LOGIN“ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”
จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”
จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง
“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”
เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทน
ผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะ
จากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อ
ตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางหลักของชาวเมืองหานแห่งนี้ใช้กัน
เดินไปได้สักพักชายชราก็พาจ้าวโม่ไปหยุดลงตรงหน้าร้านขายสมุนไพรแห่งหนึ่งที่มีขนาดร้านปานกลางค่อนไปทางใหญ่ และมีผู้คนกำลังยืนรอซื้อของอยู่พอสมควร
“ร้านนี้หรือเจ้าค่ะที่ท่านตาเคยทำงานเมื่อก่อน?”
จ้าวโม่เอ่ยถามชายชราขึ้นหลังจากที่นางแน่ใจแล้วว่าคงจะเป็นร้านขายสมุนไพรแห่งนี้แน่นอนที่ท่านตาของนางเคยทำงานด้วย
“ไม่ใช่หรอก ร้านที่ตาเคยทำงานคือร้านฝั่งตรงข้ามนั่นต่างหาก ส่วนร้านนี้ตาแค่สนิทกับหลงจู๊ของร้าน”
คำตอบของผู้เป็นตาทำให้จ้าวโม่รู้สึกสับสนไม่น้อย เพราะนางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดท่านตาของนางจึงไม่นำสมุนไพรไปขายให้กับร้านขายสมุนไพรที่ตนเองเคยทำงานด้วย จนคำพูดต่อมาของอีกฝ่ายที่ทำให้เด็กสาวเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที
“เจ้าคงสงสัยละสิท่าว่าเพราะอะไรทำไมตาถึงไม่นำสมุนไพรของพวกเราไปขายที่ร้านฝั่งนั้นแต่เลือกมาขายให้กับร้านแห่งนี้แทน”
“นั่นก็เพราะว่าร้านที่ตาเคยทำงานมาก่อนนั้นค่อนข้างเห็นแก่ตัว ชอบกดราคาสมุนไพรที่พวกชาวบ้านนำมาขายให้ เถ้าแก่ร้านเองก็เป็นคนไร้ศีลธรรม ดังนั้นตาจึงไม่คิดจะพาเจ้าไปขายสมุนไพรที่นั่นอย่างไรเล่า”
“แล้วร้านนี้ดีกว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ ท่านตาถึงได้เลือกขายให้กับร้านนี้แทนที่จะเป็นร้านอื่น ๆ ที่มีอยู่ไม่น้อย”
จ้าวโม่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามถึงสาเหตุของการตัดสินใจของชายชรา ด้วยถึงแม้ว่าร้านก่อนจะไม่ดี แต่ก็ยังมีร้านขายสมุนไพรร้านอื่นอยู่อีกตั้งมากให้ท่านตาของนางเลือก แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะนำมันมาขายให้กับร้านแห่งนี้แทน
“นั่นก็เป็นเพราะว่าเถ้าแก่ร้านของที่นี่ให้ราคาที่ยุติธรรมกับพวกชาวบ้านที่นำสมุนไพรมาขายกับทางร้านโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นอย่างไรเล่า”
“ที่ร้านแห่งนี้ตีราคาของสินค้าอย่างยุติธรรม ไม่เอาเปรียบคนขายและยังคอยช่วยเหลือพวกชาวบ้านที่เดือดร้อนอยู่ตลอด ตาจึงได้เลือกร้านแห่งนี้แทน”
จ้าวเหว่ยเอ่ยบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวและประวัติของร้านขายสมุนไพรตรงหน้าให้กับหลานสาวของเขาได้รับฟังและรับรู้เอาไว้ไปตามความจริง
จ้าวโม่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับเพื่อแสดงความเห็นด้วยกับคำพูดของชายชรา จากนั้นสองตาหลานสกุลจ้าวจึงได้เดินเข้าไปด้านในร้านรับซื้อและขายสมุนไพรตรงหน้าในทันที
“อ้าวอาเหว่ยวันนี้มีสมุนไพรมาขายให้กับร้านของข้าเช่นนั้นรึ?”
ทันทีที่ชายชราที่ทำหน้าที่จ่ายสมุนไพรเห็นหน้าของจ้าวเหว่ยเขาก็เอ่ยทักทายอีกฝ่ายอย่างสนิทสนมขึ้นมา
“ขอรับพี่ฮ่าว วันนี้ข้ามีสมุนไพรบางอย่างมาขายให้กับร้านของท่านจริง”
จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบรับคำของสหายรุ่นพี่ที่นับถืออย่างเป็นกันเองเช่นเดียวกัน
“โอ้ว แล้วนั่นใครกันรึ? หรือว่าจะเป็นโม่เอ๋อร์ที่เจ้าเอ่ยถึงบ่อยๆ กันเล่า”
ฮ่าวเอ้อ ชายวัย 63 ปีเอ่ยถามรุ่นน้องตรงหน้าเมื่อสังเกตเห็นว่าข้างกายของสหายรุ่นน้องยังมีเด็กสาวติดตามมาด้วย
“ใช่แล้วขอรับนี่จ้าวโม่หลานสาวคนเล็กของข้างเอง โม่เอ๋อร์รีบทักทายท่านตาฮ่าวสิ”
จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบคำถามจากหลงจู๊ของร้านอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหันมาเอ่ยกับหลานสาวให้ทักทายชายชราตรงหน้า
“คารวะท่านตาฮ่าวเจ้าค่ะ”
“ตามสบายเถิดโม่เอ๋อร์ ไป ๆ เข้าไปด้านในห้องรับซื้อได้แล้ว เดี๋ยวข้าจะไปตามผู้อาวุโสเสิ่นให้ไปตีราคาสมุนไพรของพวกเจ้าให้”
หลังจากที่เด็กสาวเอ่ยทักทายจบชายชราก็ยิ้มรับอย่างใจดี จากนั้นฮ่าวเอ้อจึงได้หันกลับไปเอ่ยขึ้นอีกครั้งกับผู้เป็นสหายรุ่นนี้ตรงหน้าของเขาอย่างรู้กันดี
“ขอรับ ขอบคุณพี่ฮ่าวมาก พวกเราไปกันเถิดโม่เอ๋อร์”
ทางด้านจ้าวเหว่ยเองก็เอ่ยตอบรับคำของสหายรุ่นพี่จบ แล้วหันไปเอ่ยกับหลานสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างก่อนจะพากันเดินตรงไปยังของประเมินราคาในทันทีอย่างไม่ให้เสียเวลา
เมื่อจ้าวโม่เข้าไปภายในห้องประเมินราคาก็พบเข้ากับชายราที่แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมอย่างดี มองดูก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงจะเป็นคนที่มีฐานะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“คารวะนายท่านเสิ่นขอรับ”
จ้าวเหว่ยเอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยความนอบน้อม นั่นยิ่งทำให้จ้าวโม่ที่กำลังลอบสังเกตอีกฝ่ายอยู่อย่างเงียบ ๆ มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงจะเป็นคนมีชื่อเสียงมากตามที่ตนเองคาดเดาเอาไว้อย่างแน่นอน
“อืม นั่งก่อนสิ”
เสิ่นหลาง ชายสูงวัยอายุประมาณ 55 ปีเอ่ยรับคำของลูกค้าเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเอ่ยให้คนตรงหน้าที่ดูแล้วอายุคงจะมากกว่าตนเองกับเด็กสาวนั่งลงเพื่อเริ่มตรวจดูสินค้าอย่างรวดเร็ว
“ขอรับ”
จบคำตอบรับของจ้าวเหว่ย สองตาหลานก็รีบพากันนั่งประจำที่ฝั่งตรงข้ามของอีกฝ่ายในทันที
“เอาสมุนไพรที่เจ้าต้องการจะขายออกมาให้ข้าตรวจได้เลย”
เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นว่าทั้งสองได้นั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลา
“นี่ขอรับ”
จ้าวเหว่ยเอ่ยจบก็ล้วงเข้าไปในถุงผ้าที่พกติดตัวมา ก่อนจะหยิบเอาห่อผ้าขาวด้านในออกมาวางลงตรงหน้าของเถ้าแก่ร้านตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อเสิ่นหลางเห็นดังนั้นเขาจึงได้ยื่นมืออกไปหยิบห่อผ้าสีขาวตรงหน้ามาวางลงตรงหน้าของตนเอง
ก่อนจะลงมือเปิดห่อผ้าออก จนเผยให้เห็นสมุนไพรที่อยู่ด้านใน ดวงตาเรียวเล็กของเสิ่นหลางก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
เพราะสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าในตอนนี้คือเห็ดหลินจือแดงที่หาได้ยากยิ่งนัก ทั้งยังกำลังเป็นที่ต้องการจากเหล่าชนชั้นสูงที่อยู่ในเมืองหลวง
เหล่าพ่อค้าเองก็ต่างตามหาสมุนไพรหายากตัวนี้อยู่ตลอด แต่ก็ไม่พบเจอ จนในวันนี้ที่เขาได้เห็นสองตาหลานที่แต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดานำมันมาขายให้กับร้านของเขา
“นี่มัน! เจ้าเป็นคนพบมันเช่นนั้นรึ?”
น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ และรู้สึกยินดีของชายสูงวัยตรงหน้าที่เอ่ยถามสองตาหลานออกไปอย่างใคร่รู้
“ขอรับ เมื่อวานข้ากับหลานสาวขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรแล้วบังเอิญพบมันเข้าพอดี จึงได้นำมันมาขายให้กับร้านของท่านในวันนี้”
เป็นจ้าวเหว่ยที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของเสิ่นหลางที่มีท่าทางดีอกดีใจจนปิดไม่มิด
“ดียิ่ง นี่พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเจ้าเปรียบเสมือนผู้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้เลย เพราะในตอนนี้ก็กำลังมีคนตามหาสมุนไพรตัวนี้อยู่และเขาให้ราคาที่สูงมากอีกด้วย”
“ข้าดูแล้วเห็ดหลินจือทั้งห้าดอกนี้มีอายุเกือบ ๆ 8 ปีดังนั้นราคาของมันจะสูงขึ้นไปอีก”
“ข้าจะรับซื้อดอกละห้าสิบตำลึงทอง พวกเจ้าว่าอย่างไร”
“!!!”
จ้าวเหว่ยที่ได้ยินราคารับซื้อจากเถ้าแก่ร้านก็ถึงกับนั่งนิ่งอย่างคนสติหลุดด้วยความตกใจ แม้แต่จ้าวโม่เองก็ยังรู้สึกตกใจกับราคาที่คนตรงหน้าเสนอมาให้
==========================================================================================
โอ้วสมุนไพรยัยน้องได้ราคาดีมากเลย รีบขายเร็วเข้าลูกกก
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีความจำเป็น อย่างไรพวกเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วถึงทำให้จ้าวโม่เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองกับท่านตามาที่บ้านของอีกฝ่ายในวันนี้ทันที“ได้สิ ท่านน้าจ้าวเหว่ยเชิญนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบแผนภาพที่ดินของหมู่บ้านออกมาให้ท่านได้ลองเลือกดู”“ได้ ๆ”หลังจากที่ชายชราเอ่ยตอบรับคำของเขาแล้ว กู้เชาจึงได้เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษที่ด้านในเป็นแผนภาพของที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านและตามหลังของเขาออกมาก็คือกู้เป้ยเป้ยที่ทำหน้าที่เอาน้ำออกมาต้อนรับแขกของบ้าน“น้ำเจ้าค่ะ”“ขอบใจมากนะเป้ยเอ๋อร์”จ้าวเหว่ยเอ่ยขอบใจเด็กสาวที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้านด้วยความเอ็นดู กู้เป้ยเป้ยยิ้มรับด้วยความดีใจก่อนที่เด็กสาวจะผละตัวออกไป“นี่คือที่ดินที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดภายในหมู่บ้าน ท่านอาจ้าวลองเลือกดูก่อนว่าถูกใจที่ดินแปลงไหน แล้วเดี๋ยวข้าจะได้แจ้งราคาของที่ดินแปลงนั้น ๆ ให้ท่าน”กู้เชากางม้วนกระดาษลงตรงหน้าของสองตาหลานบ้
“เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องท
ตลอดเวลาที่สองตาหลานบ้านจ้าวนั่งวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นที่สนใจจากชาวบ้านที่นั่งอยู่บนเกวียนด้วยโดยเฉพาะสองแม่ลูกบ้านจ้าวสายหลัก ที่คอยมองข้าวของที่นางกับชายชราถือกันขึ้นเกวียนไปนั้นจนถึงลงจากเกวียนดวงตาของสองแม่ลูกก็ยังคงมองตามอย่างไม่วางตาซึ่งจ้าวโม่ก็ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วพยายามเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตนกับผู้เป็นตาด้วยความรวดเร็ว กว่าที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางจะกลับถึงบ้านของตนเองก็เป็นเวลาต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) แล้วดังนั้นในตอนที่ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านสมาชิกคนอื่น ๆ จึงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าแล้วนั่นเองเมื่อคนสกุลจ้าวทั้งสี่เห็นว่าสองตาหลานได้เดินทางกลับมาพร้อมกับมือที่ถือข้าวของมากมายก็รีบพากันเดินออกไปรับทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันถือของช่วยเด็กสาวกับชายชราแล้วพากันเดินกลับเข้าบ้านไป ถึงแม้ว่าภายในใจของทุกคนจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ก็ยังอดทนรอที่จะเอ่ยถามออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่จ้าวโม่กลับมาถึงบ้านแล้วนั้นเด็กสาวก็รีบปลีกตัวเข้าครัวไปช่วยมารดาหุงหาอาหารในทันทีทิ้งให้ชายชรารับหน้าที่ตอบคำถามของผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองของตนอย
“ถ้าท่านตาคิดเช่นนี้จริงก็ต้องไม่เอ่ยว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นของข้านะเจ้าคะ แต่มันคือเงินของบ้านเราเจ้าค่ะท่านตา พวกเราทุกคนสามารถใช้มันได้”จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่ได้มานั้นเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีก“ตาเข้าใจแล้ว เป็นตาที่เลอะเลือนไป เจ้าอย่าโกรธตาเลยนะโม่เอ๋อร์”จ้าวเหว่ยรีบเอ่ยยอมรับผิดและยังเอ่ยงอนง้อหลานสาวที่น่ารักของตนเองอย่างไม่คิดจะอายต่อสายตาผู้คนแม้แต่น้อย“หลานหรือจะโกรธท่านตา หลานก็เพียงแค่น้อยใจเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อพวกเราพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หลานก็ไม่ติดใจเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปหาซื้อข้าวของกลับบ้านกันดีกว่านะเจ้าคะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราอีกครั้ง จากนั้นเด็กสาวจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้รีบไปหาซื้อข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้วซึ่งชายชราก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำแล้วรีบออกเดินไปตามถนนที่มีจุดหมายคือตลาดกลางเมืองที่เป็นที่สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของต่าง ๆจ้าวโม่กับท่านตาของนางพากันเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เด็กสาวเองก็กำลังคิดไปด้วยว่าตนเองจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกจนในที่สุดนางก
“ว่าอย่างไร หรือว่าราคามันยังต่ำไปเช่นนั้นข้าเพิ่มให้เป็นหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”เมื่อเสิ่นหลางเห็นว่าสองตาหลานเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมเอ่ยตอบตนเองก็รู้สึกเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจกับราคาที่ตนเองเสนอให้เมื่อสักครู่นี้ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มราคาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพิ่มอีกสิบตำลึงทองเพื่อให้อีกฝ่ายตกลงขายเห็นหลินจือแดงทั้งหมดให้กับเขาเสียเพราะเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริง ๆ ด้วยเขาสามารถนำมันไปเพิ่มราคากับคนที่จะมาซื้อกับเขาได้อีกมากนั่นเอง“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับท่านตาตกลงขายเห็ดหลินจือทั้งหมดให้กับเถ้าแก่เสิ่นในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”เป็นจ้าวโม่ที่เอ่ยตกปากรับคำตอบรับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาให้ เพราะนางเห็นว่าในตอนนี้ท่านตาของนางนั้นได้สติหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคำตอบของเด็กสาวก็สร้างความดีใจให้กับเสิ่นหลางเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขามีสมุนไพรที่บุคคลสำคัญต้องการมากที่สุดมาอยู่ในมือของเขาแล้วในตอนนี้“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อยสิ”เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยเรียกเด็กในร้านเพื่อต้องการ
“ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทนผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะจากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางห







