Share

บทที่ 4

Author: คาเตริน่า
บ่ายวันนั้น ฉันกลับไปที่คฤหาสน์พร้อมสัญญาเช่าที่เซ็นเรียบร้อยแล้วในโทรศัพท์

ไม่มีใครในแชตครอบครัวถามเลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่ศาล ข้อความล่าสุดยังคงเป็นข้อความที่แม่ส่งไว้เมื่อคืน

[พรุ่งนี้เป็นวันของเอเลน่า ห้ามใครกลับก่อน]

ใต้ข้อความนั้นมีคำสัญญาหกข้อความเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ราวกับมุกตลกที่รอจังหวะเฉลย

ปีกตะวันตกถูกคืนให้โซเฟียเรียบร้อยแล้ว ไฟสตูดิโอตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ราวแขวนเสื้อผ้าแบบมีล้อเรียงอยู่ตามโถงทางเดิน และถาดใส่เครื่องประดับจากคอลเลกชันของเธอวางเต็มโต๊ะทำงานตัวยาว มาร์โค ผู้จัดการคฤหาสน์ มีท่าทีอึดอัดทันทีที่เห็นฉัน

“คุณนายโมเร็ตติตัดสินใจว่ายังไม่ให้เคลียร์ห้องชุดครับ” เขาบอก “คุณโซเฟียต้องการสภาพแวดล้อมที่มั่นคง”

“ค่ะ”

ฉันเดินไปยังห้องพักแขกที่ตัวเองใช้เป็นที่นอนมาตลอดสามปี

ทุกอย่างในห้องนั้นราคาแพง แต่แทบไม่มีอะไรเป็นของฉันเลย เสื้อผ้าในตู้เป็นชุดตัวอย่างจากแบรนด์ของโซเฟียและตัดตามสัดส่วนของเธอ เครื่องชงเอสเปรสโซเป็นของขวัญที่ลูกาได้มาซ้ำและไม่ต้องการ ทั้งที่ฉันไม่เคยดื่มกาแฟ ส่วนมัตเตโอเคยให้สเปรย์ช่วยการนอนกลิ่นลาเวนเดอร์ราคาแพงกับฉัน โดยไม่รู้เลยว่ากลิ่นน้ำหอมแรง ๆ กระตุ้นอาการไมเกรนของฉัน

นิโกไม่เคยให้อะไรฉันเลย ครั้งแรกที่เราเจอกัน เขาเตือนฉันว่า “สุขภาพของโซเฟียไม่แข็งแรง อย่าเอาเรื่องสายเลือดมาใช้จนทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มั่นคง”

ฉันไม่ได้เก็บของขวัญจากพวกเขาลงกระเป๋าสักชิ้น

กระเป๋าเดินทางใบเดียวใส่เอกสาร แล็ปท็อป ชุดสูทไม่กี่ชุด และกล่องเหล็กใส่จดหมายที่แม่บุญธรรมทิ้งไว้ให้ ยี่สิบห้าปีแรกของชีวิตฉันทั้งหมดบรรจุอยู่ในนั้นได้ และหลังจากใช้ชีวิตสามปีในคฤหาสน์โมเร็ตติ กลับแทบไม่มีอะไรที่ฉันอยากเก็บเพิ่มเข้าไปเลย

ก้นกล่องจดหมายมีสัญญาเช่าสตูดิโออะพาร์ตเมนต์แห่งแรกของฉันวางอยู่ ค่าเช่ากินเงินเดือนไปครึ่งหนึ่ง หม้อน้ำส่งเสียงดังตลอดฤดูหนาว และเพื่อนบ้านชั้นล่างชอบเป่าแซกโซโฟนตอนตีสอง แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังรู้สึกปลอดภัยที่นั่นมากกว่าในคฤหาสน์ที่ความหวังดีทุกอย่างอาจถูกยกไปให้คนอื่นได้ทุกเมื่อโดยไม่มีคำเตือน

ฉันยื่นคีย์การ์ดให้มาร์โค “เปลี่ยนห้องนี้กลับเป็นห้องพักแขกได้เลยค่ะ”

“แต่นี่เป็นห้องของคุณนะครับ”

“ชื่อของฉันไม่ได้อยู่บนประตู เสื้อผ้าในตู้ก็ไม่มีอะไรพอดีกับฉัน แล้วรายละเอียดทุกอย่างแม้แต่ผ้าม่านก็เป็นคนอื่นที่เป็นคนเลือก” ฉันมองห้องนั้นเป็นครั้งสุดท้าย “มันก็แค่ห้องที่ฉันเคยนอน เท่านั้นเอง”

ขณะที่ฉันลากกระเป๋าเดินทางลงมาชั้นล่าง รถเรนจ์โรเวอร์สีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดใต้ชายคาหน้าคฤหาสน์

โซเฟียก้าวลงจากรถท่ามกลางคนในครอบครัว มือข้างหนึ่งถือเชอร์รีโซดา สีหน้าของเธอกลับมาสดใสเป็นปกติแล้ว แต่ทันทีที่เห็นกระเป๋าเดินทางของฉัน เธอก็ชะงักไป

“พี่เอเลน่า พี่จะไปไหน”

“ฉันจะย้ายออก”

แม่รีบเข้ามาคว้าหูกระเป๋าไว้ “เพราะพวกเราไม่ได้อยู่จนทำเรื่องที่ศาลเสร็จใช่ไหม”

ฉันค่อย ๆ ดึงมือแม่ออก “ไม่ใช่ค่ะ แต่เป็นเพราะงานเลี้ยงเมื่อคืน วันเกิดสามครั้ง กำไล ปีกตะวันตก แล้วก็คำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อคืน ทุกเรื่องมีข้อแก้ตัวที่ฟังดูดีเสมอ แต่สุดท้ายทุกข้อแก้ตัวก็ลงเอยเหมือนกัน คือหนูต้องอยู่ทีหลังโซเฟีย”

ดวงตาของแม่เริ่มแดงก่ำ “ทำไมลูกไม่บอกแม่ว่ามันทำให้ลูกเจ็บขนาดนี้”

“หนูบอกแล้วค่ะ แต่แม่หาว่าหนูเรื่องมาก”

ลูกาเข้ามาขวางประตูหน้า “อยู่ก่อน คืนนี้พวกเราจะให้คนเคลียร์ปีกตะวันตก แล้วกำไลก็จะเอามาคืนให้เธอ”

“แล้วทำไมเมื่อวานถึงไม่ทำล่ะ”

เขาเบือนหน้าหนี

“พี่เพิ่งมาเสนอทุกอย่างตอนนี้ เพราะฉันกำลังถือกระเป๋าเดินทางอยู่” ฉันพูด “ไม่ใช่เพราะพี่เพิ่งเข้าใจว่าคำสัญญามันสำคัญ แต่เพราะในที่สุดพี่ก็รู้แล้วว่าการผิดสัญญาต้องแลกกับอะไร”

พ่อเดินอ้อมรถเข้ามา สีหน้ามืดครึ้ม “อย่าเอาการย้ายออกมาใช้เป็นข้อต่อรอง นอกประตูคฤหาสน์นี้ ไม่มีใครหลีกทางให้ลูกเพียงเพราะนามสกุลฮาร์ตหรอกนะ”

“หนูไม่ได้ต่อรองค่ะ สัญญาเช่าเซ็นเรียบร้อยแล้ว หนูแค่กำลังบอกให้รู้”

“ลูกคิดว่าจะอยู่ข้างนอกได้นานแค่ไหนถ้าไม่มีบัญชีของโมเร็ตติ ไม่มีคนขับรถ แล้วก็ไม่มีทีมรักษาความปลอดภัย”

“ก่อนพ่อจะหาหนูเจอ หนูอยู่คนเดียวในแมนฮัตตันมาตั้งหกปีค่ะ”

พ่อจ้องฉันราวกับไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า ตลอดหลายปีที่หายไป ฉันไม่ได้หยุดชีวิตตัวเองไว้แล้วนั่งรอให้ผู้ชายที่นั่งรถหุ้มเกราะมาช่วยชีวิต

โซเฟียเดินเข้ามาหาแล้วเอื้อมมือมาจับมือฉัน “อย่าย้ายออกเพราะฉันเลยนะ ปีกตะวันตกกับกำไล พี่เอาไปได้เลย ฉันไม่ต้องการทั้งสองอย่าง”

“ตอนที่เธอพูดว่า ‘เพราะฉัน’ ก็เท่ากับเธอยอมรับว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธอ”

โซเฟียชักมือกลับทันที ส่วนแม่ก็ก้าวเข้ามาขวางระหว่างเราตามสัญชาตญาณ

ทันทีที่ทำแบบนั้น แม่เองก็ดูตกใจกับปฏิกิริยาของตัวเอง

ครั้งนี้ฉันไม่ได้ถามว่าทำไม เพราะฉันรู้อยู่แล้ว

รถที่ฉันเรียกไว้แล่นมาจอดรอด้านนอกประตูรั้ว ลูกายังคงยืนขวางอยู่ตรงทางเข้า จนฉันต้องลากกระเป๋าอ้อมตัวเขาไป แล้วยกใส่ท้ายรถด้วยตัวเอง

พ่อเดินตามฉันออกมาถึงบันไดหน้าคฤหาสน์ “ถ้าวันนี้ลูกเดินออกไป ก็อย่าหวังว่ารถของโมเร็ตติจะไปรับลูกอีก”

“ค่ะ”

ฉันขึ้นรถแล้วปิดประตู

รถแล่นออกผ่านประตูคฤหาสน์ไป ในกระจกมองหลัง ฉันเห็นแม่ก้าวตามรถมา แต่พ่อคว้าแขนเธอไว้

“ปล่อยเธอไป” พ่อพูด “เธออยากให้เราตามไปง้อ ปล่อยให้เธออยู่โดยไม่มีนามสกุลโมเร็ตติและไม่มีเงินของเราสักสองวัน เดี๋ยวเธอก็กลับมาเอง”

ฉันก้มมองโทรศัพท์ อีเมลจากศาลยังคงเปิดค้างอยู่บนหน้าจอ

คำร้องขอเปลี่ยนชื่อถูกถอนแล้ว

ผู้ยื่นคำร้องจะยังคงใช้ชื่อ เอเลน่า ฮาร์ต

ก่อนที่รถจะแล่นถึงทางหลวง โทรศัพท์ของพ่อก็ดังขึ้น

สายที่โทรเข้ามาคือทนายประจำตระกูล

“เราได้รับแจ้งจากศาลครับ เอเลน่าถอนคำร้อง”

“งั้นก็นัดใหม่”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“เธอไม่ได้พลาดนัดครับ เธอถอนคำร้องด้วยตัวเอง”

“เธอเลือกที่จะไม่เป็นโมเร็ตติ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันไม่ขอเป็นคนตระกูลโมเร็ตติ   บทที่ 10

    หกเดือนต่อมา ฉันซื้ออะพาร์ตเมนต์สองห้องนอนในบรูคลินไฮทส์ในโฉนดมีเพียงชื่อเอเลน่า ฮาร์ตเท่านั้น ฉันเป็นคนเลือกป้ายชื่อทองเหลืองด้วยตัวเอง และไม่มีตราประจำตระกูลโมเร็ตติปรากฏอยู่ตรงไหนเลยวันย้ายเข้า เพื่อนร่วมงานมาช่วยกันประกอบชั้นหนังสือ วิเวียนนำแชมเปญมา ส่วนมายาให้กล่องนิรภัยสำหรับเก็บกุญแจสำรอง ไม่มีใครเลือกผ้าม่านให้ฉัน และไม่มีใครพยายามเติมห้องว่างด้วยของขวัญที่จริง ๆ แล้วเหมาะกับคนอื่นมากกว่าฉันเลือกโซฟาสีเขียวเข้ม จานชามสีขาวเรียบ ๆ และผ้าม่านหนาพอจะกันแสงแดดยามเช้า การตัดสินใจเหล่านี้ไม่ได้สำคัญกับใครนอกจากตัวฉันเอง และนั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันมีความสุขกับการได้เลือก อิสรภาพไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบยิ่งใหญ่เสมอไป บางครั้งมันก็เป็นแค่ใบเสร็จที่มีเพียงลายเซ็นของเราเองอยู่ด้านล่างหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเกิด แม่ส่งข้อความมาหาฉัน[ถ้าลูกยินดี พวกเราอยากกินข้าวกับลูก ลูกเลือกเวลาและสถานที่ได้เลย]ฉันตอบกลับไปว่า [วันเสาร์หกโมงเย็น อย่าพาใครมาถ้าหนูยังไม่ได้ตกลงนะคะ]พวกเขามาถึงตรงเวลา พ่อถือดอกทิวลิปสีขาวมา ลูกานำไวน์แดงที่ฉันขอมาให้ มัตเตโอมาโดยไม่พกยาหรือคำแนะนำทางการแพทย์ติดมาด้

  • ฉันไม่ขอเป็นคนตระกูลโมเร็ตติ   บทที่ 9

    เวลา 4:47 น. ของบ่ายวันรุ่งขึ้น มูลนิธิออโรร่าเรียกคืนเงินครบทั้ง 10,200,000 บาทโซเฟียลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร และแบรนด์เครื่องประดับของเธอก็ถูกแยกออกจากมูลนิธิโดยสิ้นเชิง ทนายความภายนอกเก็บรักษาข้อความทั้งหมดไว้และยื่นหนังสือแจ้งแนวทางแก้ไขต่อผู้ประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ ครอบครัวโมเร็ตติไม่ได้พยายามปกปิดปัญหา และเป็นครั้งแรกที่พ่อไม่ได้ขอให้ฉันเปลี่ยนคำที่ตรงกับความจริงให้ฟังดูอ่อนลงหลังงานตรวจสอบสิ้นสุดลง ครอบครัวของฉันส่งข้อความมาถามก่อนจะมาหา[ลูกยินดีจะเจอพวกเราไหม ขอเวลายี่สิบนาที ที่ชั้นล่างของสำนักงานลูก]ฉันตอบกลับไปว่า [ยี่สิบนาที เจอกันข้างล่างค่ะ]แม่เอากำไลไพลินมาด้วย เธอยื่นกล่องให้ฉันด้วยสองมือ “ชื่อของลูกถูกสลักไว้ข้างในตั้งแต่แรก การเอามันไปให้คนอื่นเป็นการตัดสินใจของแม่ แล้วการแสร้งทำเหมือนหลังจากนั้นลูกไม่น่าจะเจ็บก็เป็นการตัดสินใจของแม่อีกเหมือนกัน ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่แม่ทำผิด”ฉันรับกล่องมา “หนูรับรู้แล้วค่ะ”ลูกาหยิบคีย์การ์ดออกจากกระเป๋าเอกสาร “สตูดิโอของโซเฟียย้ายออกจากปีกตะวันตกแล้ว ห้องชุดนั้นจะยังคงว่างไว้ แต่พี่ไม่ได้เอาเรื่องนี้มาล่อให้

  • ฉันไม่ขอเป็นคนตระกูลโมเร็ตติ   บทที่ 8

    เย็นวันนั้น โซเฟียมาที่อัลเดนเพียงลำพังพนักงานต้อนรับบอกว่าเธอรออยู่ข้างล่างมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ตอนฉันเลิกงาน เธอกำลังนั่งอยู่ในเลานจ์ของโรงแรมข้าง ๆ โดยมีโซดาเปล่าที่ยังไม่ได้แตะวางอยู่ตรงหน้าพอเห็นฉัน เธอก็ลุกขึ้นทันที “ขอเวลาฉันสิบนาที”“ถ้าเป็นเรื่องมูลนิธิ ก็โทรหาทนายของเธอ”“เป็นเรื่องที่ศาล”ฉันเหลือบดูเวลา ก่อนจะเข้าไปนั่งในบูธริมหน้าต่างโซเฟียวางกำไลไพลินลงบนโต๊ะ “ฉันอยากคืนอันนี้ให้พี่ก่อน ข้างในสลักชื่อพี่ไว้ ฉันไม่ควรใส่มันต่อมาตั้งแต่แรก”“เอามาคืนตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องการตรวจสอบหรอก”“ฉันรู้” เธอประสานนิ้วเข้าด้วยกัน “ฉันแค่กำลังพยายามยอมรับว่า ตอนนั้นฉันมีทางเลือก”ฉันไม่พูดอะไร ปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายเติมเต็มความเงียบเองเธอมองฟองอากาศที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นข้างแก้ว “ตอนอยู่ที่ศาล ฉันไม่ได้หอบหืดกำเริบ พอเห็นว่าพวกเขากำลังเคลียร์ปีกตะวันตก ฉันก็รู้ว่าแค่พูดว่าหายใจไม่ออก พวกเขาก็จะพาฉันกลับบ้าน”ความจริงไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นฝ่ายชนะเลย มันเพียงทำให้คำสัญญาหกข้อความที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบในโทรศัพท์ผุดกลับขึ้นมาในความทรงจำ พร้อมกับคำถามของเจ้าหน้าท

  • ฉันไม่ขอเป็นคนตระกูลโมเร็ตติ   บทที่ 7

    โซเฟียไม่ได้มีอาการกำเริบเธอนั่งอ่านสัญญาอยู่นาน ก่อนจะยอมรับว่าสำเนาใบขับขี่ของฉันเคยผ่านมือเธอ “บริษัทประกันต้องการเอกสารของทุกคน ฉันก็เลยเอาไปใช้ แล้วพอเสร็จก็เอากลับไปคืนที่เดิม”ลูกาหันไปหาประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน “ใครเป็นคนจ้างเครสต์เวลล์ คอนซัลติ้ง”“เกรซ ผู้ช่วยผู้บริหารของคุณโซเฟียครับ”สามสิบนาทีต่อมา เกรซถูกพาเข้ามาในห้องประชุม ทันทีที่เห็นลายเซ็น ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือด“ฉันเป็นคนทำเอกสารฉบับนี้ค่ะ” เธอยอมรับโซเฟียลุกพรวดขึ้น “ทำไมเธอถึงเอาชื่อพี่เอเลน่ามาใช้”เสียงของเกรซสั่น แต่เธอยังคงพูดต่อ “คุณบอกว่าชื่อบริษัทเครื่องประดับจะไปปรากฏอยู่ตรงไหนในเส้นทางการจ่ายเงินของมูลนิธิไม่ได้ แล้วก็สั่งให้ฉันหาคนที่ดูเป็นอิสระ คุณฮาร์ตทำงานด้านความเสี่ยงและยังมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลโมเร็ตติ ฉันเลยคิดว่าใช้ชื่อเธอแล้วน่าจะผ่านการตรวจสอบค่ะ”ลูกาสั่งให้ฉายข้อความขึ้นบนหน้าจอ ข้อความหนึ่งจากโซเฟียเขียนว่า [ชื่อฉันห้ามไปเกี่ยวข้องกับใบแจ้งหนี้ของเครสต์เวลล์] อีกข้อความเขียนว่า [ใช้ชื่อคนที่ไม่มีใครคิดจะตั้งคำถาม] เกรซตอบกลับด้วยชื่อของฉัน ส่วนโซเฟียตอบด้วยอีโมจิยกนิ้วโป้ง

  • ฉันไม่ขอเป็นคนตระกูลโมเร็ตติ   บทที่ 6

    สามวันต่อมา ฉันเดินเข้าไปในห้องประชุมของโมเร็ตติ โฮลดิงส์ ที่วอลล์สตรีตพ่อนั่งอยู่หัวโต๊ะ ลูกาดูแลฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มบริษัท นิโกรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของโรงแรม ส่วนแม่ดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิออโรร่า ขณะที่มัตเตโอและโซเฟียเป็นกรรมการของมูลนิธิ ครั้งนี้ทุกคนในครอบครัวมารวมตัวกันครบ แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องที่ฉันย้ายออกเลยแม้แต่คนเดียวนิโกเอนกายพิงเก้าอี้อย่างสบาย ๆ “ดูเหมือนเราจะพาพี่กลับบ้านฟรี ๆ ไม่ได้ แต่พอเป็นชั่วโมงทำงานที่คิดเงินได้ พี่กลับยอมมา”ฉันเปิดแล็ปท็อป “อัลเดนเริ่มคิดค่าบริการตั้งแต่เก้าโมงนะ ความเห็นเมื่อกี้ของนายจะถูกคิดรวมในใบแจ้งหนี้ด้วย” รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของเขาหายไปทันทีฉันฉายสรุปผลการตรวจสอบขึ้นบนจอ “ปีที่แล้วออโรร่าระดมทุนได้ 25,800,000 บาท โดยเงิน 12,300,000 บาทถูกนำไปใช้ในโครงการช่วยเหลือ อีก 3,300,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ส่วนที่เหลืออีก 10,200,000 บาทยังต้องมีคำอธิบาย”โซเฟียเชิดหน้าขึ้น “มูลนิธิมีการตรวจสอบบัญชีทุกปี”“การตรวจสอบบัญชียืนยันได้ว่าใบแจ้งหนี้มีอยู่จริง แต่มันไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้

  • ฉันไม่ขอเป็นคนตระกูลโมเร็ตติ   บทที่ 5

    มายามารอพบฉันที่อะพาร์ตเมนต์ของบริษัทในย่านมิดทาวน์ห้องไม่ได้ใหญ่โตนัก และเฟอร์นิเจอร์ก็ดูเหมือนยกมาจากแค็ตตาล็อกของบริษัททั้งชุด แต่ตู้เสื้อผ้าว่างเปล่า ผ้าปูที่นอนก็เป็นของใหม่ ส่วนบนประตูมีป้ายชั่วคราวเขียนว่า เอเลน่า ฮาร์ต“ฉันไม่อยากให้คุณเผลอเดินเข้าห้องผิด” มายายื่นกุญแจสองดอกมาให้ “ค่าเช่าจะหักจากเงินเดือน ถ้ามีอะไรเสียก็แค่แจ้งซ่อม ไม่ต้องติดหนี้ใคร”ฉันยืนมองป้ายกระดาษแผ่นนั้นอยู่ 2-3 วินาที สถานที่แห่งหนึ่งไม่ได้กลายเป็นบ้านของเราเพียงเพราะมีห้องมากมายหรือมีบอดี้การ์ดติดอาวุธเฝ้าอยู่ด้านนอก บางครั้งสิ่งที่ต้องการก็มีแค่ตู้เสื้อผ้าว่าง ๆ กับชื่อของตัวเองที่สะกดถูกต้องมายาเปิดตู้เย็นแล้วพบว่าข้างในว่างเปล่า เธอจึงสั่งอาหารไทยมาให้โดยไม่ถามสักคำว่าทำไมชีวิตทั้งชีวิตของฉันถึงบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว เธอเพียงพูดว่า “คืนแรกในบ้านใหม่ไม่ควรต้องยืนกินแครกเกอร์อยู่หน้าอ่างล้างจานหรอกนะ” มันเป็นความหวังดีที่เรียบง่ายและเป็นรูปธรรมที่สุดที่ใครมอบให้ฉันตลอดทั้งสัปดาห์ แถมยังไม่มีหนี้บุญคุณอะไรติดมาด้วยฉันเพิ่งเก็บของได้ไม่ทันไร พ่อก็โทรมา“กลับมาเดี๋ยวนี้ แล้วพ่อจะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status