Share

หารือเรื่องแยกบ้าน

last update Tanggal publikasi: 2026-03-07 09:58:53

ในที่สุดตอนนี้ครอบครัวของจ้าวโม่ก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าในมื้ออาหารเย็นเสียที

เพราะหลังจากที่จัดการเรื่องต่าง ๆ มากมายกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ดังนั้นในเวลานี้ครอบครัวของจ้าวโม่จึงกำลังกินมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้า

เมื่อจ้าวเหว่ยผู้อาวุโสที่สุดของบ้านเห็นว่าทุกคนในบ้านต่างก็กินข้าวเย็นกันเสร็จหมดแล้ว ชายชราจึงเริ่มต้นเอ่ยเปรยถึงเรื่องของการแยกบ้านขึ้นมาเพื่อไม่ให้เสียเวลา

“เอาละ ในเมื่อทุกคนทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าเองก็มีเรื่องที่จะเอ่ยถามความคิดเห็นจากพวกเจ้าทุกคนหน่อย”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

สมาชิกทุกคนของบ้านจึงเอ่ยรับคำของชายชราขึ้น จากนั้นคนทั้งหมดจึงได้เดินตามหลังของจ้าวเหว่ยเข้าไปนั่งภายในบ้านอย่างสงบ

เมื่อชายชราเห็นว่าทุกคนได้นั่งลงประจำที่กันอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองต้องการจะพูดขึ้นมา

“ข้าคิดว่าพวกเราควรจะแยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่เสียที พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไรกันบ้างก็เอ่ยออกมาเถิด”

“พวกข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อขอรับ ไม่ว่าท่านพ่อตัดสินใจเช่นไรพวกข้าก็จะทำตามความต้องการของท่านพ่ออย่างดีขอรับ”

หลังจากจบคำพูดของชายชรา จ้าวเหยียนก็เป็นคนเอ่ยให้คำตอบแก่พ่อตาของตนเองขึ้นมาทันทีอย่างเห็นด้วย

โดยที่มีสมาชิกคนอื่น ๆ ที่พยักหน้ารับคำของจ้าวเหยียน สร้างความแปลกใจให้กับจ้าวเหว่ยและจ้าวโม่อยู่ไม่น้อย

“ทำไมพวกเจ้าจึงไม่คิดเอ่ยขัดข้าเลยเล่า”

ชายชราเองกลับเป็นฝ่ายที่เอ่ยถามทุกคนออกไปด้วยความสงสัยอย่างอดไม่ได้

“ข้ากับลูก ๆ ได้ยินเรื่องที่ท่านพ่อกับโม่เอ๋อร์พูดคุยกันเมื่อช่วงบ่ายแล้วขอรับ บอกตามตรงข้ากับลูกชายทั้งสองนั้นโมโหจนแทบจะพุ่งไปที่บ้านใหญ่เพื่อเอาเรื่องที่ได้ยินเสียตอนนั้นเลย”

“แต่เมื่อพวกข้าได้ยินว่าท่านพ่อเองก็ต้องการแยกบ้านออกมาแล้ว พวกข้าจึงไม่อยากสร้างเรื่องจนทำให้เรื่องการแยกบ้านต้องติดขัดขอรับ”

จ้าวเหยียนเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างไม่คิดจะปกปิดเรื่องที่พวกตนแอบได้ยินสิ่งที่พ่อตากับบุตรสาวพูดคุยกันเมื่อตอนบ่ายให้กับพ่อตาของตนฟัง

“เช่นนั้นก็ดี แล้วเจ้าเล่าฟานเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”

จ้าวเหว่ยเอ่ยกับลูกเขยจบก็หันไปยิงคำถามให้กับบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนที่ในตอนนี้กำลังนั่งกุมมือของตนเองแน่นอย่างรู้สึกผิด

“ข้าแล้วแต่ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้าไร้ความสามารถจนทำให้โม่เอ๋อร์เกือบจะเป็นอันตราย ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ อึก”

นางฟานซื่อเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและพยายามอดกลั้นเสียงสะอื้นไห้ของตนเองเอาไว้อย่างเต็มที่

แต่ใบหน้าของนางในตอนนี้กลับเจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความรู้สึกผิด เสียใจ กล่าวโทษตนเองที่ไม่สามารถปกป้องลูกสาวของตนเองให้ดี

“ท่านแม่อย่างร้องไห้สิเจ้าคะ ข้าไม่เป็นอะไรท่านแม่ได้ปกป้องข้าอย่างดีที่สุดแล้ว”

จ้าวโม่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ของมารดารีบเอ่ยปลอบใจมารดาของตนเอง พร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสไปให้อีกฝ่ายเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่เป็นอะไรจริง ๆ

“อึก โม่เอ๋อร์ ขอโทษด้วยนะลูกรักเป็นแม่เองที่อ่อนแอเกินไปจนทำให้เจ้าต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนั้น”

นางฟานซื่อเอ่ยขอโทษบุตรสาวอันเป็นที่รักของนางด้วยความรู้สึกผิดที่เต็มอยู่ในอก

“ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง แล้วครั้งนี้ข้าจะไม่มีทางยอมให้คนพวกนั้นมารังแกท่านแม่ได้อีกต่อไปเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่โผล่เข้าสวมกอดมารดาของตนแน่น พร้อมกับเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายถึงความตั้งใจที่นางกำลังจะทำในอนาคตข้างหน้ากับผู้เป็นมารดา

“อื้ม ได้สิ”

จบคำตอบรับของนางฟานซื่อ ทุกคนภายในบ้านต่างก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเบาใจที่ในที่สุดครอบครัวของพวกเขาก็กลับมาร่วมใจกันต่อสู้อีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปที่บ้านใหญ่เพื่อพูดคุยกับพี่ใหญ่เรื่องการแยกบ้านของเราก็แล้วกันนะ”

เมื่อจ้าวเหว่ยเห็นว่าเรื่องราวได้จบลงด้วยดีแล้วนั้น เขาจึงได้เอ่ยถึงข้อสรุปเรื่องการแยกบ้านให้กับทุกคนในบ้านได้รับรู้โดยทั่วกันเสีย

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิด”

หลังจากเห็นว่าทุกคนเอ่ยตอบรับคำของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้วชายชราจึงเอ่ยตัดบทให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเสีย เพราะในตอนนี้ก็เลยเวลานอนมามากพอสมควรแล้ว

ดังนั้นทุกคนในบ้านรองสกุลจ้าวจึงพากันพยักหน้ารับคำแล้วต่างก็แยกย้ายกันกลับห้องนอนของตนเองในทันที

แต่ก่อนที่จ้าวโม่จะเดินกลับห้องนอนของนางไปนั้นนางได้เอ่ยทิ้งท้ายกับผู้เป็นตาเอาไว้ว่าในวันพรุ่งนี้นางจะไปเป็นเพื่อนเขาเพื่อพูดคุยเรื่องการแยกบ้านในครั้งนี้ด้วยนั่นเอง

“วันพรุ่งข้าจะไปกับท่านตาด้วยนะเจ้าคะ เพราะข้าคิดว่าท่านตาจะต้องถูกคนพวกนั้นรุมจนต้องให้ข้าช่วยอย่างแน่นอน”

“เดี๋ยวเถอะ! เจ้าตัวแสบนี่เห็นตาเป็นลูกไก่หรือย่างไรที่จะยอมอยู่เฉย ๆ ให้คนอื่นมาบีบเช่นนั้น”

ชายชราเอ่ยโต้แย้งคำพูดของหลานสาวตามแผ่นหลังเล็กบอบบางไปอย่างไม่ยอมรับในคำพูดของเด็กสาว

แต่บนใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนขึ้นมาเสียอย่างนั้นก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องนอนของตนเองเช่นเดียวกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นจ้าวโม่ที่ตื่นมาตั้งแต่เช้าจึงได้เดินเข้าไปช่วยมารดาหุงหาอาหารเป็นวันแรก ถึงแม้ว่ามารดาของนางจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม

“ท่านแม่วันนี้ท่านจะทำมื้อเช้าเป็นอะไรดีเจ้าคะ”

น้ำเสียงสดใสของเด็กสาวที่เอ่ยถามผู้เป็นมารดาอยู่ที่ครัวหลังบ้านทำให้สมาชิกอีกสี่คนที่เหลือที่ในตอนนี้กำลังนั่งรอมื้อเช้ากันอยู่ตรงหน้าบ้านต่างก็เผยรอยยิ้มเอ็นดูออกมา

“นางช่างเปลี่ยนไปไม่น้อย”

“ใช่แล้วขอรับท่านพ่อ”

จ้าวเหยียนเอ่ยสำทับคำพูดของพ่อตาที่เอ่ยถึงบุตรสาวของตนที่ตั้งแต่เมื่อวานมานางดูสดใส ร่าเริงขึ้นมากกว่าแต่ก่อนยิ่งนัก

“ข้าคิดว่าน้องเล็กคงจะมีความสุขมากนะขอรับ เพราะตั้งแต่นางเจ็ดหนาว ข้าก็ไม่เคยเห็นใบหน้าที่แสนน่ารักและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใสเช่นนี้อีกเลย”

จ้าวจินฮ่าวเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของท่านตาและท่านพ่อของเขา

“ข้าก็คิดเช่นเดียวกันขอรับ”

แม้แต่จ้าวหยางเองก็ยังเอ่ยสำทับขึ้นมาอีกคน

“แล้ววันนี้ท่านพ่อจะให้พวกข้าไปด้วยหรือไม่ขอรับ?”

จ้าวเหยียนเอ่ยถามพ่อตาของเขาขึ้นหลังจากที่ทุกคนนั่งเงียบกันไปสักพัก

“ไม่ต้องหรอก พวกเจ้ายังต้องนำสัตว์ป่าพวกนั้นเข้าไปขายในตัวเมืองอยู่ เรื่องนี้ปล่อยให้ข้ากับโม่เอ๋อร์จัดการเองเถิด”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้านิ่ง ๆ แต่เพียงแค่ชื่อของเด็กสาวก็ทำเอาสามพ่อลูกบ้านจ้าวถึงกับหลุดเสียงร้องขึ้นมาด้วยความงุนงง

“โม่เอ๋อร?/น้องเล็ก?”

“ใช่แล้ว นางจะไปกับข้าด้วย พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปข้าเชื่อว่าเรื่องนี้จะจบลงได้ด้วยดีอย่างแน่นอน ฮ่า ฮ่า”

ชายชราเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะอย่างขบขันกับท่าทางของบุรุษทั้งสามตรงหน้าเมื่อรู้ว่าหลานสาวของตนจะไปจัดการเรื่องนี้เป็นเพื่อนตนเองด้วย

“มื้อเช้ามาแล้วเจ้าค่ะ”

และบทสนทนาของคนทั้งสี่ก็จบลงเมื่อน้ำเสียงสดใสของจ้าวโม่ดังขึ้นจากทางด้านหลังที่เดินตรงมาหาพวกเขาพร้อมกับถามอาหารในมือเล็ก ๆ ของเด็กสาว

เพียงเท่านั้นพี่ชายทั้งสองของนางก็รีบลุกขึ้นไปช่วยน้องสาวถือถาดอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะทานข้าวกันอย่างรวดเร็ว

ไม่นานหลังจากนั้นครอบครัวของจ้าวโม่ก็ลงมือทานมื้อเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย และแยกย้ายกันไปทำธุระของตนเองในเวลาต่อมา

==========================================================================================

ชอบความรักความรักที่่ครอบครัวน้องมีให้กันมาก ท่านตาคือmvpในตอนหน้าค่ะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   กิจการรุ่งเรื่องตามต้องการ

    ผ่านมาแล้วกว่า 3 วัน หลังจากที่จ้าวโม่กลับมาจากจวนท่านเจ้าเมือง จ้าวโม่นั้นเร่งมือจัดการงานต่าง ๆ เป็นอย่างมากเพราะว่าในอีกสองวันนางกับพี่ชายทั้งสองจะต้องออกเดินทางไปยังแคว้นหาน เพื่อพบกับญาติฝั่งบิดาแล้วดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองของนางจึงได้วุ่นวายกันเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่าพวกเขาทั้งสามจะต้องฝากฝังงานต่าง ๆ ให้กับคนสนิทที่จะมาดูแลเรื่องต่อจากพวกนาง ในช่วงเวลาที่ทั้งสามคนเดินทางไปยังบ้านของท่านย่าแต่ก็ยังถือว่าสามพี่น้องได้จัดการเรื่องราวทุกอย่างลงได้ตามกำหนดการที่วางเอาไว้แล้วเมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางสามพี่น้องสกุลจ้าวจึงสามารถเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวลเพราะที่บ้านยังมีคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลงานต่อให้ จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองใช้เวลาในการเดินทางไปยังแคว้นหานและพักอาศัยอยู่ที่จวนโหวเป็นเวลา 1 เดือนจากนั้นครอบครัวจ้าวทั้งหมดก็ได้เร่งเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเอง เพื่อจัดการเรื่องราวของโรงงานน้ำตาลที่ใกล้จะได้เวลาเปิดกิจการแล้วโดยตลอดเวลาที่จ้าวโม่ไปพักผ่อนที่บ้านของท่าย่านั้น นางก็ได้รับความเอ็นดูจากทุกคนในตระกูลเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่านางเป็นหลานสาวที่ผู

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลของสกุลจ้าวเปิดขายแล้ว

    ในตอนนี้จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสอง ได้เข้ามาด้านในจวนของท่านเจ้าเมืองแล้ว และกำลังนั่งรอเจ้าของจวนอยู่ที่ห้องรับแขกกันอย่างเงียบ ๆและแล้วถังหมิงก็ได้มาถึงห้องรับแขกตามที่คนรับใช้ได้ไปแจ้งเขาว่าคุณหนูและคุณชายจากบ้านสกุลจ้าวมาขอเข้าพบโดยในครั้งนี้มีถังไท่เหวินติดตามมากับถังหมิงด้วย เพราะพวกเขาต้องการจะเห็นผลงานที่หญิงสาวทำออกมาได้“คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ”“คารวะท่านเจ้าเมือง พี่ไท่เหวินเจ้าค่ะ”คำทักทายจากสามพี่น้องสกุลจ้าวที่ดูจะเหมือนกัน แต่กลับต่างกันตรงท้ายประโยคของหญิงสาวที่เอ่ยทักทายชายหนุ่มอีกคนในห้องทำให้สายตาของบุรุษที่เหลืออีกสามคนต้องหันไปมองยังใบหน้าของถังไท่เหวินอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสงสัยโดยความสงสัยของถังหมิงนั้น แตกต่างกับพี่ชายทั้งสองของจ้าวโม่อย่างสิ้นเชิง เพราะความสงสัยคงชายวัยกลางคนก็คือว่า เขาทั้งสองไปสนิทกันจนเอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ส่วนความสงสัยของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวนั้น คือบุราตรงหน้าผู้นี้เป็นใคร แล้วทำไมน้องสาวของพวกเขาถึงได้เอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยความสนิทสนมเช่นนั้นได้กันและเหมือนถังไท่เหวินจะอ่านสายตาของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวออ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลสกุลจ้าว

    “พี่ใหญ่ พี่รองข้ามีอะไรจะให้พวกท่านได้ดูด้วยเจ้าค่ะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสอง เมื่อนางเดินมาหยุดลงตรงหน้าของชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“มีอะไรรึโม่เอ๋อร์”จ้าวจินฮ่าวเอ่ยถามน้องสาวกลับไป หลงจากที่หยุดมือจากการรีดน้ำอ้อยที่ทำอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังร่างของน้องสาวตนเอง“นี่อย่างไรเจ้าคะ น้ำตาลสกุลจ้าว ข้าทำมันออกมาสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ”“ว่าอย่างไรนะ!”ทันทีที่เอ่ยจบ จ้าวโม่ก็ได้ยกขวดโหลที่ใส่น้ำตาลก้อนเอาไว้ให้กับพี่ชายทั้งสองได้ดูอย่างชัด ๆส่วนชายหนุ่มทั้งสองเอง เมื่อได้ยินคำพูดบอกของน้องสาว ต่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากและเมื่อพวกเขาได้เห็นโหลแก้ว ที่ภายในมีเจ้าน้ำตาลก้อนที่น้องสาวหยิบออกมาให้ดูดวงตาของพวกเขาทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าเสียให้ได้ด้วยความตกใจก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะรีบพุ่งตัวเข้ามาหาน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพื่อจ้องมองดูเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในโหลแก้วบนมือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว“นะ นี่นะหรือคือน้ำตาลที่เจ้าทำออกมา ทำไมมันถึงมีรูปร่างที่ดูไม่เหมือนกับน้ำตาลที่พวกเราเคยพบเห็นเลยเล่า?”เมื่อจ้าวหยางได้เห็นน้ำตา

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ทำสำเร็จ

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้จัดการเรื่องที่ดินใหม่ หนังสือขึ้นทะเบียนและหนังสือสัญญาเสร็จจนครบเรียบร้อยแล้วหลายวันต่อมา จ้าวโม่ก็ได้สั่งงานให้พี่ใหญ่ของนางไปติดต่อนายช่าง ให้เข้าไปสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่บนที่ดินผืนใหม่ฝั่งเดียวกันกับบ้านพร้อมทั้งแบบภาพที่นางต้องการจะให้นายช่างสร้างออกมาให้ ส่วนที่ดินอีกผืนนางก็ได้สั่งให้คนงานเข้าไปปรับหน้าดิน และได้ลงมือปลูกต้นอ้อยจนเต็มให้แล้วเสร็จจนในที่สุด วันที่เครื่องรีดน้ำอ้อยที่นางได้สั่งทำในตัวเมืองหานเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ ก็แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยค่าสั่งทำเครื่องรีดน้ำอ้อยของจ้าวโม่ในครั้งนี้ก็ถือว่าราคาแพงพอสมควร แต่เมื่อนางเห็นผลงานที่ได้มาก็แทบจะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าเครื่องรีดน้ำอ้อยของนางที่ได้รับมานั้น เหมือนกับแบบวาดที่นางได้มอบให้กับนายช่างที่รับทำราวกับแกะ แถมเขายังมีบริการนำมาส่งให้ถึงบ้านอีกด้วยวันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์ตามที่จ้าวโม่ให้กับเจ้าเมืองหานพอดี ดังนั้นในวันนี้จ้าวโม่จึงได้วางแผนที่จะทดลองทำน้ำตาลออกมาดูโดยมีลูกมือก็คือเสี่ยวหลาน และพี่ชายทั้งสองของนางนั่นเอง ที่ใช้คนน้อยเพราะนางต้องการทำออกมาในจำนวนที่ไม่มากนั

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ซื้อที่สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล

    เอ่ยจบ ร่างสูงของโหวเทียนก็ลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปในที่สุด เมื่อจ้าวโม่เห็นดังนั้น นางจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบ้านเพื่อไปนอนพักผ่อนเช่นเดียวกันรุ่งเช้าของวันใหม่มาเยือน จ้าวโม่และคนสนิททั้งสองก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองหานตั้งแต่ทานมื้อเช้าเสร็จ เพื่อไปติดต่อซื้อที่ดินสำหรับการสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลตามที่วางแผนเอาไว้โดยที่จ้าวโม่ ได้กว้านซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับที่ของตนเองทั้งสองฝั่ง ทอดยาวไปจนครบด้านละ 100 หมู่ รวมทั้งสองฝั่งแล้ว จ้าวโม่ได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าในวันนี้ทั้งหมด 200 หมู่นางจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไปในวันนี้ถึง 70 ตำลึงทองเลยทีเดียว แต่จ้าวโม่ก็ยังคงยิ้มกว้างออกมาได้อย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงเม็ดเงินที่ตนเองจะได้จากกิจการที่กำลังลงทุนไปในวันนี้อย่างมากมายหลังจากที่ติดต่อเรื่องที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวโม่ก็ได้พาผู้ติดตามทั้งสองอย่างเสี่ยวหลานและจางติง ไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ก่อนที่นางจะเดินทางกลับบ้านของตนเองหลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย7 วันต่อมา ในวันนี้เป็นวันที่บิดา มารดาของนางจะออกเดินทางไปยังแคว้นหานเพื่อพบท่านย่าของนางแล้วในตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   แม่ทัพโหวแคว้นหาน

    “สามปีที่แล้ว? มันมีเวลาตั้งเท่าไหร่ ที่ท่านพ่อจะเอ่ยเรื่องนี้กับข้า แต่ท่านกลับไม่ทำ มาตอนนี้ท่านพ่อกลับบอกข้าว่าไม่มีเวลาจะบอกนะหรือเจ้าคะ?”จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบจากบิดาถึงกับรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเอ่ยตัดพ้อต่อบิดาของตนออกไป“พ่อขอโทษนะลูกโม่เอ๋อร์...”“แล้วทำไม่ท่านถึงมีเวลาบอกท่านตา ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่เล่าเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจตรงนี้”จ้าวโม่เอ่ยแทรกคำพูดของบิดาขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เพราะนางไม่เข้าใจว่าทำไมกับทุกคนบิดาของตนถึงได้มีเวลาบอกเรื่องนี้ได้ แต่กับนางกลับบอกว่าไม่มีเวลากัน“แต่ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะข้าดูไม่น่าจะรับเรื่องพวกนี้ไหวเอง ว่าแต่ที่ท่านแม่ทัพเดินทางมาที่บ้านจ้าวในครั้งนี้ เพราะเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่ายิ่งถามออกไปมากเท่าไหร่ ตนเองจะยิ่งได้รับคำตอบที่เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้นเพื่อไม่ต้องการจะเจ็บปวดและเสียใจไปมากกว่านี้ นางจึงได้เลือกที่จะตัดบทเรื่องของบิดา แล้วหันไปเอ่ยถามกับแขกที่มาบ้านถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายมาในครั้งนี้แทน“ที่ลุงมาในครั้งนี้ก็เพื่อทวงสัญญาจากบิดาของเจ้า บิดาของเจ้าให้สัญญากับลุงเอาไว้เมื่อสามปีก่อน”“ว่าอีก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หมู่บ้านหานไห่

    เมื่อนางฟานซื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่เอ่ยโต้แย้งตนเองแล้วเดินจากไป นางจึงได้เงียบเสียงลง ก่อนจะหันไปมองหน้าของผู้เป็นสามีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มาตลอดด้วยความรู้สึกเสียใจ“นางยังเด็ก ย่อมมีความรู้สึกขุ่นเคืองที่ตนเองถูกกระทำมา เจ้าก็อย่าคิดมากไปเลยนะน้องหญิง”จ้าวเหยียนเอ่ยปลอบภรรยาของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ความจริงที่ไม่เคยรู้

    “เพราะอะไรเช่นนั้นรึ? อะไรที่ทำให้เจ้าต้องการจะแยกบ้านกับบ้านใหญ่กันพอจะเอ่ยบอกกับตาได้หรือไม่”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามถึงเหตุผลจากหลานสาวอีกครั้ง เพราะการที่เขาจะสามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้ย่อมต้องมีเหตุผลรองรับที่หนักแน่นพอไม่เช่นนั้นเรื่องการแยกบ้านก็จะยุ่งยากขึ้นและไม่สามารถทำมันได้อย่างง่า

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ครอบครัวสกุลจ้าวสายรอง

    เด็กสาวยืนทำใจอยู่หน้าบ้านจนเสร็จก็เดินตรงเข้าไปภายในบ้านเพื่อนอนหลับพักผ่อนที่ห้องนอนของตนเองในทันทีแต่จ้าวโม่ก็ยังไม่ลืมที่จะค้นหายาทาแผลเพื่อนำไปทาตรงบาดแผลที่ปูดโนขึ้นตรงบริเวณท้ายทอยของตนเองก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนที่นอนแข็ง ๆ ไม่มีสัมผัสของความนุ่มนิ่มจนผล็อยหลับไปในที่สุดเป็นเวลากว่าสองชั่ว

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เป็นไปไม่ได้!

    กึก กึก กึก ติง ติง ติง!“เรียนท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้เครื่องบินเกิดตกหลุมอากาศ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านโปรดรัดเข็มขัดนิรภัยและนั่งประจำอยู่กับที่ของตนเองเพื่อความปลอดภัยดะ...”วูบบยังไม่ทันที่หลินหลินจะได้ฟังคำพูดของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจบประโยค ทุกอย่างก็ดับวูบลงไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status