เข้าสู่ระบบอยู่บ้านเพื่อนถึงสามทุ่มก็กลับคอนโดแล้วแวะซื้อของในร้านสะดวกซื้อก่อนขึ้นข้างบน อย่างแรกที่หยิบใส่ตะกร้าคือถุงยางอนามัยเอาไปทดแทนของเดิมที่เพิ่งใช้ไป ตามด้วยของกินเล่นบ้างของกินเพื่อสุขภาพบ้าง ไม่ลืมจะเอาเบียร์กระป๋องไปตุนด้วย
"แฮร่!"
กำลังหยิบเบียร์หย่อนใส่ตะกร้าก็มีเด็กโผล่มาทำหน้าทะเล้น มาแลบลิ้นปริ้นตาผ่านกระจกตู้แช่ ภูทัชชัยส่ายหน้าถอนหายใจ
"น่ากลัวตายล่ะ"
"เนอะ! หน้าเฮียยังน่ากลัวกว่าอีก"
สมายด์ขยับมายืนอีกฝั่ง ทำจมูกฟุดฟิดดมพี่ชาย
"อาบน้ำแล้วนี่ ลงมาได้ไง"
"ทำไมจะลงมาไม่ได้"
"ก็ปกติเฮียอาบน้ำแล้วนอนเลยไง"
"เฮียอาบน้ำแล้วนอน แต่เราน่ะเวลานี้ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่"
"เพิ่งกลับ"
"กลับจากไหน"
พี่ชายกอดอกวางมาดเข้ม สมายด์หน้าเจื่อนลงนิดหน่อย แค่นิดเดียวเพราะรู้ว่าอย่างไรพี่ชายก็ไม่ดุไปกว่านี้
"ห้องเพื่อนค่ะ"
"เพื่อนชื่ออะไร"
"ชื่อปิ๊งไง ปิ๊งๆๆ ที่บอกว่าเฮียหล่ออ่ะ"
มาดเข้มนั้นคลายลงเป็นเดินหนีไปจ่ายเงิน ไม่รู้ว่าช่วงนี้ทำไมถึงเนื้อหอมกับเด็กนัก ทั้งเพื่อนน้องสาว ทั้งคนไข้ที่พ่วงตำแหน่งรุ่นพี่น้องสาวด้วย บางครั้งก็โลกกลมเกินจนคิดว่าเล่นตลก
"รีบหนีไปไหนอ่ะ ไม่สอบสวนต่อเหรอค้า"
ภูทัชชัยหยิบซองขนมตีหัวน้องสาวเบาๆ แล้วยัดใส่อ้อมแขนก่อนจะเดินหนีออกจากร้าน นี่ไงๆ เด็กชอบสร้างความรำคาญ น้องสาวของเขาน่ะตัวดีเลย แต่ก็รักน้องมากอย่างที่เคยบอกอยู่ดี
ขึ้นห้องมาแล้วจมูกก็ได้กลิ่นที่ไม่คุ้นเคย เขาวางถุงที่ซื้อมาบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปในห้องนอน ดึงผ้าปูที่นอนออกไปโยนลงเครื่องซักผ้า โยนลงไปแล้วก็หยิบตรงที่เลอะคราบสีขาวขุ่นเกรอะกรังขึ้นมาดูอีกครั้ง ในอกกรุ่นร้อนยามนึกถึงเด็กดื้อ หวังแล้วหวังอีกว่าการสั่งสอนให้จำจะมีคนจำได้ขึ้นใจแล้วไม่กล้ามายุ่งกับเขา
ติ๊ง! จัดการปูที่นอนใหม่เสร็จแล้ว ก็เดินไปหยิบมือถือมาดูแชทที่มีแจ้งเตือนเข้ามา
Jam.yam : ฝันดีนะคะ หนูคิดว่าคุณหมอต้องหลับปุ๋ยแน่เลยเพราะใช้แรงเยอะมาก
เขาทิ้งตัวลงนอนหงายบนที่นอน ถอนหายใจซ้ำอีกสองหน สงสัยจะยังไม่เข็ด แบบนี้มันน่าสั่งสอนเพิ่ม ตีให้ก้นลาย กระแทกให้พังยับ พอนึกถึงสิ่งที่เพิ่งทำร่างกายก็ปั่นป่วน ภาพของแยมเปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างของเขายังติดตรึง
เปลือกตาปิดลง มือใหญ่สอดหายเข้าไปในกางเกงขายาวโดยไม่รู้ตัว โอบอุ้มเจ้าลูกชายที่เกิดแข็งตัวขึ้นมาดื้อๆ รู้ตัวอีกทีมือก็เลอะเทอะน้ำสีขาวขุ่น ลำตัวชาวาบ ลมหายใจหอบถี่ไปพร้อมหน้าอกสะท้อนขึ้นลง
ภูทัชชัยลืมตาขึ้นแล้วลุกมาแก้ผ้าเดินเข้าห้องน้ำ มายืนมองตัวเองในกระจก ไม่มีทางที่เขาจะมีใครได้อีกหรอก
ไม่มีวัน...
จะว่าชินก็ใช่ที่ส่งแชทไปแล้วหมอภูไม่เปิดอ่าน ถ้าเขาอ่านแล้วตอบต่างหากนั่นคือเรื่องแปลก
แยมนอนมองหน้าจอมือถือที่ยังคงสว่างอยู่ในความมืดมิดของห้องนอน
"ได้ถึงขนาดนั้นแล้ว จะหยุดแค่นั้นเหรอคะ หนูไม่ได้หวังจะมีเซ็กซ์กับคุณหมอแค่นั้นสักหน่อย"
ได้ทำความรู้จัก ได้คุย ได้กินข้าวด้วยกัน ได้ทำอะไรๆ ให้หัวใจได้ทำงานหนัก วันหนึ่งอาจจะได้..รักกันลึกซึ้ง ได้เป็นแฟนกัน แต่งงานมีลูก นั่นต่างหากคือสิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่เพียงเซ็กซ์เท่านั้น
"แต่เพราะตอนนี้คุณหมอไม่ชอบหนูไงเลยทำเย็นชา ลองชอบหนูก่อนสิ.."
ฉะนั้นเธอจะไม่เลิกชอบหมอภูง่ายๆ หรอก
สู้สิหญิง! สู้ๆ
ให้กำลังใจตัวเองแล้วก็หลับลงได้ เธอกินยาแก้ปวดก่อนนอน ไม่กังวลเรื่องตั้งท้องเพราะมั่นใจว่าทั้งสามครั้งนั้นเขาป้องกันอย่างดีทุกครั้ง
เสาร์อาทิตย์นี้แยมกลับบ้านอีกเช่นเคย ยังพอมีทุเรียนหลงเหลือให้ถือกลับไปกรุงเทพฯ สองสามลูก พอถึงวันอาทิตย์ยักษ์ก็ขับรถกระบะมาส่งน้องเพราะเขามีธุระที่กรุงเทพฯ พอดี
ยักษ์มองคอนโดที่น้องให้มาส่งด้วยความแปลกใจ
"พี่ว่ามันเก่ากว่านี้ไม่ใช่เหรอ"
"ก็นี่คอนโดรุ่นน้อง เอาทุเรียนให้แล้วเดี๋ยวจะเม้าท์กันต่อนิดหน่อย"
"รุ่นน้องหรือผู้ชาย"
ก็เป็นเสียแบบนี้ ไม่รู้ว่าแยมไม่เนียนหรือยักษ์เอาประสบการณ์มาพูดกันแน่
"รุ่นน้องสิ ส่วนผู้ชายก็บอกว่าเจอแล้วแต่เขายังไม่ชอบไง เขาชอบกลับเมื่อไหร่จะพาไปทองผาภูมิเลย"
"ใคร๊มันจะมาเอาสาวปีนต้นทุเรียนเป็นแฟน"
"นั่นสิ! ใครจะมาเอายักษ์พูดมากเป็นผัว เนอะ!"
"เดี๋ยวโดน ไปเลย"
ไล่ลงจากรถได้โอกาสให้แยมรีบไล่พี่ชายเช่นกัน โบกมือลาตามท้ายรถแล้วก็รีบหาที่นั่งหลบกลัวสมายด์จะมาเห็น ได้ที่นั่งเป็นหลังเสาต้นใหญ่ หากเดินมาจากข้างนอกแล้วเข้าตึกต้องไม่ทันได้สังเกตแน่นอน
"อ๊ะ! มายมาจริงๆ ด้วย"
สมายด์ลงจากรถรับจ้างเดินก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ ใบหูมีหูฟังสีชมพูครอบไว้ตามสไตล์ แยมทำตัวเล็กลีบเบี่ยงตัวหนี คอยเหล่ตามองว่าสมายด์ไปหรือยัง
เจ้ากรรม! สมายด์ดันหยุดยืนตรงนี้พอดี
"อีคุณน้อง! ไปสิไป"
เฝ้ารอด้วยใจระทึก ขอให้สมายด์เดินไปและขอให้หมอภูไม่มาเวลานี้ ห้านาทีสมายด์ก็เดินเข้าไปในอาคารให้แยมได้หายใจหายคอคล่องขึ้น
"ทำเหมือนแอบเอาผัวเขาเลยนะ"
แต่ก็ต่างกันแค่นิดหน่อยเพราะตอนนี้เธอแอบเอาพี่ชายเขาไง
แยมไม่ได้บอกหมอภูว่าจะมาหาที่นี่ ขืนบอกไปก็คงห้ามหรืออาจจะหนีไปที่อื่น รอจนถึงเวลาหนึ่งทุ่มกลิ่นหอมสะอาดก็ลอยมาเตะจมูก จากง่วงๆ ตาตื่นขึ้นมาทันทีแล้วหันมองด้านหลังเสา
สุดหล่อของเธอมาแล้ว
ทั้งกระเป๋าทั้งกล่องใส่ทุเรียนที่แกะแล้วก็ถูกหอบหิ้ววิ่งออกไปอย่างพะรุงพะรัง ไปดักหน้าของหมอภูก่อนเขาจะเดินเข้าไปในประตูคีย์การ์ดได้ทันหวุดหวิด
ไม่ต่างจากที่คิด หมอภูขมวดคิ้วย่นชิด ทั้งดุทั้งแปลกใจว่าเธอโผล่มาได้อย่างไร
แยมยิ้มหวานสู้ ชูถุงกระดาษที่บรรจุทุเรียนขึ้นให้ดู
"พอดีหนูกลับบ้านมาค่ะเลยเอาของมาฝากคุณหมอ"
เขามองถุงใบนั้น หัวคิ้วคลายลงให้พอใจชื้น แต่ยังไม่ยอมพูดอะไรสักคำเนี้ยสิ คงจะไม่พอใจอยู่แน่ๆ
"หนูแค่เอาของมาให้ค่ะ"
เธอยื่นถุงนั้นให้เขา
"แค่เห็นของอร่อยเลยนึกถึงคุณหมอเท่านั้นเอง"
นัยน์ตาหวานเศร้าลงทว่าริมฝีปากยังคงยิ้ม
คงจะเรียกคะแนนความสงสาร เขาเค้นหัวเราะ ใช้ลิ้นสากดันกระพุงแก้มท่วงท่าสุดจะแบดบอย แทนที่จะรับแค่ถุงนั้น เขากลับกอบกุมข้อมือเล็กแล้วดึงเข้ามาใกล้
"ขึ้นห้อง"
ข้อมือเล็กถูกกอบกุม ดึงกระชากที่ไม่ต่างจากวันนั้นขึ้นมาบนห้องชั้นที่ยี่สิบ แยมหวาดระแวงตลอดการเดิน เขาไม่กลัวสมายด์จะออกมาเจอบ้างหรือไง เธอกลัวรุ่นน้องมาเห็นจนฉี่จะราดอยู่แล้วเข้ามาในห้องทุกอย่างดูรีบร้อนไม่ต่างจากวันนั้น แยมเข้ามาอยู่ในห้องนอน โดนหมอหรือหมาฟัดก็ไม่แน่ใจ น่าเจ็บใจตรงที่เธอดันตื่นเต้นและซาบซ่านตั้งแต่ถูกเขาจูบในวินาทีแรก แทนที่จะมีโอกาสทำตัวเก่งกล้าสักนิดให้รู้ว่าเธอก็ไม่ใช่ขี้ๆภูทัชชัยลอกคราบคนตัวเล็กได้รวดเร็วจนน่าตกใจ มือตะปบบีบขย้ำนมนุ่มจนล้นมือแล้วก้มลงใช้ลิ้นปาดเลียป้านสีเข้มที่โผล่ออกมาระหว่างนิ้ว วินาทีลิ้นแตะต้องแยมเงยหน้าครางเสียงสั่น สองมือจิกบ่าแกร่ง เสียวๆๆ เสียวเป็นบ้า"คุณหมอ หนูแค่เอาทุเรียนมาให้เอง"เจตนาของเธอมีแค่นั้นจริงๆ สาบานได้เลย"ผมเป็นหมอ"เขาเคลื่อนตัวขึ้นมาวางใบหน้าตรงหน้าคนตัวเล็ก มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ"ไม่ได้เป็นควายแล้วรู้ไหมว่าทำไมผมถึงขี้เกียจจะปฏิเสธแล้ว"แยมยังคงต่อสู้กับความเสียวซ่านเพราะมือใหญ่ซุกซนอยู่กับท่อนล่างของเธอ นิ้วกรีดกรายตามร่องรอยแยก บดขยี้จุดเสียวที่เล่นเอาแยมตัวสั่นเกร็ง อาการของแยมยิ่งทำให้เขาชอบใจ"ของฟรี ใครไม่คว้าไ
อยู่บ้านเพื่อนถึงสามทุ่มก็กลับคอนโดแล้วแวะซื้อของในร้านสะดวกซื้อก่อนขึ้นข้างบน อย่างแรกที่หยิบใส่ตะกร้าคือถุงยางอนามัยเอาไปทดแทนของเดิมที่เพิ่งใช้ไป ตามด้วยของกินเล่นบ้างของกินเพื่อสุขภาพบ้าง ไม่ลืมจะเอาเบียร์กระป๋องไปตุนด้วย"แฮร่!"กำลังหยิบเบียร์หย่อนใส่ตะกร้าก็มีเด็กโผล่มาทำหน้าทะเล้น มาแลบลิ้นปริ้นตาผ่านกระจกตู้แช่ ภูทัชชัยส่ายหน้าถอนหายใจ"น่ากลัวตายล่ะ""เนอะ! หน้าเฮียยังน่ากลัวกว่าอีก"สมายด์ขยับมายืนอีกฝั่ง ทำจมูกฟุดฟิดดมพี่ชาย"อาบน้ำแล้วนี่ ลงมาได้ไง""ทำไมจะลงมาไม่ได้""ก็ปกติเฮียอาบน้ำแล้วนอนเลยไง""เฮียอาบน้ำแล้วนอน แต่เราน่ะเวลานี้ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่""เพิ่งกลับ""กลับจากไหน"พี่ชายกอดอกวางมาดเข้ม สมายด์หน้าเจื่อนลงนิดหน่อย แค่นิดเดียวเพราะรู้ว่าอย่างไรพี่ชายก็ไม่ดุไปกว่านี้"ห้องเพื่อนค่ะ""เพื่อนชื่ออะไร""ชื่อปิ๊งไง ปิ๊งๆๆ ที่บอกว่าเฮียหล่ออ่ะ"มาดเข้มนั้นคลายลงเป็นเดินหนีไปจ่ายเงิน ไม่รู้ว่าช่วงนี้ทำไมถึงเนื้อหอมกับเด็กนัก ทั้งเพื่อนน้องสาว ทั้งคนไข้ที่พ่วงตำแหน่งรุ่นพี่น้องสาวด้วย บางครั้งก็โลกกลมเกินจนคิดว่าเล่นตลก"รีบหนีไปไหนอ่ะ ไม่สอบสวนต่อเหรอค้า"ภูทัชชัยหยิ
ไม่ถึงครึ่งทางดีแยมก็ถูกลอกคราบออกจนหมด โซฟาเปลี่ยนมาเป็นเตียงนอนในห้อง ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน เธอตอบสนองหมอภูได้ดี เริ่มเรียนรู้ความป่าเถื่อนของเขาด้วยการทำตามทุกอย่างที่ต้องการ"อื้อ!" ลำตัวเล็กถูกจับพลิกคว่ำอีกครั้ง ภูทัชชัยประกบด้านหลัง สอดใส่อย่างรวดเร็วก็ขยับโยกสะโพก แหงนเงยใบหน้าขึ้นครางแผ่วที่คิดว่าเธอคงจะไม่ได้ยินหารู้ไม่ว่าทุกอิริยาบถอยู่ในสายตาของแยม โดนขนาดนี้ก็ต้องจำให้ได้ทุกโมเม้นต์สิรอบที่สามจบลงแยมนอนฟุบไปกับหมอนนุ่มหอบหายใจ สองมือกำปลอกหมอน กัดฟันร้องซี้ดซ้าดเพราะรู้สึกเจ็บเจ็บมากแม่จ๋า!ร่ำร้องอยู่ในใจ หวังได้การปลอบประโลมจากเขาบ้างสักนิด แต่ความร้อนที่แนบชิดเมื่อครู่กลับหายไปเลยตั้งแต่เขาผละออก แยมพลิกตัวกลับมามองหา เหมือนว่าเขาจะไม่อยู่ในห้องนอนนี้แล้วจึงฝืนลุกจากที่นอน ค่อยๆ เดินมาพร้อมกับผ้านวมห่มลำตัว กว่าจะถึงหน้าประตูห้องนอนใช้เวลาไปมากโขพลันก็ได้กลิ่นบุหรี่ลอยมาจางๆ แยมชะโงกหน้าออกไปมองตามทิศทางของกลิ่นนั้น มันลอยมาจากระเบียง หมอภูในชุดคลุมอาบน้ำกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนั้น เขาปรายตามามองเธอ ขยับปลายนิ้วไล่ขี้เถ้าให้ร่วงหล่นจากบุหรี่ก็เอาม
แยมก้าวขาถอยหลังหนึ่งก้าวอัตโนมัติ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะหยุดเต้นเลยหากไม่ประคองเอาไว้ ดวงตาหวานกระพริบถี่ๆ เพื่อมองให้ชัดเจนว่าตาฝาดหรือเปล่าผู้ชายที่มีรอยสักมากมายบนลำตัวลามมาถึงท่อนแขนเหนือข้อศอกนั้นคือหมอภู หมอฟันผู้หล่อเหลาสะอาดสะอ้านจริงๆ น่ะเหรอ"ดีใจไหมที่ได้เข้ามาในห้องผมสักที"มุมปากหนายกยิ้ม คำพูดเย้ยหยันชวนใจหาย ภูทัชชัยก้าวเดินเข้าหาคนตัวเล็ก ทุกก้าวของเขาคือการถอยหลังของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งขบขันพรึบ!กรี๊ด!ในจังหวะที่เผลอภูทัชชัยก็พุ่งเข้าใส่แยมผลักดันให้แผนหลังแนบชิดประตู เธอตกใจส่งเสียงกรีดร้อง แต่ก็รีบยกมือขึ้นมาอุดริมฝีปากอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเสียงนั้นจะดังออกไปให้คนอื่นตกใจเวลานี้ดวงตาหวานสั่นระริก ไม่ต่างจากแมวน้อยขี้กลัวจึงเรียกรอยยิ้มเยาะเย้ยได้อีกหน"ทำไม กลัวเหรอ"เขาดึงมือเล็กออกจากริมฝีปากเอาไปกดแนบกับประตู"เข้ามาแล้ว ออกไปคงยากหน่อย""มะ มีอะไรคุยกันดีๆ ก็ได้นี่คะ""ผมคุยดีแล้วนะแยม พยายามพูดดีๆ ด้วยแล้ว แต่ยังมีเด็กดื้อรั้น ใช่ไหม"ยิ่งเข้าใกล้หัวใจก็ยิ่งสั่นรุนแรง ยิ่งได้กลิ่นหอมของเขาก็ยิ่งหลงใหลมากกว่าหวาดกลัวไม่รู้สิ! แยมไม่
รถของหมอภู จำไม่ผิดอย่างแน่นอน!"เดี๋ยวหนูมาเอานะคะ ขอเวลาแปป"แยมผละจากร้านขายขนมปังปิ้งมาเกาะท้ายรถหรู ชะเง้อคอมองหาเจ้าของรถภายในตึกแพทย์ ตึกนี้ค่อนข้างปิดมิดชิด มองจากภายนอกจะเห็นกระจกล้อมรอบ ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าหมอภูอยู่ตรงไหน"คุณหมอมาทำอะไรนะ"พอดีมีคนเดินออกมาจากตึก แยมไม่รอช้าปรี่เข้าไปถาม"ขอโทษนะ ขอถามอะไรนิดหนึ่งนะคะ"นักศึกษาผู้ชายตัวสูงทรงหมอในอนาคตขยับแว่นตารอฟังคำถามอย่างตั้งใจ"คุณหมอที่ชื่อภูทัชชัยมาทำอะไรที่นี่เหรอ""มาเป็นวิทยากรคู่กับหมอปกรณ์ในห้องประชุมครับ"อ๋อ! ที่แท้ก็มีการอบรมภายใน"ขอบคุณนะ""เอ่อ ถามอะไรอีกไหม ชื่อผมไหม""ไม่ล่ะ อยากรู้แค่เรื่องนั้น"แยมเดินกลับมาร้านขนมปังปิ้ง คอยมองไปยังตึกคณะแพทย์ตลอดเผื่อจะมีคนออกมาจากตึก เฝ้ารอจนได้ขนมปังก็ไม่มีคนออกมาจึงตัดใจเดินกลับตึกคณะนิเทศน์ศาสตร์มีดวงตาคมคู่หนึ่งมองผ่านกระจกห้องประชุมไปยังด้านล่าง ตอนนี้ถึงคิวของปกรณ์กำลังพูดคุยกับน้องๆ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่หนึ่งถึงปีที่สาม ตัวเขาเลยมีเวลามานั่งเล่นรอตรงโซฟารับรองครั้นถึงคิวของเขาออกไปยืนตรงหน้าทุกคนพร้อมไมโครโฟน เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจนต้องเฝ้ารอให้เสียงนั้นเงียบ
ภูทัชชัยนัดแนะกับอาทิตย์มาวิ่งที่สวนสาธารณะ ตามแบบฉบับดื่มเหล้าทำลายสุขภาพแล้วก็ต้องกลับมาดูแลสุขภาพด้วย เสียดายที่ปกรณ์ไม่มาเพราะคนนั้นติดตรวจที่คลินิกวิ่งมาถึงจุดเต้นแอโรบิค จุดนี้เป็นที่นิยมมากกว่าเส้นทางวิ่ง ดาราเซเลปมาเต้นทำคอนเท้นต์กันมากมายหนึ่งในนั้นคือผู้หญิงสวมใส่ชุดนักศึกษาที่เพิ่งไปนอนทำฟันมา เจอะเจอแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยืนมองภูทัชชัยในชุดวิ่งสบายๆ เสือยืดสีดำกับกางเกงขาสั้น สวมใส่รองเท้าผ้าใบราคาแพง ถุงเท้าสูงขึ้นมาถึงครึ่งหน้าแข้ง อาทิตย์อยู่ในลักษณะไม่ต่างกัน ความหล่อสะดุดตาก็ด้วยที่ดึงความสนใจผู้คนไม่น้อย"กูว่าเจอบ่อยแบบนี้ น้องเขาเป็นสต็อกเกอร์หรือเปล่า""บังเอิญมั้ง วันนี้ก็เจอตอนทำฟันไปแล้ว"แถมตอนนั้นยังทำท่าหงอยเหงา เขาคิดว่าอาจจะเจ็บปากอยู่เลยช่วยดูแผลร้อนในให้ ปรากฏว่าก็ไม่มีแผลอะไร แถมยังมีแรงมาเต้นควงเอวจนผู้ชายรอบๆ ปรบมือเชียร์ เหตุการณ์คุ้นๆ คล้ายกับเมื่อคืนเป๊ะยืนอยู่ไม่นานโดยไม่รู้ว่าคิ้วกระตุกไปกี่รอบ เขาตัดสินใจวิ่งไปต่อเพราะยังต้องเก็บเวลาในการวิ่งอีกเยอะ ส่วนคนนั้นก็วางเอาไว้ตรงนั้นนั่นแหละเต้นจนเหงื่อออกเต็มใบหน้า รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยก็ก้มหยิบกระเป







