LOGIN“วันนี้ไม่มาพร้อมภาคเหรอณะ”
เสียงทักทำให้คนที่กำลังคนโจ๊กถ้วยแบบเหม่อๆ อยู่สะดุ้ง จนทำโจ๊กหกใส่มือตัวเองแล้วร้องจ๊าค เสียงเอะอะของณรินทร์ ทำให้เพื่อนร่วมงานอีกคนที่เขม่นเธออยู่แล้ว ทำหน้าไม่พอใจ ก่อนจะทำเคาะโต๊ะดังๆ ให้ณรินทร์ได้ยิน ก่อนจะเปรยลมเปรยแล้งมาเสียงแหลม
“เวลาทำงาน เบาๆ หน่อย เกรงใจเพื่อนร่วมงานบ้าง สมบัติผู้ดีมีไหมนะ หะ!”
ณรินทร์หยุดเสียง แล้วมองจ้องไปยังต้นเสียง ทางนั้นมองสบตากับเธอพอดี ก็ทำเป็นหันไปตีแขนเพื่อนข้างๆ ที่เป็นถือสัญชาติเดียวกับเธอ คือสัญชาติ LGBTQ+
“ไอ้บอม มึงอะ มีไหมสมบัติผู้ดี”
“โอ๊ย มาหยิกทำไมอะเจ๊ กำลังนั่งวาดแบบดีๆ อยู่ เอ๊อ...เขียนไม่ออก เขียนไม่ได้ หงุดหงิด หงุดหงิดเว้ย”
ทางนั้นกลับโต้ตอบมาเกินเบอร์แถมไม่รับมุก แล้วเดินดุ่มหายไป...ทางหลังออฟฟิศ เล่นเอาอริของณรินทร์ ถึงกับอ้าปากหวอ ณรินทร์รู้หรอกว่าโดนแขวะ เธอกำลังจะขยับปากตอบโต้ แต่แล้วก็มีเสียงห้าวๆ คุ้นหูดังขึ้นแทรก
“ยังไม่ถึงเวลางานสักหน่อยนะเจ๊ดอกจิก อีกสิบนาทีครับถึงจะเริ่มงาน”
“ไอ้ภาค เรียกกูดีๆ หน่อยสิ กูชื่อจิกไม่มีดอก”
นางวีนประจำออฟฟิศถลึงตาใส่ ภาคพลทำตาถลึงตอบ แล้วก็ไปยืนอยู่ด้านหลังณรินทร์โดยการคร่อมตัวเธอจากด้านหลัง เอาแขนท้าวโต๊ะทำงานของเธอไว้ มันใกล้มาก...ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่เขาชอบใช้ประจำ
Mith กลิ่น Cherry syrup
กลิ่นนี้เอาจริงเป็นน้ำหอมที่เธอกัดฟันจะลองซื้อมาใช้ เพราะเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ตัวดังของแบรนด์ เธออยากลองใช้เพราะเห็นรีวิวจากยูทูปเบอร์คนหนึ่งเชียร์อัพน้ำหอมกลิ่นนี้ ว่าเป็นกลิ่นหอมยั่วเย เซ็กซี่มีเสน่ห์ แบบคุณหนูชุดแดงลงจากรถบีเอ็มสุดฮอต ตอนนั้นก็มีแฟน อยู่อยากตัวหอมแบบเซ็กซี่บ้างอะไรบ้าง อยากลองเปลี่ยนมาดตัวเองจากสาวแนวเซอร์ เป็นสาวเซ็กซี่บ้าง เสื้อผ้ายังทำใจให้ใส่ไม่ได้เพราะไม่แนว เลยลองเริ่มที่กลิ่นก่อนเผื่อจะบิ้วไปทางอื่นได้
แต่เขาดันเอาของเธอไปใช้ แล้วก็กลายเป็นกลิ่นประจำตัวของเขาไปซะงั้น แล้วก็ซื้อน้ำหอมแบรนด์อื่นให้เธอแทน เขาบอกว่าเขาชอบกลิ่นนี้ เพราะสาวๆของเขาดมแล้วบอกว่าเขาน่าลากขึ้นเตียง...ณรินทร์ไม่ควรใช้กลิ่นนี้ เพราะไม่เหมาะกับณรินทร์เลยสักนิด ใช้แล้วกลิ่นเสื่อมหมด แทนจะเซ็กซี่ กลายเป็นเซ็กซ์เสื่อมทันที
ปากนะปาก น่าตีปากมาก พูดจนเธอไม่กล้าใช้ไปเลย แล้วเขาใช้มันเขาก็มีกลิ่นหอมชวนเคลิ้มจริงๆ นะ ยิ่งมันผสมกับกลิ่นตัวเขา ออกมาเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่...ในตอนที่ยังยั้งใจว่าเพื่อน ก็ชอบดมว่ามันหอมบอกไม่ถูก หอมแบบชวนเขิน แต่ในตอนนี้มีทำการเปิดมิติเหนือจากเพื่อนไปแล้ว เธอก็ชักจะได้กลิ่นเขาแล้วใจเต้นรัวแปลกๆ
เลือดลมสูบฉีดร้อนวูบวาบจนหน้าแดงก่ำ
“เอ๋างั้นก็เข้าใจผิดมาตลอดน่ะสิ ว่าชื่อเจ๊มีดอกอยู่ในนั้นด้วยก็เห็นชอบทำตัวดอกๆ ไม่ใช่เหรอ”
“ไอ้ภาค ปากยิ่งกว่ากะเทยอีกอะ หูย ปากร้ายใจร้าย ว่าเจ๊ลงคอ”
เจ๊จิกทำตาปริบๆ เข้าสู่โหมดดราม่า ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้า อิจฉาทีมของภาคพลกับณรินทร์ ว่าช่างทำงานเข้าขากันมาก ยอดก็ทำพุ่งทะลุ เกินหน้าเกินตาเพื่อน
หึ...เจ๊จิก จิกเหน็บแต่นังณรินทร์ สาวเซอร์ ผมหยิกยาวที่ชอบปล่อยผมสยาย สวมเสื้อยืดวันที่อยู่ออฟฟิศ สวมเสื้อเชิ้ตแบบโอเวอร์ไซค์ยามไปพบลูกค้า หน้าตาแต่งก็แค่ทาลิป ทาแป้ง ปัดมาสคาร่า แต่แค่นั้น ก็ดันดูสวยน่ารัก สะดุ้งตา เป็นสาวสไตล์ที่มองข้ามกันไม่ได้ง่ายๆ
นางพญารับไม่ได้ที่จะเห็นคนสวย...มีเสน่ห์มาทำงานใกล้ๆ
แต่นางพญารับไหวกับผู้ชายหล่อๆ อย่างภาคพล ยอมให้คุณลงทัณฑ์บัญชากันเลยล่ะ พอโดนผู้ชายด่า ก็ต้องทำบอบบางกันนิดหนึ่ง
“จะยิ่งกว่าด่านะเจ๊จิก ถ้ายังมาพูดแขวะณะ”
ตาของเขามองสบกับตาของเจ๊จิก ดูจะเอาจริงด้วยสิ กับสายตาแบบนั้น เจ๊จิกเม้มปาก อดไม่ได้เลยแขวะไป
“หูย...ไอ้ภาค นี่หวงนังณะขนาดนั้นเลยเหรอ แหม ยังไงแล้วรึเปล่ามึงน่ะ เพื่อนกันแอบกินกันเองไหมล่ะ”
“โอ๊ย ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ”
ณรินทร์ว่าทะลุกลางปล้องขึ้น แล้วก็ลุกพรวดเล่นเอาภาคพลหลบเกือบไม่ทัน หัวเธอเกือบเสยคางเขาเข้าแล้ว กิริยาที่เขาทำ กลิ่นของเขา สิ่งที่เขาพูดกับเจ๊จิก มันทำให้เธออยู่ตรงนั้นอีกต่อไปไม่ได้ ไม่ใช่อะไร มันรู้สึกเขิน อึดอัด จนตัวจะแตกแล้ว
ณรินทร์เข้าไปนั่งถอนใจในห้องน้ำ
เธอจะเผชิญหน้าไอ้เพื่อนรักในสีหน้าลักษณะแบบไหนดีนะ?
ถอนใจเฮือกๆ อยู่ตรงนั้น ได้พักหนึ่ง ก็ถึงเวลาสมควรจะออกไป ถ้าไม่อย่างนั้นเธอจะต้องถูกพังประตูเพราะนึกว่าเป็นลมสลบในนี้แน่ๆ
พอเดินออกมาก็พบว่าภาคพลไม่ได้อยู่ตรงนั้น ทำเอาหายใจโล่งหน่อย แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองที่ค้าง มีนัดส่งกับบอสช่วงบ่าย จริงๆ ต้องปรึกษางานตบงานกับภาคพลอีกเล็กน้อยก่อนส่งงาน แต่...สถานการณ์แบบนี้ เธอจะเปิดปากคุยยังไงกับตานั่นดีนะ
แง๊
จำได้ครึ่งๆ กลางๆ ว่ามีอะไรไปบ้าง
ไปข่วนเขา และกัดเขาขนาดนั้น
ฮือ...
วันนี้เธอเลยเลือกเสื้อแบบคอปีนแขนยาว ร้อนไปนิด แต่ก็ต้องทนแหละ ดีที่แอร์ของออฟฟิศเย็น ไม่งั้นเป็นลมแน่ๆ วันนี้เธอเลือกที่จะโหนรถเมล์มาทำงาน ไอ้รถเจ้ากรรมดันขับมาไม่ได้ เธอลืมกระเป๋าไว้ในห้องของภาคพล กลับไปเอาไม่ได้ ดีนะยังเข้าห้องได้เพราะไปขอกุญแจสำรองจากนิติบุคคลของคอนโด เฮ้อ...
หยุดคิดเรื่องนี้ก่อนนะเรา จะได้ทำงานได้
กำลังทำงานเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีข้อความมาทางไลน์ จากภาคพล
งานใกล้เสร็จยัง
อื้อ
พอดีออกมาข้างนอกกับเจ๊จิก กับบอมน่ะบอสให้แทคทีมแบบกะทันหัน
อื้อ
พิมพ์ตอบเป็นแค่นี้หรือไง ไอ้ณะ
จะให้พิมพ์อะไรยาวๆ ล่ะ คนกำลังทำงานโว้ย
เออ ก็นึกว่ากำลังคิดถึงเค้างะ
จะให้คิดถึงอะไรล่ะ ต้องทำมาหากินปะ
ก็คิดถึงน่ะสิ ว่าเมื่อคืนไปทำอะไรกันไว้บ้าง ณะไม่คิดจะถามหรือไง
ไม่ถามอะ ไม่อยากถาม ฉันอาจจะเมาแล้วแค่แก้ผ้าให้แกดู แกอย่าไปบอกใครนะ ว่าฉันเรื้อนขนาดนั้น
ตอบไปแล้วก็เกร็งรับ ว่าทางนั้นจะท้วงทักอะไรหรือเปล่า เอาล่ะวะ ถ้าเกิดว่าไอ้ภาคมันทำเนียนว่าเธอทำแค่นั้น มันก็จะได้หยุดแค่นั้นไง จะได้กลบเกลื่อนความสัมพันธ์เป็นแบบเดิมได้อีก
ตอบฉันทีสิไอ้ภาค ว่าฉันทำแค่นั้นอะ...
คิดดูก่อนว่าจะบอกคนอื่นดีไหมนะ ยิ่งเจ๊จิกช่างเมาท์อยู่ด้วย ทำยังไงดีนะ คันปากด้วยสิ อยากแชร์ความรั่วของแกมากไอ้ณะ (ตบท้ายด้วยสติ๊กเกอร์หัวเราะ)
กวนตีนล่ะไอ้ภาค
ด่ามากเพื่อนปากลั่นนะ
คุณภาค คุณเพื่อนแสนดี อย่าไปเล่าคนอื่นนะคะ เพื่อนขอร้อง พลีส
ขอร้องอย่างเดียวไม่ได้ ต้องขอเลี้ยงด้วย
อะจะเอาอะไร ไหนบอกสิ๊
ยอมรับแหละว่าใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง ที่เขายังคงแชทโต้ตอบคุยเล่น เหมือนคืนนั้นไม่มีอะไรเกินเลย เฮ้อ...แบบนี้จะได้มองหน้ากันติด ณรินทร์ไม่อยากจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอไป เพราะคืนที่เมาเลอะเทอะไร้สตินั่นแหละน่า
แถมจำอะไรก็ไม่ค่อยได้มาก
จำได้ซีนหนึ่งวับๆ แวมๆ คือเขาดูดหน้าอกเธอ...
จะไปคิดทำไมนะยัยณะ พอคิดขึ้นมาก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เหมือนปากของเขายังอยู่ตรงนั้น แล้วความรู้สึกหวนระลึกก็ทำให้เธอรู้สึกร้อนวาบไปทั้งท้องน้อย
ราวกับมีผีเสื้อหลายพันตัวกระพือปีกอยู่ตรงนั้น
ประสบการณ์เซ็กซ์อันน้อยนิดแบบถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างของณรินทร์ มันทำให้แวบหนึ่งเกิดคิดขึ้นมาว่า กับเขามันเป็นยังไงกันนะ?
อย่าไปคิดแบบนั้นเชียวนะยัยณะ หนแรกคือความพลาด ตีเนียนไปได้ว่าไม่ได้ทำอะไร หนสองนี่...อย่าคิดจะมีเลยเชียว อย่านะยัยณะ
เตือนตัวเองเสร็จ แล้วก็เหลือบมองแชทที่ทางเขาพิมพ์ขึ้นมา
เอาได้จริงๆ เหรอณะ
เอ่อ ก็จะเอาอะไรล่ะ จะกินอะไรบอกมา
อืม...งั้นเดี๋ยวไปบอกเย็นนี้ก็แล้วกัน แกรอฉันล่ะ
เอ่อ
ณรินทร์เม้มปากแน่น เขาอาจจะจำได้แต่แกล้งเนียนแบบเธอก็ได้ ดีออก จะได้มองหน้ากันติด จะได้ไม่ต้องคิดอะไร
สิ่งที่จะต้องกาไว้ในหัวใจเลยล่ะว่าห้ามชวนภาคพลไปดื่มเด็ดขาด
ถ้าจะดื่มก็ต้องไปแบบมวลหมู่มาก และห้ามไปสองคน ห้ามดื่มเกินเบียร์สองขวดนะ
เตือนตัวเองแล้วก็โล่งอก
แต่ลึกๆ ทำไมแปลบๆ นะพอเขาทำไม่รู้ไม่ชี้เข้าจริงๆ แบบนั้น
ภาคพลเดินผิวปากขึ้นมายังคอนโด เขาแวะที่ห้องของตัวเองก่อน เขามีแผนสำหรับวันหยุดสองวันนี้...แน่ล่ะ แม่ตัวดีข้างห้อง จะต้องร่วมแผนไปกับเขาด้วยตั้งแต่วันนั้น...เขาก็มีเวลายามเย็นไปจนถึงค่ำคืนกับเธอเช้ามาทุกวัน ยัยตัวแสบก็จะรีบออกไปจากห้องแล้วไปทำงานก่อนเขา ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับห้องตัวเอง แถมบางอาทิตย์ยังล็อคห้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปหาด้วย เขาต้องหาวิธีล่อหลอกให้ออกมา ยอมเปิดประตูรับเขานั่นแหละแม้จะไม่เคยพูดเอ่ย บอกรัก หรือถึงความสัมพันธ์ว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่เขาก็เริ่มทำเหมือนเปิดตัวกลายๆ ว่าสำหรับเขากับณรินทร์ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว คนในออฟฟิศเริ่มสังเกต ยัยเจ๊จิกเป็นคนแรกที่อำ แล้วก็แซวดังมาทุกวัน ณรินทร์นั้นเวลาโดนล้อก็ปฏิเสธเสียงหลงทุกหน เขามองเธอแล้วก็เม้มปากนิดๆ เคืองแหละ บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่มีทางขนาดนั้น ตอนเย็นเลยโดนเขาจับจัดท่าหนักแก้โมโหเขาจะเอายังไงกับเธอดีนะ ปากแข็งจริงๆ แหะไม่ยอมถามเขาก่อนด้วย จะทำตีเนียนเพื่อนไปอีกนานเท่าไหร่กันเขาเม้มปากแล้วมองกล่องถุงยางในมือที่คืนนี้เขาจะพกไปด้วยที่ห้องของเธอเปิดตู้เสื้อผ้าออก เขาจำได้ว่าแม่เคยเอากล่องเคร
ไอ้มินมีเรื่องจะปรึกษาหืม...เรื่องอะไรอะมันเป็นเรื่องของเพื่อนฉันในออฟฟิศ มาปรึกษาฉัน ฉันก็เลยมาปรึกษาแกอีกทีณรินทร์หน้าแดงก่ำ เธอตกลงใจปรึกษากับน้องสาวของเธอ อ้างเรื่องคนอื่นแบบนี้ มินตราจะเชื่อไหมนะ ทางนั้นยิ่งรู้ทันเธออยู่ด้วยเอ้าว่ามา ยังไงไหนเล่า วีดีโอคลอปะพี่สาวพิมพ์ดีกว่า พี่ไม่สะดวกคุยมาๆ งั้นก็ว่ามาขืนวีดีโอคลอโดนจับผิดแหงๆ แหละว่าเป็นเรื่องของเธอ ณรินทร์เลยเริ่มพิมพ์ข้อกังขา ที่ต้องการที่ปรึกษา ก่อนที่จะวุ่นวือหัวใจไปกว่านี้คือว่าเพื่อนของพี่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายแล้วแบบว่า วันหนึ่งเกิดไปมีอะไรกัน แล้วก็มีอะไรกันมาเรื่อยๆ โดยไม่พูดเรื่องสถานะกัน แบบนี้ความสัมพันธ์มันจะเรียกว่าอะไรอะหืม...เค้าก็เรียกว่า FWB ไงล่ะคุณพี่ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ฟินๆ ฟันๆ กันไป ถึงเวลามีแฟนก็ต่างคนต่างไป เกมนี้ใครอย่าเอาใจลงมาเล่น ไม่งั้นก็แพ้อะ เค้าเรียกว่ามีความสุขในเรื่องเซ็กซ์ด้วยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันไปด้วย แต่อิสระทางใจไม่ผูกมัดเป็นเจ้าของกันพี่สงสัยว่ามันจะได้ไปแค่ไหนไอ้ความสัมพันธ์แบบนี้ โดยไม่ให้ตัวเองเจ็บ...ไม่ให้เผลอไปหลงรักเพื่อนตัวเองเข้ามินว่ายากว่ะ เพรา
“อะไร เฮ้! เฮ้ เดี๋ยวๆ จะพาไปไหนอะ”“ไปเอาของ” เสียงทุ้มเอ่ยฟังแหบต่ำนิดๆ ณรินทร์สงสัยแต่ก็เดินตามเขาไปแต่โดยดี พอถึงรถของเขาภาคพลก็กดรีโมทเปิดประตูหลังออก สตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์ แล้วดึงเธอเข้าไปในนั้น รถเอสยูวีของเขากว้างขวาง มีที่นอนปูไว้เสร็จสรรพ เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาไปที่บ้าน และแม่ของเขายืมรถเขาไปใช้ เบาะหลังเลยโดนปรับเป็นเตียงชั่วคราวมีที่นอนเรียบร้อย ไม่ได้ถามว่าแม่เอารถไปใช้ทำอะไร เพราะรีบกลับมาทำงาน และเขาก็ยังไม่ได้รื้อมันออก เนื่องจากไม่มีเวลา ตอนนี้มันกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับอาการที่เกิดกะทันหันของเขานี่ รถของเขาติดฟิล์มดำ คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่ มันสะดวก...กับสถานการณ์นี้ ณรินทร์ถูกดึงไปจูบอย่างเร่งร้อน เธอดิ้นอึกอักในตอนแรก ก่อนจะตัวอ่อนยอมตามรสจูบราวกับจะกลืนเธอนั่น มือไม้ของเขาไต่วุ่นวายไปหมดบนเนื้อตัวเธอ เธออยู่บนตัวเขาตอนนี้ กางเกงของเธอถูกรูดลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับกางเกงของเขา ส่วนนั้นผงาดสู้ทันทีเมื่อหลุดจากปราการด่านสุดท้ายมือของเธอถูกจับให้ไปกุมตรงนั้นของเขา เขากระซิบสั่งเสียงพร่าชิดปากเธอ“จับมันเบาๆ นะจ๊ะ ณะจ๋า ค่อยๆ จับ ค่อยๆ ลูบ”“อื
ภาคพลตื่นมา พบว่าตัวเองนอนเพียงลำพัง สาวที่นอนก่ายกกอยู่เกือบทั้งคืนหายตัวไปแล้ว กลายเป็นหมอนข้างแทนเขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก เมื่อคืนเขาอยากจะจัดต่อ แต่ก็ระงับใจไว้ เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังวันนี้ไม่ได้ไปทำงานกันแน่ๆเขาอาบน้ำแต่งตัว ฮัมเพลงในลำคอเบาๆ มันเป็นเพลงรัก...ไม่ใช่เพลงแอบรัก พอมาที่ลานจอดรถ รถสีชมพูของเพื่อนสนิทหายไปแล้ว หล่อนคงไปถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วนั่นแหละ มองนาฬิกาตอนนี้ยังทันถ้าเขาจะแวะซื้อขนมจีบปูเจ้าอร่อยไปฝากเธอ แต่ฝากณรินทร์คนเดียว เดี๋ยวก็โดนแขวะอีก เขาเลยซื้อพวกฮะเก๋า ขนมจีบแบบอื่นคละๆ กันไปอีกสองกล่อง เผื่อเพื่อนร่วมงานในแผนก และสำหรับบอสอีกหนึ่งกล่อง แล้วพอไปถึงออฟฟิศ ก็พบว่าณรินทร์อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนยาวสีแดงเลือดนก กางเกงยีนขาห้าส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ตอนนี้ทุกคนกำลังประสบปัญหาความร้อน เพราะแอร์ในออฟฟิศเสีย ต้องรอช่างมาซ่อมบ่าย คนที่ดูว่าจะร้อนสุดก็คือณรินทร์ ที่นั่งเหงื่อตกอยู่เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมเธอตวัดตามองค้อนภาคพลทันทีอย่างพาลๆ เมื่อเขามานั่งใกล้แล้วส่งกล่องขนมจีบกล่องพิเศษให้เธอ หลังจากที่แจกจ่ายคนอื่นไปแล้ว เธอรับไว้ก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะ
เบียร์หมดไปแล้วสองขวดกำลังจะเกินลิมิตที่เธอบอกไว้กับตัวเอง แล้วเธอก็อยู่กับเขาด้วยสองคนตอนนี้ เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา ภาคพลเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เสียงเพลงที่เขาเปิดไว้ดังคลอ คือเพลงเพื่อนสนิท...เปิดเพลงนี้ตอนนี้ทำไมหว่าเอาจริงเธอไม่ได้เมาอะไรนัก สองขวดนี่กำลังดี กำลังตึง และกำลังต่อ ตัวของณรินทร์ก็เป็นสาวนักดื่มคนหนึ่ง เอาจริงดื่มเก่งก็ตั้งแต่มาคบกับภาคพลเป็นเพื่อนซี้นี่แหละ “เมาแล้วอะ ขอกลับห้องได้ปะ”พอเธอเอ่ยออกไปแบบนี้ คนรู้คอรู้ดีกรีก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วอมยิ้มตาพราว เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาเลย มันทำให้ใจสั่นหวั่นไหวงือ...ยอมรับแหละว่าใจสั่น“อย่างแกน่ะเหรอเมา ไอ้ณะ”“ก็...เมาสิ เชื้อมันมีก็เลยเมาค้างอะ วันนี้ก็เมาค้างทั้งวันนะ”“เอาดีๆ” ภาคพลทำเสียงนุ่ม ขณะที่มองตาเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม สายตาของเขาทำให้ณรินทร์ใจเต้นแรง และหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาในทันทีมือของเขาจับมือของเธอไปคลึงเล่น ณรินทร์ไม่ได้เมาเบียร์ตอนนี้เธอกำลังเมาสายตาและร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสของภาคพล“เมาเบียร์ หรือว่าเมาภาค”“อื้อ...” ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วเผลอจ้องตาเขาราวกับถูกสะกดภาคพลดึง
“ซื้อมาทำไมเป็นลัง” มองเบียร์ที่เขายกขึ้นหลังรถมา ณรินทร์ก็ตาเหลือก ภาคพลทำหน้านิ่ง แล้วทำเสียงสูงใส่เธอ“อะไร้ ไอ้ณะ กลัวเหรอ ป๊อดนี่หว่า”“ไม่เคยป๊อดนะ แต่แบบ เมามากก็ไม่ไหวปะวะ แล้วแกจะฉลองอะไรอะไอ้ภาค มีอะไรให้ฉลอง”เธอมองหน้าเขาอย่างจับจ้อง ภาคพลเอ่ยหน้าตาย“ฉันอกหัก”“หืม?”“เอ่อ ก็อกหัก อกหักช้ำรักแบบแกงะ ทำไมล่ะไอ้ณะ ทีแกฉันไปกินเป็นเพื่อน ลากแกกลับ แล้วก็ต้องมาเก็บสภาพแกยามเมาปลิ้นอีก แล้วทีเพื่อนอกหักบ้าง ขอให้กินด้วยแค่นี้ แค่เนี้ยะ ปฏิเสธเพื่อนเหรอ?” แล้วก็ทำเบะปาก ทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเป็นเด็กชายแล้วจะร้องไห้ เล่นเอาณรินทร์รีบห้ามเพราะรับสภาพเพื่อนทำแบบนี้ไม่ได้“พอๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น อย่าทำปากเปะ ไอ้ภาค”“ทำไมล่ะ เห็นแล้วแกเกิดอารมณ์ กับหน้าตาเวอร์ชั่นนี้ของฉันเหรอ” “อารมณ์เสียน่ะสิ ทำหน้าตายังกับเด็กสามขวบงอแงอะ ทุเรศ รับไม่ได้”เธอว่า เธอกับเขาหยอกกันแรงๆ แบบนี้ตลอด แต่ก็ไม่เคยโกรธกัน ภาคพลชอบด้วยซ้ำ ที่เธอด่า ไม่รู้โรคจิตไหมนะ เขาชอบตอนเธอมีอารมณ์แว้นๆ โมโหแล้วเพื่อนสาวคนสนิทจะหน้าแดง น่ารักจะตายไปแต่คนอื่นมาด่าแบบนี้คงมีอย่างอื่นมากกว่าจะมามองว่าน่ารัก







