Compartir

หารือเรื่องแยกบ้าน

last update Última actualización: 2026-03-07 09:58:53

ในที่สุดตอนนี้ครอบครัวของจ้าวโม่ก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าในมื้ออาหารเย็นเสียที

เพราะหลังจากที่จัดการเรื่องต่าง ๆ มากมายกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ดังนั้นในเวลานี้ครอบครัวของจ้าวโม่จึงกำลังกินมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้า

เมื่อจ้าวเหว่ยผู้อาวุโสที่สุดของบ้านเห็นว่าทุกคนในบ้านต่างก็กินข้าวเย็นกันเสร็จหมดแล้ว ชายชราจึงเริ่มต้นเอ่ยเปรยถึงเรื่องของการแยกบ้านขึ้นมาเพื่อไม่ให้เสียเวลา

“เอาละ ในเมื่อทุกคนทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าเองก็มีเรื่องที่จะเอ่ยถามความคิดเห็นจากพวกเจ้าทุกคนหน่อย”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

สมาชิกทุกคนของบ้านจึงเอ่ยรับคำของชายชราขึ้น จากนั้นคนทั้งหมดจึงได้เดินตามหลังของจ้าวเหว่ยเข้าไปนั่งภายในบ้านอย่างสงบ

เมื่อชายชราเห็นว่าทุกคนได้นั่งลงประจำที่กันอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองต้องการจะพูดขึ้นมา

“ข้าคิดว่าพวกเราควรจะแยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่เสียที พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไรกันบ้างก็เอ่ยออกมาเถิด”

“พวกข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อขอรับ ไม่ว่าท่านพ่อตัดสินใจเช่นไรพวกข้าก็จะทำตามความต้องการของท่านพ่ออย่างดีขอรับ”

หลังจากจบคำพูดของชายชรา จ้าวเหยียนก็เป็นคนเอ่ยให้คำตอบแก่พ่อตาของตนเองขึ้นมาทันทีอย่างเห็นด้วย

โดยที่มีสมาชิกคนอื่น ๆ ที่พยักหน้ารับคำของจ้าวเหยียน สร้างความแปลกใจให้กับจ้าวเหว่ยและจ้าวโม่อยู่ไม่น้อย

“ทำไมพวกเจ้าจึงไม่คิดเอ่ยขัดข้าเลยเล่า”

ชายชราเองกลับเป็นฝ่ายที่เอ่ยถามทุกคนออกไปด้วยความสงสัยอย่างอดไม่ได้

“ข้ากับลูก ๆ ได้ยินเรื่องที่ท่านพ่อกับโม่เอ๋อร์พูดคุยกันเมื่อช่วงบ่ายแล้วขอรับ บอกตามตรงข้ากับลูกชายทั้งสองนั้นโมโหจนแทบจะพุ่งไปที่บ้านใหญ่เพื่อเอาเรื่องที่ได้ยินเสียตอนนั้นเลย”

“แต่เมื่อพวกข้าได้ยินว่าท่านพ่อเองก็ต้องการแยกบ้านออกมาแล้ว พวกข้าจึงไม่อยากสร้างเรื่องจนทำให้เรื่องการแยกบ้านต้องติดขัดขอรับ”

จ้าวเหยียนเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างไม่คิดจะปกปิดเรื่องที่พวกตนแอบได้ยินสิ่งที่พ่อตากับบุตรสาวพูดคุยกันเมื่อตอนบ่ายให้กับพ่อตาของตนฟัง

“เช่นนั้นก็ดี แล้วเจ้าเล่าฟานเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”

จ้าวเหว่ยเอ่ยกับลูกเขยจบก็หันไปยิงคำถามให้กับบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนที่ในตอนนี้กำลังนั่งกุมมือของตนเองแน่นอย่างรู้สึกผิด

“ข้าแล้วแต่ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้าไร้ความสามารถจนทำให้โม่เอ๋อร์เกือบจะเป็นอันตราย ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ อึก”

นางฟานซื่อเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและพยายามอดกลั้นเสียงสะอื้นไห้ของตนเองเอาไว้อย่างเต็มที่

แต่ใบหน้าของนางในตอนนี้กลับเจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความรู้สึกผิด เสียใจ กล่าวโทษตนเองที่ไม่สามารถปกป้องลูกสาวของตนเองให้ดี

“ท่านแม่อย่างร้องไห้สิเจ้าคะ ข้าไม่เป็นอะไรท่านแม่ได้ปกป้องข้าอย่างดีที่สุดแล้ว”

จ้าวโม่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ของมารดารีบเอ่ยปลอบใจมารดาของตนเอง พร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสไปให้อีกฝ่ายเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่เป็นอะไรจริง ๆ

“อึก โม่เอ๋อร์ ขอโทษด้วยนะลูกรักเป็นแม่เองที่อ่อนแอเกินไปจนทำให้เจ้าต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนั้น”

นางฟานซื่อเอ่ยขอโทษบุตรสาวอันเป็นที่รักของนางด้วยความรู้สึกผิดที่เต็มอยู่ในอก

“ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง แล้วครั้งนี้ข้าจะไม่มีทางยอมให้คนพวกนั้นมารังแกท่านแม่ได้อีกต่อไปเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่โผล่เข้าสวมกอดมารดาของตนแน่น พร้อมกับเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายถึงความตั้งใจที่นางกำลังจะทำในอนาคตข้างหน้ากับผู้เป็นมารดา

“อื้ม ได้สิ”

จบคำตอบรับของนางฟานซื่อ ทุกคนภายในบ้านต่างก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเบาใจที่ในที่สุดครอบครัวของพวกเขาก็กลับมาร่วมใจกันต่อสู้อีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปที่บ้านใหญ่เพื่อพูดคุยกับพี่ใหญ่เรื่องการแยกบ้านของเราก็แล้วกันนะ”

เมื่อจ้าวเหว่ยเห็นว่าเรื่องราวได้จบลงด้วยดีแล้วนั้น เขาจึงได้เอ่ยถึงข้อสรุปเรื่องการแยกบ้านให้กับทุกคนในบ้านได้รับรู้โดยทั่วกันเสีย

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิด”

หลังจากเห็นว่าทุกคนเอ่ยตอบรับคำของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้วชายชราจึงเอ่ยตัดบทให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเสีย เพราะในตอนนี้ก็เลยเวลานอนมามากพอสมควรแล้ว

ดังนั้นทุกคนในบ้านรองสกุลจ้าวจึงพากันพยักหน้ารับคำแล้วต่างก็แยกย้ายกันกลับห้องนอนของตนเองในทันที

แต่ก่อนที่จ้าวโม่จะเดินกลับห้องนอนของนางไปนั้นนางได้เอ่ยทิ้งท้ายกับผู้เป็นตาเอาไว้ว่าในวันพรุ่งนี้นางจะไปเป็นเพื่อนเขาเพื่อพูดคุยเรื่องการแยกบ้านในครั้งนี้ด้วยนั่นเอง

“วันพรุ่งข้าจะไปกับท่านตาด้วยนะเจ้าคะ เพราะข้าคิดว่าท่านตาจะต้องถูกคนพวกนั้นรุมจนต้องให้ข้าช่วยอย่างแน่นอน”

“เดี๋ยวเถอะ! เจ้าตัวแสบนี่เห็นตาเป็นลูกไก่หรือย่างไรที่จะยอมอยู่เฉย ๆ ให้คนอื่นมาบีบเช่นนั้น”

ชายชราเอ่ยโต้แย้งคำพูดของหลานสาวตามแผ่นหลังเล็กบอบบางไปอย่างไม่ยอมรับในคำพูดของเด็กสาว

แต่บนใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนขึ้นมาเสียอย่างนั้นก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องนอนของตนเองเช่นเดียวกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นจ้าวโม่ที่ตื่นมาตั้งแต่เช้าจึงได้เดินเข้าไปช่วยมารดาหุงหาอาหารเป็นวันแรก ถึงแม้ว่ามารดาของนางจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม

“ท่านแม่วันนี้ท่านจะทำมื้อเช้าเป็นอะไรดีเจ้าคะ”

น้ำเสียงสดใสของเด็กสาวที่เอ่ยถามผู้เป็นมารดาอยู่ที่ครัวหลังบ้านทำให้สมาชิกอีกสี่คนที่เหลือที่ในตอนนี้กำลังนั่งรอมื้อเช้ากันอยู่ตรงหน้าบ้านต่างก็เผยรอยยิ้มเอ็นดูออกมา

“นางช่างเปลี่ยนไปไม่น้อย”

“ใช่แล้วขอรับท่านพ่อ”

จ้าวเหยียนเอ่ยสำทับคำพูดของพ่อตาที่เอ่ยถึงบุตรสาวของตนที่ตั้งแต่เมื่อวานมานางดูสดใส ร่าเริงขึ้นมากกว่าแต่ก่อนยิ่งนัก

“ข้าคิดว่าน้องเล็กคงจะมีความสุขมากนะขอรับ เพราะตั้งแต่นางเจ็ดหนาว ข้าก็ไม่เคยเห็นใบหน้าที่แสนน่ารักและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใสเช่นนี้อีกเลย”

จ้าวจินฮ่าวเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของท่านตาและท่านพ่อของเขา

“ข้าก็คิดเช่นเดียวกันขอรับ”

แม้แต่จ้าวหยางเองก็ยังเอ่ยสำทับขึ้นมาอีกคน

“แล้ววันนี้ท่านพ่อจะให้พวกข้าไปด้วยหรือไม่ขอรับ?”

จ้าวเหยียนเอ่ยถามพ่อตาของเขาขึ้นหลังจากที่ทุกคนนั่งเงียบกันไปสักพัก

“ไม่ต้องหรอก พวกเจ้ายังต้องนำสัตว์ป่าพวกนั้นเข้าไปขายในตัวเมืองอยู่ เรื่องนี้ปล่อยให้ข้ากับโม่เอ๋อร์จัดการเองเถิด”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้านิ่ง ๆ แต่เพียงแค่ชื่อของเด็กสาวก็ทำเอาสามพ่อลูกบ้านจ้าวถึงกับหลุดเสียงร้องขึ้นมาด้วยความงุนงง

“โม่เอ๋อร?/น้องเล็ก?”

“ใช่แล้ว นางจะไปกับข้าด้วย พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปข้าเชื่อว่าเรื่องนี้จะจบลงได้ด้วยดีอย่างแน่นอน ฮ่า ฮ่า”

ชายชราเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะอย่างขบขันกับท่าทางของบุรุษทั้งสามตรงหน้าเมื่อรู้ว่าหลานสาวของตนจะไปจัดการเรื่องนี้เป็นเพื่อนตนเองด้วย

“มื้อเช้ามาแล้วเจ้าค่ะ”

และบทสนทนาของคนทั้งสี่ก็จบลงเมื่อน้ำเสียงสดใสของจ้าวโม่ดังขึ้นจากทางด้านหลังที่เดินตรงมาหาพวกเขาพร้อมกับถามอาหารในมือเล็ก ๆ ของเด็กสาว

เพียงเท่านั้นพี่ชายทั้งสองของนางก็รีบลุกขึ้นไปช่วยน้องสาวถือถาดอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะทานข้าวกันอย่างรวดเร็ว

ไม่นานหลังจากนั้นครอบครัวของจ้าวโม่ก็ลงมือทานมื้อเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย และแยกย้ายกันไปทำธุระของตนเองในเวลาต่อมา

==========================================================================================

ชอบความรักความรักที่่ครอบครัวน้องมีให้กันมาก ท่านตาคือmvpในตอนหน้าค่ะ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ที่ดินแปลงที่ดีที่สุด

    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีความจำเป็น อย่างไรพวกเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วถึงทำให้จ้าวโม่เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองกับท่านตามาที่บ้านของอีกฝ่ายในวันนี้ทันที“ได้สิ ท่านน้าจ้าวเหว่ยเชิญนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบแผนภาพที่ดินของหมู่บ้านออกมาให้ท่านได้ลองเลือกดู”“ได้ ๆ”หลังจากที่ชายชราเอ่ยตอบรับคำของเขาแล้ว กู้เชาจึงได้เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษที่ด้านในเป็นแผนภาพของที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านและตามหลังของเขาออกมาก็คือกู้เป้ยเป้ยที่ทำหน้าที่เอาน้ำออกมาต้อนรับแขกของบ้าน“น้ำเจ้าค่ะ”“ขอบใจมากนะเป้ยเอ๋อร์”จ้าวเหว่ยเอ่ยขอบใจเด็กสาวที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้านด้วยความเอ็นดู กู้เป้ยเป้ยยิ้มรับด้วยความดีใจก่อนที่เด็กสาวจะผละตัวออกไป“นี่คือที่ดินที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดภายในหมู่บ้าน ท่านอาจ้าวลองเลือกดูก่อนว่าถูกใจที่ดินแปลงไหน แล้วเดี๋ยวข้าจะได้แจ้งราคาของที่ดินแปลงนั้น ๆ ให้ท่าน”กู้เชากางม้วนกระดาษลงตรงหน้าของสองตาหลานบ้

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   จัดการเรื่องที่ดิน

    “เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องท

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เงินที่ขายสมุนไพรได้

    ตลอดเวลาที่สองตาหลานบ้านจ้าวนั่งวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นที่สนใจจากชาวบ้านที่นั่งอยู่บนเกวียนด้วยโดยเฉพาะสองแม่ลูกบ้านจ้าวสายหลัก ที่คอยมองข้าวของที่นางกับชายชราถือกันขึ้นเกวียนไปนั้นจนถึงลงจากเกวียนดวงตาของสองแม่ลูกก็ยังคงมองตามอย่างไม่วางตาซึ่งจ้าวโม่ก็ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วพยายามเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตนกับผู้เป็นตาด้วยความรวดเร็ว กว่าที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางจะกลับถึงบ้านของตนเองก็เป็นเวลาต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) แล้วดังนั้นในตอนที่ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านสมาชิกคนอื่น ๆ จึงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าแล้วนั่นเองเมื่อคนสกุลจ้าวทั้งสี่เห็นว่าสองตาหลานได้เดินทางกลับมาพร้อมกับมือที่ถือข้าวของมากมายก็รีบพากันเดินออกไปรับทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันถือของช่วยเด็กสาวกับชายชราแล้วพากันเดินกลับเข้าบ้านไป ถึงแม้ว่าภายในใจของทุกคนจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ก็ยังอดทนรอที่จะเอ่ยถามออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่จ้าวโม่กลับมาถึงบ้านแล้วนั้นเด็กสาวก็รีบปลีกตัวเข้าครัวไปช่วยมารดาหุงหาอาหารในทันทีทิ้งให้ชายชรารับหน้าที่ตอบคำถามของผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองของตนอย

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ได้เวลาใช้เงินแล้วเจ้าค่ะ

    “ถ้าท่านตาคิดเช่นนี้จริงก็ต้องไม่เอ่ยว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นของข้านะเจ้าคะ แต่มันคือเงินของบ้านเราเจ้าค่ะท่านตา พวกเราทุกคนสามารถใช้มันได้”จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่ได้มานั้นเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีก“ตาเข้าใจแล้ว เป็นตาที่เลอะเลือนไป เจ้าอย่าโกรธตาเลยนะโม่เอ๋อร์”จ้าวเหว่ยรีบเอ่ยยอมรับผิดและยังเอ่ยงอนง้อหลานสาวที่น่ารักของตนเองอย่างไม่คิดจะอายต่อสายตาผู้คนแม้แต่น้อย“หลานหรือจะโกรธท่านตา หลานก็เพียงแค่น้อยใจเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อพวกเราพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หลานก็ไม่ติดใจเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปหาซื้อข้าวของกลับบ้านกันดีกว่านะเจ้าคะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราอีกครั้ง จากนั้นเด็กสาวจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้รีบไปหาซื้อข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้วซึ่งชายชราก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำแล้วรีบออกเดินไปตามถนนที่มีจุดหมายคือตลาดกลางเมืองที่เป็นที่สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของต่าง ๆจ้าวโม่กับท่านตาของนางพากันเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เด็กสาวเองก็กำลังคิดไปด้วยว่าตนเองจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกจนในที่สุดนางก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   พวกเราร่ำรวยแล้วเจ้าค่ะ

    “ว่าอย่างไร หรือว่าราคามันยังต่ำไปเช่นนั้นข้าเพิ่มให้เป็นหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”เมื่อเสิ่นหลางเห็นว่าสองตาหลานเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมเอ่ยตอบตนเองก็รู้สึกเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจกับราคาที่ตนเองเสนอให้เมื่อสักครู่นี้ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มราคาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพิ่มอีกสิบตำลึงทองเพื่อให้อีกฝ่ายตกลงขายเห็นหลินจือแดงทั้งหมดให้กับเขาเสียเพราะเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริง ๆ ด้วยเขาสามารถนำมันไปเพิ่มราคากับคนที่จะมาซื้อกับเขาได้อีกมากนั่นเอง“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับท่านตาตกลงขายเห็ดหลินจือทั้งหมดให้กับเถ้าแก่เสิ่นในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”เป็นจ้าวโม่ที่เอ่ยตกปากรับคำตอบรับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาให้ เพราะนางเห็นว่าในตอนนี้ท่านตาของนางนั้นได้สติหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคำตอบของเด็กสาวก็สร้างความดีใจให้กับเสิ่นหลางเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขามีสมุนไพรที่บุคคลสำคัญต้องการมากที่สุดมาอยู่ในมือของเขาแล้วในตอนนี้“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อยสิ”เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยเรียกเด็กในร้านเพื่อต้องการ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เข้าเมืองขายสมุนไพร

    “ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทนผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะจากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางห

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status