Share

ปั้มหัวใจช่วยเหลือ

last update Last Updated: 2026-03-15 13:23:48

ด้านชาวบ้านสตรีที่ออกมาซักผ้ากันอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเรื่องมากนัก พอได้ยินเสียงทะเลาะกันดังขึ้นไม่ไกลต่างก็พากันวางมือจากผ้าที่กำลังซักอยู่แล้วพากันรีบไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ซึ่งทั้งหมดไปถึงตอนที่จ้าวโม่กระโดดลงน้ำเพื่อจะไปช่วยกู้เป้ยเป้ยพอดี หนึ่งในเหล่าแม่บ้านที่พากันมาดูเหตุการณ์จึงได้ร้องถามเด็กสาวที่เหลือขึ้นด้วยความตกใจ

“ว๊ายย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน แล้วเหตุใดพวกนางถึงได้ตกลงไปในน้ำเช่นนั้นได้”

“เอ่อ...คือว่าจ้าวจื่อถงกับกู้เป้ยเป้ยพวกนางสองคนทะเลาะกันแล้วพลัดตกลงไปในน้ำเจ้าค่ะ”

จ้าวหนิงรีบเอ่ยบอกกับพวกผู้ใหญ่ที่มีแต่สตรีด้วยนำเสียงสั่น ๆ อย่างหวาดกลัว

“เช่นนั้นเจ้ารีบวิ่งไปตามคนมาช่วยพวกนางเร็วเข้า! แล้วจ้าวโม่ละนางกระโดดลงน้ำไปทำไมกัน?”

หญิงวัยกลางคนอีกนางรีบหันไปเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เหลืออยู่อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามถึงจ้าวโม่ที่พวกตนเห็นว่านางกระโดดลงน้ำแล้วจมหายไป

“ข้าคิดว่านางคงจะลงไปช่วยกู้เป้ยเป้ยที่กำลังจะจมน้ำ เพราะว่าจ้าวจื่อถงนางสามารถคว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้ทันจึงไม่เป็นอะไรมาก”

“แต่กู้เป้ยเป้ยนางลอยไปตามกระแสน้ำแล้วเจ้าค่ะ”

เด็กสาวที่เป็นสหายของกู้เป้ยเป้ยนามว่า ซินซิน เป็นคนเอ่ยบอกเล่าสิ่งที่ตนเองคาดเดาได้จากการกระทำของจ้าวโม่

“พวกเจ้านี้เหลวไหลกันจริง ๆ ไปรีบไปช่วยจ้าวจื่อถงขึ้นมาเร็วเข้า”

สตรีสูงวัยอีกคนที่ยืนเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยใจกับนิสัยเด็ก ๆ ของพวกเด็กสาวในหมู่บ้าน จากนั้นนางจึงได้เอ่ยบอกกับสตรีออกเรือนที่ยืนอยู่ให้รีบลงไปช่วยจ้าวจื่อถงที่ยังคงเกาะกิ่งไม้เอาไว้แน่นและเริ่มจะอ่อนแรงลงแล้ว

เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของหญิงสูงวัยที่อายุมากที่สุด ต่างก็รีบพากันหาท่อนไม้ยาว ๆ เพื่อไปช่วยเด็กสาวที่รอการช่วยเหลืออยู่อย่างเร่งรีบ

มีบางส่วนที่กำลังยืนมองลงไปที่แม่น้ำเพื่อมองหาร่างของเด็กสาวที่เหลืออีกสองคนที่ในตอนนี้เหมือนจะจมหายไปในน้ำด้วยความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

“เหตุใดพวกบุรุษถึงยังไม่มากันอีก นี่จะรอให้เด็กทั้งสองคนจมน้ำตายไปก่อนหรืออย่างไรกัน!”

หญิงสูงวัยคนเดินที่เริ่มรู้สึกร้อนใจเป็นห่วงเด็กสาวทั้งสองเอ่ยขึ้นอย่างโมโหที่บุรุษในหมู่บ้านของตนชักช้าจนเกรงว่าจะมาไม่ทันเวลาเสียแล้ว

แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอคอยและสวดอ้อนวอนขอพรต่อสวรรค์อยู่นั้น ร่างของจ้าวโม่ก็โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ก่อนจะตามด้วยร่างของกู้เป้ยเป้ยที่นอนหงายไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ

จ้าวโม่ที่สามารถคว้าร่างของเด็กสาวเอาไว้ได้แล้วก็รีบพาอีกฝ่ายขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่อสูดอากาศเข้าปอดพร้อมกับอาการเหนื่อยหอบ

ก่อนที่นางจะหันกลับไปดูอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อพบว่าเด็กสาวที่ตนเองช่วยเอาไว้ได้หมดสติไปแล้ว

นางจึงได้รีบว่ายเข้าฝั่งเพื่อพาเด็กสาวไปในที่ปลอดภัยในทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่ชาวบ้านผู้ชายพร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้านได้มาถึงยังสถานที่เกิดเหตุเช่นเดียวกัน

ย้อนกลับไปเมื่อไม่นาน หลังจากที่เด็กสาวอีกคนที่เป็นสหายของกู้เป้ยเป้ยถูกสั่งให้รีบไปตามคนมาช่วยจากจ้าวโม่

นางก็ได้สติคืนกลับมา แล้วรีบวิ่งกลับไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อตามคนมาช่วย เมื่อไปถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเด็กสาวก็รีบร้องเรียกขอความช่วยเหลือขึ้นทั้งที่เหนื่อยจนแทบจะหายใจไม่ทัน

“ช่วยด้วยเจ้าค่ะ! ท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยเป้ยเป้ยด้วย!”

“เป้ยเอ๋อร์เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นกับหลานสาวข้า!”

ทันทีที่กู้เชาได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวายขอความช่วยเหลือจากเด็กสาวเขาที่กำลังพูดคุยอยู่กับลูกบ้านผู้ชายก็รีบออกมาดู

จนเมื่อได้ยินว่าหลานสาวของตนเกิดเรื่องขึ้นแล้วชายชราก็เอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นตกใจในทันที

“นาง นางพลัดตกน้ำที่ลำธารท้ายหมู่บ้านเจ้าค่ะ! ข้าเลยรีบมาตามพวกท่านให้ไปช่วยนาง”

ถิงถิง สหายอีกคนของกู้เป้ยเป้ยรีบเอ่ยบอกถึงสาเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวบรัดให้พวกผู้ใหญ่ได้ฟัง

“ไป! พวกเจ้ารีบไปช่วยหลานสาวของข้าเร็วเข้า!”

เสียงตะโกนบอกชาวบ้านทุกคนที่อยู่ตรงนั้นของกู้เชาดังขึ้นหลังจากที่เด็กสาวเอ่ยจบ

จากนั้นพวกชาวบ้านนับสิบคนที่อยู่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านต่างก็รีบวิ่งไปยังลำธารท้ายหมู่บ้านด้วยความร้อนใจจนมาถึงตอนที่จ้าวโม่กำลังว่ายน้ำพาเด็กสาวอีกคนเข้าฝั่งพอดี

“เป้ยเอ๋อร์ เป้ยเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้างหลานปู่!”

ทันทีที่นำร่างของกู้เป้ยเป้ยขึ้นฝั่งมาได้แล้ว กู้เชาก็รีบตรงเข้าไปหาร่างของหลานสาวด้วยความเป็นห่วงและหวาดกลัวสุดหัวใจ

เพราะว่าในตอนนี้หลานสาวของเขานั้นไม่มีการตอบสนองใด ๆ ทั้งสิ้น เด็กสาวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นราวกับคนที่ตายไปแล้ว

“ไม่นะเป้ยเอ๋อร์! เจ้าอย่าล้อปู่เล่นแบบนี้สิ รีบลืมตาขึ้นมาดูปู่ก่อนเร็วเข้า!”

ชายชรารวบร่างของเด็กสาวเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่นด้วยความเสียใจ ปากก็พร่ำเอ่ยเรียกชื่อของเด็กสาวในอ้อมกอดราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย

“ใครก็ได้รีบไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า! อึก เป้ยเอ๋อร์เจ้าอย่าทิ้งปู่กับบิดาของเจ้าไปเช่นนี้สิ”

เสียงร้องตะโกนของชายชราที่ให้พวกชาวบ้านช่วยไปตามหมอมาดูอาการของหลานสาวอันเป็นที่รักด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนั้นช่างบาดลึกเข้าไปในใจของพวกชาวบ้านที่กำลังอยู่ในเหตุการณ์ตอนนี้เป็นอย่างมาก

ยิ่งสีหน้าของชายชราที่แสดงออกว่าตนเองกำลังจะสูญเสียหลานสาวอันเป็นที่รักไปนั้นก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านทุกคนไม่มีใครสามารถเอ่ยคำพูดใดออกมาได้เลย

“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านวางนางลงก่อนเจ้าค่ะ ตอนนี้ยังมีเวลาช่วยชีวิตนาง!”

แต่แล้วน้ำเสียงติดเหนื่อยหอบของจ้าวโม่ก็ดังขึ้นมา พร้อมกับร่างบางที่เปียกโชกไปด้วยน้ำได้เดินมานั่งลงข้าง ๆ ร่างของชายชราที่กำลังกอดร่างของหลานสาวเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“เจ้าจะทำอะไร? เจ้าไม่ชะ...”

“ถ้าอยากให้หลานสาวของท่านรอดก็รีบทำตามที่ข้าบอกเสีย!”

ในจังหวะที่กู้เชากำลังจะเอ่ยคัดค้านเด็กสาวว่านางไม่ใช่หมอเสียหน่อยอยู่นั้น จู่ ๆ จ้าวโม่ก็ตะคอกขึ้นเสียงดังด้วยความโมโหที่ชายชรามัวแต่ชักช้าจนอาจจะทำให้นางไม่สามารถช่วยชีวิตของเด็กสาวเอาไว้ได้

ซึ่งก็ทำให้ทุกคนรวมถึงตัวของกู้เชาเองตกใจกับท่าทางของเด็กสาวตรงหน้าเป็นอย่างมาก แต่ชายชราก็ได้ทำตามคำพูดของจ้าวโม่แต่โดยดี

เมื่อเขามองเห็นดวงตาที่จริงจังและเด็ดขาดจากเด็กสาว ทันทีที่ชายชราวางร่างของกู้เป้ยเป้ยลงนอนบนพื้นเสร็จ

จ้าวโม่ก็รีบก้มลงไปฟังเสียงหัวใจของเด็กสาวทันทีเพื่อเช็คดูว่าอีกฝ่ายหัวใจยังเต้นอยู่หรือไม่

ซึ่งก็เป็นไปตามที่จ้าวโม่คาดเดาเอาไว้ว่าหัวใจของเด็กสาวยังเต้นอยู่ แต่เริ่มอ่อนแรงลงไปแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่รอช้ารีบทำการปั้มหัวใจให้กับเด็กสาวตามขั้นตอนการเรียนมาในทันที

การกระทำที่ดูแปลกประหลาดของจ้าวโม่ต่างก็ทำให้เหล่าชาวบ้านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์นั้นรู้สึกงุนงง ไม่เข้าใจว่าเด็กสาวบ้านจ้าวนั้นกำลังทำสิ่งใดกันแน่

จ้าวโม่ได้ทำการปั้มหัวใจอยู่สักพักเมื่อเห็นว่ากู้เป้ยเป้ยยังไม่มีท่าทีว่าจะตอบสนองต่อการปั้ม เด็กสาวจึงตัดสินใจก้มลงไปปะกบปากกับเด็กสาวเพื่อถ่ายอากาศลงไปยังปอดให้กับอีกฝ่ายตามที่ได้เรียนมา

แต่การกระทำของนางในครั้งนี้กลับทำเอาชาวบ้านทุกคนรวมไปถึงกู้เชาต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเด็กสาว

ก่อนที่จะตามมาด้วยคำต่อว่า ดาทอจ้าวโม่อย่างเสีย ๆ หาย ๆ ราวกับว่านางได้ไปทำสิ่งผิดร้ายแรงอย่างมาก ยังดีที่จ้าวโม่ไม่ได้สนใจคนรอบข้าง เพราะในตอนนี้สิ่งที่นางกำลังจดจ่ออยู่ก็คือการช่วยชีวิตของกู้เป้ยเป้ยอยู่

เมื่อผายปอดเสร็จเรียบร้อยจ้าวโม่ก็กลับไปทำการปั้มหัวใจให้เด็กสาวอีกครั้ง จนในที่สุดร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นก็รู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมกับสำลักน้ำที่กลืนลงไปออกมาจนหมด

“!!!”

ภาพที่เด็กสาวที่ทุกคนคิดว่าสิ้นลมไปแล้วได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งจากการกระทำอันแปลกประหลานของจ้าวโม่ทำให้ชาวบ้านทุกคนนั้นถึงกับนิ่งค้างไปอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาของพวกเขากำลังเห็นอยู่

======================================================================

เก่งมากเลยยัยน้องที่สามารถช่วยชีวิตคนอื่นเอาไว้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   มะม่วงน้ำปลาหวาน

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้พูดคุยกับเจียงทงเสร็จเรียบร้อยนางพร้อมกับเจียงซวี่ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเอง ส่วนเจียงซวี่ที่เมื่อส่งเด็กสาวกลับบ้านเรียบร้อยก็ได้ขอตัวกลับบ้านของตนเองไปซึ่งเป็นเวลาอาหารเย็นของบ้านสกุลจ้าวแล้วเช่นกัน หลังจากที่ทุกคนได้ทานมื้อเย็นกันเสร็จเรียบร้อย จ้าวโม่จึงได้เริ่มพูดคุยเรื่องวัตถุดิบที่นางยังขาดไปอย่างมะพร้าวกับคนในครอบครัวขึ้นมา“ท่านตาเจ้าคะ ที่หมู่บ้านของเรามีมะพร้าวอยู่หรือไม่?”“อะไรนะโม่เอ๋อร์ มะพร้าวมันคือผลไม้ชนิดใดเช่นนั้นรึ?”จ้าวเหว่ยที่ได้ยินชื่อของผลไม้ที่ฟังไม่คุ้นจึงได้เอ่ยถามกับหลานสาวขึ้นอีกครั้ง“เอ่อ...มันจะมีเปลือกแข็ง ๆ ต้นมันชอบขึ้นอยู่แถวที่มีน้ำใบยาว ๆ เป็นก้าน ผลดิบจะเป็นสีเขียวแต่เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลลูกมีลักษณะกลม ๆ เจ้าค่ะ”จ้าวโม่เริ่มเอ่ยบอกลักษณะของลูกมะพร้าวให้กับผู้เป็นตาได้ฟังเผื่ออีกฝ่ายจะพอเคยเห็นมาบ้าง“เหมือนว่าพี่จะเคยเห็นเจ้าผลไม้ที่เจ้าเอ่ยมาเลยนะ มันขึ้นอยู่ตรงริมแม่น้ำอีกฝั่งของภูเขา ในตอนนี้ข้าบังเอิญไปพบมันเข้าพอดี”แต่กลับเป็นจ้าวหยางที่เป็นคนเอ่ยถึงเจ้าลูกมะพร้าวที่เด็กสาวกำลังตามหาอยู่เสียอย่างนั้น“จริงห

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   บ้านสกุลเจียง

    “จะได้อย่างไรกัน ถึงอย่างไรเจ้าก็ถือว่ามีบุญคุณต่อสกุลกู้ของเรา ในภายภาคหน้าหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือก็ให้รีบไปหาพวกเราที่บ้านสกุลกู้นะ”“ส่วนนี้เป็นสินน้ำใจถึงจะไม่ได้มากมายแต่ก็ช่วยรับไว้ด้วยเถอะ ห้ามปฏิเสธถือว่าเห็นแก่หน้าท่านพ่อข้าก็แล้วกันนะ ข้าขอตัวกลับไปดูแลเป้ยเอ๋อร์ก่อนนะ”กู้เจินที่เห็นถึงความจริงใจจากจ้าวโม่และมารดาของนางก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทนอีกฝ่ายเขาจึงได้เอ่ยปากถึงการให้ความช่วยเหลือในวันข้างหน้ากับครอบครัวจ้าวขึ้นมาพร้อมกับหยิบถุงเงินออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าของสองแม่ลูกสกุลจ้าว ก่อนจะรีบเอ่ยดักทางอีกฝ่ายเอาไว้แล้วรีบขอตัวกลับบ้านของตนเองก่อนอย่างรวดเร็วจ้าวโม่กับนางฟานซื่อที่ยังคงตามไม่ทันกับความรวดเร็วของชายวัยกลางคนที่มาแล้วกลับไปเลยทำได้เพียงมองตามหลังของอีกฝ่ายที่หายวับไปจากบ้านของพวกนางเสียแล้ว“ท่านลุงกู้ช่างเป็นคนที่รวดเร็วยิ่งนักว่าหรือไม่เจ้าคะท่านแม่?”จ้าวโม่แสร้งเอ่ยติดตลกขึ้นอย่างขบขันต่อท่าทางเมื่อครู่ของกู้เจินกับมารดาของตน“อื้อ แม่เห็นด้วยกับเจ้านะ นี่มันเงินห้าตำลึงเชียวรึ?”นางฟานซื่อเอ่ยสำทับคำพูดของ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ผู้มีพระคุณของสกุลกู้

    แคก แคก แคกกู้เป้ยเป้ยที่รู้สึกตัวขึ้นมาในที่สุดนั้นก็ได้สำลักน้ำที่กลืนลงท้องไปในตอนที่จมน้ำออกมาจนหมด แล้วหมดสติไปอีกครั้ง“เป้ยเอ๋อร์! เจ้าเป็นอะไรไป”กู้เชาที่ในตอนแรกรู้สึกโล่งใจที่หลานสาวสุดรักนั้นฟื้นคืนสติกลับมาได้ แต่เมื่อเห็นว่าเด็กสาวได้หมดสติลงไปอีกครั้งชายชราถึงได้ร้องออกมาด้วยเสียงดังด้วยความตกใจ“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านรีบพานางกลับบ้านแล้วไปตามท่านหมอมาดูอาการของนางเถิดเจ้าค่ะ”จ้าวโม่ที่รู้ดีว่าเด็กสาวเพียงหมดสติไปเพราะตกน้ำละอ่อนหล้า นางจึงได้เอ่ยบอกชายชราให้รีบพาหลานสาวของเขาไปพักแล้วรีบตามท่านหมอมาดูอาการของอีกฝ่ายเสีย“ได้ ๆ พวกเจ้ารีบเอาเปลมาหามหลานของข้ากลับบ้านเร็วเข้า ส่วนเจ้ารีบเดินทางไปตามท่านหมอจากหมู่บ้านข้าง ๆ มาให้ข้าที”กู้เชารีบเอ่ยปากตอบรับคำพูดของจ้าวโม่ จากนั้นเขาก็รีบหันไปเอ่ยสั่งชาวบ้านชายสามสี่คนที่ตามมาด้วยให้ไปทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการขึ้น“ขอรับ!”ชาวบ้านที่เป็นบุรุษสองคนรีบนำเปลสำหรับใช้หามมาวางลงตรงข้างร่างของเด็กสาวก่อนที่หญิงออกเรือนอีกสองคนจะมาช่วยยกร่างของกู้เป้ยเป้ยขึ้นไปยังเปลแล้วให้บุรุษทั้งสองรีบหามกลับไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านในทันที

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ปั้มหัวใจช่วยเหลือ

    ด้านชาวบ้านสตรีที่ออกมาซักผ้ากันอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเรื่องมากนัก พอได้ยินเสียงทะเลาะกันดังขึ้นไม่ไกลต่างก็พากันวางมือจากผ้าที่กำลังซักอยู่แล้วพากันรีบไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นซึ่งทั้งหมดไปถึงตอนที่จ้าวโม่กระโดดลงน้ำเพื่อจะไปช่วยกู้เป้ยเป้ยพอดี หนึ่งในเหล่าแม่บ้านที่พากันมาดูเหตุการณ์จึงได้ร้องถามเด็กสาวที่เหลือขึ้นด้วยความตกใจ“ว๊ายย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน แล้วเหตุใดพวกนางถึงได้ตกลงไปในน้ำเช่นนั้นได้”“เอ่อ...คือว่าจ้าวจื่อถงกับกู้เป้ยเป้ยพวกนางสองคนทะเลาะกันแล้วพลัดตกลงไปในน้ำเจ้าค่ะ”จ้าวหนิงรีบเอ่ยบอกกับพวกผู้ใหญ่ที่มีแต่สตรีด้วยนำเสียงสั่น ๆ อย่างหวาดกลัว“เช่นนั้นเจ้ารีบวิ่งไปตามคนมาช่วยพวกนางเร็วเข้า! แล้วจ้าวโม่ละนางกระโดดลงน้ำไปทำไมกัน?”หญิงวัยกลางคนอีกนางรีบหันไปเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เหลืออยู่อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามถึงจ้าวโม่ที่พวกตนเห็นว่านางกระโดดลงน้ำแล้วจมหายไป“ข้าคิดว่านางคงจะลงไปช่วยกู้เป้ยเป้ยที่กำลังจะจมน้ำ เพราะว่าจ้าวจื่อถงนางสามารถคว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้ทันจึงไม่เป็นอะไรมาก”“แต่กู้เป้ยเป้ยนางลอยไปตามกระแสน้ำแล้วเจ้าค่ะ”เด็กสาวที่เป็นสหายของกู้เป้ยเป้ยนามว่า ซิน

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เกิดเรื่องอีกแล้ว

    หลังจากนั้นในช่วงสองวันต่อมาคนบ้านจ้าวก็ได้เทียวขึ้นเขาเพื่อเก็บผลไม้กันตลอดจนแล้วเสร็จในช่วงปลายยามเว่ย (13.00-14.59) ของวันที่สองจ้าวโม่ในตอนนี้กำลังนั่งมองกองของมะม่วงที่เพิ่งจะแยกผลสุกผลดิบเสร็จลงด้วยความเหนื่อยหล้า นั่นเป็นเพราะว่าตลอดสองวันที่ผ่านมานางได้ทำการแยกผลมะม่วงอยู่ที่บ้านตลอดส่วนบุรุษของบ้านก็เป็นคนขึ้นเขาไปเก็บผลมะม่วงลงมาให้นางกับมารดาช่วยกันคัดผลอยู่ที่บ้านถือเป็นความโชคดีของจ้าวโม่ที่ในตอนเด็ก ๆ นางได้ไปอาศัยอยู่กับยายที่ทำสวนผลไม้ขาย นางจึงพลอยได้ความรู้ในเรื่องพวกนี้ติดตัวมาด้วยในชาติก่อน ก่อนที่นางจะกลายไปเป็นทายาทนักธุรกิจพันล้านนางก็เคยมีชีวิตที่ยากลำบากมาก่อนเพราะหลังจากที่แม่ของนางเลิกกับพ่อนั้นก็ได้ตั้งท้องนางแล้ว แม่ของจ้าวโม่อุ้มท้องนางกลับไปหาท่านยายที่ประเทศบ้านเกิดดังนั้นตั้งแต่นางคลอดจนอายุได้ห้าขวบล้วนเป็นแม่ของนางกับคุณยายเลี้ยงดูมาตลอดแต่เมื่อนางอายุได้ 13 ปีมารดาของนางก็เสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย หลังจากเสียมารดาไปนางก็ถูกเลี้ยงดูมาโดยคุณยายที่รักนางมากมาโดยตลอดจนเมื่อนางอายุได้ 18 ปีคุณยายก็จากนางไปด้วยโรคของคนแก่ หลังจากงานศพของผู้เป็นยายผ่า

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ขึ้นเขาอีกครั้ง

    “ข้ารู้ว่าท่านแม่ทำอย่างเต็มที่แล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าได้กล่าวโทษตัวเองเลยข้าไม่เป็นไร”จ้าวโม่เอ่ยปลอบใจมารดาอย่างเข้าใจในความรู้สึกผิดที่อีกฝ่ายมีต่อลูกสาวคนเล็ก“ขอบใจมากนะลูก”หลังจากนั้นสองแม่ลูกบ้านจ้าวก็พากันแยกไปทำสิ่งที่ตนเองต้องการต่อจนเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่รู้พอทั้งสองแม่ลูกรู้ตัวอีกทีก็ในตอนที่พวกบุรุษของบ้านทั้งสี่ได้กลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายคล้อยใกล้จะเย็นแล้วนั่นเองจากนั้นคนบ้านจ้าวก็ได้ทานมื้อเย็นแล้วเข้านอนกันตามปกติ โดยที่บุรุษทั้งสี่คนไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านของตนเองในวันนี้เลยเช้าวันต่อมา จ้าวโม่รีบตื่นมาตั้งแต่เช้าเพื่อจะได้เตรียมตัวขึ้นเขากับบิดาของตน เพราะหลังจากที่เข้านอนเมื่อวานนางได้เอ่ยขอบิดาเพื่อตามขึ้นเขาแล้วและจ้าวเหยียนเองก็อนุญาตให้นางตามไปด้วย ดังนั้นในช่วงเช้าหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จกลุ่มของจ้าวโม่จึงได้เดินทางขึ้นเขากันตั้งแต่เช้าส่วนจ้าวเหว่ยกับนางฟานซื่อนั้นถูกข้าวโม่ไหว้วานให้ช่วยไปหาวัตถุดิบบางอย่างที่นางจะนำมาใช้ปลูกผักที่ซื้อมาอยู่ที่บ้านตลอดเส้นทางที่จ้าวโม่เดินขึ้นเขาไปนั้นก็มีจ้าวจินฮ่าวและจ้าวหยางเดินประกบหน้าหลังอย่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status