Partager

ตอนที่ 2 แกงเห็ดโคน

last update Date de publication: 2024-12-14 09:53:28

"พี่ใหญ่เจ้าคะ มีอะไรอีกบ้างหรือเจ้าคะ ที่ชาวบ้านไม่นิยมเก็บไปกินกัน" หลี่หลิวรีบถามหลี่จงขึ้นมาโดยทันควัน เมื่อมองเห็นทางเอาตัวรอดเพิ่มขึ้นมา นี่มันทองในดินชัด ๆ พวกเขาไม่รู้สินะว่าเห็ดโคนพวกนี้ทั้งดอกใหญ่ และขาอวบ ดอกตูม ๆ พวกนี้ราคามันแสนแพงแค่ไหนนี่มันของหายากเชียวนะ

"ได้สิ ไว้ข้าเจอจะค่อย ๆ บอกเจ้าทีหลังนะ ดื่มน้ำสักหน่อยไหม" เมื่อเอาเห็ดวางใส่ตะกร้าที่ว่างเปล่าก็ดูชื่นใจขึ้นมาไม่น้อย เดินมาครึ่งชั่วโมงก็เจอของดีเข้าแล้วจะว่ายังไงดีล่ะ ต้องขอขอบคุณชาวบ้านที่ไม่ยอมกินกันอย่างสุดซึ้งล่ะนะ หลี่หลิวถูกใจสิ่งนี้เป็นอย่างมากจนต้องเดินไปยิ้มไปเลยทีเดียว

"ทางข้างหน้ามีต้นไม้ข้างทางขนาดใหญ่ ตอนเดินเจ้าต้องระวังให้ดี อย่าไปเผลอเหยียบหนามมันเข้าให้ล่ะ"

"ได้ ๆ ข้าจะระวังเจ้าค่ะ"

"เหตุใดเจ้าถึงยังไม่หุบยิ้มอีกล่ะ"

"ก็ข้าดีใจมาก ๆ เลยหนิเจ้าคะ"

"เจ้าต้องดีใจขนาดนั้นเลยงั้นรึ มันก็แค่เห็ดที่ถูกชาวบ้านเขาเขี่ยทิ้งก็เท่านั้น"

"เอาไว้ข้าทำแกงเห็ดให้ท่านได้กินก่อน แล้วท่านจะขอบคุณข้าที่เก็บมันกลับไปด้วย"

"ได้ ๆ" เจ้าใหญ่ตอบรับไปทั้งแบบนั้น แต่ในใจยังกังวลว่าถ้ากินแล้วเป็นอะไรขึ้นมาจะทำเช่นไรดี แต่ก็ไม่กล้าดูถูกน้ำใจของน้องสาวตัวน้อยที่พึ่งหายไข้ จึงได้แต่เออออตามนางไปก่อน

"เดินระวังด้วยเพราะทางข้างหน้าที่ใกล้จะถึงนี้จะเป็นป่าผักหนามแล้ว ข้าจะเก็บยอดผักหนามด้านบน ส่วนเจ้าก็เก็บด้านล่างช่วยกันเก็บจะได้เสร็จเร็ว ๆ "

"นี่พี่ใหญ่... ข้าว่า... ข้าคงไปเก็บผักหนามกับท่านไม่ได้แล้วล่ะเจ้าค่ะ"

"ทำไมล่ะ ข้างหน้านี้ก็ถึงแล้ว หรือเจ้ากลัวลูกหนามพวกนี้ หากเจ้ากลัวมาก พี่สามารถให้เจ้าขี่หลังไปได้นะ" หลี่จงมองดูเด็กน้อยที่เหงื่อผุดบนหน้าผากอย่างเอ็นดู แถมบนหัวยังมีผมที่มัดเป็นหัวหอมกลม ๆ สองข้าง บนหัวของนางมีเศษใบไม้ติดอยู่ เขาจึงหยิบออกให้นางอย่างเบามือก่อนจะส่งยิ้มอ่อนให้

"ไม่ใช่ ๆ ข้าจะเก็บเกาลัดพวกนี้ ท่านดูสิมันเยอะมากขนาดนี้คงไปช่วยท่านเก็บผักหนามไม่ได้แล้ว"

"เจ้าว่าไงนะ! เจ้าเรียกมันว่าเกาลัดงั้นรึ?"

"อื้ม ก็ใช่ไง"

"ลูกหนามเนี่ยนะ เจ้าจะเอามันไปทำอะไรได้ เม็ดดำ ๆ ที่อยู่ข้างในนั้นก็กินหาได้ไม่ แถมเปลือกของมันมีหนามที่ทั้งคมทั้งแข็ง มันจะตำมือเจ้าเอานะ"

"เห้อ! เอาเป็นว่าข้าจะเก็บมันกลับไปด้วยก็แล้วกัน ท่านก็ไปเก็บผักหนามของท่านเถอะ ตอนเดินมาข้าเห็นรอยเท้าคนด้วย คาดว่าผักท่านคงจะเหลือน้อยเต็มทีแล้วล่ะ"

"ใช่ ๆ ข้าก็ว่าเห็นรอยเท้ายังใหม่อยู่เดินมาทางนี้ งั้นข้าไปเก็บผักก่อน เจ้ารอข้าอยู่นี่นะ หากเบื่อก็เดินขึ้นไปป่าด้านบนแล้วเรียกหาข้าได้เลย" หลี่จงพูดกับหลี่หลิวจบเขาก็ก้าวขาไปข้างหน้าทีเดินทีวิ่ง อีกทั้งยังคอยหลบลูกหนามอย่างจริงจัง หลี่หลิวที่เห็นพี่ของเจ้าของร่างนี้เดินไปแล้ว จึงเริ่มเก็บเกี่ยวเกาลัดของเธออย่างบรรจง เธอใช้เท้าน้อย ๆ ของเด็กวัยหกปีเหยียบ และคลี่เอาเปลือกเกาลัดออกจากกัน จากนั้นเอาเม็ดมันออกมาทีละเม็ด โดยใช้มีดค่อย ๆ แงะออกมา และทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนเจ้าใหญ่กลับมานางก็ยังคงทำอยู่เช่นนั้น ตอนนี้หลี่หลิวรวบรวมเม็ดเกาลัดได้ประมาณหนึ่งกิโลแล้ว ด้วยร่างกายวัยเด็กแบบนี้จึงทำอะไรได้ไม่สะดวกนัก มือเท้าก็แสนจะเปราะบาง ทำแรงนิดหน่อยก็ได้แผลกลับมาเสียแล้ว

"มาให้พี่ช่วยเจ้าเถอะ ไม่เช่นนั้นบ่ายนี้คงไม่ได้กลับบ้านแล้ว เจ้าจะเก็บลูกหนามนี้มากเพียงใดล่ะ" เจ้าใหญ่เข้าใจว่าน้องสาวตนคงอยากได้เม็ดพวกนี้ไปเล่น จึงอาสาจะช่วยเก็บ และเห็นวิธีที่นางเก็บแล้วมันก็ไม่ได้ยากนัก จึงช่วยนางเก็บจนได้มากถึงสองสามโลเลยทีเดียว

"เจ้าว่ามากขนาดนี้แล้วพอได้หรือยัง นี่มันก็มากแล้วนะหากเจ้าจะเอาไปเป็นหมากไว้เล่นมันคงเกินพอแล้ว"

"ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ใครเขาจะเอาไปเล่นกัน ข้าจะเอามันไปกินต่างหากล่ะ"

"ในหัวเล็ก ๆ ของเจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่ หรือเจ้ายังไม่ฟื้นไข้จึงเบลออยู่ใช่หรือไม่"เจ้าใหญ่ได้ฟังเช่นนั้นจึงโยกหัวน้องรองเบา ๆ เพื่อหยอกล้อกับนาง

"มันกินได้จริง ๆ นะพี่ใหญ่"

"ได้ ๆ กินได้ก็กินได้"

"หึ! นี่ท่านไม่เชื่อข้ารึ"

"ข้าต้องเชื่อเจ้าอยู่แล้วสิ ไม่เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าเก็บมันทำไมกัน"

"ก็ได้ ๆ ถ้าเจ้าอยากได้อีกข้าค่อยพาเจ้ามาเก็บอีกครั้งดีหรือไม่ ตอนนี้เราต้องกลับบ้านแล้ว ข้าหิวจนไส้กิ่วหมดแล้วเนี่ย"

เมื่อเจ้าใหญ่เห็นว่าน้องสาวตัวน้อยของตนจะงอแงจึงรีบตัดบทไป เขาแสร้งทำตัวให้อ่อนแอซึ่งจริง ๆ แล้วก็จริงดั่งเขาว่านั่นแหละ เขาหิวจนท้องร้องแล้วจริง ๆ หลี่หลิวที่พึ่งนึกขึ้นได้ว่าพี่ชายตัวน้อยของร่างนี้ยังไม่ได้กินข้าวจริง ๆ นางจึงต้องวางมือจากการเก็บเกาลัด แล้วหาใบไม้ใหญ่ ๆ มาห่อมันไว้แล้วเอาเถาวัลย์มัดให้ดีก่อนนำไปใส่ตะกร้าด้วยความรู้สึกผิด

"นี่ท่านเก็บได้มากเลยทีเดียว ข้าคิดว่าคนอื่นเก็บไปก่อนท่านเสียแล้ว" หลี่หลิวมองไปที่ตะกร้าที่มีผักหนามอยู่เกินครึ่งซึ่งด้านบนมีห่อเห็ดโคนวางอยู่ ดีที่พี่ชายตัวน้อยไม่เอามันไว้ด้านล่าง ไม่เช่นนั้นเห็ดพวกนั้นคงโดนผักทับจนเสียรูปไปแล้ว

หลังจากที่เจ้าใหญ่ช่วยน้องรองเก็บลูกหนามจนเสร็จแล้วเขาจึงพักดื่มน้ำดื่มท่าครู่หนึ่ง ไม่นานทั้งคู่ก็พากันลงเขาด้วยความเหนื่อยล้า ระหว่างทางเสียงเจื้อยแจ้วที่เคยมีค่อย ๆ เงียบลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้า และเสียงเหนื่อยหอบระหว่างทางกลับ

ก่อนหน้านี้หลี่จงบอกกับน้องสาวว่า โชคดีที่คนขึ้นเขามานั้นเป็นเพียงนายพราน เขาจึงไม่สนใจในการเก็บผักป่านักทำให้พี่ใหญ่อย่างเขาได้ผักป่ามาเยอะมาก และก็นี่เป็นเรื่องดีที่ท่านย่าจะไม่ดุด่าเมื่อพวกเขากลับไปถึงบ้าน แถมเย็นนี้พวกเขายังจะได้กินผัดผักป่าอีกด้วย

ผักหนามเป็นผักกินยอดอ่อนชนิดหนึ่งทว่าต้น และกิ่งก้านของมันเต็มไปด้วยหนาม แต่เป็นผักที่อร่อยทำได้หลายเมนูที่ทุกคนนิยมเห็นจะเป็นเอาไปผัดกินกัน

"เอาล่ะใกล้ถึงบ้านแล้ว เจ้าเอาของของเจ้าออกมาถือเอง แล้วเอาไปเก็บในครัวเล็กหลังบ้านของเราให้เรียบร้อย อย่าให้ท่านย่าเห็นมันเชียวนะ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะโดนดุเอาได้"

"ได้ ข้าจะเอาไปเก็บที่ครัวเล็กข้างหลังบ้านของเรา ข้าจะอ้อมไปด้านหลังบ้านไม่ผ่านประตูใหญ่ดีหรือไม่" หลี่หลิวพอเข้าใจว่าครัวใหญ่นั้นเอาไว้ใช้ทำอาหารให้ท่านย่าและลุงโจว ส่วนครัวเล็กนั้นใช้เฉพาะครอบครัวรองของนาง ซึ่งครัวเล็กอยู่หลังบ้านห่างจากตัวบ้านไปเล็กน้อย

"นี่แหละที่ฉันต้องการ"

หลี่หลิวแอบเอาของมาเก็บในครัวเล็ก โชคดีที่ท่านย่าไม่อยู่ออกไปทำธุระกับท่านปู่ และครอบครัวของลุงใหญ่ หลี่หลิวจึงรีบก่อไฟ และแกงเห็ดที่ล้างสะอาดแล้วให้เรียบร้อย นี่ก็ปาเข้าไปบ่ายสามแล้วนางจึงรีบต้มเกาลัดจนเสร็จ แล้วตากเกาลัดให้สะเด็ดน้ำก่อนจะเก็บเกาลัดที่หอมหวานเข้าบ้านไปพร้อมกับมีดสั้น หลี่หลิวมองซ้ายมองขวา นางรีบแอบออกมาเอาหม้อแกงเห็ดเข้าไปเก็บที่ห้องนอนขนาดเล็กนั่นอย่างรวดเร็วในตอนที่ไม่มีใครได้ทันสังเกตเห็น

"ท่านแม่ขอรับ เหตุใดท่านย่าแบ่งผัดผักป่ามาให้เราน้อยจังล่ะขอรับ ข้าได้ยินว่าพี่ใหญ่ของเราเก็บมาได้เยอะมากเลยนะขอรับ"

หลี่เฉินน้องเล็กที่อาบน้ำล้างเนื้อตัวเสร็จแล้ว ถามท่านพ่อท่านแม่ที่มานั่งเตรียมกินน้ำต้มโจ๊กกับผัดผักที่แสนจะน้อยนิด จนหลี่หงไม่รู้ว่าควรจะตอบลูกชายเช่นไรดี ถึงจะรู้ว่าท่านย่าลำเอียงและรักครอบครัวนั้นมากกว่า แต่บุตรของตนก็ลงทุนลงแรงไปหามาให้แต่กลับได้กินเพียงเศษผักส่วนหนึ่ง หลี่หงทำได้แค่อดทน และซื่อสัตย์ต่อท่านแม่เท่านั้น เขาไม่มีความกล้าที่จะโต้เถียงกับท่านแม่เลยสักนิด จึงทำได้แค่ลูบหัวน้อย ๆ ของบุตรคนเล็กเพื่อปลอบใจ

"นี่เจ้าเล็ก เจ้าอยากอิ่มท้องหรือเปล่าล่ะ"

หลี่หลิวได้โอกาสจึงรีบลุกพรวดพราดยกหม้อที่แอบไว้ตรงมุมห้องออกมา แล้วตักแกงเห็ดใส่ถ้วยใบใหญ่มาวางไว้ตรงกลางวงล้อม แถมยังมีเกาลัดอีกจำนวนหนึ่งที่แกะแล้วมาวางไว้อีกด้วย

"พี่รองนี่มันเห็ดนี่ขอรับ กินได้ด้วยรึ"

"ได้สิ ข้ากินไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่บ่ายแล้ว ข้าก็ยังสบายดีอยู่"

ว่าแล้วหลี่หลิวก็ตักเห็ดอวบอ้วนใส่ปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างอารมณ์ดี เจ้าใหญ่เห็นเช่นนั้นก็จุกอกเพราะตนก็เป็นคนช่วยน้องรองเก็บมา แล้วน้องรองก็ยังเอาออกมากินต่อหน้าต่อตาท่านพ่อท่านแม่อีก

"กินเถอะ เห็ดนี้พ่อเคยเห็นลุงเหยียนเก็บไปกินหลายครั้งแล้วเขาบอกว่ามันกินได้" ท่านพ่อหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบกินโดยไม่ลังเล ลุงเหยียนบอกว่าเห็ดชนิดนี้อร่อยมาก และปลอดภัยที่สุด คนที่เก็บไปกินแล้วตายอาจเป็นเพราะเขาเก็บเห็ดชนิดอื่นไป แต่เห็ดนี้กินได้

"ข้ากินด้วย" น้องเล็กคีบดอกเห็ดอวบ ๆ อ้วน ๆ ใส่ปากแล้วชมไม่หยุดว่าอร่อย ส่วนท่านพ่อก็ตักแล้วตักอีกใส่ถ้วยตนเอง ท่านแม่กับข้ามองหน้ากันไปมา ก่อนจะลงมือคีบกินตามคนในครอบครัวไป

"อร่อย นี่มันอร่อยมาก"

เจ้าใหญ่หลี่จงอุทานออกมาแล้วหันไปมองหน้าน้องรอง เขานึกถึงคำพูดของนางที่เคยพูดไว้ แล้วท่านจะขอบคุณข้าที่เก็บมันกลับไป ทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกวันนี้ได้กินอย่างอิ่มท้องแบบที่ไม่เคยกินมาก่อน เกาลัดที่น้องรองเก็บมาต้องใช้มีดตัดผ่าครึ่งถึงจะกินมันได้ แม้จะกินลำบากไปหน่อยแต่เนื้อข้างในของมันหวานหอมคุ้มค่าที่ลงแรงในการแกะ ถึงแม้มันจะแกะยากไปบ้างก็ตาม

"พี่ใหญ่... พรุ่งนี้เราไปเก็บเห็ดกันดีไหมขอรับ แล้วก็ไปเก็บลูกหนามมาไว้เยอะ ๆ เลยด้วย ทีนี้เราก็จะอิ่มท้องกันแล้ว"

น้องเล็กหลี่เฉินมีความกระตือรือร้นขึ้นมา และอยากไปเก็บอาหารมาไว้เยอะ ๆ หลี่จงพี่คนโตมองหน้าท่านพ่อ พอเห็นว่าท่านพ่อพยักหน้าทำให้น้องเล็กร้องไชโยออกมาเสียงดังจนท่านย่าตะโกนเอ็ดมา หลี่หลิวจึงบอกน้องเล็กว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ไม่เช่นนั้นจะมีคนอีกมากไปแย่งลูกหนามของเจ้า หากเป็นเช่นนั้นเจ้าต้องอดกินอาหารอร่อยไปอีกนาน หลี่เฉินจึงรีบเอามือขึ้นมาปิดปากตนเองส่ายหน้าไปมา พร้อมบอกว่าข้าจะไม่บอกใครเลย หลังจากนั้นทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกต่างพากันเข้านอนเมื่อเก็บถ้วยชามเสร็จแล้ว ทุกคนนอนหลับกันหมดเทียนที่จุดไว้ค่อย ๆ ดับลงทีล่ะห้อง เสียงหายใจสม่ำเสมอแสดงว่าเริ่มหลับนอนกันแล้ว

"ท่านพ่อ.." จู่ ๆ หลี่หลิวก็เอ่ยเสียงเบา ๆ ขึ้นมาท่ามกลางความมืดอย่างไม่มีปี่มีขุ่ย

"เจ้านอนไม่หลับหรือ"

"ข้าอยากมีบ้านที่มีแต่พวกเราพ่อแม่ลูกเจ้าค่ะ" หลี่หลิวใช้ลูกอ้อนกอดแขนผู้เป็นพ่อของเจ้าของร่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเธอถึงได้รู้สึกผูกพันรักใคร่ครอบครัวเจ้าของร่างขนาดนี้ แต่ที่รู้ ๆ ก็คือตอนนี้เธอเป็นลูกของเขา ผู้ชายที่นอนเอามือหนุนท้ายทอยคนนี้คือพ่อของฉัน

"ถ้าออกจากบ้านใหญ่ไป เราต้องเริ่มใหม่กันหมดเลยนะ"

"ไม่เป็นไรหรอกท่านพ่อ ขอแค่มีพวกเราอยู่ด้วยกันก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่อยากอดมื้อกินมื้ออีกแล้วท่านพ่อ.."

หลี่หลิวแหงนมองหน้าผู้เป็นพ่ออย่างรอคอยคำตอบ อันที่จริงเขามีความคิดหลายครั้งที่จะพาครอบครัวย้ายออก แต่กลัวว่าการเริ่มต้นใหม่จะทำให้ครอบครัวต้องลำบากกว่าเดิม จึงต้องพักพิงอยู่กับครอบครัวใหญ่เช่นนี้ พอลูกสาวเพียงคนเดียวถึงกับเอ่ยปากออกมาในใจเขาก็กระวนกระวายไม่น้อย นี่เราปล่อยให้ลูกอดอยากขนาดนั้นเลยรึ ข้านี่ช่างเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ

"ได้ พ่อรับปากเจ้า"

"งั้นพรุ่งนี้เราไปบอกท่านปู่กันนะเจ้าคะ"

"ได้ เจ้านอนได้แล้ว"

"เจ้าค่ะ" หลี่หงเอามือลูบหลังบุตรสาวเบา ๆ ในใจคิดว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ท่านพ่อจะเห็นด้วยหรือไม่ หากเราไปแล้วท่านพ่อท่านแม่จะอยู่อย่างไร ใครจะหุงหาอาหารให้ท่าน ใครจะทำงานไร่งานนาให้ท่าน

เมื่อเห็นบุตรสาวหลับแล้วเขาก็ต้องเอามือก่ายหน้าผาก ภรรยาที่เห็นเช่นนั้นได้แต่ส่งยิ้มให้บาง ๆ เขาหันไปด้านข้างเห็นสายตาที่อ่อนโยนของหวังลู่ที่เป็นภรรยาของเขา ใบหน้าที่ซีดเซียวลงทุกวันของนางทำให้เขาได้คิดใคร่ครวญอีกครั้ง นางร่วมทุกข์ร่วมสุขมามากมายกับข้า ครอบครัวอื่นภรรยาอยู่บ้านทำงานเรียบง่าย แต่นางต้องทำงานหนักหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน จนใบหน้างามตอนนี้หมองคล้ำไม่นวลผ่องเหมือนก่อนเก่าอีกแล้ว ข้าช่างเป็นสามี และพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ

เอ้กอี๊เอ้กเอ้ก!!

เสียงไก่ขันตอนเช้ามืดเป็นนาฬิกาปลุกที่ดีที่สุด หวังลู่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าลูกสาวตัวน้อยได้ตื่นตามนางมาด้วยเช่นกัน หวังลู่จึงพาบุตรสาวไปล้างหน้าล้างตาจากนั้นให้นางนั่งตั่งไม้อยู่ข้าง ๆ เตาไฟครัวเล็ก ส่วนตนรีบไปก่อไฟหุงหาอาหารที่ครัวใหญ่ เสร็จแล้วค่อยไปทำครัวเล็ก นางเอาแกงเห็ดของบุตรสาวมาอุ่นจนได้ที่แล้วจึงยกหม้อออกจากเตาโดยมีหลี่หลิวคอยจ้องมองอยู่ข้าง ๆ

"วันนี้เราจะได้ย้ายออกใช่ไหมเจ้าคะ"

หลี่หลิวมองดูนางหวังแม่ของเจ้าของร่างเดิมที่กำลังทำกับข้าวจนจะเสร็จแล้วจึงเอ่ยปากถามขึ้น เพราะรู้ว่าเมื่อคืนตอนที่นางเอ่ยถามแม่ของเจ้าของร่างนี้ก็ยังนอนไม่หลับเช่นกัน หวังลู่เหน็บผมทัดหูให้บุตรสาวอย่างเอ็นดู นางก็อยากทำแบบนั้นเช่นกันจะได้ไม่ต้องให้ลูก ๆ ทนอดอยากเช่นนี้ นางมีบุตรสาว และบุตรชายท่านย่าก็ยังไม่พอใจ ทำอะไรก็ขวางหูขวางตาท่านย่าไปเสียทุกสิ่งอย่าง หากย้ายออกไปถึงให้นางใช้ชีวิตในป่าเขาอาจจะดีกว่านี้ก็เป็นได้ ห่วงก็แต่ลูก ๆ ยังเล็กพวกเขาจะทนร้อนทนหนาวได้หรือ ยิ่งคิดนางยิ่งท้อใจ

"ท่านไม่ต้องกังวล ข้าน่ะแข็งแกร่งกว่าที่ท่านคิด หากหลุดพ้นออกจากที่นี่ไปได้ ข้าจะมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้อย่างแน่นอน" หลี่หลิวเห็นสีหน้ากังวลของมารดา จึงคิดว่านางคงห่วงความเป็นอยู่เพราะหากย้ายออกไปก็คงต้องกระทบหลายอย่าง ทั้งที่อยู่อาศัยและอาหารการกิน คนเป็นแม่ต้องแบกรับสิ่งพวกนี้ไว้ ข้าคงทำได้แค่ให้กำลังใจนางเท่านั้น

"เจ้าไม่กลัวว่าถ้าออกไปแล้วจะลำบากรึ"

"ข้าไม่กลัวความลำบาก ข้ากลัวว่าข้าจะอดตายเสียมากกว่า"

หลี่หงผู้เป็นพ่อที่ตื่นขึ้นมาแล้วได้ยินสองแม่ลูกคุยกันใจเขาเจ็บปวดเหลือเกิน เขาจึงหันตัวเพื่อเดินกลับเข้าบ้านไป ก่อนหน้าเห็นท่านแม่ตื่น และท่านพ่อเองก็คงจะตื่นแล้วเช่นกัน เขาจึงบากหน้าเข้าไปปรึกษาท่านพ่ออย่างจริงจัง

"เจ้าแน่ใจรึ?"

"ขอรับ" หลี่หงนั่งคุกเข่าต่อหน้าท่านพ่อที่กำลังนั่งเก้าอี้จิบน้ำชาตั้งแต่เช้ามืด เขาบอกไปแล้วว่าอยากย้ายออก แต่ท่านพ่อยังคงดูนิ่ง และสงบมากจนเขาคาดเดาไม่ได้เลยว่าท่านจะยินยอมหรือไม่

"ในเมื่อเจ้ามั่นใจแล้วก็รีบพาครอบครัวเจ้าไปเสีย" ชายวัยกลางคนลุกขึ้น และเดินไปหยิบของบางอย่างที่ซุกซ่อนไว้ในกล่องหนังสือมาใส่มือเขา หลี่หงถึงกับตกใจจนตาแทบถลนออกมา ท่านพ่อมอบเงินให้ข้างั้นรึนี่มันห้าตำลึงเงินเชียวนะ

ค่าของเงิน

1 ก้วน = 1,000 อีแปะ/เวิน

1 ตำลึงเงิน = 1 ก้วน

1 ตำลึงทอง = 10 ตำลึงเงิน

"ท่านพ่อ..."

"รีบไปเสีย ส่วนนี่คือโฉนดที่ดินมันมีขนาด 3 ไร่กับอีก 2 งาน ที่ตรงนั้นมีคนเช่าอยู่ ให้เจ้าถือโฉนดที่เป็นชื่อเจ้าไปยืนยันกับเขาว่าเจ้าเป็นเจ้าของที่คนใหม่ ที่นั่นอยู่ห่างไกลจากที่นี่พอควรและใช้เวลาในการเดินทางสามชั่วโมงกว่าจะถึงที่นั่น ข้าแอบเก็บเล็กผสมน้อยไว้จนได้ที่แปลงนี้มา ที่นั่นมีกระท่อมอยู่หลังหนึ่งมันเพียงพอต่อครอบครัวของเจ้า"

"ไปรีบ ไปก่อนที่ยายเฒ่านั่นจะมา ข้าจะบอกนางเองรีบไปเสีย"

"ท่านพ่อดูแลตัวเองด้วยนะขอรับ" หลี่หงคุกเข่าโขกศีรษะคำนับผู้เป็นบิดา เขาคิดมาโดยตลอดว่าท่านพ่อนั้นรัก และเอ็นดูครอบครัวพี่ใหญ่มากกว่าครอบครัวตน แต่แท้จริงแล้วท่านกับเตรียมการไว้ล่วงหน้าให้เขาซะดิบดี ทั้งที่ดินเงินตรา และที่พักอาศัย หลี่หงโขกหัวลงพื้นอีกครั้งด้วยความละอายใจที่คิดกับท่านพ่อเช่นนั้น เขาได้แต่หวังว่าท่านพ่อจะอภัยให้ในความคิดแง่ลบของตน

"เจ้าตัดสินใจแล้วก็อย่าชักช้า ไปได้แล้ว" ชายวัยกลางคนเห็นบุตรคนกลางน้ำตาคลอจึงรีบพยุงให้เขาลุกขึ้น และเร่งเร้าให้เขาไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

ตอนนี้หลี่ไช่หัวออกไปดูบ้านข้าง ๆ ที่มีหมูกำลังคลอดลูกอยู่ หากนางกลับมาบางทีพวกเขาคงไม่ได้ไปแล้ว

"ข้าจะกลับมาทดแทนคุณท่านพ่อท่านแม่อย่างแน่นอนขอรับ"

"พูดมากเสียจริง รู้แล้ว ๆ ไปได้แล้ว" ชายวัยกลางคนโบกมือไล่เขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เจ้าลูกคนนี้จิตใจดีเกินไป แถมยังชอบช่วยเหลือคนอื่นไปทั่ว เขาชอบทำอะไรเกินตัวจนตนเอง และครอบครัวต้องลำบาก เงินสักอีแปะยังไม่เคยคิดจะเก็บไว้ หากข้าไม่ตระเตรียมไว้เมื่อหลายปีก่อนเขาคงต้องทนทุกข์อีกนาน ยังดีที่เขายังรู้ตัวว่าต้องเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีแบบไหนถึงจะนำพาครอบครัวให้สุขสบายได้

"เฮ้อ... เจ้าคิดได้ก็ดีแล้ว"

ชายวัยกลางคนนั่งจิบชาอ่านหนังสือใต้แสงเทียน ทว่าในใจกับล่องลอย กว่าเขาจะคิดได้ใช้เวลานานมากเพียงนี้เชียว ก็ยังดีที่คิดจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นภายนอกบ้านหลังนี้ แต่มันคงจะลำบากในช่วงแรก ๆ ข้าหวังว่าเขาจะผ่านมันไปได้ล่ะนะ

"หวังลู่!! เจ้ารีบไปเก็บข้าวของเถอะ เราจะไปกันตอนนี้เลย ท่านพ่ออนุญาตแล้ว เราต้องรีบไปก่อนที่ท่านย่าจะกลับมาพบ"

"จริงหรือเจ้าคะ งั้นข้าจะไปปลุกพี่ใหญ่ให้ช่วยเก็บของ" หลี่หลิวได้ยินเช่นนั้นก็รีบยืนขึ้นทันที

"ท่านพ่อ แล้วเราจะไปที่ไหนกันหรือเจ้าคะ"

"อย่าพึ่งถามมากความ และเบาเสียงลงหน่อยเดี๋ยวคนในบ้านจะตื่นเอาได้"

หลี่หงเห็นบุตรสาวดีใจจนออกนอกหน้าจึงเอ็ดไปเล็กน้อย และบอกให้นางเบาเสียงลง จากนั้นทั้งหลี่หง หวังลู่ และหลี่จงต่างรีบเก็บเสื้อผ้า และของใช้ในห้องไปใส่รถลากที่ท่านพ่อบอกว่าถึงมันจะพังแต่เขาส่งมันไปซ่อมแล้วจนเกือบเต็มรถ เขาให้หลี่หลิวคอยดูแลหลี่เฉินที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ลาวบนรถลาก ไม่นานพวกเขาก็ย้ายออกไปแบบเงียบ ๆ หลี่หวนมองทอดออกไปเห็นครอบครัวของบุตรคนที่สองหันมาโค้งคำนับให้เขา ก่อนที่จะออกเดินทางไป เขาจึงได้แต่อวยพรให้พวกเขาไปดีมีสุข

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 50 ไม่ใช่ความฝัน จบ

    "อ้าว....ยัยลูกคนนี้หนิ ถ้าไม่สบายทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนล่ะเนี่ย" หมิงหลิวมองไปที่ลูกสาวที่หลับไปทั้งแบบนั้น รองเท้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยแท้ ๆ สงสัยเสี่ยวเหมยจะถูกหัวหน้ากดดันมาอีกสิท่า เห้อ...สมัยนี้ทำงานมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ"แม่บอกแล้วว่าให้หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาคอยดูแล ถ้าไปดูตัวตามที่แม่บอกแต่แรกคงจะไม่เป็นแบบนี้ ป่านนี้คงยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งไม่ก็ออกไปเดทดูหนังผ่อนคลายแล้วซักหน่อยก็ยังดี" หมิงหลิวบ่นให้ลูกสาวหัวรั้นพร้อมทั้งเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มตัวให้เสี่ยวเหมยวันนี้เป็นวันหยุดของเสี่ยวเหมยว่าแต่เสี่ยวเหมยไปไหนมากันแน่นะ ไหนว่าจะไปหาเพื่อนแล้วไหงถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมิงหลิวส่ายหัวไปมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ถึงแบบนั้นแต่เธอก็เดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กไว้รอให้หมิงเหมยที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอ"หมิงหลิวเอ้ย ทำไมเสี่ยวเหมยของเราถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ"เสียงแหบชราของย่าหมิงดังมาจากห้องรับแขก ทำให้หมิงหลิวที่ทำโจ๊กอยู่ทำหน้างุนงง เมื่อกี้เสี่ยวเหมยยังไม่มีไข้นี่นาแล้วจู่ ๆ มีไข้ขึ้นมาเฉยเลยงั้นเหรอ หมิงหลิวปิดเตาเมื่อต้มโจ๊กเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาดู เห็นย่าหมิงกำลังเช็ดตัวให้เ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 49 ข้าอยากมีเจ้าตัวเล็ก

    หลังจากวันที่สืออิงคลอดบุตร สือไท่ก็พาบ้านหลี่แวะไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง จนหลี่หลิวที่ไม่ค่อยไปไหนนักก็มักไปติดอยู่กับบ้านนั้นเข้าเสียแล้ว"วันนี้เจ้าจะไปหาสือต้าเหนิงอีกแล้วรึ ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้จะทำสบู่ หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว" หลี่จงเดินมารดน้ำผักยามเช้าแล้วถามไถ่ผู้เป็นน้องสาวขึ้นอย่างสงสัย"ข้าไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวช่วงสายหน่อยข้าก็จะกลับมาทำงานเช่นเดิม""ในเมื่อเจ้าชอบเด็กถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่มีให้เขาสักคนล่ะ""นี่ พี่ใหญ่...ข้าชอบเด็กก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่อยากมีในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ข้ายังไม่พร้อมน่ะ""งั้นเจ้าก็อยู่บ้านบ้างสิ งานโรงเตี๊ยมเจ้าก็แทบจะโยนมาให้ข้าหมดแล้ว เจ้าหนิมันจริง ๆ เลยนะ""จะให้ข้าทำเช่นไรได้ เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักขนาดนั้น แถมแก้มน้อย ๆ ก็น่าหยิกน่าชังยิ่งนัก""น้องรอง...ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นั่นไม่ใช่เจ้าเล็กของเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดที่จะไปหยิกแก้มเขาเชียวล่ะ""ข้ารู้หรอกน่า ชิ...ข้าล่ะเกลียดท่านจริง ๆ" หลี่จงส่ายหัว และยิ้มน้อย ๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน นางชอบหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของเด็กเป็นที่สุด มีหรือข้าจะไม่รู้"เอาล่ะ หาก

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 48 สือต้าเหนิง

    ณ บ้านสือ....ยามอู่ ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายโมง"เร็วหน่อย ๆ นายหญิงจะคลอดแล้ว" ลุงชิงหัวพ่อบ้านวัยสี่สิบเอ็ดปีสามีของป้าชิงหร่วน ส่งเสียงบอกสาวใช้ในเรือนให้รีบไปเตรียมข้าวของตามที่หมอตำแยบอก"นายท่านขอรับ เดี๋ยวข้าส่งคนไปบอกนายน้อยดีหรือไม่ขอรับ"ลุงชิงหัวถามนายท่านของตนที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนหลายรอบอย่างตื่นเต้น"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เขาพึ่งเข้าห้องหอไปเมื่อคืน แถมดูจากสภาพของเขาแล้วตอนนี้คงยังเมาค้างอยู่อย่างแน่นอน" ใบหน้าของสือหานปรากฎแววของความอดรนทนไม่ไหวขึ้นมาจาง ๆ"แต่อย่างน้อย เราควรไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบสักหน่อยนะขอรับ" ลุงชิงหัวกล่าวทักท้วงนายท่านสือหานด้วยความห่วงใย"ข้าคิดว่าหากนายน้อยรู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นเช่นไรเขาจะต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ""เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ แค่นี้ข้าก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว"สือหานที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังออกมาจากด้านในเป็นพัก ๆ ทำให้เขาปวดใจจนยากที่จะอธิบาย ในตอนนี้เขาก็ไม่มีกระจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว เขาได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนอย่างร้อนใจ ใบหน้าของสือหานในยามนี้ปราศจากรอยยิ้มอันอบอุ่นมีแต่ค

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 47 ส่งตัวบ่าวสาว

    ยามไฮ่ สี่ทุ่มโดยประมาณ...."ท่านพี่… ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"สืออิงเรียกสามีของตนที่กำลังติดลมดื่มด่ำสุรากับเพื่อนฝูงจนลืมเวลาไป"ถึงเวลาแล้วรึ?" สือหานที่ใบหน้าแดงก่ำวางจอกสุราลง แล้วหันมาถามสืออิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยมีป้าชิงหร่วนคอยนวดขาให้นางเพื่อคลายความเมื่อยล้า"เจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว หากรอนานกว่านี้อีก เจ้าลูกชายของท่านพี่คงหมดสภาพไปแล้วอย่างแน่นอน" สืออิงหันหน้าไปทางสือไท่ที่ร่ำสุรามงคลกับเพื่อนพ้อง จนตอนนี้เขาดูเมามายแถมสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่าตนกำลังทำอะไรอยู่"เว่ยหนิง..."สือหานเรียกเว่ยหนิงที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่เขาดื่มสุราไปเพียงเล็กน้อยแต่พอควร และคุยเล่นกับจางปิงกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน ดูท่าทางแล้วพอถึงเวลาจริงจังกับเป็นเว่ยหนิงที่พึ่งพาได้มากที่สุด"เดี๋ยวพ่อมานะ เจ้าอยู่กับท่านแม่ และเล่นกับพี่ชายไปก่อน""ขอรับท่านพ่อ" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัยสองขวบ ตอบรับผู้เป็นบิดา และหันไปเล่นกับพี่ชายที่เป็นบุตรชายของจางปิงต่อ เว่ยหนิงใช้มืออันหนาใหญ่ ยีหัวบุตรชายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของนายท่านสือหาน"นายท่าน"เว่ยหนิงลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาก้าวขาเพียงเล็กน้อยก็มาถึง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 46 แต่งงาน

    "ตั้งใจทำงานกันหน่อย อีกเดี๋ยวพอลูกค้าเริ่มมาแล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ตรงนั้นน่ะดึงผ้าให้ตึงกว่านี้อีกหน่อยมันหย่อนจนเกินงามไปแล้ว" สืออิงที่นั่งเก้าอี้ใช้พัดที่ยังไม่กางออกชี้สั่งงานคนงานของตน และแม่บ้านที่นำมาด้วยให้ช่วยกันเร่งมือตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งนางได้เห็นท่าทีของสือไท่ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในตอนที่เขากลับไปถึงบ้าน นางยิ่งมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น และยังหวังลึก ๆ ในใจว่านางยังจะทนไหวจนกว่าสือไท่จะตบแต่งจนเสร็จ สืออิงคอยบอกทารกในครรภ์อยู่เสมอว่าให้อดทนรอจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชายจึงค่อยออกมาพบเจอกัน เพราะนางอยากให้งานแต่งของสือไท่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีที่ติ นางจึงต้องลากร่างกายที่เหมือนจะพร้อมคลอดทุกเมื่อออกมาเร่งจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย"พี่สืออิง ท่านไม่ต้องเร่งรีบไป ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่รอดูวันนั้นของสือไท่ด้วยตาของท่านเอง แต่หากท่านฝืนตัวเองมากเกินไปตัวท่านเองนั่นแหละจะลำบาก ดูเอาเถอะทั้งสือไท่ และหลี่หลิวต่างมาคอยดูแลคุมงานอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ท่านก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะที่จะคอยตรวจตราพวกเขาอีกที"หลี่ลู่เห็นพี่สืออิงมานั่งคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่ง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 45 จัดบ้าน

    หลังจากสร้างบ้านที่ท้ายสวนเสร็จหลี่หลิวก็พยุงท่านแม่ใหญ่อย่างสืออิงที่ท้องโตเต็มที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยจนนางพอใจ หลี่ลู่เดินข้าง ๆ ตามมาพร้อมกับสือหาน และสือไท่ ก่อนจะพูดคุยเรื่องการจัดงานแต่งในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น"เรื่องของแม่นางกงซูหนิงก็จบลงด้วยดี ต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรมาคอยกวนใจหลี่หลิวอีกแล้วล่ะ" สือหานกล่าวพร้อมกับมองบ้านหลังที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไปอย่างพอใจ หลี่หลิวสร้างบ้านได้น่าอยู่ถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงข้าวจะของยังจัดการไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่นักแต่โดยรวมแล้วดูลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าบ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ด้านในจะสามารถดูดีได้ถึงเพียงนี้"ตรงนี้ข้าจะเอาไว้ต้อนรับแขกเจ้าค่ะ"เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอ หลี่หลิวก็หันมาบอกว่าชายคาที่ยื่นออกไปนี้นางเตรียมไว้สำหรับรองรับแขก เพื่อว่าพวกท่านทั้งหมดมาเยี่ยมเยือนก็จะได้มานั่งพักชมวิวตรงจุดนี้ มันมีโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าแปดถึงสิบคน ซึ่งหลี่หลิวมองเห็นว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน"เจ้าออกแบบบ้านหลังนี้ด้วย

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 17 ปลูกผัก

    เช้าตรู่วันต่อมา...เมื่อหลี่หลิวบอกกับท่านพ่อว่านางจะปลูกผัก ตอนเช้าหลังมื้ออาหารทุกคนในบ้านจึงเริ่มทำการเกี่ยวหญ้าออกเพื่อที่จะได้ช่วยเปิดทางเดิน ส่วนท่านพ่อก็ถางหญ้าออกเพื่อเปิดหน้าดินสำหรับขุด และพรวนดินต่อไป เสี่ยวเฮยกับเสี่ยวหวงก็มาช่วยเล็มหญ้าออกถึงมันจะไม่อร่อยแต่พวกมันก็อยากจะช่วยครอบครัวของ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 15 อาหารที่ถูกปาก

    บ่ายวันนี้แดดแก่ ๆ ช่างร้อนอบอ้าวเหลือเกินถ้าได้ฝนตกลงมาเวลานี้คงจะดีมากไม่น้อย คนงานจากร้านสือคงกับพี่น้องเฟย และครอบครัวของหลี่หลิวรีบเร่งช่วยกันทำความสะอาดบ้าน เพื่อให้พวกเขาได้มีที่พักในค่ำคืนนี้ พวกฝุ่นหยักไย่ที่หนาเตอะถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมอ่องทุกซอกทุกมุม แม้แต่ผ้าม่านที่นอนหมอนมุ้งที่

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 14 ถึงเสียที

    เมื่อแสงแรกโผล่พ้นขอบฟ้าหลี่หลิวทำเนื้อผัดหน่อไม้ และผัดผักหนามใส่ไก่ ดีที่ตอนกลางวันนางแอบเอาของมาใส่ไว้ในมิติข้าวของทุกอย่างจึงยังสดใหม่ ข้าวสวยร้อน ๆ ที่พึ่งหุงจนขึ้นหม้อหอมตลบอบอวลไปทั่ว แถมกลิ่นอาหารที่หลี่หลิวทำนั้นมันช่างเย้ายวนใจ และกระตุ้นความหิวได้เป็นอย่างดี ข้าวถูกหุงเต็มหม้อใหญ่เพราะหล

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 13 รูปลักษณ์ภายนอก

    เมื่อขนของขึ้นรถม้าหมดแล้วการเดินทางครั้งนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเสียที หลี่หง และครอบครัวกล่าวลาท่านลุงฉวี และไม่ลืมขอบคุณที่ท่านคอยช่วยเหลือนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้ย้ายเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ หลี่เฉินถึงกับน้ำตาคลอเมื่อต้องจากเพื่อน ๆ ไป เขาเพิ่งได้มีเพื่อนที่รู้ใจแต่ต้องล่ำลากันเสียแล้ว ทำให้ใบหน้าน้อย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status