Share

จัดการเรื่องที่ดิน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-07 10:05:12

“เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”

นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจัง

ส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง

“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”

“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”

“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”

เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว

“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”

“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”

จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องทนลำบากอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆ เช่นนี้อีกต่อไป

“พ่อว่ามันดูสิ้นเปลืองเกินไปนะ อีกอย่างบ้านเราที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว น่าจะไม่จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่หรอกนะลูก”

จ้าวเหยียนเอ่ยถึงความคิดที่เขากำลังคิดอยู่ในตอนนี้ให้กับบุตรสาวได้รับรู้ หลังจากที่จ้าวโม่ได้ยินแบบนั้นเด็กสาวจึงได้เผยรอยยิ้มสดใสออกมาแล้วเอ่ยบอกกับผู้เป็นบิดาทันที

“ท่านพ่อกลัวว่าเงินของพวกเราจะหมดไปกับการสร้างบ้านใช่หรือไม่เจ้าคะ ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงไปข้ารับปากท่านว่าจะหาเงินเข้าบ้านให้ได้วันละหลายตำลึงทองให้ได้เจ้าค่ะ”

“ส่วนเรื่องบ้านที่ข้าต้องการสร้างใหม่ล้วนเป็นเพราะว่าในตอนนี้พวกพี่ใหญ่ก็กลายเป็นบุรุษรูปงามกันหมดแล้ว”

“ถ้าเกิดวันหนึ่งพวกเขาตบแต่งพี่สะใภ้ของข้า แล้วจะให้พวกพี่สะใภ้ของข้าอยู่ที่ใดกันเล่าเจ้าคะ”

“อีกอย่างข้าเองก็โตแล้วควรจะแยกห้องนอนกับท่านพ่อท่านแม่ได้แล้ว ดังนั้นข้าจึงคิดว่าในตอนนี้เราควรจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้แล้วเสร็จก่อนเป็นเรื่องแรกเจ้าค่ะ”

“อืม ข้าเองก็เห็นด้วยกับเหตุผลของโม่เอ๋อร์นะอาเหยียน เพราะว่าในตอนนี้บ้านของเราก็เริ่มพังแล้วควรถึงเวลาต้องสร้างใหม่เสียที”

จ้าวเหว่ยเอ่ยสำทับคำพูดของหลานสาวอย่างเห็นด้วย เพราะเขาเองก็คิดและเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด

“เช่นนั้นก็เอาตามที่โม่เอ๋อร์พูดมาก็ได้ขอรับ เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ท่านพ่อกับโม่เอ๋อร์ก็ไปหาท่านหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอซื้อขายที่ดิน ส่วนพวกข้าจะขึ้นเขาล่าสัตว์เพิ่ม”

ในที่สุดจ้าวเหยียนก็ยอมเห็นด้วยกับความคิดของบุตรสาวหลังจากที่คิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้วและเห็นว่าเป็นจริงตามที่บุตรสาวเอ่ยมาจริง ๆ

“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ค่อยพูดคุยกันอีกครั้งก็ไม่สาย”

ชายชราเอ่ยจบการประชุมในค่ำคืนนี้เพื่อให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันเสีย

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

สมาชิกทั้งห้าคนเองก็เอ่ยรับคำของชายชราอย่างว่าง่ายก่อนจะลุกพากันเดินกลับเข้าห้องนอนของตนเองในทันที

ด้านจ้าวโม่เองก็เดินกลับห้องนอนไปพร้อมกับบิดมารดาเพื่อเข้านอนเช่นเดียวกัน โดยบ้านของนางที่กำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้มีเพียงสามห้องนอนเท่านั้น

ห้องแรกเป็นของท่านตาที่นอนคนเดียว ส่วนห้องที่สองเป็นห้องของนางกับบิดามารดา และห้องสุดท้ายเป็นห้องนอนของพี่ชายทั้งสอง

ในครั้งแรกที่นางมาอยู่ในร่างนี้ก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่ต้องนอนร่วมห้องกับท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าของร่าง

แต่เมื่อรู้เหตุผลนางจึงต้องจำใจนอนไปเช่นนั้นโดยที่นางได้ตั้งใจเอาไว้ว่าถ้ามีเงินสิ่งแรกที่นางจะทำเลยก็คือการสร้างบ้านใหม่ให้กับตนเองเสีย

ดังนั้นเมื่อนางมีเงินแล้วจึงได้เอ่ยถึงเรื่องการสร้างบ้านเป็นเรื่องแรกตามที่เอ่ยไปเมื่อครู่นั่นเอง

ในค่ำคืนนี้ครอบครัวของจ้าวโม่ต่างก็นอนหลับไปพร้อมกับความสุข พร้อมกับความฝันที่อยากจะมีบ้านใหม่เป็นของตนเองเสียที

รุ่งเช้าวันต่อมาหลังจากที่สมาชิกบ้านจ้าวทุกคนทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย จ้าวเหยียนกับบุตรชายทั้งสองก็พากันขึ้นเขาล่าสัตว์ตามปกติ

นางฟานซื่อหลังจากที่ไม่ได้ไปทำงานบ้านใหญ่อีกแล้วก็มีเวลาปัดกวาดบ้านเรือนของตนเอง

ส่วนจ้าวโม่กับผู้เป็นตาเองก็ได้เดินทางไปยังบ้านของกู้เชาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อติดต่อซื้อที่ดินผืนใหม่ในทันที

ซึ่งในระหว่างทางที่สองตาหลานเดินไปนั้น เด็กสาวก็ได้เอ่ยถามความคิดเห็นของชายชราขึ้นมาเพื่อคร่าเวลา

“ท่านตามีที่ดินที่สนใจอยู่หรือไม่เจ้าคะ”

“ที่ดินที่สนใจรึ? มีสิเพียงแต่ตาคิดว่าคงไม่มีปัญญาซื้อที่ดินเพิ่มได้จึงไม่ได้สนใจแล้ว”

จ้าวเหว่ยทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพักหลังจากได้ยินคำถามจากเด็กสาว จนเมื่อเขาคิดออกมาได้แล้วถึงได้เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองเล็กน้อย

“เป็นที่ดินตรงไหนหรือเจ้าคะที่ท่านตาสนใจ”

เมื่อจ้าวโม่ได้ยินว่ามีที่ดินที่ชายชราสนใจก็รีบเอ่ยถามขึ้นด้วยความสนใจ

“เป็นที่ดินผืนใหญ่ตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้านของเรานั่นแหละ ตาคิดว่ามันเป็นที่ดินที่ดีมากเลยละ แต่ไม่รู้ว่าราคาจะสูงแค่ไหน”

จ้าวโม่เริ่มคิดภาพที่ดินตรงที่ผู้เป็นตาเอ่ยบอกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนึกออกว่ามันเป็นที่ดินที่ดีตามที่ชายชราเอ่ยบอกจริง ๆ

เพราะที่ดินว่างตรงหน้าหมู่บ้านนั้นเป็นที่ดินที่ทำเลดีมาก เป็นที่ดินที่ทอดยาวไปจนถึงลำธารที่ไหลผ่านลงมาจากภูเขาลูกข้าง ๆ

รอบ ๆ ที่ดินเองก็ยังไร้บ้านของผู้คน เหมาะกับการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามนิสัยรักสงบของนางเป็นอย่างมาก

“ข้าก็คิดว่าดีเหมือนที่ท่านตาพูดมาเช่นกันเจ้าค่ะ”

แต่เจ้าโม่ไม่ได้เอ่ยบอกกับผู้เป็นตาว่านางต้องการที่จะซื้อที่ดินผืนนี้หรือไม่ เด็กสาวทำเพียงแค่เอ่ยเห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่ายเท่านั้น

ก่อนที่บทสนทนาของคนทั้งสองจะจบลงเพราะว่าพวกเขาได้พากันเดินไปจนถึงหน้าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านกู้พอดี

“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านอยู่หรือไม่?”

จ้าวเหว่ยเป็นคนเอ่ยเรียกเจ้าของบ้านขึ้นหลังจากที่เขากับหลานสาวได้เดินมาหยุดลงตรงทางเข้าบ้านแล้ว

รอไม่นานร่างของกู้เชาก็เดินเปิดประตูบ้านออกมาเพื่อดูว่าเป็นใครที่มาหาตนถึงบ้านเช่นนี้ จนเขาเห็นว่าเป็นสองตาหลานบ้านจ้าวถึงได้เอ่ยทักทายตอบอีกฝ่าย

“อ้าวท่านอาจ้าว โม่เอ๋อร์ มาหาข้าถึงบ้านเช่นนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเช่นนั้นหรือ?”

คำทักทายถามไถ่จากกู้เชาทำเอาสองตาหลานบ้านจ้าวถึงกับใบหน้าหดลงเล็กน้อยอย่างละอายใจ

เพราะทุกครั้งที่พวกเขาพบกันก็มักจะเป็นตอนที่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะทักทายพวกเขาเช่นนี้

“คารวะหัวหน้าหมู่บ้านเจ้าค่ะ ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกเจ้าค่ะ เพียงแค่วันนี้ข้ากับท่านตาจะมาติดต่อขอซื้อที่ดินใหม่กับท่านหัวหน้าเพียงเท่านั้น”

“โอ้ว! ว่าอย่างไรนะ?”

กู้เชาที่ได้ยินคำบอกเล่าจากเด็กสาวว่าพวกเขาต้องการมาซื้อที่ดินผืนใหม่ก็รู้สึกตกใจระคนแปลกใจเป็นอย่างมาก จนเขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามทั้งสองขึ้นมาอีกครั้ง

“ข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินตามที่โม่เอ๋อร์เอ่ยมาเมื่อครู่นั่นแหละ”

จ้าวเหว่ยเป็นคนเอ่ยยืนยันคำพูดของหลานสาวขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเขารู้ดีว่าเพราะอะไรอีกฝ่ายจึงได้มีท่าทางเช่นนั้น

“ข้าถามได้หรือไม่ว่าพวกท่านได้เงินมาจากไหนมาซื้อกัน”

คำถามที่ดูเสียมารยาทในความคิดของจ้าวโม่ที่ชายสูงวัยตรงหน้าเอ่ยถามพวกนางขึ้นมาทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กสาวบึ้งตึงขึ้นมาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

ยังดีที่จ้าวเหว่ยนั้นรีบจับต้นแขนของหลานสาวเอาไว้อย่างห้ามปรามได้ทัน พร้อมกันนั้นก็เอ่ยบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของเงินที่จะนำมาซื้อที่ดินในครั้งนี้ให้อีกฝ่ายได้รู้

“เป็นข้าที่พบสมุนไพรบางอย่างเข้าแล้วขายได้เงินมาจำนวนหนึ่ง พวกข้าจึงตกลงกันว่าจะนำเงินนั้นมาซื้อที่ดินผืนใหม่”

“อ้อเป็นเช่นนี้เอง โม่เอ๋อร์ที่ข้าต้องถามเช่นนั้นเพราะมันคือหน้าที่ของหัวหน้าหมู่บ้านที่ต้องรู้ก่อนว่าเงินที่นำมาซื้อไม่ใช่เงินที่ไม่ดี”

“ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยถ้าหากว่าคำถามของข้าทำให้เจ้ารู้สึกไม่พอใจ”

หลังจากที่กู้เชาได้รู้ที่มาที่ไปของเงินแล้วเขาจึงได้หันไปเอ่ยอธิบายให้เด็กสาวตรงหน้าที่กำลังทำสีหน้าไม่พอใจเขาได้เข้าใจว่ามันมีเหตุผลของมันอยู่

==========================================================================================

ยัยน้องจะซื้อที่ดินใหม่แล้ว ได้กลิ่นความรวยมาแต่ไกลเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ที่ดินแปลงที่ดีที่สุด

    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีความจำเป็น อย่างไรพวกเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วถึงทำให้จ้าวโม่เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองกับท่านตามาที่บ้านของอีกฝ่ายในวันนี้ทันที“ได้สิ ท่านน้าจ้าวเหว่ยเชิญนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบแผนภาพที่ดินของหมู่บ้านออกมาให้ท่านได้ลองเลือกดู”“ได้ ๆ”หลังจากที่ชายชราเอ่ยตอบรับคำของเขาแล้ว กู้เชาจึงได้เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษที่ด้านในเป็นแผนภาพของที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านและตามหลังของเขาออกมาก็คือกู้เป้ยเป้ยที่ทำหน้าที่เอาน้ำออกมาต้อนรับแขกของบ้าน“น้ำเจ้าค่ะ”“ขอบใจมากนะเป้ยเอ๋อร์”จ้าวเหว่ยเอ่ยขอบใจเด็กสาวที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้านด้วยความเอ็นดู กู้เป้ยเป้ยยิ้มรับด้วยความดีใจก่อนที่เด็กสาวจะผละตัวออกไป“นี่คือที่ดินที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดภายในหมู่บ้าน ท่านอาจ้าวลองเลือกดูก่อนว่าถูกใจที่ดินแปลงไหน แล้วเดี๋ยวข้าจะได้แจ้งราคาของที่ดินแปลงนั้น ๆ ให้ท่าน”กู้เชากางม้วนกระดาษลงตรงหน้าของสองตาหลานบ้

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   จัดการเรื่องที่ดิน

    “เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องท

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เงินที่ขายสมุนไพรได้

    ตลอดเวลาที่สองตาหลานบ้านจ้าวนั่งวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นที่สนใจจากชาวบ้านที่นั่งอยู่บนเกวียนด้วยโดยเฉพาะสองแม่ลูกบ้านจ้าวสายหลัก ที่คอยมองข้าวของที่นางกับชายชราถือกันขึ้นเกวียนไปนั้นจนถึงลงจากเกวียนดวงตาของสองแม่ลูกก็ยังคงมองตามอย่างไม่วางตาซึ่งจ้าวโม่ก็ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วพยายามเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตนกับผู้เป็นตาด้วยความรวดเร็ว กว่าที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางจะกลับถึงบ้านของตนเองก็เป็นเวลาต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) แล้วดังนั้นในตอนที่ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านสมาชิกคนอื่น ๆ จึงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าแล้วนั่นเองเมื่อคนสกุลจ้าวทั้งสี่เห็นว่าสองตาหลานได้เดินทางกลับมาพร้อมกับมือที่ถือข้าวของมากมายก็รีบพากันเดินออกไปรับทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันถือของช่วยเด็กสาวกับชายชราแล้วพากันเดินกลับเข้าบ้านไป ถึงแม้ว่าภายในใจของทุกคนจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ก็ยังอดทนรอที่จะเอ่ยถามออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่จ้าวโม่กลับมาถึงบ้านแล้วนั้นเด็กสาวก็รีบปลีกตัวเข้าครัวไปช่วยมารดาหุงหาอาหารในทันทีทิ้งให้ชายชรารับหน้าที่ตอบคำถามของผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองของตนอย

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ได้เวลาใช้เงินแล้วเจ้าค่ะ

    “ถ้าท่านตาคิดเช่นนี้จริงก็ต้องไม่เอ่ยว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นของข้านะเจ้าคะ แต่มันคือเงินของบ้านเราเจ้าค่ะท่านตา พวกเราทุกคนสามารถใช้มันได้”จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่ได้มานั้นเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีก“ตาเข้าใจแล้ว เป็นตาที่เลอะเลือนไป เจ้าอย่าโกรธตาเลยนะโม่เอ๋อร์”จ้าวเหว่ยรีบเอ่ยยอมรับผิดและยังเอ่ยงอนง้อหลานสาวที่น่ารักของตนเองอย่างไม่คิดจะอายต่อสายตาผู้คนแม้แต่น้อย“หลานหรือจะโกรธท่านตา หลานก็เพียงแค่น้อยใจเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อพวกเราพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หลานก็ไม่ติดใจเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปหาซื้อข้าวของกลับบ้านกันดีกว่านะเจ้าคะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราอีกครั้ง จากนั้นเด็กสาวจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้รีบไปหาซื้อข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้วซึ่งชายชราก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำแล้วรีบออกเดินไปตามถนนที่มีจุดหมายคือตลาดกลางเมืองที่เป็นที่สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของต่าง ๆจ้าวโม่กับท่านตาของนางพากันเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เด็กสาวเองก็กำลังคิดไปด้วยว่าตนเองจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกจนในที่สุดนางก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   พวกเราร่ำรวยแล้วเจ้าค่ะ

    “ว่าอย่างไร หรือว่าราคามันยังต่ำไปเช่นนั้นข้าเพิ่มให้เป็นหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”เมื่อเสิ่นหลางเห็นว่าสองตาหลานเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมเอ่ยตอบตนเองก็รู้สึกเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจกับราคาที่ตนเองเสนอให้เมื่อสักครู่นี้ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มราคาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพิ่มอีกสิบตำลึงทองเพื่อให้อีกฝ่ายตกลงขายเห็นหลินจือแดงทั้งหมดให้กับเขาเสียเพราะเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริง ๆ ด้วยเขาสามารถนำมันไปเพิ่มราคากับคนที่จะมาซื้อกับเขาได้อีกมากนั่นเอง“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับท่านตาตกลงขายเห็ดหลินจือทั้งหมดให้กับเถ้าแก่เสิ่นในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”เป็นจ้าวโม่ที่เอ่ยตกปากรับคำตอบรับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาให้ เพราะนางเห็นว่าในตอนนี้ท่านตาของนางนั้นได้สติหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคำตอบของเด็กสาวก็สร้างความดีใจให้กับเสิ่นหลางเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขามีสมุนไพรที่บุคคลสำคัญต้องการมากที่สุดมาอยู่ในมือของเขาแล้วในตอนนี้“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อยสิ”เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยเรียกเด็กในร้านเพื่อต้องการ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เข้าเมืองขายสมุนไพร

    “ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทนผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะจากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status