Share

มะม่วงน้ำปลาหวาน

last update Last Updated: 2026-03-15 13:25:09

หลังจากที่จ้าวโม่ได้พูดคุยกับเจียงทงเสร็จเรียบร้อยนางพร้อมกับเจียงซวี่ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเอง ส่วนเจียงซวี่ที่เมื่อส่งเด็กสาวกลับบ้านเรียบร้อยก็ได้ขอตัวกลับบ้านของตนเองไป

ซึ่งเป็นเวลาอาหารเย็นของบ้านสกุลจ้าวแล้วเช่นกัน หลังจากที่ทุกคนได้ทานมื้อเย็นกันเสร็จเรียบร้อย จ้าวโม่จึงได้เริ่มพูดคุยเรื่องวัตถุดิบที่นางยังขาดไปอย่างมะพร้าวกับคนในครอบครัวขึ้นมา

“ท่านตาเจ้าคะ ที่หมู่บ้านของเรามีมะพร้าวอยู่หรือไม่?”

“อะไรนะโม่เอ๋อร์ มะพร้าวมันคือผลไม้ชนิดใดเช่นนั้นรึ?”

จ้าวเหว่ยที่ได้ยินชื่อของผลไม้ที่ฟังไม่คุ้นจึงได้เอ่ยถามกับหลานสาวขึ้นอีกครั้ง

“เอ่อ...มันจะมีเปลือกแข็ง ๆ ต้นมันชอบขึ้นอยู่แถวที่มีน้ำใบยาว ๆ เป็นก้าน ผลดิบจะเป็นสีเขียวแต่เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลลูกมีลักษณะกลม ๆ เจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เริ่มเอ่ยบอกลักษณะของลูกมะพร้าวให้กับผู้เป็นตาได้ฟังเผื่ออีกฝ่ายจะพอเคยเห็นมาบ้าง

“เหมือนว่าพี่จะเคยเห็นเจ้าผลไม้ที่เจ้าเอ่ยมาเลยนะ มันขึ้นอยู่ตรงริมแม่น้ำอีกฝั่งของภูเขา ในตอนนี้ข้าบังเอิญไปพบมันเข้าพอดี”

แต่กลับเป็นจ้าวหยางที่เป็นคนเอ่ยถึงเจ้าลูกมะพร้าวที่เด็กสาวกำลังตามหาอยู่เสียอย่างนั้น

“จริงหรือเจ้าคะ! เช่นนั้นพรุ่งนี้พี่รองพาข้าขึ้นเขาไปเก็บลูกมะพร้าวได้หรือไม่?”

ทันทีที่จ้าวโม่ได้ยินคำบอกเล่าจากพี่ชายคนรองนางก็ร้องขึ้นด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก และรีบเอ่ยขอร้องอีกฝ่ายให้ช่วยพาตนเองขึ้นเขาไปเก็บผลของมันอีกด้วย

“ไม่เป็นไร เจ้ารอพี่อยู่ที่บ้านนี่แหละเดี๋ยวพี่จะไปกับพี่ใหญ่เอง”

แต่จ้าวหยางกลับเอ่ยปฏิเสธน้องสาวของเขาขึ้น ก่อนจะให้คำตอบว่าตนเองจะขึ้นเขาไปกับพี่ชายคนโตแทนเพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางไปกลับ

“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพ่อข้าอยากให้ท่านเลิกล่าสัตว์แล้วไปติดต่อคนสร้างบ้านเพื่อมาทำการสร้างบ้านหลังใหม่ของพวกเรา”

“ข้าต้องการให้บ้านเสร็จทันก่อนภายในสองเดือนที่จะถึงนี้ ส่วนแบบบ้านข้าจะมอบให้ท่านพ่อในวันรุ่งขึ้นนะเจ้าคะ”

จ้าวโม่ที่พอจะเข้าใจในความคิดของพี่ชายทั้งสองจึงได้เอ่ยตกลงไปอย่างง่ายดาย จากนั้นนางถึงได้หันไปเอ่ยบอกกับบิดาที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตนเองถึงเรื่องของการสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา

“ได้สิ ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้พ่อจะลองไปถามท่านลุงเจียงของเจ้าดูว่าพอจะมีช่างทำบ้านแนะนำหรือไม่”

จ้าวเหยียนเอ่ยตอบรับคำของบุตรสาวขึ้นมาอย่างเห็นด้วยและเขาตั้งใจจะไปสอบถามกับสหายสนิทมนเรื่องนี้

“แล้วก็ท่านตา ท่านพอจะรู้จักคนที่ทำงานฝีมือเกี่ยวกับการสานเป็นหรือไม่เจ้าคะ”

จ้าวโม่ที่จะคิดขึ้นได้แล้วรีบเอ่ยถามชายชราถึงคนที่สามารถทำงานสานได้กับอีกฝ่ายขึ้นมา

“ตาก็ทำได้ เจ้าต้องการให้ตาทำอะไรให้อย่างนั้นรึ?”

คำตอบของชายชราทำให้จ้าวโม่รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะนางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าท่านตาของตนนั้นทำงานสานเป็นด้วย

แม้แต่เด็กสาวเจ้าของร่างเองก็ไม่มีความทรงจำในเรื่องนี้เลย จึงไม่แปลกที่ผู้มาใหม่เช่นนางจะไม่รู้

“แล้วท่านตาทำสิ่งใดได้บ้างหรือเจ้าคะ?”

“ก็พวกตะกร้าสานเล็ก ๆ กระจาดใส่ของ หรือแล้วแต่แบบที่เจ้าต้องการสามารถเอ่ยมาได้เลย”

ชายชราที่ได้ยินคำถามของหลานสาวก็เอ่ยบอกสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ออกไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้ทำมันเท่าไหร่

“เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ ข้าต้องการตะกร้าใบเล็ก ๆ ที่คล้ายกับจานทรงวงรีหรือรูปทรงวงกลมก็ได้เจ้าค่ะ จำนวนห้าสิบชิ้น”

“แล้วก็ข้าอยากได้ใบตองกล้วยมาใช้สำหรับรองตะกร้าสานด้วยเจ้าคะ”

“เรื่องใบตองกล้วยแม่จะเป็นคนจัดการให้เองก็แล้วกันจ๊ะ”

นางฟานซื่อเอ่ยอาสาเป็นคนดูเรื่องใบตองกล้วยแทนบิดาของตน

เพราะในตอนนี้ดูเหมือนจะมีเพียงแค่นางเท่านั้นที่ยังไม่มีงานให้ทำ

“เช่นนั้นก็เอาตามนี้ ตอนนี้ก็แยกย้ายกันไปนอนได้แล้วละ พรุ่งนี้ยังมีงานรอพวกเราอยู่”

หลังจากที่ทุกคนพูดคุยกันจนได้ขอสรุปแล้ว ชายชราจึงได้เอ่ยปากบอกให้ทุกคนกลับไปนอนเอาแรงเพื่อเริ่มงานในส่วนของตนเองในวันรุ่งขึ้นนี้ทันที

จบคำของชายชราคนทั้งหมดก็ต่างแยกย้ายกันกลับไปยังห้องนอนของตนเองแล้วนอนหลับไปในเวลาต่อมา

รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากที่คนล้านจ้าวทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อยก็ได้พากันแยกย้ายกันไปทำงานในส่วนของตนเองต่อทันที

โดยบุตรชายทั้งสองได้ขึ้นเขาไปเก็บมะพร้าว บิดาไปบ้านเจียงทงเพื่อปรึกษาเรื่องสร้างบ้าน ผู้เป็นตาได้ไปตัดไม้มาทำงานสาน นางฟานซื่อได้นำผ้าไปซักที่ลำธารหลังบ้าน

ในตอนนี้มีเพียงจ้าวโม่เท่านั้นที่อยู่บ้าน นางจึงเริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำข้าวเหนียวมะม่วงเช่นเดียวกัน

เริ่มจากการนำข้าวเหนียวที่ได้มาไปแช่น้ำเอาไว้ให้นิ่ม จัดการคัดแยกมะม่วงที่สุกงอมแล้วไปล้างทำความสะอาดเอาไว้

ก่อนจะเลือกมะม่วงดิบอีกจำนวนหนึ่งไปล้างทำความสะอาด จากนั้นก็ทำการปลอกเปลือกออกแล้วหั่นให้เป็นชิ้นบาง ๆ

จนได้จำนวนหนึ่ง แล้วเริ่มเข้าครัวเพื่อทำน้ำพริกน้ำปลาหวานมาลองกินคู่กับมะม่วงดูว่ารสชาติได้ไหม

ซึ่งขั้นตอนการทำน้ำจิ้มน้ำปลาหวานนั้นไม่ได้มีความยุ่งยากมาก เริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบอย่างน้ำตาลปี๊ป น้ำเปล่า น้ำปลา หอมแดงหั่นเป็นแว่น ๆ พริกสดหั่น พริกแห้ง

เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มลงมือทำน้ำจิ้มน้ำปลาหวานต่อ เริ่มจาก จุดไฟตั้งกระทะให้ร้อนแล้วใส่น้ำตาลปี๊ปลงไปในกระทะ ใช้ไฟกลาง ใส่น้ำเปล่าลงไป

คนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายเป็นเนื้อละเอียดจากนั้นก็ใส่น้ำปลาลงไป แล้วคนต่อไปจนเดือดฟูขึ้นมา แล้วใส่หอมแดงหั่นลงไป ตามด้วยพริกแห้ง พริกสดหั่นที่เตรียมไว้ลงไปจนครบ

จากนั้นก็คนให้ทุกอย่างเข้ากันแล้วยกลงพักไว้ให้เย็น เสียดายที่ยังขาดกุ้งแห้งไปหนึ่งอย่าง แต่น้ำพริกน้ำปลาหวานของจ้าวโม่เองก็ถือได้ว่าทำออกมาอร่อย เป็นที่พอใจของเด็กสาวอยู่

“ไหนลองชิมฝีมือดูสิว่ายังอร่อยเหมือนเดิมอยู่ไหม”

เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าน้ำพริกเย็นลงจนสามารถทานได้แล้วจึงได้ตักใส่ถ้วยใบเล็ก ก่อนจะเดินไปหยิบจานมะม่วงที่หั่นเอาไว้แล้วเดินออกไปนั่งชิมฝีมือของตนเองที่โต๊ะหน้าบ้านทันที

“อื้ม ก็อร่อยดีนะถึงจะขาดกุ้งแห้งไปก็เถอะ ยังถือว่าใช้ได้อยู่”

เด็กสาวเอ่ยพึมพำกับตนเองถึงรสชาติของน้ำพริกน้ำปลาหวานที่เมื่อนำไปทานคู่กับมะม่วงเปรี้ยวแล้วได้รสชาติที่ใช้ได้ สามารถนำไปขายได้ตามที่นางคิดเอาไว้

ไม่นานหลังจากที่จ้าวโม่นั่งทานมะม่วงน้ำปลาหวานอยู่ มารดาของเด็กสาวก็ได้กลับมาจากการซักผ้า

พร้อมกับตะกร้าใส่ผ้าของทุกคนในบ้าน เห็นแบบนั้นจ้าวโม่ก็รีบวิ่งไปช่วยมารดาถือตะกร้าเพื่อนำผ้าไปตาก

หลังจากที่เด็กสาวช่วยมารดาตากผ้าเสร็จนางก็รีบจูงมือของนางฟานซื่อไปนั่งลงตรงโต๊ะหน้าบ้านเพื่อให้อีกฝ่ายลองชิมมะม่วงน้ำปลาหวานที่นางทำดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ท่านแม่ลองชิมนี่ดูหน่อยสิเจ้าคะ แล้วบอกข้าทีว่ารสชาติมันเป็นอย่างไร พอจะขายได้หรือไม่?”

นางฟานซื่อที่หลังจากถูกบุตรสาวลากมานั่งลงที่โต๊ะแล้วนำจานที่มีมะม่วงดิบกับถ้วยน้ำพริกที่น่าตาดูแปลกตามาตรงหน้า

ก่อนที่เด็กสาวจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแสดงสีหน้าคาดหวังจนนางไม่สามารถปฏิเสธเด็กสาวได้

นางฟานซื่อจึงได้ลองหยิบชิ้นมะม่วงขึ้นมาหนึ่งแผ่นก่อนจะจิ่มไปยังน้ำจิ้มที่อยู่ในถ้วยจากนั้นก็กัดเข้าปากไปหนึ่งคำ

ทันทีที่มะม่วงสัมผัสกับลิ้นนางก็รับรู้ได้ถึงรสชาติที่เปรี้ยวจนเข็ดฟันของมะม่วง แต่เพียงไม่กี่อึดใจต่อมากลับมีรสชานหวานละมุนกลมกล่อมของน้ำพริกที่กินคู่ไปด้วย

ช่วยลดความเปรี้ยวของมะม่วงลงไปและให้รสชาติที่อร่อยอย่างลงตัวเข้ามาแทนที่

“อื้ม มันคือสิ่งใดรึโม่เอ๋อร์ ช่างอร่อยยิ่งนัก”

นางฟานซื่ออดเอ่ยปากถามถึงชื่อของอาหารที่นางเพิ่งจะได้ลองทานเป็นครั้งแรกกับบุตรสาวขึ้น

“นี่เรียกว่ามะม่วงน้ำปลาหวานเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เอ่ยบอกชื่อของมะม่วงที่ตนเองทำขึ้นมาในวันนี้ให้กับมารดาของตนได้ฟังด้วยใบหน้าแย้มยิ้มอย่างมีความสุข

=====================================================

เมนูขายใหม่ยัยน้องมาแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   มะม่วงน้ำปลาหวาน

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้พูดคุยกับเจียงทงเสร็จเรียบร้อยนางพร้อมกับเจียงซวี่ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเอง ส่วนเจียงซวี่ที่เมื่อส่งเด็กสาวกลับบ้านเรียบร้อยก็ได้ขอตัวกลับบ้านของตนเองไปซึ่งเป็นเวลาอาหารเย็นของบ้านสกุลจ้าวแล้วเช่นกัน หลังจากที่ทุกคนได้ทานมื้อเย็นกันเสร็จเรียบร้อย จ้าวโม่จึงได้เริ่มพูดคุยเรื่องวัตถุดิบที่นางยังขาดไปอย่างมะพร้าวกับคนในครอบครัวขึ้นมา“ท่านตาเจ้าคะ ที่หมู่บ้านของเรามีมะพร้าวอยู่หรือไม่?”“อะไรนะโม่เอ๋อร์ มะพร้าวมันคือผลไม้ชนิดใดเช่นนั้นรึ?”จ้าวเหว่ยที่ได้ยินชื่อของผลไม้ที่ฟังไม่คุ้นจึงได้เอ่ยถามกับหลานสาวขึ้นอีกครั้ง“เอ่อ...มันจะมีเปลือกแข็ง ๆ ต้นมันชอบขึ้นอยู่แถวที่มีน้ำใบยาว ๆ เป็นก้าน ผลดิบจะเป็นสีเขียวแต่เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลลูกมีลักษณะกลม ๆ เจ้าค่ะ”จ้าวโม่เริ่มเอ่ยบอกลักษณะของลูกมะพร้าวให้กับผู้เป็นตาได้ฟังเผื่ออีกฝ่ายจะพอเคยเห็นมาบ้าง“เหมือนว่าพี่จะเคยเห็นเจ้าผลไม้ที่เจ้าเอ่ยมาเลยนะ มันขึ้นอยู่ตรงริมแม่น้ำอีกฝั่งของภูเขา ในตอนนี้ข้าบังเอิญไปพบมันเข้าพอดี”แต่กลับเป็นจ้าวหยางที่เป็นคนเอ่ยถึงเจ้าลูกมะพร้าวที่เด็กสาวกำลังตามหาอยู่เสียอย่างนั้น“จริงห

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   บ้านสกุลเจียง

    “จะได้อย่างไรกัน ถึงอย่างไรเจ้าก็ถือว่ามีบุญคุณต่อสกุลกู้ของเรา ในภายภาคหน้าหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือก็ให้รีบไปหาพวกเราที่บ้านสกุลกู้นะ”“ส่วนนี้เป็นสินน้ำใจถึงจะไม่ได้มากมายแต่ก็ช่วยรับไว้ด้วยเถอะ ห้ามปฏิเสธถือว่าเห็นแก่หน้าท่านพ่อข้าก็แล้วกันนะ ข้าขอตัวกลับไปดูแลเป้ยเอ๋อร์ก่อนนะ”กู้เจินที่เห็นถึงความจริงใจจากจ้าวโม่และมารดาของนางก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทนอีกฝ่ายเขาจึงได้เอ่ยปากถึงการให้ความช่วยเหลือในวันข้างหน้ากับครอบครัวจ้าวขึ้นมาพร้อมกับหยิบถุงเงินออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าของสองแม่ลูกสกุลจ้าว ก่อนจะรีบเอ่ยดักทางอีกฝ่ายเอาไว้แล้วรีบขอตัวกลับบ้านของตนเองก่อนอย่างรวดเร็วจ้าวโม่กับนางฟานซื่อที่ยังคงตามไม่ทันกับความรวดเร็วของชายวัยกลางคนที่มาแล้วกลับไปเลยทำได้เพียงมองตามหลังของอีกฝ่ายที่หายวับไปจากบ้านของพวกนางเสียแล้ว“ท่านลุงกู้ช่างเป็นคนที่รวดเร็วยิ่งนักว่าหรือไม่เจ้าคะท่านแม่?”จ้าวโม่แสร้งเอ่ยติดตลกขึ้นอย่างขบขันต่อท่าทางเมื่อครู่ของกู้เจินกับมารดาของตน“อื้อ แม่เห็นด้วยกับเจ้านะ นี่มันเงินห้าตำลึงเชียวรึ?”นางฟานซื่อเอ่ยสำทับคำพูดของ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ผู้มีพระคุณของสกุลกู้

    แคก แคก แคกกู้เป้ยเป้ยที่รู้สึกตัวขึ้นมาในที่สุดนั้นก็ได้สำลักน้ำที่กลืนลงท้องไปในตอนที่จมน้ำออกมาจนหมด แล้วหมดสติไปอีกครั้ง“เป้ยเอ๋อร์! เจ้าเป็นอะไรไป”กู้เชาที่ในตอนแรกรู้สึกโล่งใจที่หลานสาวสุดรักนั้นฟื้นคืนสติกลับมาได้ แต่เมื่อเห็นว่าเด็กสาวได้หมดสติลงไปอีกครั้งชายชราถึงได้ร้องออกมาด้วยเสียงดังด้วยความตกใจ“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านรีบพานางกลับบ้านแล้วไปตามท่านหมอมาดูอาการของนางเถิดเจ้าค่ะ”จ้าวโม่ที่รู้ดีว่าเด็กสาวเพียงหมดสติไปเพราะตกน้ำละอ่อนหล้า นางจึงได้เอ่ยบอกชายชราให้รีบพาหลานสาวของเขาไปพักแล้วรีบตามท่านหมอมาดูอาการของอีกฝ่ายเสีย“ได้ ๆ พวกเจ้ารีบเอาเปลมาหามหลานของข้ากลับบ้านเร็วเข้า ส่วนเจ้ารีบเดินทางไปตามท่านหมอจากหมู่บ้านข้าง ๆ มาให้ข้าที”กู้เชารีบเอ่ยปากตอบรับคำพูดของจ้าวโม่ จากนั้นเขาก็รีบหันไปเอ่ยสั่งชาวบ้านชายสามสี่คนที่ตามมาด้วยให้ไปทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการขึ้น“ขอรับ!”ชาวบ้านที่เป็นบุรุษสองคนรีบนำเปลสำหรับใช้หามมาวางลงตรงข้างร่างของเด็กสาวก่อนที่หญิงออกเรือนอีกสองคนจะมาช่วยยกร่างของกู้เป้ยเป้ยขึ้นไปยังเปลแล้วให้บุรุษทั้งสองรีบหามกลับไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านในทันที

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ปั้มหัวใจช่วยเหลือ

    ด้านชาวบ้านสตรีที่ออกมาซักผ้ากันอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเรื่องมากนัก พอได้ยินเสียงทะเลาะกันดังขึ้นไม่ไกลต่างก็พากันวางมือจากผ้าที่กำลังซักอยู่แล้วพากันรีบไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นซึ่งทั้งหมดไปถึงตอนที่จ้าวโม่กระโดดลงน้ำเพื่อจะไปช่วยกู้เป้ยเป้ยพอดี หนึ่งในเหล่าแม่บ้านที่พากันมาดูเหตุการณ์จึงได้ร้องถามเด็กสาวที่เหลือขึ้นด้วยความตกใจ“ว๊ายย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน แล้วเหตุใดพวกนางถึงได้ตกลงไปในน้ำเช่นนั้นได้”“เอ่อ...คือว่าจ้าวจื่อถงกับกู้เป้ยเป้ยพวกนางสองคนทะเลาะกันแล้วพลัดตกลงไปในน้ำเจ้าค่ะ”จ้าวหนิงรีบเอ่ยบอกกับพวกผู้ใหญ่ที่มีแต่สตรีด้วยนำเสียงสั่น ๆ อย่างหวาดกลัว“เช่นนั้นเจ้ารีบวิ่งไปตามคนมาช่วยพวกนางเร็วเข้า! แล้วจ้าวโม่ละนางกระโดดลงน้ำไปทำไมกัน?”หญิงวัยกลางคนอีกนางรีบหันไปเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เหลืออยู่อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามถึงจ้าวโม่ที่พวกตนเห็นว่านางกระโดดลงน้ำแล้วจมหายไป“ข้าคิดว่านางคงจะลงไปช่วยกู้เป้ยเป้ยที่กำลังจะจมน้ำ เพราะว่าจ้าวจื่อถงนางสามารถคว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้ทันจึงไม่เป็นอะไรมาก”“แต่กู้เป้ยเป้ยนางลอยไปตามกระแสน้ำแล้วเจ้าค่ะ”เด็กสาวที่เป็นสหายของกู้เป้ยเป้ยนามว่า ซิน

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เกิดเรื่องอีกแล้ว

    หลังจากนั้นในช่วงสองวันต่อมาคนบ้านจ้าวก็ได้เทียวขึ้นเขาเพื่อเก็บผลไม้กันตลอดจนแล้วเสร็จในช่วงปลายยามเว่ย (13.00-14.59) ของวันที่สองจ้าวโม่ในตอนนี้กำลังนั่งมองกองของมะม่วงที่เพิ่งจะแยกผลสุกผลดิบเสร็จลงด้วยความเหนื่อยหล้า นั่นเป็นเพราะว่าตลอดสองวันที่ผ่านมานางได้ทำการแยกผลมะม่วงอยู่ที่บ้านตลอดส่วนบุรุษของบ้านก็เป็นคนขึ้นเขาไปเก็บผลมะม่วงลงมาให้นางกับมารดาช่วยกันคัดผลอยู่ที่บ้านถือเป็นความโชคดีของจ้าวโม่ที่ในตอนเด็ก ๆ นางได้ไปอาศัยอยู่กับยายที่ทำสวนผลไม้ขาย นางจึงพลอยได้ความรู้ในเรื่องพวกนี้ติดตัวมาด้วยในชาติก่อน ก่อนที่นางจะกลายไปเป็นทายาทนักธุรกิจพันล้านนางก็เคยมีชีวิตที่ยากลำบากมาก่อนเพราะหลังจากที่แม่ของนางเลิกกับพ่อนั้นก็ได้ตั้งท้องนางแล้ว แม่ของจ้าวโม่อุ้มท้องนางกลับไปหาท่านยายที่ประเทศบ้านเกิดดังนั้นตั้งแต่นางคลอดจนอายุได้ห้าขวบล้วนเป็นแม่ของนางกับคุณยายเลี้ยงดูมาตลอดแต่เมื่อนางอายุได้ 13 ปีมารดาของนางก็เสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย หลังจากเสียมารดาไปนางก็ถูกเลี้ยงดูมาโดยคุณยายที่รักนางมากมาโดยตลอดจนเมื่อนางอายุได้ 18 ปีคุณยายก็จากนางไปด้วยโรคของคนแก่ หลังจากงานศพของผู้เป็นยายผ่า

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ขึ้นเขาอีกครั้ง

    “ข้ารู้ว่าท่านแม่ทำอย่างเต็มที่แล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าได้กล่าวโทษตัวเองเลยข้าไม่เป็นไร”จ้าวโม่เอ่ยปลอบใจมารดาอย่างเข้าใจในความรู้สึกผิดที่อีกฝ่ายมีต่อลูกสาวคนเล็ก“ขอบใจมากนะลูก”หลังจากนั้นสองแม่ลูกบ้านจ้าวก็พากันแยกไปทำสิ่งที่ตนเองต้องการต่อจนเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่รู้พอทั้งสองแม่ลูกรู้ตัวอีกทีก็ในตอนที่พวกบุรุษของบ้านทั้งสี่ได้กลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายคล้อยใกล้จะเย็นแล้วนั่นเองจากนั้นคนบ้านจ้าวก็ได้ทานมื้อเย็นแล้วเข้านอนกันตามปกติ โดยที่บุรุษทั้งสี่คนไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านของตนเองในวันนี้เลยเช้าวันต่อมา จ้าวโม่รีบตื่นมาตั้งแต่เช้าเพื่อจะได้เตรียมตัวขึ้นเขากับบิดาของตน เพราะหลังจากที่เข้านอนเมื่อวานนางได้เอ่ยขอบิดาเพื่อตามขึ้นเขาแล้วและจ้าวเหยียนเองก็อนุญาตให้นางตามไปด้วย ดังนั้นในช่วงเช้าหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จกลุ่มของจ้าวโม่จึงได้เดินทางขึ้นเขากันตั้งแต่เช้าส่วนจ้าวเหว่ยกับนางฟานซื่อนั้นถูกข้าวโม่ไหว้วานให้ช่วยไปหาวัตถุดิบบางอย่างที่นางจะนำมาใช้ปลูกผักที่ซื้อมาอยู่ที่บ้านตลอดเส้นทางที่จ้าวโม่เดินขึ้นเขาไปนั้นก็มีจ้าวจินฮ่าวและจ้าวหยางเดินประกบหน้าหลังอย่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status