MasukZONE TALK—
@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา 19:21 | ห้องสตูดิโอ004 สุดท้าย…พวกผมก็ส่งงานลูกค้าเลทจริง ๆ ดีที่ไอ้เพิร์ธมันโทรไปเคลียร์ทางโน้นไว้ก่อน ไม่งั้นคงได้ชิบหายกันหมดแน่ ผม โซน คีรินทร์ อชิรวิชญ์ คณะนิเทศฯ สาขาภาพยนตร์ดิจิทัล ปี 2 จะว่าไปก็ไม่บ่อยนักหรอกที่ผมรับงานนอก ส่วนใหญ่เลือกแต่โปรเจกต์สเกลใหญ่หรืองานระยะยาวที่มันดูท้าทายหน่อย ส่วนงานยิบย่อยอย่างโฆษณาสั้นหรือวิดีโอรีวิวเล็กๆ... บอกตรงๆ ว่าไม่ใช่แนว ก็ค่าตัวผม…มันไม่ได้ถูกนะครับ ฝีมือระดับนี้ คุณภาพงานกินขาด ไม่เคยมีประวัติส่งงานเลทแม้แต่ครั้งเดียว …จนกระทั่ง วันนี้! ทั้งหมดก็เพราะเสียเวลาที่ลานจอดรถกับยัยขนมเค้กเพี้ยน ๆ นั่น มีอย่างที่ไหน… อยู่ดีๆ ก็พุ่งมาขโมยจูบคนอื่นเสร็จแล้วสะบัดก้นขึ้นรถหนีไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ผมนั่งบื้อเป็นควายจ้องอากาศธาตุอยู่นานเกือบสิบนาที กว่าสติที่กระเจิดกระเจิงจะกลับมาเข้าที่เข้าทาง และพอรู้ตัวอีกที... งานก็สาย เลทเรียบร้อย “กูให้โอกาสมึงสารภาพ... มึงแอบแวะไปฟัดกับสาวที่ไหนมาใช่ไหมวะ!” เสียงไอ้ไคน์ดังขัดจังหวะความคิด พอหันไปก็เจอมันจ้องหน้าผมเขม็งพลางทำหน้ากวนตีนขั้นสุด “กูไม่ได้สันดานแบบมึง” ผมตอบส่งๆ พลางลุกจากโต๊ะทำงานไปทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังตัวยาว สตูฯ ที่พวกผมใช้เป็นห้องส่วนตัว มุดหัวอยู่กันทั้งวันทั้งคืนจนต้องยกเครื่องอำนวยความสะดวกมาไว้ครบหมด เหมือนคอนโดย่อม ๆ ที่พร้อมจะกลายเป็นสนามรบได้ทุกเมื่อ “โดน!” คราวนี้เป็นไอ้ไทก้าที่ตะโกนลั่น มันขำสะใจจนโซฟาสั่น พลางเอาเท้าเขี่ยไอ้ไคน์เล่นจนโดนตบหัวเข้าให้ป้าบใหญ่ ผมถอนหายใจทิ้งแรงๆ หนึ่งที ก่อนจะลองเลียบเคียงถามออกไป “พวกมึง…รู้จักขนมเค้กปะวะ?” ทันทีที่คำถามหลุดออกจากปาก พวกมันก็หันขวับมาจ้องหน้าผมเป็นตาเดียว ทำหน้าเหมือนผมเพิ่งถามว่ารู้จักวิธีหายใจไหม “คนเหี้ยไรไม่รู้จักขนมเค้ก มึงไม่เคยแดกเหรอ!” ไทก้าโพล่งขึ้นเสียงดังพลางทำหน้าเวทนา “โถ่เพื่อน... จะเอารสไรล่ะ เดี๋ยวกูสั่งแกร็บให้ มึงอยากกินไส้ครีมหรือฝอยทอ—” “หมายถึงคน ไอ้ควาย” ผมกลอกตา รำคาญจนอยากตบกบาลมันให้หายกวน ไอ้เวรนี่ ถ้าไม่ได้กินตีนคงไม่หยุดจริง ๆ “เด็กมาร์คอม?” เพิร์ธที่นั่งเงียบอยู่นานเพิ่งอ้าปากพูด มันนั่งชันเข่าบนพื้น พาดแขนไว้แบบสบาย ๆ “เออ” “นางฟ้าอะนะ?” ไคน์ถามต่อ “เออ!” เริ่มหงุดหงิด จะมีสักกี่คนกันเชียวที่ชื่อเล่นยาวกว่าชื่อจริงผมอีกวะ “ทำไม! มึงสนใจ?” ไทก้าเลิกคิ้ว มองผมเหมือนเจอเรื่องพิสดาร “คิดเหี้ยไรของมึง ไหนบอกแดกยากไม่ชอบวะ?” ไคน์ไม่รอคำตอบ ยิงคำถามรัวต่อ “มึงไม่ได้แดกหรอก ใครจีบก็แห้ว ยิ้มให้ก็บุญแล้ว” เพิร์ธตัดบท พวกมันจ้องผมตาเป็นมัน เหมือนรอซ้ำเติมเต็มที่ ก็ไม่แปลกที่ไอ้สามตัวนี่จะนั่งเหยียดหยามผมอยู่ตอนนี้ เพราะไม่มีใครในวาเลนทิราไม่รู้จักเธอ ขนมเค้ก ผู้หญิงที่ผู้ชายแทบทั้งมหาลัย เทคะแนนโหวตให้ว่าเป็น นางฟ้าของวาเลน เรียนคณะเดียวกับผมก็จริงแต่คนละสาขา เธออยู่สายมาร์คอม โปรไฟล์คุณหนูจ๋าชนิดที่คนธรรมดาต้องแหงนหน้ามองจนคอเคล็ด ทั้งเรียนดี กิจกรรมเด่น สวยจัด ครบสูตรจนแทบไม่มีใครกล้าแตะ ในโลกโซเชียลก็ไม่ต่างกัน เธอมีช่องไลฟ์สไตล์เอาไว้อวดชีวิตลูกคุณหนูไฮโซหรูหราไปวันๆ เป็นไอดอลให้พวกผู้หญิงซื้อของตามจนแทบจะกลายเป็นลัทธิ อิทธิพลระดับท็อปของจริงในโลกออนไลน์ แต่ท่ามกลางสปอตไลต์ที่สาดส่อง ใครๆ ก็รู้ว่าเธอไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหน ไม่เคยควงใคร ไม่เคยมีข่าวฉาว ไม่เคยมีใครเห็นว่าเธอมีแฟน ใครจีบก็แห้วกลับมาแทบทั้งนั้น และใช่… คนอย่างผมก็เลยไม่คิดจะสนใจ ถึงจะสวยจริงก็เถอะ อย่างที่ไอ้ไคน์มันพูดนั่นแหละ ผมไม่ชอบอะไรที่มันแดกยาก เสียเวลาเปล่า ๆ ในเมื่อสาว ๆ อีกเพียบรอต่อคิวให้ผมเลือกอยู่แล้ว แต่ในเมื่อยัยนางฟ้าที่ใครจีบก็ไม่ติด กลับเป็นฝ่ายพุ่งมาจูบผมเอง จะให้คิดยังไงได้ล่ะถ้าไม่ใช่ว่า เธอสนใจผม ก็เออ… เข้าใจได้อยู่หรอก เพราะผมนี่แหละ โคตรน่าจูบ ผมขยับยิ้มมุมปาก ความหงุดหงิดที่งานเลทหายไปเกือบหมด แทนที่ด้วยความรู้สึกสนุกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น นางฟ้าที่ว่าหยิ่งนักหยิ่งหนา... ก็น่าลอง เล่น ด้วยหน่อยไม่ใช่เหรอ? “ทำไงได้วะ...” ผมยักไหล่พลางเสยผมขึ้น “นางฟ้าของพวกมึง ดันตกหลุมรักกู” พูดจบปุ๊บ พวกมันก็ทำหน้ารังเกียจเหมือนผมเอานิ้วจิ้มขี้หมาแล้วยื่นให้ดู ก่อนจะระเบิดหัวเราะลั่นห้องทันที “เชี่ยยยย! มุขใหม่หรอวะ” ไอ้ไทก้าว่าพลางเอามือกุมท้อง ขำจนตัวงอแทบจะกลิ้งลงไปบนพื้น “สัสเอ๊ย มุขนี้ผ่านว่ะ!” ไอ้ไคน์สบถทั้งที่ยังขำไม่หยุด ส่วนไอ้เพิร์ธที่ปกตินิ่งเป็นพระอิฐพระปูนก็หัวเราะออกมาจนไหล่สั่นไม่คิดจะเก็บสีหน้าเลยสักนิด เล่นเอาผมหุบยิ้มแทบไม่ทัน เออ…เอาเข้าไป ผมถอนหายใจทิ้งแรงๆ อย่างนึกรำคาญ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตรงลานจอดรถให้พวกมันฟังตั้งแต่ต้นจนจบ (ยกเว้นเรื่องกำไลแตกที่ผมมองว่าไร้สาระ) แล้วตบท้ายด้วยประโยค “สงสัยเห็นกูใกล้ ๆ แล้วอดใจไม่ไหว” สามวินาทีแห่งความเงียบ… ก่อนที่พวกมันจะระเบิดเสียงหัวเราะรอบสอง คราวนี้ลั่นสตูดิโอยิ่งกว่าเดิม ไอ้ไทก้าถึงขั้นลงไปนอนดิ้นตบพื้นปังๆ แบบโอเวอร์แอคติ้ง ชัดเจน…แม่งไม่เชื่อสักตัว! แต่ก็เข้าใจได้ จะมีผู้หญิงหน้าไหนบ้าจูบคนที่เพิ่งเดินชนกันครั้งแรก “ไอเวร…จะบอกว่าที่มึงมาช้าเพราะเรื่องนี้?” เพิร์ธพูดเสียงนิ่ง แต่แววตาแม่งโคตรเยาะ “เออ” “มึงหลับในตอนขับรถปะ หรือเผลอไปดมกาวที่ไหนมา” ไทก้าซัดต่อทันที ส่วนไอ้ไคน์นี่ขำจนแทบจะลงไปกลิ้งกับพื้น โว้ย! หงุดหงิดชิบหาย! เดี๋ยวกูไปขุดภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ดูซะเลย! “กูจะโกหกพวกมึงเพื่อ?!” ผมขึ้นเสียง เสยผมแรง ๆ อย่างหัวเสีย “เออ กูเชื่อ” เพิร์ธตอบนิ่ง ๆ แต่หน้าแม่งคือไม่เชื่อที่สุดแล้ว ไอ้ไคน์ที่เพิ่งหยุดขำ กอดอกพิงโซฟาฝั่งตรงข้าม มองผมพลางพูดขึ้น “แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้… ถ้าตัดนิสัยเหี้ยๆ ของมึงออกไป หนังหน้ามึงมันก็พอดึงดูดนางฟ้าได้อยู่” “เจ็บชิบหาย” ผมสบถ “โดนคนเหี้ยด่าว่าเหี้ย” “เชี่ยแม่ง” ไทก้าว่าดังลั่น “ถ้ามึงเล่าเรื่องจริง กูอยากเห็นหน้านางฟ้าเลย เจอมึงแล้วจะทำหน้ายังไงวะ ปกติไม่ชายตามองใครสักนิด” จริง… ปกติพวกผมเดินไปไหนก็มีแต่สาวหันตามแทบคอหัก แต่เธอแม่งไม่เคยเหลียวมองพวกผมเลยสักครั้งเดียว ก็เลยอยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเจอกันอีกทีเธอจะทำหน้าแบบไหน คงห้ามใจไม่ไหวอยู่ดี ส่วนผมคงต้องเล่นตัวหน่อย จะได้ให้ไอ้สามตัวนี่อ้าปากค้างกันไปเลย ________________________ มาทางฝั่งโซนกันบ้าง~ มั่นไม่แพ้ใครจริง ๆ 😎 หล่อลากทั้งเรื่องทูนหัวของไรท์คนนี้ รี้ดอย่าเพิ่งหมั่นไส้นะคะ ฮึ้บบบ! 🤭💋 ไว้รอดูตอนเจอยัยเค้ก รับรองว่าเพี้ยนแน่ค่ะ 555“อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก
วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน
ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ
ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห
KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ
KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่
โชคดีที่ในโถงมีคนไม่ถึงสิบ ความลับของนางฟ้า ที่มีเพื่อนรักแค่สองคนเท่านั้นรู้ เลยยังไม่ทันแพร่ออกไปไหนหลังจากฉันกรี๊ดแตกเหมือนผีบ้ากลางโถง ก็โดนชาแนลกับจีนส์ลากไปเทศนาชุดใหญ่ เพราะคิดว่าฉันโดนผีเข้าสิงไปแล้วจริง ๆ แต่พอรู้สาเหตุเท่านั้นแหละ หัวเราะกันจนแทบกลิ้งไปกับพื้น แถมยังทำท่าปลอบใจจอมปลอมพร
KANOMCAKE TALKS—วันต่อมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา08:35 | Event Hall เมื่อวานหลังจากปิดดีลบ้าบอนั่นเสร็จ ฉันก็รีบเผ่นออกจากคอนโดทันที เหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าขับวนเล่นสวยๆ รับลมริมถนนอยู่เกือบชั่วโมง จนแน่ใจว่าหมอนั่นเข้าห้องไปแล้วจริงๆ ถึงได้ค่อยๆ ย่องกลับเข้ามาทีหลังเรื่องอะไรจะยอมให้เขารู้ล่ะ
วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็
16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน







