Compartir

สกุลจ้าวบ้านใหญ่

last update Última actualización: 2026-03-07 10:00:20

ในตอนนี้จ้าวโม่กับท่านตาของนางก็ได้เดินทางมาถึงหน้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่แล้ว

“พี่ใหญ่ท่านอยู่หรือไม่?”

จ้าวเหว่ยเอ่ยเรียกพี่ชายของตนจากหน้าบ้านเพื่อดูว่าอีกฝ่ายได้อยู่ที่บ้านในวันนี้หรือไม่

“อ้าวท่านอามาหาท่านพ่อหรือขอรับ”

คนที่ออกมาจากตัวบ้านแล้วเอ่ยทักทายชายชรากลับเป็น จ้าวหัวหนาน บุตรชายคนโตของพี่ชายเขาแทน

“ใช่แล้วละ แล้วพ่อเจ้าละอาหนาน”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานชายตรงหน้าไป ก่อนจะเอ่ยถามถึงบุคคลที่ตัวเขามีธุระจะพูดคุยด้วยในวันนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

“ท่านพ่ออยู่ด้านในบ้านขอรับ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเรียกให้”

จ้าวหัวหนานเอ่ยจบลงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกบิดาของตนให้กับชาชราอีกคนที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน

“ท่านตาคิดว่าท่านตาใหญ่จะยอมให้พวกเราแยกบ้านกันไปอย่างง่ายดายหรือไม่เจ้าคะ?”

ในระหว่างที่สองตาหลานกำลังยืนรออีกฝ่ายอยู่นั้น จ้าวโม่ก็ได้เอ่ยถามคำถามที่ตนเองกำลังสงสัยขึ้นมา

“ตาก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ถ้ามันไม่สามารถพูดคุยกันได้จริง ๆ ก็คงต้องเชิญหัวหน้าหมู่บ้านเข้ามาเป็นผู้ตัดสินให้แทน”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานสาวไปตามความจริงที่เขากำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงพวกเราก็คงจะต้องตัดขาดกับพวกเขาแล้วนะเจ้าคะ ท่านตาจะทำได้หรือไม่?”

จ้าวโม่ยังคงเอ่ยถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เมื่อทั้งสองฝ่ายนั้นไม่สามารถพูดคุยกันได้อย่างสันติแล้ว

“เพื่อพวกเจ้าแล้วตายอมทุกอย่างนั่นแหละนะ”

คำตอบจากชายชราทำให้เด็กสาวถึงกับยิ้มออกมาด้วยความสุขใจที่อย่างน้อยท่านตาของนางก็เข้มแข็งพอและเลือกที่จะเลือกพวกนางมากกว่าพี่ชายของตน

“ได้ยินอาหนานบอกว่าเจ้ามาหาข้าเช่นนั้นรึอาเหว่ย?”

น้ำเสียงแหบแห้งแต่ฟังดูดุดันดังขึ้นจากหน้าประตูบ้านตรงหน้า ทำให้สองตาหลานที่กำลังยืนจ้องตากันอย่างมีความสุขต้องหันกลับไปมองยังที่มาของเสียงในทันที

จ้าวโม่ในตอนนี้กำลังมองสำรวจชายชราอีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของท่านตาของตนเองอย่างพินิจ

จ้าวเห้อ เป็นชายชรา อายุ 65 ปี มีรูปร่างสูงบึกบึน ใบหน้าคล้ายกับท่านตาของนางอยู่ถึงสามส่วน แต่จ้าวเห้อนั้นจะดูสูงกว่าและน่ากลัวกว่าท่านตาของนางอยู่มาก

“ใช่แล้วพี่ใหญ่ ข้ามาหาท่านในวันนี้เพื่อต้องการพูดคุยเรื่องการขอแยกบ้านขอรับ”

จ้าวเหว่ยที่เห็นว่าพี่ชายของตนได้ออกมาพบแล้วจึงได้เอ่ยธุระที่ตนเองและหลานสาวมาหาอีกฝ่ายในวันนี้ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องการที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้

“อะไรนะ! เจ้าบอกข้าว่าต้องการจะแยกบ้านกับบ้านใหญ่อย่างนั้นรึ?”

จ้าวเห้อที่ได้ยินคำพูดของน้องชายก็ถึงกับเอ่ยถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ขอรับ ข้าจะมาขอทำเรื่องแยกบ้าน พี่ใหญ่เห็นสมควรว่าอย่างไร?”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำทุกคำพูดของตนเอง เพื่อให้ผู้เป็นพี่ชายตรงหน้าของตนนั้นได้ยินมันอย่างชัดเจน

“เจ้าบ้าไปแล้วรึ! ถ้าพวกเจ้าแยกบ้านออกไปแล้วพวกเจ้าจะเอาชีวิตรอดกันได้อย่างนั้นหรือ อย่าเสียสติไปหน่อยเลยน้ำหน้าอย่างเจ้าจะไปมีปัญญาหาเลี้ยงทุกคนในบ้านได้อย่างไรกัน”

“ขนาดตัวของเจ้าเองในตอนนี้ก็ยังเป็นภาระของครอบครัวของเจ้าอยู่เลย เดี๋ยวก็ได้อดตายกันหมดบ้านพอดี”

คำพูดของจ้าวเห้อในตอนแรกนั้นฟังดูเหมือนจะเป็นห่วงผู้เป็นน้องชายของตนเอง แต่เมื่อจ้าวโม่ได้ยินประโยคต่อ ๆ ไปนางถึงกับรู้สึกหัวร้อนขึ้นมา

‘นี่มันใช่ความเป็นห่วงหรือว่าดูถูกกันแน่คะท่านตาใหญ่’

จ้าวโม่ถึงกับร้องอุทานขึ้นภายในใจอย่างรู้สึกสับสนและงุนงงกับความสัมพันธ์ของสองพี่น้องบ้านจ้าว

“ข้ากับทุกคนในบ้านได้หารือเรื่องนี้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของบ้านข้าหรอกขอรับ เพราะข้ากับลูกหลานของข้าสามารถเอาชีวิตรอดต่อไปได้อย่างแน่นอน”

“เพราะทุกวันนี้พวกข้าก็ไม่เห็นว่าพวกพี่ใหญ่จะใส่ใจความเป็นอยู่ของบ้านรองอยู่แล้วมิใช่รึ?”

แต่ประโยคสวนกลับของจ้าวเหว่ยก็ทำเอาเด็กสาวแอบหน้าชาแทนชายชราอีกคนที่ในตอนนี้เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเสียหน้าขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกัน

“อาเหว่ย! นี่เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับข้าแล้วอย่างนั้นรึ?”

จ้าวเห้อเอ่ยตะคอกใส่หน้าของน้องชายเพียงคนเดียวด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ ทำให้พวกชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเริ่มเดินออกมาดูว่าเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น

“ข้าไม่ได้เถียงพี่ใหญ่ ข้าเพียงแค่พูดบอกกับท่านไปตามความจริงขอรับ หากทำให้ท่านไม่พอใจข้าก็ขออภัยด้วย”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เงียบเสียงไปครู่หนึ่งอย่างใช้ความคิด

“มีเรื่องอะไรกันหรือเจ้าคะท่านพ่อ?”

แต่แล้วเสียงแหลมที่แสนคุ้นหูก็ดังขึ้นจากภายในบ้าน ก่อนจะตามมาด้วยร่างอวบอั๋นของนางหลิวซื่อ ลูกสะใภ้ใหญ่ของชายชราที่เดินออกมาจากภายในบ้าน

จากนั้นก็ตามมาด้วยนางหมี่ซื่อสะใภ้คนรองและบุตรชายทั้งสองของจ้าวเห้อตามลำดับ

“ก็เจ้าน้องโง่ของข้าอย่างไรเล่าที่ทำให้ข้ารู้สึกโมโหจนจะบ้าตายเช่นนี้”

จ้าวเห้อเอ่ยบอกกับลูกสะใภ้ใหญ่ของตนด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์จากคำพูดของน้องชายของเขา

“ท่านอาจ้าวเหว่ยทำสิ่งใดให้พ่อสามีของข้ารู้สึกโกรธเช่นนั้นหรือ?”

นางหลิวซื่อที่ได้ยินคำบอกเล่าของพ่อสามีก็รีบหันขวับไปมองที่ตัวต้นเหตุทั้งสองคนอย่างไม่พอใจ ก่อนที่ปากสีแดงสดของนางจะเอ่ยถามชายชราตรงหน้าด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะสุภาพเท่าที่ควรจะเป็น

“ข้าเพียงแค่มาพูดคุยเรื่องที่จะขอแยกบ้านกับพี่ชายของข้าเพียงเท่านั้น เป็นพี่ใหญ่เองต่างหากที่เกิดไม่พอใจขึ้นมา”

“อะไรนะ!!!”

เสียงร้องประสานด้วยความตกใจของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากที่ได้ยินคำพูดของจ้าวเหว่ย

“ท่านอาเหว่ย ท่านคิดดีแล้วหรือขอรับที่จะขอแยกบ้านออกไป”

เป็น จ้าวเผิง ลูกชายคนรองของจ้าวเห้อที่เอ่ยถามผู้เป็นอาของเขาด้วยน้ำเสียงห่วงใยต่ออีกฝ่าย

“ข้าคิดดีแล้ว วันนี้จึงได้มาเอ่ยเรื่องนี้กับพี่ใหญ่อย่างไรเล่า แล้วตกลงท่านจะยินยอมให้พวกเราแยกบ้านหรือไม่?”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานชายคนรองจบก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับพี่ชายของตนเองอีกครั้งพร้อมกับเอ่ยถามเอาคำตอบกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง

“จะได้อย่างไรกันเจ้าคะ ถ้าพวกท่านแยกบ้านออกไปพวกเราก็ต้องมาวุ่นวายเรื่องแบ่งเงินทองและที่ดินกันจนวุ่นวายอีก ไหนจะใกล้ถึงช่วงเพาะปลูกแล้ว”

“ถ้าพวกท่านจะแยกบ้านในตอนนี้ข้าคิดว่าไม่สมควรนะเจ้าคะท่านอาจ้าวเหว่ย”

แต่คนที่เอ่ยตอบกลับมากับเป็นนางหลิวซื่อที่ทนเห็นทรัพย์สินที่ควรจะตกเป็นของครอบครัวนางต้องหายไปอยู่ในมือของตาแก่ที่ใกล้จะลงโลงตรงหน้าไม่ได้

นางจึงได้เสียมารยาทเอ่ยแทรกขึ้นมา เมื่อจ้าวโม่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับร้องอ๋อขึ้นภายในใจอย่างรู้ทันความคิดของหญิงวัยกลางคนในทันที

“ขออภัยที่เสียมารยาทเจ้าค่ะ แต่ข้าคิดว่าเรื่องการแบ่งสมบัติของสกุลจ้าวไม่น่าจะใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่ท่านป้าใหญ่เอ่ยมานะเจ้าคะ”

“ก็แค่แบ่งให้เท่าเทียมกันเพียงเท่านั้นเรื่องก็จบลงแล้ว หรือว่าไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”

จ้าวโม่ที่ทนเห็นผู้เป็นตาต้องถูกพูดจาดูแคลนจากหญิงวัยกลางคนน่าเลือดไม่ได้จึงตัดสินใจเอ่ยแทรกกลางในตอนที่ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกันอยู่ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นการเสียมารยาทก็ตาม

“หุบปาก! เจ้ามันเป็นแค่เด็กยังไม่หย่านม อย่ามาสอดปากเรื่องของผู้ใหญ่เขา เดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าเอาได้ว่าเจ้ามันเป็นเด็กมารดาไม่สั่งสอน”

นางหลิวซื่อที่รู้สึกร้อนตัวจากคำพูดของเด็กสาวเลยตะคอกเสียงด่าทอเด็กสาวด้วยคำพูดหยาบคาย และยังไม่วายเอ่ยพาดพิงถึงมารดาของนางว่าไม่สั่งสอนลูกสาวให้ดีอีกด้วย

“ถ้าเช่นนั้นท่านป้าใหญ่เองก็คงเป็นเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ? เพราะท่านเองก็เอ่ยแทรกพวกท่านตาขึ้นมาเช่นเดียวกัน!”

“!!!”

==========================================================================================

ลูกสาวปากแซ่บมาก ป้าสะใภ้แกจะสู้น้องได้หรอ?

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ที่ดินแปลงที่ดีที่สุด

    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีความจำเป็น อย่างไรพวกเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วถึงทำให้จ้าวโม่เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองกับท่านตามาที่บ้านของอีกฝ่ายในวันนี้ทันที“ได้สิ ท่านน้าจ้าวเหว่ยเชิญนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบแผนภาพที่ดินของหมู่บ้านออกมาให้ท่านได้ลองเลือกดู”“ได้ ๆ”หลังจากที่ชายชราเอ่ยตอบรับคำของเขาแล้ว กู้เชาจึงได้เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษที่ด้านในเป็นแผนภาพของที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านและตามหลังของเขาออกมาก็คือกู้เป้ยเป้ยที่ทำหน้าที่เอาน้ำออกมาต้อนรับแขกของบ้าน“น้ำเจ้าค่ะ”“ขอบใจมากนะเป้ยเอ๋อร์”จ้าวเหว่ยเอ่ยขอบใจเด็กสาวที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้านด้วยความเอ็นดู กู้เป้ยเป้ยยิ้มรับด้วยความดีใจก่อนที่เด็กสาวจะผละตัวออกไป“นี่คือที่ดินที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดภายในหมู่บ้าน ท่านอาจ้าวลองเลือกดูก่อนว่าถูกใจที่ดินแปลงไหน แล้วเดี๋ยวข้าจะได้แจ้งราคาของที่ดินแปลงนั้น ๆ ให้ท่าน”กู้เชากางม้วนกระดาษลงตรงหน้าของสองตาหลานบ้

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   จัดการเรื่องที่ดิน

    “เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องท

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เงินที่ขายสมุนไพรได้

    ตลอดเวลาที่สองตาหลานบ้านจ้าวนั่งวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นที่สนใจจากชาวบ้านที่นั่งอยู่บนเกวียนด้วยโดยเฉพาะสองแม่ลูกบ้านจ้าวสายหลัก ที่คอยมองข้าวของที่นางกับชายชราถือกันขึ้นเกวียนไปนั้นจนถึงลงจากเกวียนดวงตาของสองแม่ลูกก็ยังคงมองตามอย่างไม่วางตาซึ่งจ้าวโม่ก็ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วพยายามเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตนกับผู้เป็นตาด้วยความรวดเร็ว กว่าที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางจะกลับถึงบ้านของตนเองก็เป็นเวลาต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) แล้วดังนั้นในตอนที่ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านสมาชิกคนอื่น ๆ จึงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าแล้วนั่นเองเมื่อคนสกุลจ้าวทั้งสี่เห็นว่าสองตาหลานได้เดินทางกลับมาพร้อมกับมือที่ถือข้าวของมากมายก็รีบพากันเดินออกไปรับทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันถือของช่วยเด็กสาวกับชายชราแล้วพากันเดินกลับเข้าบ้านไป ถึงแม้ว่าภายในใจของทุกคนจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ก็ยังอดทนรอที่จะเอ่ยถามออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่จ้าวโม่กลับมาถึงบ้านแล้วนั้นเด็กสาวก็รีบปลีกตัวเข้าครัวไปช่วยมารดาหุงหาอาหารในทันทีทิ้งให้ชายชรารับหน้าที่ตอบคำถามของผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองของตนอย

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ได้เวลาใช้เงินแล้วเจ้าค่ะ

    “ถ้าท่านตาคิดเช่นนี้จริงก็ต้องไม่เอ่ยว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นของข้านะเจ้าคะ แต่มันคือเงินของบ้านเราเจ้าค่ะท่านตา พวกเราทุกคนสามารถใช้มันได้”จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่ได้มานั้นเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีก“ตาเข้าใจแล้ว เป็นตาที่เลอะเลือนไป เจ้าอย่าโกรธตาเลยนะโม่เอ๋อร์”จ้าวเหว่ยรีบเอ่ยยอมรับผิดและยังเอ่ยงอนง้อหลานสาวที่น่ารักของตนเองอย่างไม่คิดจะอายต่อสายตาผู้คนแม้แต่น้อย“หลานหรือจะโกรธท่านตา หลานก็เพียงแค่น้อยใจเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อพวกเราพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หลานก็ไม่ติดใจเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปหาซื้อข้าวของกลับบ้านกันดีกว่านะเจ้าคะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราอีกครั้ง จากนั้นเด็กสาวจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้รีบไปหาซื้อข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้วซึ่งชายชราก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำแล้วรีบออกเดินไปตามถนนที่มีจุดหมายคือตลาดกลางเมืองที่เป็นที่สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของต่าง ๆจ้าวโม่กับท่านตาของนางพากันเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เด็กสาวเองก็กำลังคิดไปด้วยว่าตนเองจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกจนในที่สุดนางก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   พวกเราร่ำรวยแล้วเจ้าค่ะ

    “ว่าอย่างไร หรือว่าราคามันยังต่ำไปเช่นนั้นข้าเพิ่มให้เป็นหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”เมื่อเสิ่นหลางเห็นว่าสองตาหลานเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมเอ่ยตอบตนเองก็รู้สึกเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจกับราคาที่ตนเองเสนอให้เมื่อสักครู่นี้ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มราคาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพิ่มอีกสิบตำลึงทองเพื่อให้อีกฝ่ายตกลงขายเห็นหลินจือแดงทั้งหมดให้กับเขาเสียเพราะเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริง ๆ ด้วยเขาสามารถนำมันไปเพิ่มราคากับคนที่จะมาซื้อกับเขาได้อีกมากนั่นเอง“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับท่านตาตกลงขายเห็ดหลินจือทั้งหมดให้กับเถ้าแก่เสิ่นในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”เป็นจ้าวโม่ที่เอ่ยตกปากรับคำตอบรับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาให้ เพราะนางเห็นว่าในตอนนี้ท่านตาของนางนั้นได้สติหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคำตอบของเด็กสาวก็สร้างความดีใจให้กับเสิ่นหลางเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขามีสมุนไพรที่บุคคลสำคัญต้องการมากที่สุดมาอยู่ในมือของเขาแล้วในตอนนี้“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อยสิ”เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยเรียกเด็กในร้านเพื่อต้องการ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เข้าเมืองขายสมุนไพร

    “ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทนผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะจากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางห

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status