Accueil / โรแมนติก / จูบทุกวันให้ตายสิ / บทที่ 1 คำสาปตระกูล

Partager

บทที่ 1 คำสาปตระกูล

last update Date de publication: 2026-04-26 20:18:20

KANOMCAKE TALKS—

สำหรับใครหลายคน กำไล ก็เป็นแค่เครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ เอาไว้สวมให้ข้อมือไม่โล่งจนเกินไป

บางคนมีสะสมไว้เต็มกล่องกำมะหยี่ หยิบสลับใส่ให้เข้ากับชุดในแต่ละวันเหมือนเป็นเรื่องปกติ

บางเส้นราคาหลักสิบ ซื้อมาง่าย ๆ จากร้านริมทาง

บางเส้นเป็นของขวัญพิเศษราคาหลักพัน

และบางเส้นก็แพงระยับ ประดับเพชรพลอยจนสะท้อนแสงวิบวับ ราคาสูงลิ่วจนบางคนไม่กล้าแม้แต่จะลอง

แต่สำหรับฉัน…

กำไลเส้นที่ใส่ทุกวัน ไม่ใช่ของโปรด

ไม่ใช่ใส่เพื่อให้แมตช์กับชุด

และไม่ใช่แค่เครื่องประดับที่ใส่ตามแฟชั่น

แต่มันคืออวัยวะที่สามสิบสามของฉัน

…และมูลค่าของมัน

ประเมินไม่ได้!

ฉัน ขนมเค้ก ลิธิรา วรเมธาวงศ์

เกิดมาพร้อมชีวิตที่ใคร ๆ เรียกว่า เพอร์เฟ็กต์

ครอบครัวอบอุ่น บ้านใหญ่โตโอ่อ่า

ฐานะไม่ต้องพูดถึง... รวยล้นฟ้าจนใช้ชาติหน้าก็ไม่หมด

แถมหน้าตาก็สวยสะพรั่งจนใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง

บนโลกนี้ จะมีผู้หญิงคนไหนโชคดีเท่าฉันอีกเหรอ

…ไม่มีหรอก

จนกระทั่งตอนอายุสิบสาม

วันที่ประจำเดือนมาครั้งแรก ทันทีที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาปุ๊บ ก็แทบช็อกจนสลบ

ไม่ใช่เพราะกลัวเลือด

ไม่ใช่เพราะแตกเนื้อสาว

แต่เพราะฉัน…

เห็นผี!

พวกมันยืนเบียดจองที่กันเต็มห้องนอน

ไม่ใช่แค่เงาดำวูบวาบแบบในหนัง แต่เป็นสภาพสุดสยองนองเลือด

ตัวหนึ่งหน้าเละจนมองไม่ออกว่าเคยเป็นใคร

อีกตัวเลือดอาบทั้งตัว แขนขาดวิ่นจนเห็นกระดูกโผล่

บางตัวเลื้อยไปมากับพื้น ปล่อยเสียงครืดคราดน่าขนลุก

และบางตัว

กำลังเดินสะพานโค้งอยู่ข้างเตียง บิดคอไปมาจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร็บเพื่อจ้องหน้าฉันให้ครบทุกมุม!

กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกพุ่งเข้าแสบจมูก ทั้งภาพสยอง กลิ่นเน่าเฟะ และเสียงกรีดร้องโหยหวนประดังประเดเข้ามาพร้อมกันราวกับตั้งใจรุมทึ้งฉันคนเดียว

ฉันกรี๊ดลั่นสุดเสียงจนพ่อแม่วิ่งกรูเข้ามา มือเล็กคว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า ตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลไม่หยุด พยายามพูดทั้งเสียงสะอื้น เล่าว่าเห็นอะไรในห้องนี้

ทว่า… ทั้งคู่กลับเงียบสนิท

ไม่มีคำถาม ไม่มีอาการตกใจ

มีเพียงมืออุ่น ๆ ของพ่อที่ลูบหัวเบาๆ ขณะที่ได้ยินเสียงฝีเท้าแม่เดินออกไปอย่างเร่งรีบ ครู่เดียวก็กลับมานั่งลงตรงหน้า ท่านดึงข้อมือฉันไปเบาๆ ก่อนกำไลเส้นหนึ่งจะถูกสวมเข้าข้อมือเล็กช้า ๆ ความเย็นวาบของโลหะทำให้ฉันสะดุ้งเฮือก

เพียงชั่วอึดใจ...

เสียงอื้ออึงน่ากลัวที่เคยบาดหูก็เงียบกริบ กลิ่นคาวเลือดเน่าเฟะหายวับไปราวกับเรื่องสยองเมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้ายที่ฉันอุปทานไปเอง

ฉันค่อยๆ คลายผ้าห่มที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อออก หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวเหมือนจะทะลุออกมานอกอก

สายตาที่ยังสั่น ๆ เลื่อนไปมองข้อมือตัวเอง... ที่ตรงนั้นมีวงเงินเส้นบางสวมทับอยู่

มันสวย…

สวยราวกับถูกสั่งทำมาเพื่อฉันโดยเฉพาะ

ตัวกำไลเป็นเนื้อเงินเกลี้ยงเงาวับสะท้อนแสง

รอบวงห้อยเรียงด้วยชาร์มเล็ก ๆ เจ็ดชิ้น แต่ละชิ้นมีรูปทรงและสีสว่างต่างกัน ราวกับมีชีวิตของตัวเอง

ชิ้นแรก เป็นลูกแก้วสีน้ำเงิน ลวดลายละเอียดเหมือนเกล็ดน้ำแข็ง ประกายที่สะท้อนออกมาดูเย็นจัด ราวกับแช่อยู่ในหิมะ

ชิ้นที่สอง เป็นลูกแก้วสีฟ้าใส แสงระยิบระยับด้านในเหมือนผืนน้ำทะเลต้องแสงแดด เย็นตาและดูนิ่งสงบอย่างประหลาด

ชิ้นที่สามเป็นสีแดงฉ่ำ ราวหยดเลือดสด ประกายภายในเหมือนเต้นระยับตามจังหวะหัวใจ ร้อนผ่าวจนฉันเผลอกลืนน้ำลาย

ชิ้นที่สี่ เป็นเปลวไฟสีทอง ส่องแสงเหมือนมีไฟลุกจริง ๆ ข้างใน ให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่นและน่าหวาดหวั่นไปพร้อมกัน

ชิ้นที่ห้า เป็นสีม่วงอมฟ้า โปร่งแสง ดูนุ่มนวลราวกับกลุ่มหมอกยามค่ำคืน แสงมันขยับพลิ้วเบา ๆ เหมือนหมอกที่พร้อมจะเลือนหายทุกเมื่อ

ชิ้นที่หก เป็นดวงตาเล็ก ๆ สีฟ้าอ่อน ล้อมด้วยกรอบเงินแกะสลักละเอียด เมื่อมองนาน ๆ กลับรู้สึกเหมือนมันกำลังจ้องตอบ

ชิ้นสุดท้าย เป็นดอกไม้ห้ากลีบประดับคริสตัลใส เปล่งประกายอบอุ่นที่สุดในบรรดาทั้งหมด แสงมันสว่างจนทำให้ฉันอดยื่นมือไปแตะไม่ได้

มันดูไม่เหมือนเครื่องประดับธรรมดาเลย

แสงที่สะท้อนจากกำไลสว่างจนเหมือนทั้งห้องเปล่งประกาย ออร่าที่แผ่ออกมารอบเรือน งดงามจนเหนือกว่าเครื่องประดับทุกชิ้นที่เคยเห็น

ฉันยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม

แม่ก็เริ่มเล่า…

ตระกูลฝั่งแม่ “ถูกคำสาป”

มันเริ่มต้นเมื่อหลายชั่วอายุคนก่อน บรรพบุรุษของเรามีลูกสาวสามคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความงาม ทว่า…หัวใจกลับเน่าเฟะ!

พวกเธอแต่ละคนเอาแต่ลุ่มหลงในกามแบบกู่ไม่กลับ รักสนุกไปเรื่อย ไม่สนลูกเขาผัวใคร จนข่าวคาวฉาวโฉ่ไปทั่ว ซ้ำร้ายคือพอท้องปุ๊บ ก็เอาเด็กที่เกิดจากความไม่ตั้งใจมาทิ้งไว้ให้พ่อแม่ที่แก่เฒ่าต้องรับภาระเลี้ยงดูท่ามกลางสายตาดูถูกเหยียดหยามจากคนทั้งเมือง ส่วนตัวเองก็สะบัดบ๊อบหนีไปใช้ชีวิตดี๊ด๊า เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ยังไม่จบแค่นั้น…

มีวันหนึ่งทั้งสามสาวกลับมาแบบน้ำตานองหน้า กราบเท้าขอโทษพ่อแม่ ท่าทีสำนึกผิดเต็มร้อยจนคนแก่ทั้งสองใจอ่อนให้อภัย

แต่พอตกดึกเท่านั้นแหละ กลับรวมหัวกันขนทรัพย์สมบัติทุกชิ้นในบ้านหนีหายไป ทิ้งให้บุพการีเผชิญกับความยากแค้น สิ้นเนื้อประดาตัว และยังอับอายอีก

และในวันที่ท่านทั้งสองจะสิ้นใจ ลูกสาวทั้งสามก็ยังไม่กลับมาดูใจแม้แต่วินาทีเดียวจนพวกเขาตายไปอย่างเจ็บปวด

ความโกรธเกลียดที่สั่งสมรุนแรงเกินกว่าจะดับลง จึงกลายเป็น “คำสาป”

พวกเขาสาปแช่งชั่วลูกชั่วหลานว่า

เมื่อใดที่หญิงสาวในตระกูลก้าวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ดวงตาของเธอจะถูกเปิดออกสู่ โลกที่สาม

มองเห็น…ได้ยิน…และรับรู้ถึงวิญญาณได้อย่างเต็มตัว

และหากต้องการปิดตานั้นเพื่อหนีจากความสยดสยองเพียงชั่วคราว

มีเพียงวิธีเดียว…

คือการ “จูบกับชายคนรัก” เพื่อแลกกับความสงบสุขเพียงยี่สิบสี่ชั่วโมง

แต่หากวันใดจูบชายอื่นที่ไม่ใช่คนรัก หรือก็คือการนอกใจ โทษทัณฑ์คือจะต้องทนเห็นผีไปตลอดชีวิต

และที่เลวร้ายที่สุด…

ถ้ายอมให้ใครล่วงเกินจนเลยเถิดถึงขั้นสัมพันธ์ลึกซึ้ง ร่างกายก็จะกลายเป็นภาชนะ เปิดช่องให้ผีสิงครอบงำได้อย่างสมบูรณ์ ไร้ทางปิดกั้นอีกต่อไป

แต่ในรุ่นต่อ ๆ มา มีหญิงในตระกูลที่ประพฤติตัวดี จนบรรพบุรุษมาเข้าฝัน และบอกวิธี “ปลดคำสาป”

นั่นคือการรวบรวมแร่ทั้งเจ็ดชนิด ตามชาร์มทั้งเจ็ดที่ห้อยอยู่บนกำไลที่ฉันสวมอยู่นี่เอง

แม่เองก็เคยต้องผ่านเรื่องพวกนี้มาก่อน

ท่านทำตามเงื่อนไขของการปลดคำสาปจนสำเร็จ แม้จะไม่เคยเล่าว่าต้องแลกอะไรบ้าง แต่ผลลัพธ์ก็คือท่านพ้นจากพันธนาการนี้ไปโดยสมบูรณ์แล้ว

ปัจจุบันแม่มีพ่อเพียงคนเดียว และไม่เคยแม้แต่จะคิดนอกใจ

แม่ยังพูดด้วยว่า “ใครจะกล้าล่ะ…ถ้าคำสาปย้อนกลับมา ขอตายยังดีกว่า”

…และเพราะแบบนั้น

กำไลของแม่จึงตกเป็นของฉันโดยไม่ต้องสงสัย

ฟังจบไม่ต้องเดาหน้าให้ยากเลย ฉันอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่

นี่ถ้าไม่ได้เห็นผีสยองนองเลือดกับตาตัวเองมาก่อน จ้างให้ก็ไม่เชื่อเรื่องบ้าบอพรรค์นี้หรอก!

แล้วบรรพบุรุษฉันซวยบรมอะไรขนาดนั้น

มีลูกสาวตั้งสามคน ดันพากันมีชู้เหมือนนัดกันมาเป๊ะ

เพราะยัยเหล่านางทวดพวกนั้นรักสนุกไม่รู้จักพอแท้ๆ คนรุ่นหลังที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างฉันเลยต้องมารับกรรมซวยไปด้วยเฉยเลยเนี่ย!

แล้วคุณทวดบรรพบุรุษก็อีกคน... เข้าใจนะว่าโกรธ แต่ทำไมต้องพาลลงมาถึงรุ่นอื่นด้วยล่ะ!?

ถ้าวันไหนมาเข้าฝันนะ ขนมเค้กคนนี้จะจัดการถามให้รู้เรื่องเลย!

แต่จะโมโหไปก็เท่านั้น ในเมื่อกติกานรกนั่นมันถูกเซตมาแบบนี้แล้ว

แม่ยังย้ำแล้วย้ำอีกว่า ห้ามถอดกำไลเส้นนี้เด็ดขาดเพราะไม่ใช่แค่จะ เห็น ได้กลิ่น หรือ ได้ยิน แต่อาจถึงขั้นโดนสิงจนพลังชีวิตถูกดูดจนหมด

ร้ายแรงขนาดนี้…

มีเหรอที่ฉันจะไม่ถาม

บทสนทนาสุดเรียบง่ายก็เลยออกมาแบบนี้

“แล้วถ้ามันเผลอหลุดหาย หรือถูกคนมาวิ่งราวไปล่ะคะหม่าม๊า?”

“ก็ต้องตามหาแร่ใหม่ตามตำราด้วยตัวเองค่ะลูกระหว่างนั้นก็จูบไปก่อน”

ใช่ค่ะ… ตอนนั้นฉันเพิ่งอายุสิบสาม!

แฟนก็ไม่มี…กิ๊กก็ไม่เคยมี... แล้วจะให้ฉันไปจูบกับสัมภเวสีที่ไหนล่ะ!

และแม่ก็คือแม่…

ไม่ต้องรอให้ถามเหมือนนั่งอยู่ในหัวฉันแล้ว

“ถ้ายังไม่มีแฟน ก็ลองจูบกับใครสักคนแถวนั้นดูก่อนก็ได้ค่ะลูก แต่หม่าม๊าไม่รับประกันนะคะว่าจะได้ผลไหม”

พูดเหมือนเรื่องนี้มัน…

ธรรมดามากกก!

“แต่จะโชคดีหน่อย…ถ้าเค้กจำได้ว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่สัมผัสโดนกำไลก่อนมันจะหลุด หนูก็แค่ต้องจูบกับคนนั้น”

…ค่ะ

แม่พูดว่า “ก็ต้องจูบกับคนนั้น” ด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทใบหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังสั่งให้ฉันไปเปลี่ยนกระเป๋าใบใหม่ให้เข้ากับชุด ส่วนคุณพ่อที่รักลูกสาวปานแก้วตาดวงใจก็นั่งยิ้มอ่อน พยักหน้าช้าๆ เห็นด้วยกับภรรยาสุดที่รักเต็มร้อย... ท่าทางชิลล์เหมือนกำลังอนุญาตให้ฉันสั่งชานมเพิ่มไข่มุกอีกสักสองแก้ว!

แต่เอาจริง ๆ…มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

เพราะตั้งแต่นั้นมา ฉันก็แค่ใส่กำไลไว้ไม่เคยถอดมันอีกเลย

ใช้ชีวิตสุดเพอร์เฟกต์แบบสุขีมาตลอดเจ็ดปี

จนกระทั่ง…

วันนี้!

กำไลที่ฉันประคบประหงมดูแลมายิ่งกว่าชีวิต ให้นอนสงบอยู่บนข้อมือสวยๆ ของฉันแท้ๆ กลับถูกล้อรถทับแตกเละต่อหน้าต่อตา!

ยิ่งหันไปเห็นหน้าผู้ชายที่ฉันชนเข้าอย่างจัง ก็ยิ่งอยากกวักมือเรียกรถคันนั้นให้ถอยกลับมาเหยียบฉันซ้ำไปอีกคน

ไม่มีใครในวาเลนทิราไม่รู้จักเขา

โซน ผู้ชายที่สาวๆ แทบทั้งมหาวิทยาลัยพร้อมใจเทคะแนนโหวตให้ว่าเป็น ผู้ชายที่อยากได้เป็นแฟนที่สุด

อยากถามทุกคนจริง ๆ ว่า…ตรงไหน?

นั่นตัวพ่อเรื่องผู้หญิง ข่าวฉาวโฉ่ลือไปไกลถึงมหาลัยข้าง ๆ โน่น

แล้วฉันน่ะเหรอ…

ผู้หญิงที่โดนคำสาปเพราะบรรพบุรุษเจ้าชู้ไม่เลิก จะไปพิสวาสกับคนแบบนั้น?

ไม่มีทาง! ไม่มีวัน!

ไม่แม้แต่จะคิดยุ่งด้วยซักนิดเดียว!

“กรี๊ดดดดดด!”

แต่ปัญหาคือ…ฉันไปจูบเขาแล้ว!

ตอนนี้เลยได้แต่นั่งเอาหน้าซุกหมอน กรี๊ดลั่นคอนโดอยู่เนี่ย!

แถมยังเป็น จูบแรกในชีวิต อีกต่างหาก!

เกิดมายี่สิบปีไม่เคยมีแฟนด้วยซ้ำ ก็เพราะยังไม่มีใครคู่ควรกับคนเพอร์เฟกต์อย่างฉันไง

แต่วันนี้…ฉันดันเอาจูบแรกไปยกให้เขาเองเนี่ยสิ!

“โอ๊ยยยย! กรี๊ดดดดด!!!”

แล้วพรุ่งนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ?

จะให้เดินไปสะกิดไหล่เขาแล้วบอกว่า...

“นี่นาย… มาจูบกันวันละทีปะ”

แบบนั้นเหรอ?!

แค่คิดก็โคตรทุเรศแล้ว!

นี่ฉัน ขนมเค้กเชียวนะ!

นางฟ้าของมหาลัยวาเลนทิรา

ไม่เคยง้อใคร!

__________________

ตบบ่ายัยเค้กทีเถอะ 555555 🤣

รอดูความ “ไม่ง้อใคร” ของน้องได้เลยค่ะ

บอกเลยว่าเพี้ยนกว่าที่คิดแน่นอน 🤭

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 23 เจดีย์เลือดฝัง

    “อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 22 วันเสาร์ที่สอง

    วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 21 จูบจริงๆ💋

    ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 20 ทำตัวแปลก

    ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 19 เรื่องเล่าจากคุณยาย…

    KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 18 อยากรู้จัก

    KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 12 วันเสาร์แรก

    วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 11 เดี๋ยวจูบเอง

    16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 10 เรื่องเล่าของตำรา

    วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 9 ไม่ได้เห็นอยู่คนเดียว

    16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status