Inicio / รักโบราณ / จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว / ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!

Compartir

ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!

last update Última actualización: 2026-03-07 10:00:55

จ้าวโม่ที่ในตอนแรกรู้สึกโมโหป้าปากตลาดตรงหน้าจนอยากจะฟาดอีกฝ่ายด้วยเปลือกทุเรียนเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

แต่เมื่อนางคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนไปเป็นเอ่ยยอกย้อนคำพูดของนางหลิวซื่อกลับไป

“นังตัวดี! เจ้าคงจะลืมรสมือของข้าไปแล้วสินะ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะตบเจ้าเพื่อสั่งสอนแทนมารดาไม่เอาไหนของเจ้าเอง”

นางหลิวซื่อเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างลืมตัว จากนั้นร่างของหญิงวัยกลางคนก็ปรี่ตรงเข้าไปหาร่างของจ้าวโม่ที่อยู่ไม่ไกลเพื่อลงมือกับอีกฝ่ายตามที่ตนเองพูดขึ้นมาในทันที

“ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!”

แต่ยังไม่ทันที่ร่างของนางหลิวซื่อจะเข้าไปถึงตัวของเด็กสาว จู่ ๆ น้ำเสียงเข้มที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดก็ดังขึ้นจากจ้าวเหว่ย

พร้อมกับที่ชายชรานั้นได้ก้าวขึ้นไปยืนบดบังร่างของหลานสาวคนเล็กของตนเอาไว้อย่างต้องการปกป้อง

“ท่านอาจ้าว! ท่านไม่เห็นหรือว่าหลานสาวของท่านนั้นแสดงท่าทางเช่นไรกับผู้ใหญ่ ข้าก็เพียงแค่จะสั่งสอนนางแทนมารดาของนางด้วยความหวังดีก็เพียงเท่านั้น”

“ไม่จำเป็น! ลูกสาวของข้า ข้าย่อมสั่งสอนนางเองได้ ไม่รบกวนให้พี่สะใภ้หลิวต้องมาเป็นห่วงหรอกนะเจ้าคะ”

“ข้าคิดว่าท่านคงจะยุ่งอยู่กับการสั่งสอนลูก ๆ ของท่านก็เพียงพอแล้ว”

ในขณะที่นางหลิวซื่อเอ่ยถึงความหวังดีของตนที่มีต่อหลานสาวอยู่นั้น น้ำเสียงแข็งกร้าวของนางฟานซื่อก็ดังขึ้นจากทางเข้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่

ก่อนจะตามมาด้วยร่างบางสมส่วนของนางฟานซื่อที่เดินนำหน้าหัวหน้าหมู่บ้านอย่าง กู้เชา ที่เดินตามหลังของนางเข้ามาด้วย

“คารวะท่านหัวหน้าหมู่บ้าน น้องสะใภ้ฟาน เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน หรือเจ้าเห็นว่าความหวังดีของพี่สะใภ้นั้นเป็นเรื่องที่ผิด?”

นางหลิวซื่อเอ่ยทักทายชายสูงวัยตรงหน้าจากนั้นจึงได้หันไปเอ่ยถามกับสตรีรุ่นน้องที่เป็นน้องสาวของสามีตนด้วยท่าทีหยิ่งผยองและเหนือกว่าอีกฝ่าย

“เอาละ ๆ เรื่องอื่นก็ช่างมันก่อน ท่านอาจ้าวทั้งสอง ในวันนี้ข้าถูกเชิญมาให้ทำเรื่องการแยกบ้านของพวกท่านทั้งสองครอบครัว”

“แล้วในตอนนี้พวกท่านได้ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยหรือยังเล่า?”

กู้เชา ชายสูงวัยที่อายุ 55 ปี เขาอายุน้อยกว่าพี่น้องสกุลจ้าวอยู่หลายปีเอ่ยขึ้นอย่างให้ความเคารพในฐานะผู้อาวุโสกว่าเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าชายชราทั้งสอง แต่ด้วยหน้าที่การงานของเขานั้น เขาย่อมมีฐานะที่สูงกว่าอีกฝ่ายอยู่มาก ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องเคารพหรือนอบน้อมให้กับสองพี่น้องสกุลจ้าวมากจนเกินไป

กู้เชานั้นรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขาได้หลายสิบปีแล้ว และตลอดหลายสิบปีที่เขาอยู่ในตำแหน่งนี้นั้น

ต่างก็เป็นที่เคารพของเหล่าชาวบ้านในหมู่บ้านหานไห่แห่งนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นในตอนที่ทุกคนเห็นเขาเดินเข้ามาจึงได้พากันทักทายเขาอย่างเคารพ

“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ในตอนนี้พวกเรายังไม่คิดจะทำเรื่องแยกบ้านหรอก เป็นน้องชายของข้าที่เลอะเลือนไปชั่วครู่เท่านั้น ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านมาเสียเวลาเสียแล้ว”

จ้าวเห้อที่เป็นหัวหน้าสกุลจ้าวเอ่ยขึ้นกับหัวหน้าหมู่บ้านที่อายุน้อยกว่าตนเองอย่างไม่คิดที่จะทำเรื่องแยกบ้านในครั้งนี้ให้กับผู้เป็นน้องชายของตนเอง

“ใครบอกท่านกัน? ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ที่ข้าให้ลูกสาวไปเชิญท่านมาในวันนี้ก็เพื่อจะทำเรื่องแยกบ้านออกจากบ้านใหญ่อย่างแน่นอนขอรับ”

“ข้ารบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยทำเรื่องแยกบ้านให้กับข้าด้วยเถิด”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขัดคำพูดของพี่ชายด้วยสีหน้าไม่พอใจที่อีกฝ่ายนั้นช่างเห็นแก่ตัวจนเขาไม่อาจจะยอมรับได้

“ท่านอาจ้าวเหว่ย ท่านย่อมรู้ดีว่าการที่จะสามารถแยกบ้านได้นั้นจะต้องได้รับการยินยอมจากหัวหน้าสกุลเสียก่อนจึงจะสามารถดำเนินการต่อไปได้”

“ดังนั้นถ้าท่านอาอยากจะแยกบ้านก็ต้องให้ท่านอาจ้าวเห้อยินยอมเสียก่อน”

กู้เชาเอ่ยชี้แจงถึงกฎระเบียบของการแยกบ้านให้กับชายชราตรงหน้าของเขาฟังโดยละเอียด ซึ่งเมื่อจ้าวโม่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนจะเป็นลม ทั้งยังเผลอร้องอุทานขึ้นภายในใจอย่างไม่เข้าใจ

‘อะไรนะ! นี่มันกฎบ้าบออะไรกันอีกเล่า!’

“แต่ว่า...”

“เจ้าเล็ก เจ้าก็ได้ยินคำพูดของท่านหัวหน้าหมู่บ้านชัดเจนแล้วนี่ ข้าบอกไปแล้วว่าไม่ยินยอมในเรื่องนี้ พวกเจ้ากลับบ้านกันไปเสีย”

ในขณะที่จ้าวเหว่ยกำลังจะเอ่ยบางสิ่งกับหัวหน้าหมู่บ้านอยู่นั้น จ้าวเห้อก็เป็นคนเอ่ยแทรกคำพูดของน้องชายตนเอง ก่อนจะเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายให้ไสหัวกลับบ้านของตนเองไปเสียอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้อีก

“แล้วถ้าหากว่าข้าจะร้องเรียนต่อท่านหัวหน้าหมู่บ้านว่าหลานสาวแสนดีของท่านตาใหญ่พยายามจะฆ่าข้าเมื่อวานนี้เล่าเจ้าคะ พอจะได้หรือไม่?”

“!!!”

“เหลวไหล! จ้าวโม่ เจ้าอย่ามาพูดจาใส่ร้ายถงเอ๋อร์ของข้านะ!”

แต่คำพูดต่อมาของจ้าวโม่ก็ทำให้ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนี้ถึงกับมีสีหน้าตื่นตกใจกับเรื่องที่เด็กสาวเอ่ยขึ้นเมื่อสักครู่นี้

แม้แต่นางหลิวซื่อที่ในตอนแรกมีท่าทีเรียบเฉยอย่างผู้ชนะก็ยังเผลอตัวตะคอกเสียงดังใส่เด็กสาวด้วยความไม่พอใจ

“ข้าพูดความจริงเจ้าค่ะ เมื่อวานข้าถูกพี่สาวจื่อถงผลักล้มจนหัวฟาดกับเก้าอี้ไม้หมดสติไปเกือบจะตายอยู่ที่หลังบ้านของท่านป้าใหญ่”

“ยังดีที่ข้ายังดวงไม่ถึงที่ตาย จึงมีชีวิตรอดกลับมาจากปรโลกได้ อีกอย่างพวกพี่สาวคนดีของข้าทั้งสองก็ยังชอบทำร้ายร่างกายของข้าอยู่บ่อยครั้งอีกด้วยนะเจ้าคะ”

จ้าวโม่ที่รู้ดีว่าคนหน้าเลือดตรงหน้าคงไม่มีทางปล่อยให้ครอบครัวของนางได้แยกบ้านไปได้อย่างง่ายดาย

เช่นนั้นนางก็ย่อมต้องใช้แผนสองที่ได้เตรียมเอาไว้เผื่อมาด้วยแทนเสีย ถึงแม้ว่าแผนนี้จะทำให้สองครอบครัวต้องตัดขาดกันไปเลยก็ตาม

เพราะจ้าวโม่คิดว่าถ้าจะต้องมีญาติเช่นนี้นางสู้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า

“เจ้ามีหลักฐานหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์หรือไม่เล่า? ถ้ามีเจ้าก็สามารถร้องเรียนได้”

คำตอบของกู้เชาทำให้คนสกุลจ้าวสายหลักถึงกับมีใบหน้าที่ตื่นตระหนกไปกันหมด ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายนั้นจะมีพยานมายืนยันเรื่องในครั้งนี้

“ย่อมมีเจ้าค่ะ เพียงแต่ก่อนที่ข้าจะเอาความข้าต้องการให้โอกาส พวกท่านตาใหญ่สักครั้ง”

“หากว่าท่านตาใหญ่ยอมทำเรื่องแยกบ้านให้กับบ้านของข้า ข้าก็จะถือเสียว่าเรื่องในครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและจะยอมปล่อยผ่านไป”

“แต่ถ้าหากว่าพวกท่านไม่ยอม ข้าก็คงมีเพียงแต่ต้องนำพยานออกมาเพื่อเอาผิดกับพี่สาวแสนดีทั้งสองของข้าเพียงเท่านั้นนะเจ้าคะ”

“ท่านตาจ้าวเห้อคิดเห็นว่าอย่างไรกันหรือเจ้าคะ?”

“นี่เจ้ากล้าข่มขู่ข้าเช่นนั้นรึจ้าวโม่!”

หลังจากที่จ้าวเห้อได้ฟังคำพูดของเด็กสาวตรงหน้าจบ ชายชราก็รู้สึกโกรธจนเส้นเลือดบนขมับปูดโนขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันอย่างข่มกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ในตอนนี้

“ข้าไม่ได้ขู่เจ้าค่ะ แต่ข้าเอาจริง แล้วท่านป้าใหญ่ก็ไม่ต้องคิดว่าข้าแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อต้องการขู่พวกท่านหรอกนะเจ้าคะ เพราะข้ามีทั้งพยานและหลักฐานอยู่ในมือจริง ๆ ไม่เชื่อท่านก็ดูนี่ก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”

จ้าวโม่ที่มองออกว่าในตอนนี้นางหลิวซื่อนั้นกำลังคิดสิ่งใดอยู่ภายในใจ เพื่อดักทางหนีของอีกฝ่ายจ้าวโม่จึงได้เปิดหลักฐานชิ้นแรกที่อยู่บนตัวของนางให้กับทุกคนได้เห็นโดยทั่วกัน

“!!!”

ทันทีที่ทุกคนได้เห็นหลักฐานของเด็กสาวดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจอย่างพร้อมเพรียงกันอย่างไม่ได้นัดกันไว้

==========================================================================================

โอ๊ยยยอยากจะทะลุเข้าไปช่วยน้องเถียงมาก สรุปจบกันดี ๆ ไม่ได้?

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ที่ดินแปลงที่ดีที่สุด

    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีความจำเป็น อย่างไรพวกเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วถึงทำให้จ้าวโม่เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองกับท่านตามาที่บ้านของอีกฝ่ายในวันนี้ทันที“ได้สิ ท่านน้าจ้าวเหว่ยเชิญนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบแผนภาพที่ดินของหมู่บ้านออกมาให้ท่านได้ลองเลือกดู”“ได้ ๆ”หลังจากที่ชายชราเอ่ยตอบรับคำของเขาแล้ว กู้เชาจึงได้เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษที่ด้านในเป็นแผนภาพของที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านและตามหลังของเขาออกมาก็คือกู้เป้ยเป้ยที่ทำหน้าที่เอาน้ำออกมาต้อนรับแขกของบ้าน“น้ำเจ้าค่ะ”“ขอบใจมากนะเป้ยเอ๋อร์”จ้าวเหว่ยเอ่ยขอบใจเด็กสาวที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้านด้วยความเอ็นดู กู้เป้ยเป้ยยิ้มรับด้วยความดีใจก่อนที่เด็กสาวจะผละตัวออกไป“นี่คือที่ดินที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดภายในหมู่บ้าน ท่านอาจ้าวลองเลือกดูก่อนว่าถูกใจที่ดินแปลงไหน แล้วเดี๋ยวข้าจะได้แจ้งราคาของที่ดินแปลงนั้น ๆ ให้ท่าน”กู้เชากางม้วนกระดาษลงตรงหน้าของสองตาหลานบ้

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   จัดการเรื่องที่ดิน

    “เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องท

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เงินที่ขายสมุนไพรได้

    ตลอดเวลาที่สองตาหลานบ้านจ้าวนั่งวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นที่สนใจจากชาวบ้านที่นั่งอยู่บนเกวียนด้วยโดยเฉพาะสองแม่ลูกบ้านจ้าวสายหลัก ที่คอยมองข้าวของที่นางกับชายชราถือกันขึ้นเกวียนไปนั้นจนถึงลงจากเกวียนดวงตาของสองแม่ลูกก็ยังคงมองตามอย่างไม่วางตาซึ่งจ้าวโม่ก็ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วพยายามเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตนกับผู้เป็นตาด้วยความรวดเร็ว กว่าที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางจะกลับถึงบ้านของตนเองก็เป็นเวลาต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) แล้วดังนั้นในตอนที่ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านสมาชิกคนอื่น ๆ จึงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าแล้วนั่นเองเมื่อคนสกุลจ้าวทั้งสี่เห็นว่าสองตาหลานได้เดินทางกลับมาพร้อมกับมือที่ถือข้าวของมากมายก็รีบพากันเดินออกไปรับทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันถือของช่วยเด็กสาวกับชายชราแล้วพากันเดินกลับเข้าบ้านไป ถึงแม้ว่าภายในใจของทุกคนจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ก็ยังอดทนรอที่จะเอ่ยถามออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่จ้าวโม่กลับมาถึงบ้านแล้วนั้นเด็กสาวก็รีบปลีกตัวเข้าครัวไปช่วยมารดาหุงหาอาหารในทันทีทิ้งให้ชายชรารับหน้าที่ตอบคำถามของผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองของตนอย

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ได้เวลาใช้เงินแล้วเจ้าค่ะ

    “ถ้าท่านตาคิดเช่นนี้จริงก็ต้องไม่เอ่ยว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นของข้านะเจ้าคะ แต่มันคือเงินของบ้านเราเจ้าค่ะท่านตา พวกเราทุกคนสามารถใช้มันได้”จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่ได้มานั้นเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีก“ตาเข้าใจแล้ว เป็นตาที่เลอะเลือนไป เจ้าอย่าโกรธตาเลยนะโม่เอ๋อร์”จ้าวเหว่ยรีบเอ่ยยอมรับผิดและยังเอ่ยงอนง้อหลานสาวที่น่ารักของตนเองอย่างไม่คิดจะอายต่อสายตาผู้คนแม้แต่น้อย“หลานหรือจะโกรธท่านตา หลานก็เพียงแค่น้อยใจเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อพวกเราพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หลานก็ไม่ติดใจเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปหาซื้อข้าวของกลับบ้านกันดีกว่านะเจ้าคะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราอีกครั้ง จากนั้นเด็กสาวจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้รีบไปหาซื้อข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้วซึ่งชายชราก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำแล้วรีบออกเดินไปตามถนนที่มีจุดหมายคือตลาดกลางเมืองที่เป็นที่สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของต่าง ๆจ้าวโม่กับท่านตาของนางพากันเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เด็กสาวเองก็กำลังคิดไปด้วยว่าตนเองจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกจนในที่สุดนางก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   พวกเราร่ำรวยแล้วเจ้าค่ะ

    “ว่าอย่างไร หรือว่าราคามันยังต่ำไปเช่นนั้นข้าเพิ่มให้เป็นหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”เมื่อเสิ่นหลางเห็นว่าสองตาหลานเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมเอ่ยตอบตนเองก็รู้สึกเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจกับราคาที่ตนเองเสนอให้เมื่อสักครู่นี้ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มราคาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพิ่มอีกสิบตำลึงทองเพื่อให้อีกฝ่ายตกลงขายเห็นหลินจือแดงทั้งหมดให้กับเขาเสียเพราะเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริง ๆ ด้วยเขาสามารถนำมันไปเพิ่มราคากับคนที่จะมาซื้อกับเขาได้อีกมากนั่นเอง“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับท่านตาตกลงขายเห็ดหลินจือทั้งหมดให้กับเถ้าแก่เสิ่นในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”เป็นจ้าวโม่ที่เอ่ยตกปากรับคำตอบรับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาให้ เพราะนางเห็นว่าในตอนนี้ท่านตาของนางนั้นได้สติหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคำตอบของเด็กสาวก็สร้างความดีใจให้กับเสิ่นหลางเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขามีสมุนไพรที่บุคคลสำคัญต้องการมากที่สุดมาอยู่ในมือของเขาแล้วในตอนนี้“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อยสิ”เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยเรียกเด็กในร้านเพื่อต้องการ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เข้าเมืองขายสมุนไพร

    “ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทนผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะจากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางห

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status