เข้าสู่ระบบ“ขอโทษนะที่พักนี้ไม่มีเวลาให้เลย สัญญาว่าจะไปหาฟ่างแต่ก็ไม่ได้ไป”
เขาเอ่ยอ้อน แล้วจูบที่ไหล่ของฉัน วันนี้ฉันได้เวลาอยู่กับเขา ก็เพราะการซื้อชั่วโมงของเขาอีกตามเคย แต่มันก็เป็นการเสียเงินที่แลกกับความสุข
ความสุขที่เงินซื้อได้
“ไม่เป็นไร ก็คิระติดงานนี่นา”
ฉันกอดเขาแล้วซุกหน้ากับอกเขา พร้อมกับถามเขาอย่างห่วงใย
“พักนี้คิระทำงานเยอะจัง ฟ่างเป็นห่วงนะวันหยุดก็แทบไม่ได้หยุด มีอะไรหรือเปล่า?”
“ก็...”
เขาถอนใจ เอาแขนก่ายหน้าผากสีหน้าก็เศร้าสลดลง
“ผมมีปัญหาเรื่อง เรื่องหนี้ของแม่นิดหน่อยน่ะ เฮ้อ...ผมเลยหยุดงานไม่ได้เลย ฟ่างจริงๆ แล้วผมไม่ได้อยากทำอาชีพนี้หรอกนะ”
“อา...”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา ดูเขาแล้วนึกสงสารจนน้ำตาคลอ ฉัน...ฉันอยากจะมีเงินจริงๆ ตอนนี้ อยากจะแบ่งเบา อยากจะช่วยเขา
“เล่าให้ฟ่างฟังบ้างได้ไหม เผื่อจะได้ดีขึ้น”
“คือผมไม่อยากทำงานนี้เลยฟ่างก็น่าจะรู้”
ใช่...เขาบ่นให้ฉันฟังตลอดว่าที่ทำเพราะความจำเป็น แต่ฉันก็ไม่เคยถามว่าความจำเป็นของเขาคืออะไร เขาบอกว่าอยากปลดระวางตัวเอง แต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะ...ความจำเป็นที่ว่า
“อืม...แต่ฟ่างเข้าใจคิระนะ ว่าคิระน่ะจำเป็น”
“แม่ของผมป่วยหนักมาก ต้องใช้เงินผ่าตัด แล้วตอนนี้กำหนดผ่าตัดก็ใกล้เข้ามาแล้ว”
เห็นสีหน้าของเขาแล้วฉันก็ไม่กล้าถามว่าป่วยเป็นอะไร ฉันกลืนน้ำลาย เอามือลูบหน้าเขา แล้วถามเสียงอ่อน
“คิระขาดเงินอีกเท่าไหร่?”
“ฟ่างช่วยผมได้หรือ”
เขาเอาแขนออก แล้วมองหน้าฉันก่อนจะหัวเราะเสียงขื่น
“ไม่ต้องหรอกครับฟ่าง แค่ฟ่างเป็นกำลังใจให้ผม ผมก็ดีใจมากแล้ว ผมขาดเงินอีกแค่สองแสน ก็เก็บๆ เอาอีกนิดหน่อย เฮ้อ...ผมคงจะทำอาชีพนี้อีกไม่นานหรอก เพราะตอนนี้ผมไม่อยากกอดใครเลย นอกจาก...”
เขามองจ้องฉันด้วยนัยน์ตาอ่อนเชื่อม ทำเอาฉันหน้าแดงก่ำ
“เอ่อ...แต่ว่าฟ่าง ฟ่างไม่เหมาะกับคิระเลยนะ”
“ไม่เหมาะยังไง ฟ่างของผมเหมือนเจ้าหญิง”
เขาว่าแล้วดึงฉันเข้าไปจูบ ฉันจูบตอบเขา...คิระทำให้ฉันเสพติดเรื่องเซ็กซ์ และเก่งมากขึ้นเพราะเขาสอน ฉันเรียนรู้วิธีที่จะทำให้เขามีความสุขบนเตียง ทำให้เขาอย่างที่ไม่เคยทำให้แฟนเก่า
มือของฉันลูบไล้ลงไปยังบางส่วน...ส่วนนั้นมันทำให้ฉันฉ่ำ...และเต้นระริกอย่างรอคอยความสุขจากเขา เพียงแค่สัมผัสเขา น้ำหวานถูกขับออกมาทันทีจนแฉะ...
“อืม...ดีจ้ะ เมียจ๋า อา...”
ฉันอ้าปากอมส่วนนั้นไว้ กลิ่นของตัณหาโชยกรุ่น มันยิ่งทำให้ฉันร้อน ค่อยเลียเล็มอย่างที่เขาเคยสอน มือของเขาจับที่หัวของฉันไว้ บังคับให้มันเป็นจังหวะอย่างที่เขาชอบ ก่อนจะครางออกมาแล้วดึงให้ฉันออกจากตรงนั้น
“พอแล้ว เดี๋ยวผัวจะแตก มานี่สิมาทำให้ผัวหน่อย”
เขาตบที่หน้าตา ตาของเขามองฉันอย่างฉ่ำเยิ้ม ยามมีเซ็กซ์เขามักจะเรียกฉันว่าเมีย...มันยิ่งทำให้อารมณ์ของฉันเตลิด ใจของฉันอิ่มกับคำเรียกนั้น
ฉันค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นคร่อมเขา เปิดกลีบกุหลาบแยกออก รับกับปลายหัวบานที่ค่อยๆ แทรกเข้ามา ต้องกลั้นใจเพราะมันแน่น...เหลือเกิน อาคิระสูดปากเมื่อฉันค่อยๆ สอดเขาเข้าไปในความแน่นนั่น ก่อนจะกดสะโพกฉันลงให้รับเขาแบบทีเดียวหมดลำ เสียวจี๊ด แน่นจนต้องครางอ่อย ขยับตัวแทบไม่ได้ แต่เขาค่อยยกสะโพกฉันขึ้นลง กำหนดจังหวะที่อยากให้ฉันได้รู้ ฉันกัดริมฝีปากข่มความเสียว แล้วขย่มเขาตามที่เขาต้องการ
“อ๊า อา...แรงอีก เร็วอีกสิเมียจ๋า”
“อื้อ คิระ อ๊า...ฟ่างเสียว”
“ผัวก็เสียว เมียเอามันมาก อื้อ...อา”
เขาครางเมื่อฉันร้องกรี๊ดเบาๆ สุดปลายทางสวาทช่างระยับสวยงาม ฉันอ่อนแรงล้มตัวลงนอนบนอกเขา เขาพลิกให้ฉันนอนตะแคง จับขาของฉันพาดขาเขา แล้วเริ่มขยับสะโพกจนเนื้อปะทะเนื้อ
พึบ พึบ พึบ
“อ๊า...คิระ คิระ”
“อืม...”
เขาจูบ ไล้ลิ้นกับหูของฉัน มันยิ่งทำให้ฉันเสียว มือของเขาเคล้นเต้าของฉันเล่น ความเสียวระลอกใหม่เริ่มเข้าโจมตี ฉันหลับตาปี๋ มือจับมือเขาแน่น ครางเสียงดังคลอกับเสียงของเขาที่คำรามอยู่ข้างหู
“อ๊า เสียว...อื้อไม่ไหวแล้ว”
“อา...แตกแล้ว...อา”
เขากอดฉันแน่น ฉันหายใจหอบล่องลอยในวิมานสีชมพูอย่างแสนสุข
เมื่อแยกทางกัน เขามาส่งฉันที่ป้ายรถเมล์ ฉันมีงานพิเศษที่จะต้องไปทำต่อ ส่วนเขาบอกว่าจะไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัดสักสองสามวัน
ฉันโบกมือลาให้กับเขา ถอนใจน้อยๆ เมื่อมองตามหลังเขาที่หายไปท่ามกลางการจราจรอันหนาแน่นของเมืองหลวง นึกเป็นห่วงที่เขาจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปแบบนั้น
อาคิระขาดเงินอีกสองแสน...
ฉันอยากช่วยเขาเรื่องแม่จริงๆ
อืม...
แวบหนึ่งฉันคิดถึง ‘ข้อเสนอ’
ฉันกำมือเข้าหากันแน่น...ฉันควรจะ...ทำอย่างไรดีนะ?
ฟ่างคืนนี้ไปเที่ยวกับพี่ไหม พี่เหงาๆ น่ะ
เอ่อ...ไปสิคะ
เอ...ว่างเหรอ ดีใจจัง พี่คิดว่าฟ่างไม่ว่างเสียแล้วสิ นึกว่าไปติดผู้ชายจนลืมพี่
แหม...พี่สุละก็
งั้นพี่จะไปรับนะ
ฉันอมยิ้มเมื่อพี่สุว่าแบบนั้น พักนี้ฉันก็ติดผู้ชายจริงๆ นั่นแหละ อาคิระหายไปสองวันแล้ว เขาบอกว่าไปเยี่ยมแม่ ฉันก็เลยไม่กวน ใจก็คิดถึงวิธีที่จะช่วยเขาไปด้วย ฉันทำงานอย่างแข็งขัน เฮียสมเอ่ยทักฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนเคย ตั้งแต่ยื่นข้อเสนอนั้นแล้วฉันปฏิเสธ เฮียสมก็ไม่ได้มีทีท่าอะไรให้ฉันลำบากใจ เขายังคงทักทาย แล้วให้ทิปพิเศษกับฉันเหมือนอย่างเคย
“วันนี้เฮียให้ไปกินขนมทุกคน คนละห้าร้อย”
เฮียสมประกาศ วันนี้เป็นวันเกิดของเฮีย พวกเขาพนักงานทำเซอร์ไพรส์ด้วยการรวมเงินกัน ซื้อเค้กวันเกิด และของขวัญให้เฮีย เฮียเป็นคนชอบเรื่องเครื่องลางของขลัง และพี่ชาติหัวโจกที่คิดเรื่องเซอร์ไพรส์เฮียขึ้นก็เป็นคนไปหาของขวัญมา นั่นก็คือเหรียญไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ที่เฮียสมเคยออกปากอยากได้ พี่ชาติแน่นอนมากที่ไปหามาจนได้ มูลค่าของมันเทียบไม่ได้กับมูลค่าทางใจที่เฮียสมได้จากลูกน้อง
“เย้ๆๆ เฮียสมจงเจริญ”
“เอ้า เฮียเหมาแผงลอตเตอรี่แจกเลย เลือกเอาว่าใครจะเอาอะไรให้คนล่ะสองใบ”
ว่าแล้วเฮียก็กวักคนขายลอตเตอรี่เข้ามาในร้าน พวกพนักงานในร้านต่างกรูกันไปเลือก ฉันยืนชะโงกดูเพราะยังเข้าไม่ถึง ตกใจเมื่อมีมือของเฮียสมมาตบบ่าเบาๆ
“เอ้า ไปเลือกสิฟ่าง ขอพรไอ้ไข่ด้วยนะ เผื่อจะได้ถูก รวยกันทั่วหน้า”
“ค่ะเฮีย”
ฉันหันมายิ้มให้กับเฮีย เขามองฉันแล้วถอนใจน้อยๆ สีหน้าของเขาบอกว่า...เขายังคงคิดอะไรกับฉันอยู่แน่ๆ
แต่ฉันมีอาคิระแล้ว ฉันไม่อยากทรยศเขา ถึงแม้งานของอาคิระ มันจะเป็นการนอกกายฉันอยู่ทุกวัน แต่ฉันก็เห็นว่ามันเป็นงาน ฉันรักแต่เขา เรื่องอื่นฉันทำใจได้
ฉันยกมือขอพร ระลึกถึงไอ้ไข่ ว่าขอให้ถูกหวยหรือมีโชค พอมีเงินมาช่วยอาคิระ ก่อนจะหยิบลอตเตอรี่มาสองใบ ฉันเอามันเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ วันนี้ร้านปิดเร็ว เพราะเฮียจัดงานฉลองเล็กๆ พี่สุมารับฉัน ฉันจึงต้องปลีกตัวออกมาทั้งที่กำลังสนุกอยู่ แต่ก็สัญญากับพี่สุไว้แล้ว
“ไปกินเหล้าที่ห้องพี่กัน”
พี่สุชวน ดูเหมือนพี่สุจะตาช้ำๆ นิดหน่อย ฉันมองแล้วเอ่ยเกริ่นถามอย่างเป็นห่วง
“พี่สุเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าตาดูไม่ค่อยสบายเลย”
“ก็ไม่ค่อยสบายนักหรอก”
พี่สุยักไหล่ แล้วหัวเราะเสียงเศร้าๆ
“พี่กับพี่หริอาจจะเลิกกัน”
“อะไรนะคะ”
ฉันทำตาโต มองพี่สุอย่างไม่อยากเชื่อ พี่สุกับพี่หริอยู่กันมาก็ห้าหกปีแล้ว...พี่หริมีทีท่าว่าจะเลิกกับเมียหลวงมาอยู่กับพี่สุจริงจัง ขนาดซื้อบ้านไว้รอ แล้วทำไม...
“ก็...พี่เป็นความสุขที่ไม่ใช่ที่สุด ไม่ใช่สุดท้ายของพี่หริ ก็เท่านั้น ส่วนพี่...กับเขา ใจมันหมดไปตั้งแต่รู้ว่าโดนหลอก พี่ก็เห็นเขาเป็นบ่อเงินบ่อทอง ตักตวงกันไป มีผลประโยชน์ต่อกันไป หึ...ก็คุ้มค่ากัน วินๆ กัน”
“พี่สุ”
ฉันมองออกว่าพี่สุเสียใจมาก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไปกินเหล้าเป็นเพื่อนพี่สุ คืนนั้นพี่สุเมามาก และสอนฉันมากมาย ฉันก็ได้แต่นั่งฟัง และอยู่เป็นเพื่อน
“กับไอ้คิระนั่น...พี่ได้ข่าวมาจากพี่หมี ว่ามีสาวมาติดมันอีกคนนะ เป็นคุณหนูไฮโซเลย พี่หมีให้พี่มาเตือนๆ เรา ห่วงเพราะเห็นว่าเป็นน้องพี่ คิระมันเป็นจอมสูบ”
“เอ่อ...”
ฉันกัดริมฝีปาก ทำไมทุกคนถึงมองอาคิระว่าแบบนั้นนะ เขาไม่เคยหลอกเงินทองฉันเลยสักบาท มีแต่ฉันเต็มใจให้
“เห็นว่านังหนูนั่นหลงมันมาก ถึงกับไปทำศัลยกรรมมาเป็นสิบล้าน จนตอนนี้สวยมาก ก็เพื่อมัน จ้างให้มันเลิกงานโฮสต์ด้วย นี่ก็เห็นว่าหิ้วกันไปเที่ยวญี่ปุ่น”
“คิระไปเยี่ยมแม่ต่างหากล่ะคะพี่ ไม่ได้ไปเที่ยว”
“รู้ได้ยังไงกัน มันไปเที่ยวกันกับนังนั่นต่างหากล่ะ”
พี่สุเถียง ฉันก็เลยเม้มปาก พี่สุถอนใจ แล้วขยี้ผมฉัน
“เชื่อพี่เถอะฟ่าง ไม่มีรักแท้...ถ้ามีผลประโยชน์หรอก เหมือนพี่ไง พี่กับพี่หริ หึๆๆ แต่พี่ก็เสียใจนะ เจ็บใจฉิบหาย แต่ก็ช่างแม่ง...พี่ได้มาคุ้มแล้ว คุ้ม ฮือๆ”
พี่สุปล่อยร้องไห้ออกมา ฉันก็เลยต้องกอดปลอบ แล้วคืนนั้นฉันก็นอนเป็นเพื่อนพี่สุ
ใจฉันคิดวนเวียนแต่กับเรื่องของอาคิระที่ได้ยินมา
เขา...
หลอกฉันหรือ?
ใจของฉันหายวาบ น้ำตาของฉันไหลซึมออกมา ฉันตัดสินใจถามเขา เกี่ยวกับเรื่องที่ได้ยินมา...
“น่ากลัวจริงๆ เลือดเต็มเลย”“เห็นนิ่งๆ สวยๆ แบบนั้นทำไมอำมหิตได้ขนาดนั้นนะ อึ๋ย”“ผู้ชายโดนแทงยับเลย โอ...”เสียงซุบซิบดังกรอกหูขณะที่ฉันถูกจับขึ้นไปบนรถตำรวจ ฉัน...นั่งเหม่อ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามฉันเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันทำลงไปแต่ฉันไม่พูดฉันยังคงเหม่อลอยสิ่งที่ติดตาคือภาพของอาคิระที่ชุ่มโชกด้วยเลือดถูกหามขึ้นไปบนรถพยาบาลเขาจะตายไหมนะ?ฉันหัวเราะออกมา เจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังซักถามฉันอยู่ถึงกับตกใจ ฉันหัวเราะ แล้วร้องกรี๊ด ก่อนทุกอย่างจะดำมืด....“เฮีย...มาประกันตัวให้”เฮียสมว่า ฉันพึมพำขอบคุณเขา อาคิระ...ไม่ตาย แต่ก็บาดเจ็บสาหัส ฉันถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อได้ยินดังนั้น พี่สุเองก็มาเยี่ยมฉันมาพร้อมกับเฮียสม ตอนแรกพี่สุจะขอประกันตัวฉัน แต่เมื่อรู้ว่าเฮียสมเป็นคนยื่นประกันไปแล้ว พี่สุก็โล่งใจ “ฟ่าง ทำไมทำแบบนี้กันนะ”“ฟ่าง...ฟ่าง” ฉันน้ำตาไหล อยู่ในอ้อมแขนของพี่สุ ฉันถูกทรยศ ฉันเจ็บเหลือเกินกับความรัก ความขาดสติทำให้ฉันทำลงไปข่าวของฉันดังเปรี้ยงปร้างไม่น้อย...อาจจะเพราะภาพลักษณ์ของฉันที่เป็นคนหน้าตาดี ทำงานสุจริต แต่...เพราะความหลงมัวเมากับตัณหา ทำให้ฉันตัดสินใจทำสิ่ง
เมื่อคืนนี้ฉันเพลียมากอา...เพราะอาคิระจัดให้สารพัดท่า จนฉันปวดหน่วงไปหมดทั้งตัว ฉันเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระล้างคราบไคล ใจก็คิดไปว่า ฉันจะทำอย่างไรดีฉันรักเขา รักเขา รักเขาแต่เขา...น้ำตาของฉันไหล อาคิระตะโกนถามฉันมาว่าฉันหิวไหม เขาหิวมาก ฉันตอบไปว่าหิว เขาจึงบอกว่าจะลงไปซื้อโจ๊ก สักพักเสียงประตูห้องก็ปิดฉันเดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนหนึ่งที่พันกาย ฉันยังไม่ได้โอนเงินให้เขา...อาคิระทิ้งโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะคงจะรีบมาก มันชาร์จแบตไว้ ฉันแอบเหลือบมอง ลังเลว่าจะเปิดดีไหม ฉันเคยแอบมองรหัสของเขาตอนที่เขาเล่นโทรศัพท์ แล้วก็เคยแอบลองเปิดเข้าไปทีหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยเช็กสำรวจอะไร นึกด่าตัวเองอยู่ว่าไม่น่าพลาด เสียงโทรศัพท์ของเขาสั่น...บอกว่ามีข้อความเข้า และฉันก็ถือวิสาสะเปิดมันออกดู ข้อความส่งมาทางไลน์ เขาตั้งชื่อไว้เป็นสัญลักษณ์ว่า ***ได้รึยังล่ะสองแสนอะผัวขา ยอมให้ไปหาอีนั่นในวันหยุดของเค้าแบบนี้ ผัวต้องมีอะไรให้เมียนะ ได้มาตั้งสองแสน ฉันน้ำตากบตา ไล่อ่านข้อความระหว่างเขากับอีนั่น...ยิ่งอ่าน...ยิ่ง...เสียงประตูเปิด ฉันวางโทรศัพท์ลง อาคิระยิ้มให้ฉันแล้วอวดถุงโจ๊ก“พิเศษสองถุ
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ฉันลุกพรวดขึ้นไปเปิดรับ ฉันอาบน้ำจนหอมกรุ่น ขัดทุกซอกทุกมุมเพื่อรอเขา“ฟ่างจ๋า” เขาโผกอดฉันทันที แล้วพรมจูบฉัน ฉันจูบตอบเขา สมองท่องไว้ว่านี่คือของฉัน อาคิระของฉัน ฉันจะไม่ยอมปล่อยเขาให้ใคร“คิระขา เอาฟ่าง...”ฉันกระซิบกับเขา อาคิระหัวเราะแล้วดันฉันออก พร้อมกับทำหน้าจ๋อยๆ แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงของฉัน“เอาไม่ไหวสิคนดี ผมท้องเสียหมดแรงเลย”“อ้อ...”ฉันล้มตัวลงนอนข้างเขา พร้อมกับจูบแก้มเขา มือไม้ไต่ลงไปตามเนื้อตัวเขา แกะกระดุมกางเกงเขา สอดมือลงไปกับส่วนนั้นมันอ่อนปวกเปียกไม่สู้เหมือนเดิมหึ!อีนั่นคงจะเอาให้คุ้มกับสองหมื่นสินะ แล้วที่ซานมาหาฉันนี่ก็คงเพราะฉันบอกว่าจะให้เงินเขาสองแสน“ไม่สู้เลยอะ ว้า”ฉันบ่นเมื่อพยายามปลุกเร้ายังไงมันก็ไม่คึกคัก อาคิระหัวเราะ แล้วกอดฉันแน่น ก่อนจะกระซิบเสียงหวาน“รอพรุ่งนี้เช้าสิ มันจะคึกแน่ๆ นะ ขอนอนพักแป๊บหนึ่งนะครับเจ้าหญิง แล้ว...เอ่อ...แล้วเรื่องเงินที่ฟ่างว่าล่ะจ๊ะ”“อืม...คืนนี้จะค้างเหรอ”ฉันแสร้งลองใจ เขาพยักหน้าแล้วจูบแก้มฉัน “ค้างสิ ให้ค้างไหม?”“ดีใจจัง คิระยอมค้างกับฟ่าง เพราะเงินหรือเปล่า”“โธ่ เงินอ
“มาหาคิระเหรอน้องฟ่าง” พี่หมีคนคุมเด็กถามฉัน ฉันยิ้มหน้าชื่นให้กับเขา แน่ละวันนี้ฉันมีเงินพอที่จะเหมาอาคิระทั้งคืน “ค่ะ”“เอ่อ...วันนี้มันไม่มาทำงานน่ะ” พี่หมีว่า ฉันเลยหน้าเศร้าลงทันที เอ...ฉันข้อความบอกเขาแล้วนี่นา ว่าจะมา หรือว่าเขาป่วยกันนะ ถึงมาทำงานไม่ได้“อ้าว...”“เรียกคนอื่นไหมล่ะ เด็กแจ่มๆ มีเข้ามาเพียบเลย หล่อแบบไหนพี่มีให้หมดเลยนะน้องฟ่าง อย่าไปจองแต่ไอ้คิระเลย ไอ้คิระมันเนื้อหอมเกิน”“ไม่ดีกว่าค่ะ” พี่หมีดึงแขนฉันไว้ แล้วกระซิบฉันเบาๆ “น้องฟ่าง พี่เอ่อ...พี่อยากจะเตือนอะไรน้องฟ่างไว้ นี่พี่เอ็นดูนะ ถึงได้บอก”“คะ?”“ไอ้คิระมันมีสองเฟซบุ๊ก” พี่หมีบอก แล้วก้มหน้าลงจดอะไรบางอย่าง แล้วยื่นส่งให้ฉัน สีหน้าของเขาดูเหมือนจะสมเพชฉัน“เอ้า...ลองไปดู เผื่อจะเห็นอะไรดีๆ พี่...” พี่หมียักไหล่ แล้วเมินหน้าไปทางอื่น ขณะที่ฉันหน้าซีดลง“พี่บางทีก็สงสารฟ่างอะนะ”“...”ฉันเดินขาสั่นออกมาจากร้าน แล้วลองเข้าไปในเฟซบุ๊กที่พี่หมีให้มา...อา...โทรศัพท์ของฉันแทบจะหล่นจากมือมันคือภาพของเขาและสาวพริตตี้นางหนึ่ง ฉันเข้าไปดูโปรไฟล์ของแม่นั่น...สิ่งที่พวกเขาแท็กหากันไปมา ยิ่งกร
คิระไปเที่ยวกับลูกค้าเหรอไปรู้มาจากไหน ผมมาหาแม่ต่างหากมีคนบอก...ว่าคิระไปเที่ยวกับลูกค้า ลูกค้าเหมาไปพอฉันพิมพ์ไปแบบนั้น สักพักเขาก็ถึงกับโทรมา ฉันตกใจแต่ก็กดรับ แล้วลุกจากโต๊ะทำงานเพื่อนร่วมงานหันมองฉันก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก เพราะมีกฎห้ามรับโทรศัพท์ส่วนตัวระหว่างทำงาน แต่ฉันกำลังฝ่าฝืน ฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำ แล้วถามเขาเสียงเบา“เอ่อ ตอนนี้เวลางานจ้ะ ไว้แชตคุยกันได้ไหม”“ไม่ได้ อยากคุยเดี๋ยวเจ้าหญิงของผมจะเข้าใจผมผิด” เสียงของเขาดูร้อนรน“จริงๆ ผมอยากวีดีโอคอลกับฟ่าง แต่ก็ไม่สะดวกเพราะเกรงใจแม่ แต่ว่าผมน่ะ...เอ่อ...ผมไปกับลูกค้าจริงๆ เพราะอยากได้เงินพิเศษ ผมต้องการด่วนอย่างที่บอกฟ่าง แล้วก็ไปกับเขาแค่วันเดียว นี่ผมก็กลับมาหาแม่มาดูแม่”“อ้อ...ฟ่างก็ไม่ได้ว่าอะไร”“เข้าใจผมนะฟ่างจ๋า”“จ้ะ แล้วเงินคิระพอไหม เรื่องรักษาแม่”“เฮ้อ...ตอนนี้แม่เจออาการแทรกซ้อนเพิ่ม ก็คงต้องใช้เงินอีกมากเลย ถ้าผมจะไปกับลูกค้าบ้าง รับงานนอกบ้าง จนพักนี้เราอาจจะไม่ค่อยได้เจอกันหรือคุยกัน ฟ่างเข้าใจนะ”“คิระ เงินขาดอีกสองแสนใช่ไหมจ๊ะ”“อืม ก็ประมาณนั้นละ ผมเลยต้องทำงานหนักหน่อย รักนะครั
“ขอโทษนะที่พักนี้ไม่มีเวลาให้เลย สัญญาว่าจะไปหาฟ่างแต่ก็ไม่ได้ไป”เขาเอ่ยอ้อน แล้วจูบที่ไหล่ของฉัน วันนี้ฉันได้เวลาอยู่กับเขา ก็เพราะการซื้อชั่วโมงของเขาอีกตามเคย แต่มันก็เป็นการเสียเงินที่แลกกับความสุขความสุขที่เงินซื้อได้“ไม่เป็นไร ก็คิระติดงานนี่นา”ฉันกอดเขาแล้วซุกหน้ากับอกเขา พร้อมกับถามเขาอย่างห่วงใย“พักนี้คิระทำงานเยอะจัง ฟ่างเป็นห่วงนะวันหยุดก็แทบไม่ได้หยุด มีอะไรหรือเปล่า?”“ก็...”เขาถอนใจ เอาแขนก่ายหน้าผากสีหน้าก็เศร้าสลดลง“ผมมีปัญหาเรื่อง เรื่องหนี้ของแม่นิดหน่อยน่ะ เฮ้อ...ผมเลยหยุดงานไม่ได้เลย ฟ่างจริงๆ แล้วผมไม่ได้อยากทำอาชีพนี้หรอกนะ”“อา...”ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา ดูเขาแล้วนึกสงสารจนน้ำตาคลอ ฉัน...ฉันอยากจะมีเงินจริงๆ ตอนนี้ อยากจะแบ่งเบา อยากจะช่วยเขา“เล่าให้ฟ่างฟังบ้างได้ไหม เผื่อจะได้ดีขึ้น”“คือผมไม่อยากทำงานนี้เลยฟ่างก็น่าจะรู้” ใช่...เขาบ่นให้ฉันฟังตลอดว่าที่ทำเพราะความจำเป็น แต่ฉันก็ไม่เคยถามว่าความจำเป็นของเขาคืออะไร เขาบอกว่าอยากปลดระวางตัวเอง แต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะ...ความจำเป็นที่ว่า“อืม...แต่ฟ่างเข้าใจคิระนะ ว่าคิระน่ะจำเป็น”“แม่ของผมป่วยหนั







