต้องรอให้พระจันทร์อยู่ตรงหัวเป๊ะๆ แบบใกล้เที่ยงคืนปะ? เน้นความขลังแบบในหนังงี้”

“ลงตอนไหนก็ได้มั้ง... แค่พระจันทร์ขึ้นก็น่าจะพอแล้ว” ฉันตอบตามความเข้าใจเบลอๆ ของตัวเอง พลางเหลือบมองแก้วที่ชาแนลกำลังกดเบียร์สีทองจากก๊อกทาวเวอร์ลงไปอย่างตั้งใจ สายน้ำสีเหลืองอำพันพุ่งลงกระทบก้นแก้วจนเกิดฟองสีขาวนวล

ฟองเบียร์สีขุ่นค่อยๆ ผุดขึ้นมาทีละชั้น... ปุดๆ ... มันเคลื่อนตัวช้าๆ วนเวียนอยู่ในของเหลวสีเหลืองอำพันนั่นจนดูหนาทึบ

… คล้ายผิวน้ำในบึงตอนนั้นเลย

เวรเอ๊ย… คิดอีกแล้ว!

………………

ZONE TALKS—

21:48 | Bloom Bar.

เสียงหัวเราะเซ็งแซ่กับกลิ่นเบียร์คลุ้งไปทั่วร้าน แสงไฟวอร์มโทนสีส้มอมทองสะท้อนวับแวมบนโต๊ะไม้สีเข้ม วงดนตรีสดกำลังเล่นเพลงแจ๊สช้าๆ เสียงนักร้องหญิงแหบพร่านิดๆ ลอยเคล้ากับจังหวะดนตรีที่ทุ้มต่ำเข้ากับบรรยากาศพอดี

หลังจากวางแผนโปรเจกต์ใหม่ที่ห้องสตูฯ เสร็จ ผมกับไอ้พวกเวรสามตัวก็ตรงดิ่งมาเช็กชื่อที่ร้านประจำเหมือนเดิม

คืนวันเสาร์แบบนี้จะให้ผมกลับไปนอนอืดดูหนังเหรอ? ไม่มีทาง...

จะทำอะไรได้อีก… นอกจาก ล่าเหยื่อ สิครับ

“เฮ้ย! นั่นเอพริล ตัวท็อปอักษรปะวะ?”

เสียงไอ้ไคน์ดังแทรกเสียงดนตรี พลางพยักพะเยิดไปทางมุมโซฟาริมผนัง ผมกับอีกสองตัวเลยหันไปมองตาม

ตรงนั้น… มีสาวสวยในเดรสสีเงินเมทัลลิกนั่งไขว่ห้างโชว์เรียวขาเนียนกริบ

เธอไม่ได้มีท่าทีเคอะเขิน แต่กลับเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรงๆ ก่อนจะขยับยิ้มบางและยกแก้วขึ้นนิดๆ ... เป็นสัญญาณเชิญชวนที่ชัดเจนจนไม่ต้องเสียเวลาแปลความหมาย

“เหอะ เหมือนไอโซนจะได้เหยื่อแล้วโว้ย” ไทก้าแซวเสียงดัง พร้อมหัวเราะอย่างรู้ทัน

ผมยกแก้วในมือขึ้นนิดหน่อยเป็นเชิงตอบรับ ยิ้มมุมปากให้พอเป็นพิธีแต่ไม่ได้ขยับตัวลุกไปไหน

แค่รอ… เดี๋ยวเหยื่อก็เดินเข้ามาหาเอง

“เออ ไอ้เหี้ย จะได้เลิกมโนเรื่องนางฟ้าสักที” ไอ้ไคน์หัวเราะขำ น้ำเสียงกวนประสาทสุดชีวิต

“มโนเหี้ยไร พาสาวไปจัดในสตูอยู่เมื่อวาน” ไอ้เพิร์ธพูดเรียบๆ แต่แววตาแม่งมองมาอย่างคาดโทษชัด

ผมแค่ยักไหล่แบบไม่หยี่ระ ไม่คิดจะเถียงหรืออธิบายอะไรให้เปลืองน้ำลาย เพราะสาวที่มันว่าก็คือยัยนางฟ้าที่พวกมันคิดว่าผมมโนขึ้นมานั่นแหละ

ตั้งแต่วันนั้นที่โรงอาหาร ผมก็ไม่พูดถึงยัยขนมเค้กอีกเลย เพราะพวกมันคิดว่าผมพูดอำเล่น ๆ …แต่ก็ช่างเถอะไว้รอให้เห็นกับตาเอง ตอนนั้นคงได้อ้าปากค้างกันทั้งโต๊ะ ผมคงต้องซ้อมเยาะเย้ยพวกมันไว้ล่วงหน้าซะหน่อยแล้ว

ดูก็รู้ว่ายัยนั่นกำลังเล่นตัว

แต่เอาเถอะ… ผมเข้าใจได้

นางฟ้าประจำมหา’ ลัยที่เชิดหน้าชูคอ คงไม่อยากให้ผมคิดว่าได้เธอง่าย ๆ หรอก เลยตั้งใจจะปั่นหัวผมด้วยเกมอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ

อาจจะคล้ายๆ กับ ทฤษฎี 21 วัน ที่เคยเคยเห็นผ่านตาในเน็ต ที่บอกว่าถ้าทำอะไรซ้ำ ๆ ยี่สิบเอ็ดวัน มันจะติดเป็นนิสัยกลายเป็นความเคยชินอะไรทำนองนั้น

เธอคงคิดจะล่อหลอกให้ผมเสพติดจูบเนียนๆ นั่น แล้วพอครบกำหนดก็จะหายไปเพื่อให้ผมเป็นฝ่ายกระวนกระวายวิ่งตามเธอเองงั้นสิ?

หึ… แผนสูงใช้ได้

แต่ขอโทษนะขนมเค้ก ถ้าคิดจะใช้เกมกระจอกๆ แบบนี้กับคนอย่างผม…

ผมกระดกเบียร์ลงคอรวดเดียว ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั่วอกพอๆ กับความหิวที่เริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ สายตาผมยังคงจ้องนิ่งไปที่ความว่างเปล่าตรงหน้า ราวกับเห็นภาพใบหน้าสวยๆ นั่นซ้อนทับอยู่ ริมฝีปากขยับยิ้มนิดๆ

เธอต่างหาก…ที่จะหลงผมจนถอนตัวไม่ขึ้น

ปัง!

เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วเบียร์แทบกระเด็น น้ำสีอำพันในแก้วสั่นกระเพื่อมจนกระฉอกโดนมือ

ผมสะดุ้งโหยงไปนิดหนึ่ง มาดสุดเท่เกือบพัง ก่อนจะหันขวับไปมองเจ้าของมืออย่างหงุดหงิด

“เสียงดังหาพ่อง! ตกใจหมด ไอ้สัส!” ผมโพล่งด่าเสียงต่ำพลางปัดหยดเบียร์ที่กระเด็นโดนมือออก

“มึงนั่นแหละไอ้เวร! โดนด่าทำเป็นไม่ได้ยิน!” ไอ้ไคน์ชี้หน้าด่าผมเต็มแรง หน้าตามันมึนเมาปนกวนประสาทชิบหาย

“เออ! ห้ามพวกกูพาสาวเข้าสตู แต่ตัวเองเสือกแหกกฎเอง! ไอ้ชาติหมา!” ยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากเถียง ไอ้ไทก้าก็โพล่งขึ้นมาเสริมทัพทันที น้ำเสียงแม่งโคตรสะใจเหมือนรอจังหวะเอาคืนผมมานาน

หลังจากนั้นพวกมันสองตัวก็รุมประสานเสียงสาปแช่งผมไม่หยุดจนหูแทบชา ส่วนไอ้เพิร์ธ... ต้นเหตุของเรื่องนี้นั่งกระดิกตีนจิบเบียร์อยู่มุมโต๊ะเงียบๆ ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนคนมีศีลธรรมสูงส่ง

ไอเวรขี้ฟ้องเอ๊ย!!

แต่ใครจะไปสนใจพวกมันกันล่ะ

เพราะตอนนี้… เหยื่อของผมเดินมาแล้ว

สาวสวยในเดรสสีเงินเมทัลลิกหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าผม แก้วเบียร์ในมือเธอสะท้อนแสงไฟสีอำพัน ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดคลี่ยิ้มหวานหยด เธอเอนตัวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมแนวดอกไม้อะไรสักอย่างลอยแตะจมูก

“ขอชนแก้วด้วยคน... ได้ไหมคะ?”

ผมสบตาเธอนิ่งๆ ก่อนจะค่อยๆ ยกแก้วขึ้นแตะเบาๆ เสียงกระจกกระทบกันดัง กริ๊ก ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สและแสงไฟสีทองในบาร์

แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะต่อบทสนทนากับคนตรงหน้า สายตาผมกลับเหลือบผ่านไหล่บางของเธอไป...

แล้วหยุดค้างอยู่ที่โซนบาร์ด้านใน

นั่น… ยัยขนมเค้ก

ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเชอร์รี่ที่โคตรจะเด่นจนทุกอย่างรอบตัวเธอดูจืดสนิทไปหมด แสงไฟส้มทองในบาร์ตกกระทบผิวเนียนละเอียดตรงช่วงไหล่และแผ่นหลังที่เปิดโผล่พ้นสายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋ว ผมลอนยาวสีดำทิ้งตัวระข้างแก้มที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอนั่งนิ่งๆ อยู่กับเพื่อนอีกสองคนด้วยท่าทางที่โคตรจะหยิ่งยโส

มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงตัวโต๊ะ โน้มตัวลงไปพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับเธอ

ยัยนั่นเพียงแค่ขยับปากตอบกลับไปสั้นๆ ด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก ก่อนที่ไอ้เวรนั่นจะหมุนตัวเดินคอตกออกมา สีหน้าเหมือนโดนตบกลางใจต่อหน้าคนทั้งร้าน

หึ…

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสวยชิบหาย

ถ้ามาจูบผมเมื่อเย็นในชุดนี้ล่ะก็ สาบานเลยว่าคงไม่ปล่อยให้เธอกลับไปง่ายๆ แน่

แล้วแม่งจะนั่งเชิดหน้าโชว์ตัวอยู่อีกนานไหม? ผู้ชายแทบทั้งร้านจ้องยัยนั่นอย่างกับจะรุมทึ้งด้วยสายตาอยู่แล้ว ตาบอดหรือแกล้งโง่กันแน่วะ ไม่รู้ตัวรึไงว่าตัวเองกำลังเรียกแขกขนาดไหน

“คืนนี้เอพริลยังไม่อยากกลับเลย... เราไปหาที่เงียบกว่านี้คุยกันต่อดีไหมคะ?”

เสียงหวานของสาวเดรสเงินดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่ต้นแขน แต่ผมแทบไม่ได้ยิน เพราะสายตายังไม่ยอมละจากร่างในชุดแดงเชอร์รี่นั่นเลย

จนกระทั่งรู้สึกถึงแรงสะกิดเบาๆ จากไอ้ไคน์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมถึงได้ดึงสายตากลับมามองคนข้างตัว

ผมหันไปยกแก้วขึ้นชนกับเธออีกครั้งด้วยท่าทางนิ่งขรึม ก่อนจะขยับยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก

“คืนนี้ผมมีธุระสำคัญนิดหน่อยที่ต้องไปจัดการ...”

ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมของเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มพร่าชิดใบหูหญิงตรงหน้าอย่างจงใจ

“ไว้ครั้งหน้า… ผมจะชดเชยให้ด้วยการคุยกับคุณทั้งคืนเลยครับ”

พูดจบผมก็คว้ากุญแจรถบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินออกมาโดยไม่หันกลับไปมองสีหน้าของคนข้างหลังเลยสักนิด

เสียงโวยวายด่าทอของไอ้เพื่อนเวรสามตัวดังไล่หลังมาตามระเบียบ แต่ตอนนี้หูผมมันดับไปแล้ว

ถึงจะเสียดายที่ต้องปล่อยเหยื่อเดรสเงินไป

แต่ทำยังไงได้

ในเมื่อคนในชุดแดงเชอร์รี่นั่นดันลุกเดินออกจากร้านไปก่อนแล้ว

จะพลาดธุระสำคัญแบบนั้นไปได้ยังไงกัน

…………

“พร้อมลงบึงยังคะ อีเค้ก!”

ผมหยุดเท้าแทบจะทันที

ตอนแรกก็แค่คิดจะเดินตามไปแหย่เธอสักคำสองคำ ให้หงุดหงิดเล่น ๆ ก็เท่านั้นเอง

แต่แทนที่จะก้าวเข้าไปหาเหมือนที่ตั้งใจไว้ ผมกลับขยับตัวหลบเข้ามุมมืดหลังเสาปูนแถวนั้นเฉยเลย ทั้งที่ปกติผมไม่ใช่พวกชอบเสือกเรื่องคนอื่นด้วยซ้ำ

อาจเพราะคำว่า “บึง” มันสะกิดหูเข้าเต็ม ๆ หรือไม่ก็เพราะน้ำเสียงสั่นเครือของยัยตัวแสบที่ตอบเพื่อนกลับมา...

“พร้อม!… ก็เหี้ยละ ฮืออ พวกมึงอย่าทิ้งกูนะ!”

“เออออ กูเช็กในเน็ตมาให้แล้ว บึงนั่นน้ำไม่ได้ลึกมาก มึงแค่ลงไปเอาแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วน่า” เสียงเพื่อนอีกคนดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงดูจริงจังและพยายามปลอบใจสุดชีวิต

“วันนี้กูหลอนบึงนั่นทั้งวันเลยนะ ทั้งสกปรก ทั้งโครตเหม็น! ขนาดยังไม่ได้ลงกูก็จะอ้วกแล้ว!” ยัยเดรสแดงโวยกลับ เสียงเธอทั้งหงุดหงิดทั้งหวาดระแวงจนดูน่าสงสาร

บึง? สกปรก? เหม็น?

แค่คีย์เวิร์ดไม่กี่คำ ก็รู้เลยว่ากำลังพูดถึงบึงเดียวกับที่ผมไปด้วยวันนั้นแน่ ๆ

แต่… เธอคิดจะลงไปในบึงนั่นเหรอ?

ทำของสำคัญอะไรหล่นลงไปวะ ถึงขนาดต้องลงไปงมเองกลางดึก จ้างคนมางมให้ก็จบแล้วไหม

เพี้ยนชิบหาย...

“อย่ากรี๊ดเชียวนะอีบ้า! เดี๋ยวตอนมึงไปเปลี่ยนชุด กูกับอีจีนส์จะไปซื้อน้ำมารออาบให้มึงข้างบึงเลย โอเคยัง!”

“ฮืออ กูกลัวผี! ถ้าผีมันลากกูลงไปเฝ้าบึงจะทำยังไงเล่า!”

“มึงไปจูบมาแล้วไม่เป็นไรหรอกน่า หรือจะไปจูบอีกรอบให้ชัวร์ ๆ?”

“มึงจะบ้าหรอ!!”

จูบ…?

ผมชะงักกึก คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นโบว์

ยัยนั่นกำลังพูดถึงเรื่องที่จูบผมอยู่รึเปล่า? แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับบึง? เกี่ยวอะไรกับกลัวผี?

นี่ผมกำลังฟังเรื่องสยองขวัญ หรือเรื่องตลกปัญญาอ่อนอะไรอยู่กันแน่วะเนี่ย...

บึง? ผี? จูบ?

งงฉิบหาย

แต่ที่ประหลาดกว่าทุกอย่างคือ

ตอนนี้ผมเสือกขับรถตามเธอออกมาแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 23 เจดีย์เลือดฝัง

    “อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 22 วันเสาร์ที่สอง

    วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 21 จูบจริงๆ💋

    ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 20 ทำตัวแปลก

    ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 19 เรื่องเล่าจากคุณยาย…

    KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 18 อยากรู้จัก

    KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 7 คนกวนประสาท!

    KANOMCAKE TALKS—วันต่อมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา08:35 | Event Hall เมื่อวานหลังจากปิดดีลบ้าบอนั่นเสร็จ ฉันก็รีบเผ่นออกจากคอนโดทันที เหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าขับวนเล่นสวยๆ รับลมริมถนนอยู่เกือบชั่วโมง จนแน่ใจว่าหมอนั่นเข้าห้องไปแล้วจริงๆ ถึงได้ค่อยๆ ย่องกลับเข้ามาทีหลังเรื่องอะไรจะยอมให้เขารู้ล่ะ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 6 ดีลจูบ

    เพราะความตกใจปนโล่งใจหรืออะไรก็ไม่รู้…ฉันเผลอจูบเขาค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ผละออกทันทีเหมือนที่ควรทำ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รดรินอยู่บนผิวแก้มกลิ่นบุหรี่เจือมินต์อ่อนๆ ที่ลอยวนเข้ามาในจมูกมันทำให้สมองฉันเบลอไปชั่วขณะจะว่าไป…ปากเขาก็นิ่มกว่าที่คิดแฮะ…เวรเอ๊ย! คิดบ้าอะไรเนี่ย!สติที่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 5 ไล่ล่าจูบ!

    16:55 | ลานจอดรถคณะนิเทศฯตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในเจ้าสเตลล่าลูกรักสายตาจ้องไม่กะพริบไปยังมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันโตสีดำสนิทที่จอดอยู่ไม่ไกลใช่ค่ะ... ฉันมาซุ่มดักรอเขาอยู่ตรงนี้เกือบชั่วโมงแล้ว!ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพิ่งเชิดหน้าประกาศกร้าวกับเพื่อนซี้ว่าจะไม่มีวันลดตัวไปขอคอนแท็กต์หมอนั่นเด็ดขา

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 4 เฉพาะวันเสาร์?!

    12:15 | โรงอาหารคณะนิเทศฯ“เฮ้ยยย! อิงค์ส่งมาแล้ว!”เสียงจีนส์ดังลั่นกลางโรงอาหารที่ผู้คนกำลังพลุกพล่าน ฉันที่เพิ่งอ้าปากจะตักข้าวกะเพราไข่ดาวคำสุดท้ายเข้าปากถึงกับสะดุ้งโหยงจนเกือบทำช้อนหล่น ไม่พูดเปล่า... ยัยเพื่อนตัวดีนี่ยังตบโต๊ะรัวๆ จนกลุ่มเด็กโต๊ะข้างๆ หันพรึ่บมามองกันเป็นแถว!“กูส่งเข้าไลน์ก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status