Accueil / รักโบราณ / จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว / ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!

Partager

ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!

last update Date de publication: 2026-03-07 10:00:55

จ้าวโม่ที่ในตอนแรกรู้สึกโมโหป้าปากตลาดตรงหน้าจนอยากจะฟาดอีกฝ่ายด้วยเปลือกทุเรียนเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

แต่เมื่อนางคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนไปเป็นเอ่ยยอกย้อนคำพูดของนางหลิวซื่อกลับไป

“นังตัวดี! เจ้าคงจะลืมรสมือของข้าไปแล้วสินะ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะตบเจ้าเพื่อสั่งสอนแทนมารดาไม่เอาไหนของเจ้าเอง”

นางหลิวซื่อเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างลืมตัว จากนั้นร่างของหญิงวัยกลางคนก็ปรี่ตรงเข้าไปหาร่างของจ้าวโม่ที่อยู่ไม่ไกลเพื่อลงมือกับอีกฝ่ายตามที่ตนเองพูดขึ้นมาในทันที

“ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!”

แต่ยังไม่ทันที่ร่างของนางหลิวซื่อจะเข้าไปถึงตัวของเด็กสาว จู่ ๆ น้ำเสียงเข้มที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดก็ดังขึ้นจากจ้าวเหว่ย

พร้อมกับที่ชายชรานั้นได้ก้าวขึ้นไปยืนบดบังร่างของหลานสาวคนเล็กของตนเอาไว้อย่างต้องการปกป้อง

“ท่านอาจ้าว! ท่านไม่เห็นหรือว่าหลานสาวของท่านนั้นแสดงท่าทางเช่นไรกับผู้ใหญ่ ข้าก็เพียงแค่จะสั่งสอนนางแทนมารดาของนางด้วยความหวังดีก็เพียงเท่านั้น”

“ไม่จำเป็น! ลูกสาวของข้า ข้าย่อมสั่งสอนนางเองได้ ไม่รบกวนให้พี่สะใภ้หลิวต้องมาเป็นห่วงหรอกนะเจ้าคะ”

“ข้าคิดว่าท่านคงจะยุ่งอยู่กับการสั่งสอนลูก ๆ ของท่านก็เพียงพอแล้ว”

ในขณะที่นางหลิวซื่อเอ่ยถึงความหวังดีของตนที่มีต่อหลานสาวอยู่นั้น น้ำเสียงแข็งกร้าวของนางฟานซื่อก็ดังขึ้นจากทางเข้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่

ก่อนจะตามมาด้วยร่างบางสมส่วนของนางฟานซื่อที่เดินนำหน้าหัวหน้าหมู่บ้านอย่าง กู้เชา ที่เดินตามหลังของนางเข้ามาด้วย

“คารวะท่านหัวหน้าหมู่บ้าน น้องสะใภ้ฟาน เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน หรือเจ้าเห็นว่าความหวังดีของพี่สะใภ้นั้นเป็นเรื่องที่ผิด?”

นางหลิวซื่อเอ่ยทักทายชายสูงวัยตรงหน้าจากนั้นจึงได้หันไปเอ่ยถามกับสตรีรุ่นน้องที่เป็นน้องสาวของสามีตนด้วยท่าทีหยิ่งผยองและเหนือกว่าอีกฝ่าย

“เอาละ ๆ เรื่องอื่นก็ช่างมันก่อน ท่านอาจ้าวทั้งสอง ในวันนี้ข้าถูกเชิญมาให้ทำเรื่องการแยกบ้านของพวกท่านทั้งสองครอบครัว”

“แล้วในตอนนี้พวกท่านได้ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยหรือยังเล่า?”

กู้เชา ชายสูงวัยที่อายุ 55 ปี เขาอายุน้อยกว่าพี่น้องสกุลจ้าวอยู่หลายปีเอ่ยขึ้นอย่างให้ความเคารพในฐานะผู้อาวุโสกว่าเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าชายชราทั้งสอง แต่ด้วยหน้าที่การงานของเขานั้น เขาย่อมมีฐานะที่สูงกว่าอีกฝ่ายอยู่มาก ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องเคารพหรือนอบน้อมให้กับสองพี่น้องสกุลจ้าวมากจนเกินไป

กู้เชานั้นรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขาได้หลายสิบปีแล้ว และตลอดหลายสิบปีที่เขาอยู่ในตำแหน่งนี้นั้น

ต่างก็เป็นที่เคารพของเหล่าชาวบ้านในหมู่บ้านหานไห่แห่งนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นในตอนที่ทุกคนเห็นเขาเดินเข้ามาจึงได้พากันทักทายเขาอย่างเคารพ

“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ในตอนนี้พวกเรายังไม่คิดจะทำเรื่องแยกบ้านหรอก เป็นน้องชายของข้าที่เลอะเลือนไปชั่วครู่เท่านั้น ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านมาเสียเวลาเสียแล้ว”

จ้าวเห้อที่เป็นหัวหน้าสกุลจ้าวเอ่ยขึ้นกับหัวหน้าหมู่บ้านที่อายุน้อยกว่าตนเองอย่างไม่คิดที่จะทำเรื่องแยกบ้านในครั้งนี้ให้กับผู้เป็นน้องชายของตนเอง

“ใครบอกท่านกัน? ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ที่ข้าให้ลูกสาวไปเชิญท่านมาในวันนี้ก็เพื่อจะทำเรื่องแยกบ้านออกจากบ้านใหญ่อย่างแน่นอนขอรับ”

“ข้ารบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยทำเรื่องแยกบ้านให้กับข้าด้วยเถิด”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขัดคำพูดของพี่ชายด้วยสีหน้าไม่พอใจที่อีกฝ่ายนั้นช่างเห็นแก่ตัวจนเขาไม่อาจจะยอมรับได้

“ท่านอาจ้าวเหว่ย ท่านย่อมรู้ดีว่าการที่จะสามารถแยกบ้านได้นั้นจะต้องได้รับการยินยอมจากหัวหน้าสกุลเสียก่อนจึงจะสามารถดำเนินการต่อไปได้”

“ดังนั้นถ้าท่านอาอยากจะแยกบ้านก็ต้องให้ท่านอาจ้าวเห้อยินยอมเสียก่อน”

กู้เชาเอ่ยชี้แจงถึงกฎระเบียบของการแยกบ้านให้กับชายชราตรงหน้าของเขาฟังโดยละเอียด ซึ่งเมื่อจ้าวโม่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนจะเป็นลม ทั้งยังเผลอร้องอุทานขึ้นภายในใจอย่างไม่เข้าใจ

‘อะไรนะ! นี่มันกฎบ้าบออะไรกันอีกเล่า!’

“แต่ว่า...”

“เจ้าเล็ก เจ้าก็ได้ยินคำพูดของท่านหัวหน้าหมู่บ้านชัดเจนแล้วนี่ ข้าบอกไปแล้วว่าไม่ยินยอมในเรื่องนี้ พวกเจ้ากลับบ้านกันไปเสีย”

ในขณะที่จ้าวเหว่ยกำลังจะเอ่ยบางสิ่งกับหัวหน้าหมู่บ้านอยู่นั้น จ้าวเห้อก็เป็นคนเอ่ยแทรกคำพูดของน้องชายตนเอง ก่อนจะเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายให้ไสหัวกลับบ้านของตนเองไปเสียอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้อีก

“แล้วถ้าหากว่าข้าจะร้องเรียนต่อท่านหัวหน้าหมู่บ้านว่าหลานสาวแสนดีของท่านตาใหญ่พยายามจะฆ่าข้าเมื่อวานนี้เล่าเจ้าคะ พอจะได้หรือไม่?”

“!!!”

“เหลวไหล! จ้าวโม่ เจ้าอย่ามาพูดจาใส่ร้ายถงเอ๋อร์ของข้านะ!”

แต่คำพูดต่อมาของจ้าวโม่ก็ทำให้ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนี้ถึงกับมีสีหน้าตื่นตกใจกับเรื่องที่เด็กสาวเอ่ยขึ้นเมื่อสักครู่นี้

แม้แต่นางหลิวซื่อที่ในตอนแรกมีท่าทีเรียบเฉยอย่างผู้ชนะก็ยังเผลอตัวตะคอกเสียงดังใส่เด็กสาวด้วยความไม่พอใจ

“ข้าพูดความจริงเจ้าค่ะ เมื่อวานข้าถูกพี่สาวจื่อถงผลักล้มจนหัวฟาดกับเก้าอี้ไม้หมดสติไปเกือบจะตายอยู่ที่หลังบ้านของท่านป้าใหญ่”

“ยังดีที่ข้ายังดวงไม่ถึงที่ตาย จึงมีชีวิตรอดกลับมาจากปรโลกได้ อีกอย่างพวกพี่สาวคนดีของข้าทั้งสองก็ยังชอบทำร้ายร่างกายของข้าอยู่บ่อยครั้งอีกด้วยนะเจ้าคะ”

จ้าวโม่ที่รู้ดีว่าคนหน้าเลือดตรงหน้าคงไม่มีทางปล่อยให้ครอบครัวของนางได้แยกบ้านไปได้อย่างง่ายดาย

เช่นนั้นนางก็ย่อมต้องใช้แผนสองที่ได้เตรียมเอาไว้เผื่อมาด้วยแทนเสีย ถึงแม้ว่าแผนนี้จะทำให้สองครอบครัวต้องตัดขาดกันไปเลยก็ตาม

เพราะจ้าวโม่คิดว่าถ้าจะต้องมีญาติเช่นนี้นางสู้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า

“เจ้ามีหลักฐานหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์หรือไม่เล่า? ถ้ามีเจ้าก็สามารถร้องเรียนได้”

คำตอบของกู้เชาทำให้คนสกุลจ้าวสายหลักถึงกับมีใบหน้าที่ตื่นตระหนกไปกันหมด ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายนั้นจะมีพยานมายืนยันเรื่องในครั้งนี้

“ย่อมมีเจ้าค่ะ เพียงแต่ก่อนที่ข้าจะเอาความข้าต้องการให้โอกาส พวกท่านตาใหญ่สักครั้ง”

“หากว่าท่านตาใหญ่ยอมทำเรื่องแยกบ้านให้กับบ้านของข้า ข้าก็จะถือเสียว่าเรื่องในครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและจะยอมปล่อยผ่านไป”

“แต่ถ้าหากว่าพวกท่านไม่ยอม ข้าก็คงมีเพียงแต่ต้องนำพยานออกมาเพื่อเอาผิดกับพี่สาวแสนดีทั้งสองของข้าเพียงเท่านั้นนะเจ้าคะ”

“ท่านตาจ้าวเห้อคิดเห็นว่าอย่างไรกันหรือเจ้าคะ?”

“นี่เจ้ากล้าข่มขู่ข้าเช่นนั้นรึจ้าวโม่!”

หลังจากที่จ้าวเห้อได้ฟังคำพูดของเด็กสาวตรงหน้าจบ ชายชราก็รู้สึกโกรธจนเส้นเลือดบนขมับปูดโนขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันอย่างข่มกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ในตอนนี้

“ข้าไม่ได้ขู่เจ้าค่ะ แต่ข้าเอาจริง แล้วท่านป้าใหญ่ก็ไม่ต้องคิดว่าข้าแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อต้องการขู่พวกท่านหรอกนะเจ้าคะ เพราะข้ามีทั้งพยานและหลักฐานอยู่ในมือจริง ๆ ไม่เชื่อท่านก็ดูนี่ก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”

จ้าวโม่ที่มองออกว่าในตอนนี้นางหลิวซื่อนั้นกำลังคิดสิ่งใดอยู่ภายในใจ เพื่อดักทางหนีของอีกฝ่ายจ้าวโม่จึงได้เปิดหลักฐานชิ้นแรกที่อยู่บนตัวของนางให้กับทุกคนได้เห็นโดยทั่วกัน

“!!!”

ทันทีที่ทุกคนได้เห็นหลักฐานของเด็กสาวดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจอย่างพร้อมเพรียงกันอย่างไม่ได้นัดกันไว้

==========================================================================================

โอ๊ยยยอยากจะทะลุเข้าไปช่วยน้องเถียงมาก สรุปจบกันดี ๆ ไม่ได้?

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   กิจการรุ่งเรื่องตามต้องการ

    ผ่านมาแล้วกว่า 3 วัน หลังจากที่จ้าวโม่กลับมาจากจวนท่านเจ้าเมือง จ้าวโม่นั้นเร่งมือจัดการงานต่าง ๆ เป็นอย่างมากเพราะว่าในอีกสองวันนางกับพี่ชายทั้งสองจะต้องออกเดินทางไปยังแคว้นหาน เพื่อพบกับญาติฝั่งบิดาแล้วดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองของนางจึงได้วุ่นวายกันเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่าพวกเขาทั้งสามจะต้องฝากฝังงานต่าง ๆ ให้กับคนสนิทที่จะมาดูแลเรื่องต่อจากพวกนาง ในช่วงเวลาที่ทั้งสามคนเดินทางไปยังบ้านของท่านย่าแต่ก็ยังถือว่าสามพี่น้องได้จัดการเรื่องราวทุกอย่างลงได้ตามกำหนดการที่วางเอาไว้แล้วเมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางสามพี่น้องสกุลจ้าวจึงสามารถเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวลเพราะที่บ้านยังมีคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลงานต่อให้ จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองใช้เวลาในการเดินทางไปยังแคว้นหานและพักอาศัยอยู่ที่จวนโหวเป็นเวลา 1 เดือนจากนั้นครอบครัวจ้าวทั้งหมดก็ได้เร่งเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเอง เพื่อจัดการเรื่องราวของโรงงานน้ำตาลที่ใกล้จะได้เวลาเปิดกิจการแล้วโดยตลอดเวลาที่จ้าวโม่ไปพักผ่อนที่บ้านของท่าย่านั้น นางก็ได้รับความเอ็นดูจากทุกคนในตระกูลเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่านางเป็นหลานสาวที่ผู

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลของสกุลจ้าวเปิดขายแล้ว

    ในตอนนี้จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสอง ได้เข้ามาด้านในจวนของท่านเจ้าเมืองแล้ว และกำลังนั่งรอเจ้าของจวนอยู่ที่ห้องรับแขกกันอย่างเงียบ ๆและแล้วถังหมิงก็ได้มาถึงห้องรับแขกตามที่คนรับใช้ได้ไปแจ้งเขาว่าคุณหนูและคุณชายจากบ้านสกุลจ้าวมาขอเข้าพบโดยในครั้งนี้มีถังไท่เหวินติดตามมากับถังหมิงด้วย เพราะพวกเขาต้องการจะเห็นผลงานที่หญิงสาวทำออกมาได้“คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ”“คารวะท่านเจ้าเมือง พี่ไท่เหวินเจ้าค่ะ”คำทักทายจากสามพี่น้องสกุลจ้าวที่ดูจะเหมือนกัน แต่กลับต่างกันตรงท้ายประโยคของหญิงสาวที่เอ่ยทักทายชายหนุ่มอีกคนในห้องทำให้สายตาของบุรุษที่เหลืออีกสามคนต้องหันไปมองยังใบหน้าของถังไท่เหวินอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสงสัยโดยความสงสัยของถังหมิงนั้น แตกต่างกับพี่ชายทั้งสองของจ้าวโม่อย่างสิ้นเชิง เพราะความสงสัยคงชายวัยกลางคนก็คือว่า เขาทั้งสองไปสนิทกันจนเอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ส่วนความสงสัยของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวนั้น คือบุราตรงหน้าผู้นี้เป็นใคร แล้วทำไมน้องสาวของพวกเขาถึงได้เอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยความสนิทสนมเช่นนั้นได้กันและเหมือนถังไท่เหวินจะอ่านสายตาของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวออ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลสกุลจ้าว

    “พี่ใหญ่ พี่รองข้ามีอะไรจะให้พวกท่านได้ดูด้วยเจ้าค่ะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสอง เมื่อนางเดินมาหยุดลงตรงหน้าของชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“มีอะไรรึโม่เอ๋อร์”จ้าวจินฮ่าวเอ่ยถามน้องสาวกลับไป หลงจากที่หยุดมือจากการรีดน้ำอ้อยที่ทำอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังร่างของน้องสาวตนเอง“นี่อย่างไรเจ้าคะ น้ำตาลสกุลจ้าว ข้าทำมันออกมาสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ”“ว่าอย่างไรนะ!”ทันทีที่เอ่ยจบ จ้าวโม่ก็ได้ยกขวดโหลที่ใส่น้ำตาลก้อนเอาไว้ให้กับพี่ชายทั้งสองได้ดูอย่างชัด ๆส่วนชายหนุ่มทั้งสองเอง เมื่อได้ยินคำพูดบอกของน้องสาว ต่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากและเมื่อพวกเขาได้เห็นโหลแก้ว ที่ภายในมีเจ้าน้ำตาลก้อนที่น้องสาวหยิบออกมาให้ดูดวงตาของพวกเขาทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าเสียให้ได้ด้วยความตกใจก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะรีบพุ่งตัวเข้ามาหาน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพื่อจ้องมองดูเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในโหลแก้วบนมือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว“นะ นี่นะหรือคือน้ำตาลที่เจ้าทำออกมา ทำไมมันถึงมีรูปร่างที่ดูไม่เหมือนกับน้ำตาลที่พวกเราเคยพบเห็นเลยเล่า?”เมื่อจ้าวหยางได้เห็นน้ำตา

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ทำสำเร็จ

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้จัดการเรื่องที่ดินใหม่ หนังสือขึ้นทะเบียนและหนังสือสัญญาเสร็จจนครบเรียบร้อยแล้วหลายวันต่อมา จ้าวโม่ก็ได้สั่งงานให้พี่ใหญ่ของนางไปติดต่อนายช่าง ให้เข้าไปสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่บนที่ดินผืนใหม่ฝั่งเดียวกันกับบ้านพร้อมทั้งแบบภาพที่นางต้องการจะให้นายช่างสร้างออกมาให้ ส่วนที่ดินอีกผืนนางก็ได้สั่งให้คนงานเข้าไปปรับหน้าดิน และได้ลงมือปลูกต้นอ้อยจนเต็มให้แล้วเสร็จจนในที่สุด วันที่เครื่องรีดน้ำอ้อยที่นางได้สั่งทำในตัวเมืองหานเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ ก็แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยค่าสั่งทำเครื่องรีดน้ำอ้อยของจ้าวโม่ในครั้งนี้ก็ถือว่าราคาแพงพอสมควร แต่เมื่อนางเห็นผลงานที่ได้มาก็แทบจะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าเครื่องรีดน้ำอ้อยของนางที่ได้รับมานั้น เหมือนกับแบบวาดที่นางได้มอบให้กับนายช่างที่รับทำราวกับแกะ แถมเขายังมีบริการนำมาส่งให้ถึงบ้านอีกด้วยวันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์ตามที่จ้าวโม่ให้กับเจ้าเมืองหานพอดี ดังนั้นในวันนี้จ้าวโม่จึงได้วางแผนที่จะทดลองทำน้ำตาลออกมาดูโดยมีลูกมือก็คือเสี่ยวหลาน และพี่ชายทั้งสองของนางนั่นเอง ที่ใช้คนน้อยเพราะนางต้องการทำออกมาในจำนวนที่ไม่มากนั

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ซื้อที่สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล

    เอ่ยจบ ร่างสูงของโหวเทียนก็ลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปในที่สุด เมื่อจ้าวโม่เห็นดังนั้น นางจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบ้านเพื่อไปนอนพักผ่อนเช่นเดียวกันรุ่งเช้าของวันใหม่มาเยือน จ้าวโม่และคนสนิททั้งสองก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองหานตั้งแต่ทานมื้อเช้าเสร็จ เพื่อไปติดต่อซื้อที่ดินสำหรับการสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลตามที่วางแผนเอาไว้โดยที่จ้าวโม่ ได้กว้านซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับที่ของตนเองทั้งสองฝั่ง ทอดยาวไปจนครบด้านละ 100 หมู่ รวมทั้งสองฝั่งแล้ว จ้าวโม่ได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าในวันนี้ทั้งหมด 200 หมู่นางจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไปในวันนี้ถึง 70 ตำลึงทองเลยทีเดียว แต่จ้าวโม่ก็ยังคงยิ้มกว้างออกมาได้อย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงเม็ดเงินที่ตนเองจะได้จากกิจการที่กำลังลงทุนไปในวันนี้อย่างมากมายหลังจากที่ติดต่อเรื่องที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวโม่ก็ได้พาผู้ติดตามทั้งสองอย่างเสี่ยวหลานและจางติง ไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ก่อนที่นางจะเดินทางกลับบ้านของตนเองหลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย7 วันต่อมา ในวันนี้เป็นวันที่บิดา มารดาของนางจะออกเดินทางไปยังแคว้นหานเพื่อพบท่านย่าของนางแล้วในตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   แม่ทัพโหวแคว้นหาน

    “สามปีที่แล้ว? มันมีเวลาตั้งเท่าไหร่ ที่ท่านพ่อจะเอ่ยเรื่องนี้กับข้า แต่ท่านกลับไม่ทำ มาตอนนี้ท่านพ่อกลับบอกข้าว่าไม่มีเวลาจะบอกนะหรือเจ้าคะ?”จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบจากบิดาถึงกับรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเอ่ยตัดพ้อต่อบิดาของตนออกไป“พ่อขอโทษนะลูกโม่เอ๋อร์...”“แล้วทำไม่ท่านถึงมีเวลาบอกท่านตา ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่เล่าเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจตรงนี้”จ้าวโม่เอ่ยแทรกคำพูดของบิดาขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เพราะนางไม่เข้าใจว่าทำไมกับทุกคนบิดาของตนถึงได้มีเวลาบอกเรื่องนี้ได้ แต่กับนางกลับบอกว่าไม่มีเวลากัน“แต่ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะข้าดูไม่น่าจะรับเรื่องพวกนี้ไหวเอง ว่าแต่ที่ท่านแม่ทัพเดินทางมาที่บ้านจ้าวในครั้งนี้ เพราะเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่ายิ่งถามออกไปมากเท่าไหร่ ตนเองจะยิ่งได้รับคำตอบที่เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้นเพื่อไม่ต้องการจะเจ็บปวดและเสียใจไปมากกว่านี้ นางจึงได้เลือกที่จะตัดบทเรื่องของบิดา แล้วหันไปเอ่ยถามกับแขกที่มาบ้านถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายมาในครั้งนี้แทน“ที่ลุงมาในครั้งนี้ก็เพื่อทวงสัญญาจากบิดาของเจ้า บิดาของเจ้าให้สัญญากับลุงเอาไว้เมื่อสามปีก่อน”“ว่าอีก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ขึ้นเขากับท่านตา

    ช่วงปลายยามซื่อ (09.00-10.59) หลังจากที่จ้าวเหว่ยกลับมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วนั้นชายชราก็เตรียมตัวขึ้นเขาเพื่อหาสมุนไพรตามปกติ เพียงแต่วันนี้ขึ้นเขาสายกว่าทุกวันเพราะติดเรื่องการแยกบ้านในช่วงเช้าอยู่ในขณะที่ชายชราเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะเดินออกจากบ้านไปนั่นจู่ ๆ เสียงเรียกของหลานส

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หนังสือแยกบ้าน

    บาดแผลที่เพิ่งจะตกสะเก็ดตรงบริเวณท้ายทอยของเด็กสาวทำให้ทุกคนที่ได้เห็นบาดแผลนั้นเริ่มที่จะเชื่อคำพูดของจ้าวโม่ขึ้นมามากกว่าเดิมในทันทีแต่จ้าวโม่กลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางยังถลกแขนเสื้อของตนเองขึ้นเพื่อเผยให้เห็นรอยแผลฟกช้ำจากการถูกทำร้ายให้กับเหล่าชาวบ้านรวมไปถึงคนบ้านใหญ่ให้ได้เห็นกันอย่างพ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   สกุลจ้าวบ้านใหญ่

    ในตอนนี้จ้าวโม่กับท่านตาของนางก็ได้เดินทางมาถึงหน้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่แล้ว“พี่ใหญ่ท่านอยู่หรือไม่?”จ้าวเหว่ยเอ่ยเรียกพี่ชายของตนจากหน้าบ้านเพื่อดูว่าอีกฝ่ายได้อยู่ที่บ้านในวันนี้หรือไม่“อ้าวท่านอามาหาท่านพ่อหรือขอรับ”คนที่ออกมาจากตัวบ้านแล้วเอ่ยทักทายชายชรากลับเป็น จ้าวหัวหนาน บุตรชายคนโต

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หารือเรื่องแยกบ้าน

    ในที่สุดตอนนี้ครอบครัวของจ้าวโม่ก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าในมื้ออาหารเย็นเสียทีเพราะหลังจากที่จัดการเรื่องต่าง ๆ มากมายกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ดังนั้นในเวลานี้ครอบครัวของจ้าวโม่จึงกำลังกินมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้าเมื่อจ้าวเหว่ยผู้อาวุโสที่สุดของบ้านเห็นว่าทุกคนในบ้านต่างก็กินข้าวเย็น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status