Share

สกุลจ้าวบ้านใหญ่

last update Tanggal publikasi: 2026-03-07 10:00:20

ในตอนนี้จ้าวโม่กับท่านตาของนางก็ได้เดินทางมาถึงหน้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่แล้ว

“พี่ใหญ่ท่านอยู่หรือไม่?”

จ้าวเหว่ยเอ่ยเรียกพี่ชายของตนจากหน้าบ้านเพื่อดูว่าอีกฝ่ายได้อยู่ที่บ้านในวันนี้หรือไม่

“อ้าวท่านอามาหาท่านพ่อหรือขอรับ”

คนที่ออกมาจากตัวบ้านแล้วเอ่ยทักทายชายชรากลับเป็น จ้าวหัวหนาน บุตรชายคนโตของพี่ชายเขาแทน

“ใช่แล้วละ แล้วพ่อเจ้าละอาหนาน”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานชายตรงหน้าไป ก่อนจะเอ่ยถามถึงบุคคลที่ตัวเขามีธุระจะพูดคุยด้วยในวันนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

“ท่านพ่ออยู่ด้านในบ้านขอรับ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเรียกให้”

จ้าวหัวหนานเอ่ยจบลงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกบิดาของตนให้กับชาชราอีกคนที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน

“ท่านตาคิดว่าท่านตาใหญ่จะยอมให้พวกเราแยกบ้านกันไปอย่างง่ายดายหรือไม่เจ้าคะ?”

ในระหว่างที่สองตาหลานกำลังยืนรออีกฝ่ายอยู่นั้น จ้าวโม่ก็ได้เอ่ยถามคำถามที่ตนเองกำลังสงสัยขึ้นมา

“ตาก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ถ้ามันไม่สามารถพูดคุยกันได้จริง ๆ ก็คงต้องเชิญหัวหน้าหมู่บ้านเข้ามาเป็นผู้ตัดสินให้แทน”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานสาวไปตามความจริงที่เขากำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงพวกเราก็คงจะต้องตัดขาดกับพวกเขาแล้วนะเจ้าคะ ท่านตาจะทำได้หรือไม่?”

จ้าวโม่ยังคงเอ่ยถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เมื่อทั้งสองฝ่ายนั้นไม่สามารถพูดคุยกันได้อย่างสันติแล้ว

“เพื่อพวกเจ้าแล้วตายอมทุกอย่างนั่นแหละนะ”

คำตอบจากชายชราทำให้เด็กสาวถึงกับยิ้มออกมาด้วยความสุขใจที่อย่างน้อยท่านตาของนางก็เข้มแข็งพอและเลือกที่จะเลือกพวกนางมากกว่าพี่ชายของตน

“ได้ยินอาหนานบอกว่าเจ้ามาหาข้าเช่นนั้นรึอาเหว่ย?”

น้ำเสียงแหบแห้งแต่ฟังดูดุดันดังขึ้นจากหน้าประตูบ้านตรงหน้า ทำให้สองตาหลานที่กำลังยืนจ้องตากันอย่างมีความสุขต้องหันกลับไปมองยังที่มาของเสียงในทันที

จ้าวโม่ในตอนนี้กำลังมองสำรวจชายชราอีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของท่านตาของตนเองอย่างพินิจ

จ้าวเห้อ เป็นชายชรา อายุ 65 ปี มีรูปร่างสูงบึกบึน ใบหน้าคล้ายกับท่านตาของนางอยู่ถึงสามส่วน แต่จ้าวเห้อนั้นจะดูสูงกว่าและน่ากลัวกว่าท่านตาของนางอยู่มาก

“ใช่แล้วพี่ใหญ่ ข้ามาหาท่านในวันนี้เพื่อต้องการพูดคุยเรื่องการขอแยกบ้านขอรับ”

จ้าวเหว่ยที่เห็นว่าพี่ชายของตนได้ออกมาพบแล้วจึงได้เอ่ยธุระที่ตนเองและหลานสาวมาหาอีกฝ่ายในวันนี้ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องการที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้

“อะไรนะ! เจ้าบอกข้าว่าต้องการจะแยกบ้านกับบ้านใหญ่อย่างนั้นรึ?”

จ้าวเห้อที่ได้ยินคำพูดของน้องชายก็ถึงกับเอ่ยถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ขอรับ ข้าจะมาขอทำเรื่องแยกบ้าน พี่ใหญ่เห็นสมควรว่าอย่างไร?”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำทุกคำพูดของตนเอง เพื่อให้ผู้เป็นพี่ชายตรงหน้าของตนนั้นได้ยินมันอย่างชัดเจน

“เจ้าบ้าไปแล้วรึ! ถ้าพวกเจ้าแยกบ้านออกไปแล้วพวกเจ้าจะเอาชีวิตรอดกันได้อย่างนั้นหรือ อย่าเสียสติไปหน่อยเลยน้ำหน้าอย่างเจ้าจะไปมีปัญญาหาเลี้ยงทุกคนในบ้านได้อย่างไรกัน”

“ขนาดตัวของเจ้าเองในตอนนี้ก็ยังเป็นภาระของครอบครัวของเจ้าอยู่เลย เดี๋ยวก็ได้อดตายกันหมดบ้านพอดี”

คำพูดของจ้าวเห้อในตอนแรกนั้นฟังดูเหมือนจะเป็นห่วงผู้เป็นน้องชายของตนเอง แต่เมื่อจ้าวโม่ได้ยินประโยคต่อ ๆ ไปนางถึงกับรู้สึกหัวร้อนขึ้นมา

‘นี่มันใช่ความเป็นห่วงหรือว่าดูถูกกันแน่คะท่านตาใหญ่’

จ้าวโม่ถึงกับร้องอุทานขึ้นภายในใจอย่างรู้สึกสับสนและงุนงงกับความสัมพันธ์ของสองพี่น้องบ้านจ้าว

“ข้ากับทุกคนในบ้านได้หารือเรื่องนี้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของบ้านข้าหรอกขอรับ เพราะข้ากับลูกหลานของข้าสามารถเอาชีวิตรอดต่อไปได้อย่างแน่นอน”

“เพราะทุกวันนี้พวกข้าก็ไม่เห็นว่าพวกพี่ใหญ่จะใส่ใจความเป็นอยู่ของบ้านรองอยู่แล้วมิใช่รึ?”

แต่ประโยคสวนกลับของจ้าวเหว่ยก็ทำเอาเด็กสาวแอบหน้าชาแทนชายชราอีกคนที่ในตอนนี้เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเสียหน้าขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกัน

“อาเหว่ย! นี่เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับข้าแล้วอย่างนั้นรึ?”

จ้าวเห้อเอ่ยตะคอกใส่หน้าของน้องชายเพียงคนเดียวด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ ทำให้พวกชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเริ่มเดินออกมาดูว่าเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น

“ข้าไม่ได้เถียงพี่ใหญ่ ข้าเพียงแค่พูดบอกกับท่านไปตามความจริงขอรับ หากทำให้ท่านไม่พอใจข้าก็ขออภัยด้วย”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เงียบเสียงไปครู่หนึ่งอย่างใช้ความคิด

“มีเรื่องอะไรกันหรือเจ้าคะท่านพ่อ?”

แต่แล้วเสียงแหลมที่แสนคุ้นหูก็ดังขึ้นจากภายในบ้าน ก่อนจะตามมาด้วยร่างอวบอั๋นของนางหลิวซื่อ ลูกสะใภ้ใหญ่ของชายชราที่เดินออกมาจากภายในบ้าน

จากนั้นก็ตามมาด้วยนางหมี่ซื่อสะใภ้คนรองและบุตรชายทั้งสองของจ้าวเห้อตามลำดับ

“ก็เจ้าน้องโง่ของข้าอย่างไรเล่าที่ทำให้ข้ารู้สึกโมโหจนจะบ้าตายเช่นนี้”

จ้าวเห้อเอ่ยบอกกับลูกสะใภ้ใหญ่ของตนด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์จากคำพูดของน้องชายของเขา

“ท่านอาจ้าวเหว่ยทำสิ่งใดให้พ่อสามีของข้ารู้สึกโกรธเช่นนั้นหรือ?”

นางหลิวซื่อที่ได้ยินคำบอกเล่าของพ่อสามีก็รีบหันขวับไปมองที่ตัวต้นเหตุทั้งสองคนอย่างไม่พอใจ ก่อนที่ปากสีแดงสดของนางจะเอ่ยถามชายชราตรงหน้าด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะสุภาพเท่าที่ควรจะเป็น

“ข้าเพียงแค่มาพูดคุยเรื่องที่จะขอแยกบ้านกับพี่ชายของข้าเพียงเท่านั้น เป็นพี่ใหญ่เองต่างหากที่เกิดไม่พอใจขึ้นมา”

“อะไรนะ!!!”

เสียงร้องประสานด้วยความตกใจของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากที่ได้ยินคำพูดของจ้าวเหว่ย

“ท่านอาเหว่ย ท่านคิดดีแล้วหรือขอรับที่จะขอแยกบ้านออกไป”

เป็น จ้าวเผิง ลูกชายคนรองของจ้าวเห้อที่เอ่ยถามผู้เป็นอาของเขาด้วยน้ำเสียงห่วงใยต่ออีกฝ่าย

“ข้าคิดดีแล้ว วันนี้จึงได้มาเอ่ยเรื่องนี้กับพี่ใหญ่อย่างไรเล่า แล้วตกลงท่านจะยินยอมให้พวกเราแยกบ้านหรือไม่?”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานชายคนรองจบก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับพี่ชายของตนเองอีกครั้งพร้อมกับเอ่ยถามเอาคำตอบกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง

“จะได้อย่างไรกันเจ้าคะ ถ้าพวกท่านแยกบ้านออกไปพวกเราก็ต้องมาวุ่นวายเรื่องแบ่งเงินทองและที่ดินกันจนวุ่นวายอีก ไหนจะใกล้ถึงช่วงเพาะปลูกแล้ว”

“ถ้าพวกท่านจะแยกบ้านในตอนนี้ข้าคิดว่าไม่สมควรนะเจ้าคะท่านอาจ้าวเหว่ย”

แต่คนที่เอ่ยตอบกลับมากับเป็นนางหลิวซื่อที่ทนเห็นทรัพย์สินที่ควรจะตกเป็นของครอบครัวนางต้องหายไปอยู่ในมือของตาแก่ที่ใกล้จะลงโลงตรงหน้าไม่ได้

นางจึงได้เสียมารยาทเอ่ยแทรกขึ้นมา เมื่อจ้าวโม่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับร้องอ๋อขึ้นภายในใจอย่างรู้ทันความคิดของหญิงวัยกลางคนในทันที

“ขออภัยที่เสียมารยาทเจ้าค่ะ แต่ข้าคิดว่าเรื่องการแบ่งสมบัติของสกุลจ้าวไม่น่าจะใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่ท่านป้าใหญ่เอ่ยมานะเจ้าคะ”

“ก็แค่แบ่งให้เท่าเทียมกันเพียงเท่านั้นเรื่องก็จบลงแล้ว หรือว่าไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”

จ้าวโม่ที่ทนเห็นผู้เป็นตาต้องถูกพูดจาดูแคลนจากหญิงวัยกลางคนน่าเลือดไม่ได้จึงตัดสินใจเอ่ยแทรกกลางในตอนที่ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกันอยู่ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นการเสียมารยาทก็ตาม

“หุบปาก! เจ้ามันเป็นแค่เด็กยังไม่หย่านม อย่ามาสอดปากเรื่องของผู้ใหญ่เขา เดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าเอาได้ว่าเจ้ามันเป็นเด็กมารดาไม่สั่งสอน”

นางหลิวซื่อที่รู้สึกร้อนตัวจากคำพูดของเด็กสาวเลยตะคอกเสียงด่าทอเด็กสาวด้วยคำพูดหยาบคาย และยังไม่วายเอ่ยพาดพิงถึงมารดาของนางว่าไม่สั่งสอนลูกสาวให้ดีอีกด้วย

“ถ้าเช่นนั้นท่านป้าใหญ่เองก็คงเป็นเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ? เพราะท่านเองก็เอ่ยแทรกพวกท่านตาขึ้นมาเช่นเดียวกัน!”

“!!!”

==========================================================================================

ลูกสาวปากแซ่บมาก ป้าสะใภ้แกจะสู้น้องได้หรอ?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   กิจการรุ่งเรื่องตามต้องการ

    ผ่านมาแล้วกว่า 3 วัน หลังจากที่จ้าวโม่กลับมาจากจวนท่านเจ้าเมือง จ้าวโม่นั้นเร่งมือจัดการงานต่าง ๆ เป็นอย่างมากเพราะว่าในอีกสองวันนางกับพี่ชายทั้งสองจะต้องออกเดินทางไปยังแคว้นหาน เพื่อพบกับญาติฝั่งบิดาแล้วดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองของนางจึงได้วุ่นวายกันเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่าพวกเขาทั้งสามจะต้องฝากฝังงานต่าง ๆ ให้กับคนสนิทที่จะมาดูแลเรื่องต่อจากพวกนาง ในช่วงเวลาที่ทั้งสามคนเดินทางไปยังบ้านของท่านย่าแต่ก็ยังถือว่าสามพี่น้องได้จัดการเรื่องราวทุกอย่างลงได้ตามกำหนดการที่วางเอาไว้แล้วเมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางสามพี่น้องสกุลจ้าวจึงสามารถเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวลเพราะที่บ้านยังมีคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลงานต่อให้ จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองใช้เวลาในการเดินทางไปยังแคว้นหานและพักอาศัยอยู่ที่จวนโหวเป็นเวลา 1 เดือนจากนั้นครอบครัวจ้าวทั้งหมดก็ได้เร่งเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเอง เพื่อจัดการเรื่องราวของโรงงานน้ำตาลที่ใกล้จะได้เวลาเปิดกิจการแล้วโดยตลอดเวลาที่จ้าวโม่ไปพักผ่อนที่บ้านของท่าย่านั้น นางก็ได้รับความเอ็นดูจากทุกคนในตระกูลเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่านางเป็นหลานสาวที่ผู

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลของสกุลจ้าวเปิดขายแล้ว

    ในตอนนี้จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสอง ได้เข้ามาด้านในจวนของท่านเจ้าเมืองแล้ว และกำลังนั่งรอเจ้าของจวนอยู่ที่ห้องรับแขกกันอย่างเงียบ ๆและแล้วถังหมิงก็ได้มาถึงห้องรับแขกตามที่คนรับใช้ได้ไปแจ้งเขาว่าคุณหนูและคุณชายจากบ้านสกุลจ้าวมาขอเข้าพบโดยในครั้งนี้มีถังไท่เหวินติดตามมากับถังหมิงด้วย เพราะพวกเขาต้องการจะเห็นผลงานที่หญิงสาวทำออกมาได้“คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ”“คารวะท่านเจ้าเมือง พี่ไท่เหวินเจ้าค่ะ”คำทักทายจากสามพี่น้องสกุลจ้าวที่ดูจะเหมือนกัน แต่กลับต่างกันตรงท้ายประโยคของหญิงสาวที่เอ่ยทักทายชายหนุ่มอีกคนในห้องทำให้สายตาของบุรุษที่เหลืออีกสามคนต้องหันไปมองยังใบหน้าของถังไท่เหวินอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสงสัยโดยความสงสัยของถังหมิงนั้น แตกต่างกับพี่ชายทั้งสองของจ้าวโม่อย่างสิ้นเชิง เพราะความสงสัยคงชายวัยกลางคนก็คือว่า เขาทั้งสองไปสนิทกันจนเอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ส่วนความสงสัยของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวนั้น คือบุราตรงหน้าผู้นี้เป็นใคร แล้วทำไมน้องสาวของพวกเขาถึงได้เอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยความสนิทสนมเช่นนั้นได้กันและเหมือนถังไท่เหวินจะอ่านสายตาของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวออ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลสกุลจ้าว

    “พี่ใหญ่ พี่รองข้ามีอะไรจะให้พวกท่านได้ดูด้วยเจ้าค่ะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสอง เมื่อนางเดินมาหยุดลงตรงหน้าของชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“มีอะไรรึโม่เอ๋อร์”จ้าวจินฮ่าวเอ่ยถามน้องสาวกลับไป หลงจากที่หยุดมือจากการรีดน้ำอ้อยที่ทำอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังร่างของน้องสาวตนเอง“นี่อย่างไรเจ้าคะ น้ำตาลสกุลจ้าว ข้าทำมันออกมาสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ”“ว่าอย่างไรนะ!”ทันทีที่เอ่ยจบ จ้าวโม่ก็ได้ยกขวดโหลที่ใส่น้ำตาลก้อนเอาไว้ให้กับพี่ชายทั้งสองได้ดูอย่างชัด ๆส่วนชายหนุ่มทั้งสองเอง เมื่อได้ยินคำพูดบอกของน้องสาว ต่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากและเมื่อพวกเขาได้เห็นโหลแก้ว ที่ภายในมีเจ้าน้ำตาลก้อนที่น้องสาวหยิบออกมาให้ดูดวงตาของพวกเขาทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าเสียให้ได้ด้วยความตกใจก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะรีบพุ่งตัวเข้ามาหาน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพื่อจ้องมองดูเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในโหลแก้วบนมือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว“นะ นี่นะหรือคือน้ำตาลที่เจ้าทำออกมา ทำไมมันถึงมีรูปร่างที่ดูไม่เหมือนกับน้ำตาลที่พวกเราเคยพบเห็นเลยเล่า?”เมื่อจ้าวหยางได้เห็นน้ำตา

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ทำสำเร็จ

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้จัดการเรื่องที่ดินใหม่ หนังสือขึ้นทะเบียนและหนังสือสัญญาเสร็จจนครบเรียบร้อยแล้วหลายวันต่อมา จ้าวโม่ก็ได้สั่งงานให้พี่ใหญ่ของนางไปติดต่อนายช่าง ให้เข้าไปสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่บนที่ดินผืนใหม่ฝั่งเดียวกันกับบ้านพร้อมทั้งแบบภาพที่นางต้องการจะให้นายช่างสร้างออกมาให้ ส่วนที่ดินอีกผืนนางก็ได้สั่งให้คนงานเข้าไปปรับหน้าดิน และได้ลงมือปลูกต้นอ้อยจนเต็มให้แล้วเสร็จจนในที่สุด วันที่เครื่องรีดน้ำอ้อยที่นางได้สั่งทำในตัวเมืองหานเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ ก็แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยค่าสั่งทำเครื่องรีดน้ำอ้อยของจ้าวโม่ในครั้งนี้ก็ถือว่าราคาแพงพอสมควร แต่เมื่อนางเห็นผลงานที่ได้มาก็แทบจะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าเครื่องรีดน้ำอ้อยของนางที่ได้รับมานั้น เหมือนกับแบบวาดที่นางได้มอบให้กับนายช่างที่รับทำราวกับแกะ แถมเขายังมีบริการนำมาส่งให้ถึงบ้านอีกด้วยวันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์ตามที่จ้าวโม่ให้กับเจ้าเมืองหานพอดี ดังนั้นในวันนี้จ้าวโม่จึงได้วางแผนที่จะทดลองทำน้ำตาลออกมาดูโดยมีลูกมือก็คือเสี่ยวหลาน และพี่ชายทั้งสองของนางนั่นเอง ที่ใช้คนน้อยเพราะนางต้องการทำออกมาในจำนวนที่ไม่มากนั

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ซื้อที่สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล

    เอ่ยจบ ร่างสูงของโหวเทียนก็ลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปในที่สุด เมื่อจ้าวโม่เห็นดังนั้น นางจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบ้านเพื่อไปนอนพักผ่อนเช่นเดียวกันรุ่งเช้าของวันใหม่มาเยือน จ้าวโม่และคนสนิททั้งสองก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองหานตั้งแต่ทานมื้อเช้าเสร็จ เพื่อไปติดต่อซื้อที่ดินสำหรับการสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลตามที่วางแผนเอาไว้โดยที่จ้าวโม่ ได้กว้านซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับที่ของตนเองทั้งสองฝั่ง ทอดยาวไปจนครบด้านละ 100 หมู่ รวมทั้งสองฝั่งแล้ว จ้าวโม่ได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าในวันนี้ทั้งหมด 200 หมู่นางจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไปในวันนี้ถึง 70 ตำลึงทองเลยทีเดียว แต่จ้าวโม่ก็ยังคงยิ้มกว้างออกมาได้อย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงเม็ดเงินที่ตนเองจะได้จากกิจการที่กำลังลงทุนไปในวันนี้อย่างมากมายหลังจากที่ติดต่อเรื่องที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวโม่ก็ได้พาผู้ติดตามทั้งสองอย่างเสี่ยวหลานและจางติง ไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ก่อนที่นางจะเดินทางกลับบ้านของตนเองหลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย7 วันต่อมา ในวันนี้เป็นวันที่บิดา มารดาของนางจะออกเดินทางไปยังแคว้นหานเพื่อพบท่านย่าของนางแล้วในตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   แม่ทัพโหวแคว้นหาน

    “สามปีที่แล้ว? มันมีเวลาตั้งเท่าไหร่ ที่ท่านพ่อจะเอ่ยเรื่องนี้กับข้า แต่ท่านกลับไม่ทำ มาตอนนี้ท่านพ่อกลับบอกข้าว่าไม่มีเวลาจะบอกนะหรือเจ้าคะ?”จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบจากบิดาถึงกับรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเอ่ยตัดพ้อต่อบิดาของตนออกไป“พ่อขอโทษนะลูกโม่เอ๋อร์...”“แล้วทำไม่ท่านถึงมีเวลาบอกท่านตา ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่เล่าเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจตรงนี้”จ้าวโม่เอ่ยแทรกคำพูดของบิดาขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เพราะนางไม่เข้าใจว่าทำไมกับทุกคนบิดาของตนถึงได้มีเวลาบอกเรื่องนี้ได้ แต่กับนางกลับบอกว่าไม่มีเวลากัน“แต่ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะข้าดูไม่น่าจะรับเรื่องพวกนี้ไหวเอง ว่าแต่ที่ท่านแม่ทัพเดินทางมาที่บ้านจ้าวในครั้งนี้ เพราะเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่ายิ่งถามออกไปมากเท่าไหร่ ตนเองจะยิ่งได้รับคำตอบที่เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้นเพื่อไม่ต้องการจะเจ็บปวดและเสียใจไปมากกว่านี้ นางจึงได้เลือกที่จะตัดบทเรื่องของบิดา แล้วหันไปเอ่ยถามกับแขกที่มาบ้านถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายมาในครั้งนี้แทน“ที่ลุงมาในครั้งนี้ก็เพื่อทวงสัญญาจากบิดาของเจ้า บิดาของเจ้าให้สัญญากับลุงเอาไว้เมื่อสามปีก่อน”“ว่าอีก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หมู่บ้านหานไห่

    เมื่อนางฟานซื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่เอ่ยโต้แย้งตนเองแล้วเดินจากไป นางจึงได้เงียบเสียงลง ก่อนจะหันไปมองหน้าของผู้เป็นสามีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มาตลอดด้วยความรู้สึกเสียใจ“นางยังเด็ก ย่อมมีความรู้สึกขุ่นเคืองที่ตนเองถูกกระทำมา เจ้าก็อย่าคิดมากไปเลยนะน้องหญิง”จ้าวเหยียนเอ่ยปลอบภรรยาของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ความจริงที่ไม่เคยรู้

    “เพราะอะไรเช่นนั้นรึ? อะไรที่ทำให้เจ้าต้องการจะแยกบ้านกับบ้านใหญ่กันพอจะเอ่ยบอกกับตาได้หรือไม่”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามถึงเหตุผลจากหลานสาวอีกครั้ง เพราะการที่เขาจะสามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้ย่อมต้องมีเหตุผลรองรับที่หนักแน่นพอไม่เช่นนั้นเรื่องการแยกบ้านก็จะยุ่งยากขึ้นและไม่สามารถทำมันได้อย่างง่า

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ครอบครัวสกุลจ้าวสายรอง

    เด็กสาวยืนทำใจอยู่หน้าบ้านจนเสร็จก็เดินตรงเข้าไปภายในบ้านเพื่อนอนหลับพักผ่อนที่ห้องนอนของตนเองในทันทีแต่จ้าวโม่ก็ยังไม่ลืมที่จะค้นหายาทาแผลเพื่อนำไปทาตรงบาดแผลที่ปูดโนขึ้นตรงบริเวณท้ายทอยของตนเองก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนที่นอนแข็ง ๆ ไม่มีสัมผัสของความนุ่มนิ่มจนผล็อยหลับไปในที่สุดเป็นเวลากว่าสองชั่ว

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เป็นไปไม่ได้!

    กึก กึก กึก ติง ติง ติง!“เรียนท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้เครื่องบินเกิดตกหลุมอากาศ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านโปรดรัดเข็มขัดนิรภัยและนั่งประจำอยู่กับที่ของตนเองเพื่อความปลอดภัยดะ...”วูบบยังไม่ทันที่หลินหลินจะได้ฟังคำพูดของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจบประโยค ทุกอย่างก็ดับวูบลงไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status