تسجيل الدخولคำตอบที่ชัดเจนนั้น...คือการยืนยันอย่างสมบูรณ์ว่าลูกสาวของเธอได้มองเห็นแม่นางตานีกับแม่นางกวัก สองสหายต่างภพของตัวเอง ภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อย...ปลากริมก็ได้ตัดสินใจเล่าความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอให้เทวากรผู้เป็นสามีฟังเป็นครั้งแรก... ยกเว้นเรื่
หลายปีต่อมา...ในคืนวันศุกร์ที่แสนคึกคักใจกลางย่านพระอาทิตย์...แสงไฟนีออนสีน้ำเงินนวลสาดส่องลงบนป้ายชื่อร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม... "พระอาทิตย์ บลูส์" (Phra Athit Blues) นี่คือไพรเวทแจ๊สคลับที่หรูหราและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในพระนคร และเจ้าของคลับแห่งนี้ก็คือสองหนุ่มโสดที่เนื้อหอม
"ต้องได้สิ!" ข้าวเหนียวตอบอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน "นายอย่าลืมสิว่าการทำธุรกิจมันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นายก็เห็นแล้วจากตัวอย่างของทั้งพ่อครูและแม่ครู ไหนจะปลากริมกับพี่เขยของนายอีก" คำพูดนี้ได้ทำให้ปั้นขลิบมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง "พี่พูดถูก ผมจะมาท้อง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้"
หลังจากที่สองสหายคู่ซี้อย่างข้าวเหนียวและปั้นขลิบ...ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋...ได้เดินทางกลับมาถึงพระนครหลังจากไปทำหน้าที่อาสา พวกเขาก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อสองหนุ่มโสด...โปรไฟล์ดี...ผู้มีพลังงานล้นเหลือได้กลับคืนสู่เมืองหลวง...ค่ำคืนแห่งความสนุกสนาน
สิ้นเสียงตะโกนของลูกน้อง...เสียงปืนกลก็ดังขึ้นจากแนวป่ารกทึบ! พวกเขาถูกซุ่มโจมตี! "หมอบลง! หาที่กำบัง!" เพชรตะโกนสั่งการอย่างไม่ตื่นตระหนก เขายิงต่อสู้เพื่อคุ้มกันให้ลูกน้องได้เข้าที่กำบังอย่างปลอดภัย...ทักษะการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวราวกับเงาที่เขาได้มาจากมวยไชยา...ได้ถูกนำมาปรับใ
หลังจากเรื่องราวภายในครอบครัวผ่านพ้นมาได้ด้วยดีครอบครัวใหญ่แห่งบ้านสิงหราชก็ได้เติบโตและงอกงามขึ้นอย่างมีความสุข มะตูมและนีรนาถมีทายาทชายคนแรกเป็นโซ่ทองคล้องใจ ส่วนปลากริมและเทวากรก็มีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักน่าชัง... ค่ำคืนหนึ่งบนโต๊ะอาหารที่แสนอบอุ่นและคึกคักของบ้านสิงหราช เพ
หลังจากเสร็จสิ้นการสมัครเรียนที่โรงเรียน เมื่อพวกเขากลับถึงบ้านที่นางเลิ้ง เจ้าสัวทิวาและคุณนายศรีสมรก็ได้ขอตัวกลับไปก่อน โดยทิ้งให้เทวากรลูกชายของตนได้ใช้เวลาทำความรู้จักกับครอบครัวใหม่ของเขาอย่างเต็มที่ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเรื่องโรงเรียน ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นบรรยากาศของควา
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงโรงเรียนวัฒนศิลป์ศึกษา เด็ก ๆ ทุกคนต่างก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ภาพของประตูรั้วเหล็กดัดแปลกตาอันโอ่อ่า สนามหญ้าที่ถูกตัดแต่งอย่างสวยงามราวกับพรมสีเขียว และยังอาคารเรียนปูนรูปทรงที่ดูไม่เหมือนกับที่ไหน...ทุกอย่างดูแตกต่างจากโลกที่พวกเขาเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากทุกคนต่างเข้าใจตรงกันว่านี่คือมื้ออาหารที่ดีที่สุดมื้อหนึ่งในชีวิต เสียงเดียวที่ดังขึ้นคือเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ และเสียงลมที่พัดเอื่อย ๆ ในยามค่ำคืน เจ้าสัวทิวาเป็นคนแรกที่วางช้อนลง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะมองไปรอบ ๆ โต
และเมื่ออาหารทุกอย่างถูกจัดเตรียมใส่จานอย่างสวยงามพร้อมเสิร์ฟ...ซึ่งมันคือชุดอาหารที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทย จีน และเทคนิคตะวันตกเอาไว้ได้อย่างลงตัว เป็นสิ่งยืนยันว่านักเลงขนมหวานผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องขนม แต่เธอคือเชฟอัจฉริยะตัวจริงที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงวงการอาหารของยุคนี้ด้วย







