Masuk
บทนำ
เพล้ง!!! ตึก! ตึก! ตึก!
“ลากตัวนางออกมา เปิ่นไท่จื่อจะตัดหัวนางด้วมมือนี้เอง!!”
เสียงฝีเท้าคนนับสิบบุกเข้าเรือนหลังของจวนโหวอย่างอุกอาจ นั่นก็เพื่อจับตัวสตรีผู้มีจิตใจโหดเหี้ยม ทำร้ายและสังหารสตรีบริสุทธิ์ไปมากมาย เพียงเพราะสตรีเหล่านั้นเข้ามายุ่งองค์รัชทายาทไป๋เฉิงเว่ย
“ไท่จื่อตามหาหม่อมฉันหรือเพคะ”
หญิงสาวใบหน้างามพริ้งแต่แฝงด้วยความหยิ่งผยองเดินออกมาจากเรือนโดยที่พวกเขาไม่ต้องบุกเข้าไปจับด้วยตัวเอง
“จ้าวซิ่วเหริน เจ้าคุกเข่าเสีย!” รัชทายาทเดินเข้าไปหาหญิงสาวโดนวางดาบพาดลำคอหญิงสาวไว้
“เหตุใดหม่อมฉันต้องคุกเข่า รัชทายาทพาทหารบุกเข้าเรือนหม่อมฉันยามวิกาลเช่นนี้ คนนอกรู้เข้าคงได้เอาไปพูดจนหม่อมฉันเสียหาย หรือเป็นเพราะรัชทายาทจะใช้แผนนี้พาหม่อมฉันเข้าตำหนักพระองค์หรือเพคะ”
หญิงสาวช้อนตามองชายหนุ่มอย่างมีจริต แต่เขาไม่ได้มีท่าทีหวั่นไหวกับคำพูดนั้นเลย กลับกันแววตาเขาดูแข็งกร้าวขึ้นด้วยซ้ำ
“หุบปากเจ้าเสีย! ข้ามาวันนี้ก็เพื่อลงทัณฑ์เจ้า เจ้าทำเรื่องเลวร้ายไว้มากมาย ทำร้ายสตรีบริสุทธิ์ไปนับสิบ ไม่พอตอนนี้เจ้ายังจ้างนักฆ่าไปสังหารน้องสาวตัวเอง จิตใจเจ้าทำด้วยอะไร เหตุใดจึงโหดร้ายเพียงนี้!!”
รัชทายาทเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน หากไม่เพราะต้องการรู้ความจริงจากปากนาง เขาคงตัดคอนางทันทีที่หญิงสาวก้าวขาออกจากเรือนแล้ว
“หึ! ฮ่าฮ่าฮ่า!! ท่านมาหาข้า ข้าก็พอเข้าใจแล้ว ท่านคงไปช่วยนางได้ทันสินะ นางช่างโชคดีเสียจริง น้องสาวข้าน่ะ หึ”
แม้ปากจะเอ่ยชมเชย แต่แววตาของหญิงสาวไม่ได้แสดงออกเช่นนั้นเลย มันทั้งขมขื่น เจ็บแค้น เสียใจ เศร้าโศกปะปนกันไปหมด
“จ้าวซิ่วเหริน เจ้าแค้นข้าเหตุใดไม่ลงที่ข้า เจ้าทำร้ายผู้บริสุทธิ์ทำไม เพราะจิตใจเจ้าโหดร้ายเช่นนี้ ข้าจึงไม่อาจทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับเจ้าได้!”
“เช่นนั้นหรือเพคะ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดหม่อมฉันสินะ รัชทายาทไม่เคยผิดเลย ทั้งที่พระองค์เป็นคนผิดคำสัญญาตั้งแต่ต้น เป็นพระองค์ที่บอกว่าจะสู่ขอหม่อมฉันเป็นพระชายา เป็นพระองค์ที่บอกให้หม่อมฉันรอจนกว่าพระองค์จะได้รับความดีความชอบ แล้วจะขอสมรสพระราชทานให้เราได้แต่งงานกัน แต่พระองค์กลับทำทุกเรื่องที่หม่อมฉันเอ่ยมานี้กับน้องสาวหม่อมฉันแทน แล้วหม่อมฉันผิดหรือที่จะโกรธ จะแค้นพระองค์!!”
“....”
“ในเมื่อรัชทายาททำตามสัญญาไม่ได้ แถมยังรวมหัวกับนังหญิงแพศยานั่นหักหลังข้า ข้าจึงต้องหาทางทำลายนาง เพื่อให้พระองค์เจ็บปวดมากที่สุด แต่น่าเสียดายนักที่หม่อมฉันพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว เช่นนั้นรัชทายาทก็ตายไปพร้อมกับหม่อมฉันเถอะเพคะ”
พูดจบหญิงสาวก็ชักมีดสั้นออกมา พร้อมง้างมือหมายแทงเข้าที่ตำแหน่งหัวใจชายที่ตนรัก
ฉึก!!!!!
ดาบเล่มยาวแทงทะลุหัวใจดวงน้อย พร้อมกับร่างเล็กที่ทรุดลงกับพื้น มือบางยังกำมีดสั้นเล่มนั้นไว้แน่น ปลายด้ามมีดหันเข้าหาตัวนาง
รัชทายาทมองสตรีที่คิดทำร้ายตนเมื่อครู่ด้วยสายตารู้สึกผิด แต่มันก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น เทียบกับชีวิตคนบริสุทธิ์นับสิบแล้ว นางยังชดใช้ไม่ได้ครึ่งเลย
“เอาร่างของนางไปแห่ประจานให้ชาวบ้านประณาม พร้อมประกาศความผิดว่านางทำเรื่องเลวทรามอะไรไว้บ้าง”
หญิงสาวได้ยินเสียงนี้เป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงพร้อมลมหายใจสุดท้ายของชีวิตนี้ เสี้ยววินาทีกลับมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในภวังค์
เหตุใดนางจึงเป็นสตรีที่โง่เขลาเพียงนี้ รักบุรุษที่เขาไม่เห็นค่าตัวจนลมหายใจสุดท้าย หากชาติหน้ามีจริง หากนางยังมีโอกาสได้แก้ไข นางขอไม่รัก ไม่เชื่อใจบุรุษใดอีกเลย.....
ตอนที่ 17คงหลงตัวเองที่ยากเกินแก้“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ! ไม่ใช่อย่างที่ท่านกงกงเข้าใจนะเจ้าคะ!!”นางรีบลุก แต่ด้วยเสื้อผ้าที่ไม่เรียบร้อยเลยสะดุดล้ม นางคิดว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องเจ็บตัวแน่แล้ว แต่มีแรงกระชากจนร่างเล็กลอยไปอยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มด้านหลังแทน“ซุ่มซ่ามจริง ๆ” เสียงบ่นดังขึ้นเหนือศีรษะ นางเลยรีบผลักเขาออก ซึ่งชินอ๋องก็ยอมปล่อยนางแต่โดยดี“ทั้งหมดก็ไม่ใช่เพราะพระองค์หรือเพคะ เห็นหรือไม่ว่าท่านกงกงเข้าใจผิดหมดแล้ว” นางบ่นพลางจัดการเสื้อผ้าของตนให้เข้าที่“ที่คนของเปิ่นหวางเข้าใจน่ะถูกแล้ว มีแต่เจ้าที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรสักที” เขามองนางด้วยสายตาสื่อความนัย“มะ หม่อมฉันจะกลับจวนแล้วเพคะ” นางรู้สึกไม่ปลอดภัยกับสายตาของเขา เลยหันหลังให้เขาแทน“เช่นนั้นเปิ่นหวางจะไปส่งเจ้าเอง ไปเถอะ”ชายหนุ่มเดินนำออกไปก่อน นางเลยรีบตามหลังเขาไป เพราะกลัวว่าช้ากว่านี้จะตามไม่ทันพอนางก้าวขาออกจากห้อง ท่านกงกงที่ยืนรออยู่ก็รีบก้มหน้าทันที แต่นางทันเห็นรอยยิ้มของเขา ทำให้ใบหน้าของนางขึ้นสีอย่างเขินอาย แต่บุรุษที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดกลับเดินเชิดหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว“เอ๊ะ! ไม่ใช่ว่ากลับทางนั้นหรือเพคะ” นาง
ตอนที่ 16นางคือสตรีของข้าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น กลายเป็นข่าวลือลุกลามไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว คนต่างประณามว่านางเป็นสตรีขี้อิจฉา ทั้งที่ฝ่าบาทรับปากว่าประทานสมรสพระราชทานให้จ้าวเยว่ฉินแท้ ๆ แต่กลับคิดแย่งเอามาเป็นของตัวเองให้ได้พอราชโองการมาถึงหน้าจวน ชาวบ้านต่างพากันมามุงดูนางจนเยอะผิดปกติ ทำให้ท่านโหวมองฮูหยินใหญ่ของตนด้วยวสายตาตำหนิอย่างไม่ปิดบังจนกระทั่งการรับราชโองการเสร็จสิ้น ท่านโหวก็เรียกฮูหยินใหญ่ของตนเข้าไปต่อว่าทันที“เจ้าทำเช่นนี้อยากให้คนอื่นมองซิ่วเหรินอย่างไร! นางเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนโหว หากนางไม่สามารถแต่งงานได้ แล้วบุตรสาวเจ้าจะแต่งเป็นชายาเอกได้อย่างไร เหตุใดเจ้าถึงไม่คิดบ้าง!”ความสัมพันธ์ของทั้งสองที่ดูเย็นชาต่อกันมาพักใหญ่ พอเกิดเรื่องในวันนี้ขึ้น เลยยิ่งทำให้มันดูแย่ลง“ท่านพ่ออย่าตำหนิท่านแม่เลยขอรับ นางคงตกใจเลยไม่ทันคิดสิ่งใด ทางแก้ก็ง่ายนิดเดียว ช่วงนี้ก็ให้จ้าวซิ่วเหรินเก็บตัวอยู่ในจวนไปก่อน เมื่อข่าวลือเงียบลงแล้วค่อยหาบุรุษดี ๆ สักคนแต่งงานกับนางก็ได้”จ้าวเจิ่นหาวเอ่ยช่วยแม่เลี้ยง แต่นางกลับเห็นว่าสีหน้าท่านพ่อดูมืดครึ้มลงมากกว่าเดิมเสียอีก“เจ้าปกป้
ตอนที่ 15ชายารองรัชทายาทก็ไม่เลวกลับถึงจวนนางก็เข้านอนทันที แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกเหมือนใครนอนอยู่ด้วย มือบางลูบคลำจนแน่ใจ แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด“หากต่ำลงไปอีกนิดเปิ่นหวางไม่รับประกันความบริสุทธิ์ของคุณหนูจ้าวแล้วนะ”เพียงเท่านั้นนางก็ชักมือกลับทันที แล้วเตรียมลุกจากเตียง แต่เขากลับดึงนางเข้าไปกอดไว้แน่น“ชินอ๋องทำเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ หากคนนอกรู้เข้าหม่อมฉันจะมีชื่อเสียงอย่างไร!” นางเอ่ยเสียงเข้ม แต่เขาดูไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด“ป้ายหยกของเปิ่นหวางที่เจ้าแสดงให้ทุกคนดูก็เป็นเครื่องยืนยันแล้ว ว่าเจ้าเป็นอะไรกับเปิ่นหวางกันแน่ จะเป็นอะไรไปหากเปิ่นหวางจะมาพบเจ้าเพราะคิดถึง ไม่ได้หรือ”คำตอบของเขาทำเอานางไปต่อไม่เป็น หากตอนนี้ในห้องสว่างสักนิดเขาคงเห็นว่าใบหน้าของนางแดงเพียงใด“สตรีผู้นั้นคือคนที่ไทเฮาเลือกไว้ให้แต่งเข้าตำหนักพระองค์นี่ หม่อมฉันได้ยินข่าวลือเรื่องนี้....”“นางก็แค่หนึ่งในตัวเลือกสตรีที่ไทเฮาคัดไว้เท่านั้น ไม่ได้แปลว่าเปิ่นหวางจะได้แต่งกับนางเสียหน่อย นอนเถอะ เปิ่นหวางยังต้องตื่นแต่เช้าไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทอีก”“แล้วมันเกี่ยวอะไร....”“หากไม่นอนเปิ่นหวางจะชวนทำอย่างอื่
ตอนที่ 14สมรสพระราชทานจ้าวซิ่วเหรินเริ่มเก็บตัวอยู่แต่ในจวน แต่ไม่ได้อยู่ที่เรือนตัวเอง ส่วนมากตอนกลางวันจะไปอยู่ที่ห้องหนังสือบิดา เพราะต้องการหลีกหนีชินอ๋องที่ชอบแอบเข้ามาหานางในเรือนสาเหตุนั้นมาจากเจตนาที่เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชื่นชอบนางในเชิงชู้สาวตอนนี้ภัยแล้งเริ่มคลี่คลายไปมากแล้ว ผู้อพยพบางส่วนก็เริ่มเดินทางกลับถิ่นฐานตัวเอง แต่รัชทายาทกับน้องสาวของนางก็ยังออกไปที่ค่ายอพยพทุกวันชาวบ้านต่างสรรเสริญทั้งสองว่าเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขา และกล่าวชมว่าทั้งคู่เหมาะสมกันมาก จนบางคนพาลมาที่นางอย่างไร้เหตุผลบางคนก็ยกนางขึ้นมาเปรียบเปรยกับจ้าวเยว่ฉิน โดยเฉพาะสหายของน้องสาวนางจนวันเวลาผ่านไปร่วมเดือน ฝนแรกตกมาแล้ว และในหลายพื้นที่ก็มีรายงานว่าชาวบ้านเริ่มออกไปเตรียมการเพาะปลูก บางพื้นที่เริ่มมีต้นอ่อนงอกออกจากดินแล้วในวังหลวงเลยแจ้งข่าวเรื่องจัดงานเลี้ยงเพื่อขอบคุณเหล่าขุนนางทุกฝ่าย นางเลยได้มานั่งอยู่ในงานเลี้ยงในวันนี้“นั่นใช่คุณหนูตระกูลจ้าวหรือไม่ เห็นว่าคุณหนูรองจ้าวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้เลยนี่”“คนน้องน่ะดี คนพี่นี่สิใช้ไม่ได้! คนเขาเดือดร้อนกัน
ตอนที่ 13พี่ชายที่เหมือนมีอะไรในกอไผ่3 เดือนผ่านไปจ้าวเจิ่นหาวพี่ชายของนางกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว ทำให้วันนี้ในจวนจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เพื่อต้อนรับเขาเขาเป็นบุรุษรูปงามอย่างที่จ้าวเยว่ฉินเคยคาดเดากับนาง เพียงแต่บรรยากาศระหว่างเขากับทุกคนดูอึดอัดอย่างประหลาด“ได้ยินว่าน้องซิ่วเหรินกลับมาที่จวนหลายเดือนแล้ว ตอนนี้เจ้าคงพอจะคุ้นเคยกับเมืองหลวงบ้างแล้วสินะ” ผู้เป็นพี่ชายเหมือนหาเรื่องคุยกับนาง“เจ้าค่ะ แต่ก็มีบางเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ แต่ได้หลัวอี้ช่วยแนะนำก็ช่วยได้มากเจ้าค่ะ” นางตอบตามมารยาท“กลับมาคราวนี้ดูท่าแล้ว ฝ่าบาทคงให้เจ้าอยู่ที่เมืองหลวงอีกนาน อย่างไรเจ้าก็ระวังกิริยาด้วย จะพูดจะทำอะไรก็คิดก่อนเสมอ เพราะเจ้าคือหน้าตาของตระกูลจ้าวของเรา”ผู้เป็นบิดาดูมีท่าทีจริงจังกว่าทุกวัน ทำให้บรรยากาศในงานเริ่มอึมครึม จนกระทั่งพ่อบ้านเข้ามารายงาน“รัชทายาทเสด็จมาพะย่ะค่ะ”“รีบเชิญเข้ามาเร็ว ซิ่วเหรินเจ้าออกไปรับรัชทายาทที” ท่านโหวหันมาเอ่ยกับนางที่นั่งอยู่ ทำให้จ้าวเยว่ฉินหน้าเจื่อนลงทันที“น้องรองเจ้าไปเป็นเพื่อนพี่สาวหน่อย เร็วเข้า! ให้รัชทายาทรอนานไม่ดีนะ” นางรีบเข้าไปลากจ้าวเยว่ฉินออกไปอย
ตอนที่ 12เรื่องที่ไม่อาจให้คนนอกรู้ได้“เจ้าว่าอย่างไรนะ!!” เมื่อทุกคนได้ฟังก็อุทานประโยคเดียวกัน“ชินอ๋องซื้อของข้าไปหมดแล้ว แต่ให้ข้า....” นางจะเอ่ยอีกครั้งแค่ท่านโหวยกมือห้ามไว้ก่อน“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หากพูดมั่วไปเดี๋ยวตระกูลจ้าวจะเดือดร้อนได้ อีกอย่างเรื่องนี้ไม่ควรเอ่ยออกมาด้วยซ้ำ”ท่านโหวเอ่ยอย่างหนักใจ พร้อมมองบุตรสาวคนโตอย่างท้อแท้ พวกเขาต้องมารับรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้เข้าให้แล้ว“ก็พวกท่านบังคับให้ข้าพูด หากข้าไม่บอกความจริง แล้วเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรได้อีก สินค้าที่ข้าต้องทยอยเอาออกมาขายก็เพราะชินอ๋องสั่งไว้ หากสินค้าเป็นของข้าจริงมีหรือที่จะไม่อยากขายให้ชาวบ้านที่กำลังทุกข์ยากน่ะเจ้าค่ะ”นางเอ่ยประโยคเดียวสามารถลบล้างมลทินที่แม่เลี้ยงพูดใส่ไฟได้ทั้งหมด ทำเอาฮูหยินใหญ่ได้แต่กำมือแน่นอย่างเจ็บใจ“เช่นนั้นเงินที่ชินอ๋องซื้อของไปก็ต้องอยู่ที่คุณหนูใหญ่สิเจ้าคะ ท่านสามารถบริจาคเป็นเงินได้นะเจ้าคะ จวนอื่นก็ทำเช่นนี้กัน” ฮูหยินใหญ่เอ่ยอย่างจับผิด พร้อมเสนอทางที่จะให้นางเอาเงินออกมาให้ได้“เปล่าเจ้าค่ะ ชินอ๋องบอกว่าจะให้หลังภัยแล้งจบลง ตอนนี้ข้าได้แต่ถือสัญญาที่ลงนามร่วมกันเท่านั้







