Home / โรแมนติก / จูบทุกวันให้ตายสิ / บทที่ 7 คนกวนประสาท!

Share

บทที่ 7 คนกวนประสาท!

last update publish date: 2026-05-01 21:47:44

KANOMCAKE TALKS—

วันต่อมา…

@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา

08:35 | Event Hall

เมื่อวานหลังจากปิดดีลบ้าบอนั่นเสร็จ ฉันก็รีบเผ่นออกจากคอนโดทันที เหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าขับวนเล่นสวยๆ รับลมริมถนนอยู่เกือบชั่วโมง จนแน่ใจว่าหมอนั่นเข้าห้องไปแล้วจริงๆ ถึงได้ค่อยๆ ย่องกลับเข้ามาทีหลัง

เรื่องอะไรจะยอมให้เขารู้ล่ะว่าฉันอยู่คอนโดเดียวกัน!

ไอ้คนหลงตัวเองนั่นคงได้คิดไปเองสิ ว่าฉันย้ายตามเพราะคลั่งเขา

ไม่เอาด้วยหรอก!

ถึงจะหงุดหงิดที่ต้องเสียเปรียบยอมเป็นคนรับใช้ แต่ยังไงมันก็ดีกว่าต้องวิ่งไล่กวดบิ๊กไบค์หนีผีจนส้นสูงแทบหักเหมือนเมื่อวานล่ะนะ ไม่งั้นซักวันคงมีข่าวขนมเค้กผู้ล่วงลับกับความสวยในตำนานไว้เป็นที่ระลึกแน่ๆ

คิดดูสิ... โลกนี้จะโศกเศร้าขนาดไหนล่ะถ้าคนอย่างฉันตายไป ทุกคนต้องเสียใจแย่แน่ ๆ เพราะฉะนั้น ฉันจะตายไม่ได้เด็ดขาด!

ฉันเดินเชิดหน้าเข้า Event Hall ด้วยชุดที่คอมพลีทลุคที่สุด แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาที่จับจ้องมาจากรอบทิศทาง เพราะชินแล้ว

“อีเค้ก! มึงยังไม่ตาย!” เสียงยัยชาแนลดังแปร๋นลั่นโถงทันทีที่ฉันหย่อนก้นลงบนเก้าอี้

“เมื่อวานมึงหายหัวไปไหนวะ ทำไมไม่รับสายพวกกู!”จีนส์ไม่พูดเปล่า มันรีบกวาดสัมภาระจากเก้าอี้ข้างชาแนลมานั่งประกบอีกข้างของฉันทันที ท่าทางเหมือนตำรวจกำลังจะสอบปากคำผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม

“เออ! กูกับอีจีนส์โทรจนมือหงิก นึกว่าไปเฝ้าท่านยมแล้ว!” ชาแนลพ่นรัวต่อเนื่องแบบไม่รอคำตอบ

“โอ๊ย! เกือบแล้ว” ในที่สุดฉันก็ได้อ้าปากพูด มือยกเสยผมแรง ๆ อย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วิ่งสู้ฟัดเมื่อวาน “แบตหมด! พอถึงห้องกูก็หลับเป็นตายเลย เพิ่งชาร์จก่อนมามอเนี่ยแหละ”

“ยังไม่ขิต…” ชาแนลหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง จ้องหน้าฉันเขม็ง “แปลว่าเมื่อวาน มึงไปจูบมันมา?”

“เออดิ!” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเล่าหมดเปลือกแบบไม่กั๊ก

ตั้งแต่ขับรถดริฟต์ตามบิ๊กไบค์ เจอพาเหรดผีเต็มลานจอด กลิ่นคาวเลือดที่เหม็นจนขมคอ ยันตอนในลิฟต์ที่โดนหมอนั่นจับล็อกทุ่มใส่ผนังจนฉันแทบจะกระดูกหัก!

พอเล่าจบเท่านั้นแหละ... แทนที่จะได้ความเห็นใจ เสียงหัวเราะของอีเพื่อนตัวดีสองตัวก็ระเบิดดังลั่นห้องเหมือนเพิ่งได้ฟังโชว์ตลกเดี่ยวไมโครโฟนระดับโลก

“ฮ่าๆๆๆๆ มวยถูกคู่ชิบเป๋ง! กูชอบมากกกก!” ชาแนลทุบโต๊ะ ปัง! จนคนหันมามองเพียบ ตามันเป็นประกายลั้นลา

“เออ! แค่คิดภาพก็โคตรขำ!” จีนส์หัวเราะน้ำตาซึม จนฉันต้องค้อนวงใหญ่ใส่ทั้งคู่

“ตลกมากปะ! เดี๋ยวเลิกคบซะเลยนี่!” ฉันจิ๊ปากงึมงำอย่างขัดใจ “…จูบกับกบยังดีกว่าอีก!”

“เอาน่า ยังดีที่มันโอเค…” จีนส์พยายามทำเสียงจริงจังเพื่อปลอบใจ แต่หน้ามันนิ่งได้ไม่นานก็ย่นเหมือนจะขำตายอีกรอบ

“มึงเล่นไปถามว่าจูบครั้งละกี่บาท มันไม่ต่อยกระเด็นออกจากลิฟต์ก็บุญแล้ว”

“ก็มันหาว่ากูอยากนอนด้วย! แถมพูดออกมาหน้าตาเฉยอีก!”

ฉันรีบเปลี่ยนเสียงให้ทุ้มต่ำ ทำหน้านิ่งขรึมแล้วยกมือเสยผมเลียนแบบท่าทางไอ้คนหลงตัวเองนั่นแบบจัดเต็ม

“ถ้าฉันไม่ถูกใจ…ฉันไม่กินซ้ำ”

ว่าจบฉันก็ระเบิดเสียงหงุดหงิดออกมาทันที “พูดออกมาได้! ทุเรศ!!”

แค่คิดภาพหน้ากวนประสาทของหมอนั่นตอนพูดประโยคนี้ก็อยากกรี๊ดให้ห้องแตกอยู่แล้ว! แต่เพื่อนตัวดีสองตัวกลับระเบิดเสียงหัวเราะลั่นรอบที่ร้อย คราวนี้ชาแนลทุบโต๊ะรัวๆ จนขวดน้ำแทบกระเด็นตก

“โอ๊ยยย กูว่าก่อนที่มึงจะพ้นคำสาป กูกับอีจีนส์คงขำตายก่อน!”

“เออ อีเค้กเจอตัวพ่อเต็ม ๆ”

ดูมัน! แทบจะกอดคอกันหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหลเหมือนนั่งดูโชว์ตลกคาเฟ่แถวพระรามเก้ายังไงยังงั้น! ฉันถลึงตาใส่จนตาแทบหลุดออกจากเบ้า พวกมันถึงได้รีบตะปบมือปิดปาก ทำหน้าสำนึกผิดแบบเว่อร์วัง... ซึ่งบอกได้เลยว่าปลอมมากกก!

จีนส์รีบโบกมือไปมาเหมือนจะตัดบท “พอ ๆ ซีเรียสละ เสาร์นี้ตรงกับคืนจันทร์เต็มดวงพอดี มึงต้องไปเก็บแร่แรกแล้วนะ จะเอาไง?”

จริงด้วย…มัวแต่วุ่นวายเรื่องจูบ เกือบลืมเรื่องเก็บแร่ไปเลย

วันนี้วันพฤหัสฯ หมายความว่าฉันเหลือเวลาตั้งหลักเตรียมใจก่อนจะไปเผชิญหน้ากับบึงน้ำอาถรรพ์นั่นอีกแค่สองวันเท่านั้น

“ไปดิ” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนกอดอกแน่น “พวกมึงต้องไปกับกูนะ!”

“กูขอบายค่ะ!” ชาแนลยกมือยอมแพ้ สีหน้าขนหัวลุกสุดชีวิต “ตำรามึงเมื่อคืนกูยังเก็บไปฝันเลย หลอนจนขนลุกไม่หาย!”

“ไหนว่าเพื่อนแท้ไม่ทิ้งกันไง!” ฉันยกมือทาบอก ทำหน้าสลดปนตัดพ้อแบบนางเอกละครหลังข่าวที่โดนแม่ผัวรังแกเต็มที่

พวกนี้มันต้องเจอขนมเค้กการละครเข้าไปหน่อย ว่าแล้วฉันก็แกล้งก้มหน้าสั่นไหล่เบาๆ แล้วยกนิ้วเรียวสวยขึ้นปาดน้ำตาโชว์ไปหนึ่งที

“พอ!!! ปลอมมากกกกก!” จีนส์ร้องห้ามเสียงหลง มองหน้าฉันด้วยสายตาเอือมระอาขั้นสุด

โอเค... มุกบีบน้ำตาใช้ไม่ได้ผลกับพวกมันจริงๆ สินะ งั้นคงต้องงัดวิชาที่สองออกมาใช้!

“นะ ๆ ๆ ไปกับเค้าน้า~”

คราวนี้เปลี่ยนเสียงหวานหยดย้อย กอดแขนเพื่อนรักซ้ายขวาแน่น พร้อมกับช้อนสายตาปิ๊งๆ กระพริบตาปริบๆ เหมือนลูกแมวน้อยหลงทางที่กำลังหิวปลาทู

“โอ๊ย! หยุด! ขนลุก! กูไม่ใช่ผู้ชาย ไม่หลงกลลูกไม้ตื้นๆ ของมึงหรอกค่ะ!” ชาแนลเบะปากสะบัดหน้าหนีอย่างรุนแรง แต่สุดท้ายนางก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนยอมจำนน

“เอาวะ…ยังไงคนที่ต้องมุดน้ำก็คือมึง ไม่ใช่กูอยู่แล้ว”

ฉันยืดตัวขึ้นอย่างภูมิใจทันที รอยยิ้มสว่างเต็มหน้า ทั้งที่คราบน้ำตาการแสดงยังไหลค้างอยู่บนแก้ม

หรือลองไปรับงานละครดูบ้างดีนะ ดูท่าน่าจะรุ่งอยู่เหมือนกัน

“แล้วในตำรามันเตือนว่า อย่าตามเสียงหัวเราะ คือถึงมึงจูบแล้ว ยังได้ยินเสียงอยู่หรอวะ?”

คำถามนิ่งๆ ของจีนส์ทำเอาฉันถึงกับชะงักกึก เผลอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากดัง อึก จนรู้สึกได้ หัวใจที่เพิ่งพองโตเมื่อกี้หล่นวูบไปกองอยู่ที่ตาตุ่มทันที

“ระ...รีบเก็บ รีบขึ้น คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”

ฉันพึมพำตอบออกไปเหมือนปลอบใจตัวเองล้วนๆ เพราะความจริงคือฉันโคตรจะหวาดระแวง!

เห็นผีมากับตาแล้ว แถมพวกนั้นยังจับตัวฉันได้ด้วย ยิ่งคิดขาก็ยิ่งสั่น

“หรือว่า…กูจะแต่งเป็นผีไปด้วยดีอะ?”

“……”

จีนส์กับชาแนลนิ่งสนิทไปทันที ฉันเลยรีบขยับตัวนำเสนอไอเดียสุดบรรเจิดอย่างจริงจัง “แบบ... แต่งหน้าเละๆ เลือดอาบเต็มหน้า ใส่ชุดขาวขาดๆ ยาวลากพื้นไปเลยไง! เผื่อพวกผีเจ้าถิ่นเห็นกูแล้วจะช็อกจนหนีเปิดเปิงไปเอง หรือไม่ก็คิดว่ากูเป็นพวกเดียวกันไงมึง! เนียนจะตาย!”

“โอ๊ยยยย! อีบ้า!!!” / “โอ๊ยยยย! อีบ้า!!!” สองเสียงประสานกันดังลั่น Event Hall จนฉันสะดุ้งตัวโยน ก่อนที่พวกมันจะพร้อมใจกันหันไปกุมขมับคนละทางเหมือนไม่อยากจะรับรู้ว่ามีฉันเป็นเพื่อนอีกต่อไป

“ทำไมอะ! กูแต่งหน้าเก่งนะ!”

………………

11:48 น.

“วันนี้แค่นี้นะคะ... อย่าลืมตามอ่านเอกสารที่อาจารย์อัปโหลดไว้ในระบบ แล้วพบกันสัปดาห์หน้าค่ะ”

เสียงไมโครโฟนดับลงพร้อมกับความวุ่นวายเล็กๆ เมื่อเหล่านักศึกษาเริ่มขยับตัว ทว่าครู่หนึ่งอาจารย์ก็เงยหน้าขึ้นกวาดสายตามาทางฉันด้วยรอยยิ้มเรียบๆ ก่อนกดเปิดไมค์อีกครั้ง

“คุณลิธิรา... อยู่คุยกับอาจารย์สักครู่นะคะ”

ฉันชะงักมือที่กำลังเก็บแมคบุ๊กใส่กระเป๋า เพื่อน ๆ ในเซกทยอยลุกออก เสียงเก้าอี้ขูดพื้นค่อยๆ ซาลงจนเหลือเพียงฉัน จีนส์ และชาแนล ที่เดินมาหยุดรออยู่ตรงหน้าโต๊ะอาจารย์ด้วยความสงสัย

อาจารย์เคาะแฟ้มเอกสารกับโต๊ะเบาๆ สองสามที ก่อนจะสบตาฉันพร้อมรอยยิ้ม

“ปีนี้มหาวิทยาลัยจะมีการจัดทำโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์หลักในทุกช่องทาง ทั้งบิลบอร์ดและสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม”

“ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ลงความเห็นตรงกันว่าอยากให้คุณลิธิรามาเป็น Presenter หลักของโปรเจกต์นี้... คุณพอจะสะดวกไหมคะ?”

“ได้ค่ะอาจารย์” ฉันยิ้มหวานรับ …ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เพราะได้ยินเสียงเมาท์แว่ว ๆ จากเพื่อน ๆ มาหลายวันแล้ว

Valentira Campus Tour Project หลัก ๆ ก็จะเป็นคลิปพาทัวร์มหา’ลัยแบบครบทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่ห้องสมุดไฮเทค คาเฟ่สุดชิค ยันห้องแล็บทุกคณะ!

จะแบ่งออกเป็นสองเวอร์ชัน แบบแรกจะดูเป็นทางการหน่อย ไว้ใช้โปรโมตหลักในเพจมหา’ลัยกับเว็บไซต์

ส่วนอีกเวอร์ชั่น… ก็จะเน้นเดินพูดสวยๆ แวะเวิร์กช็อป ถ่ายรูปโปรยเสน่ห์ใส่กล้อง รวมถึงภาพนิ่งที่จะไปแปะอยู่บนบิลบอร์ดหน้ามอ และทุกแพลตฟอร์มของมหา’ลัย!

พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามีวาเลนทิรา ก็ต้องมีหน้าของฉันคนนี้!

แล้วจะเป็นใครไปได้อีก ถ้าไม่ใช่ ขนมเค้ก นางฟ้าของวาเลนทิรา

อาจารย์พยักหน้าด้วยสีหน้าพอใจ “งั้นเดี๋ยวเรื่องรายละเอียดและกำหนดการ อาจารย์จะนัดประชุมทีมอีกครั้งนะคะ คุณเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”

พอพูดจบ อาจารย์ก็เดินออกจากห้องไป ฉันกับเพื่อนสองคนเลยพากันก้าวตามออกมา

“เริ่ด! เพื่อนกูมันสวยยย~” ชาแนลพูดพลางสะบัดมือใส่ฉันอย่างเว่อร์วัง

“บ้า มึงก็ชมเว่อร์ไป๊” ฉันหัวเราะคิกคักพลางบิดตัวน้อย ๆ ทำท่าเอียงคอเขินอายแบบนางเอกหนังรักใสๆ... ผู้หญิงเรามันก็ต้องมีจริตบ้างอะไรบ้างใช่ไหมล่ะ

“หยุดค่ะ” จีนส์ยกมือห้ามทันที สีหน้าเอือมสุด “เขินได้ตอแหลมาก”

แล้วพวกมันสองคนก็ระเบิดหัวเราะพรืดพร้อมกัน... รู้ทันกันเกินไปแล้วนะอีพวกนี้!

“จิ๊!” ฉันจิ๊ปากใส่อย่างขัดใจ ทำท่าจะอ้าปากเถียงเพื่อนต่อ แต่ทว่า...

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังระรัวจนโทรศัพท์ในมือสั่นยิกๆ ฉันก้มลงดูหน้าจอ... แล้วก็แทบอยากจะขว้างมันลงพื้นคอนกรีตแล้วกระทืบซ้ำให้แหลกคาส้นสูง!

LINE —Zone

Zone: หิวกาแฟ 11:55

Zone: เอาอเมริกาโน่ 11:55

Zone: รีบล่ะ คอแห้ง 11:55

หนอย! สั่งอย่างกับฉันเป็นตู้กดน้ำหยอดเหรียญ! ฉันจิ้มแป้นพิมพ์พิมพ์ตอบกลับไปแรงจนนิ้วแทบทะลุจอ

Kanomcake: ไม่ว่าง 11:56

Zone: โอเค 11:56

หือ? ว่าง่ายกว่าที่คิดแฮะ...

ฉันแอบเหยียดยิ้มสะใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ยิ้มปริ่มให้จบวินาที ข้อความถัดมาก็เด้งรัวขึ้นมาถล่มหน้าจออีกรอบ

Zone: เดี๋ยวขับรถไปซื้อเอง 11:57

Zone: ซัก 11:57

Zone: 7 สัปดาห์ 11:57

“กรี๊ดดดดด!!!”

เสียงฉันหลุดลั่นก้องกลางโถงจนคนหันมามองกันพรึ่บ

ช่างสิ! ไม่สงไม่สวยมันแล้ว!

ไปซื้อถึงดาวไหนวะ! ไอ้หมอนี่มันกวนประสาทชัด ๆ เลย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 23 เจดีย์เลือดฝัง

    “อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 22 วันเสาร์ที่สอง

    วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 21 จูบจริงๆ💋

    ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 20 ทำตัวแปลก

    ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 19 เรื่องเล่าจากคุณยาย…

    KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 18 อยากรู้จัก

    KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 12 วันเสาร์แรก

    วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 11 เดี๋ยวจูบเอง

    16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 10 เรื่องเล่าของตำรา

    วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 9 ไม่ได้เห็นอยู่คนเดียว

    16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status