LOGIN“ตกลงจะเอาอะไร?”
คำถามของณรินทร์ เมื่อเขาเข้าออฟฟิศมาในตอนเย็นพร้อมกับเพื่อนร่วมงานอีกสองคน ทำให้ภาคพลเลิกคิ้ว มองเธอด้วยสายตาระยับแปลกๆ ที่ณรินทร์มองสบแล้วก็ต้องเมินหลบ เขาเห็นจุดสีเรื่อกระจายเกลื่อนไปทั่วหน้าของณรินทร์เมื่อเขามองหล่อนแบบนั้น
“เดี๋ยวค่อยบอก มาคุยงานกันก่อน ส่งงานบอสไปหรือยัง”
“ยัง รอแกนั่นแหละ”
“อืมๆ เอามาดู”
เขายื่นมือของแฟ้มงานจากเธอ ณรินทร์ส่งให้ แล้วเขาก็มานั่งข้างๆ หัวของเขากับเธอแทบจะเกยกันเมื่อตอนที่ปรึกษางานกัน ความแปลกประหลาดในความรู้สึกหายไปเมื่อเข้าสู่โหมดจริงจังทำงานด้วยกันแบบนี้
เอางานไปส่งบอสแล้วก็ถึงเวลากลับบ้าน เห็นเขาทำเฉยๆ ไม่ได้เย้าแหย่พูดถึงเรื่องเมื่อคืน ณรินทร์ก็ค่อยๆ ใจเบาลง สรุปกับตัวเองว่าไอ้เพื่อนก็จะตีเนียนทำไม่รู้ไม่ชี้ไปแล้วล่ะ
จะไปด่าเขาว่าหมาไม่รับผิดชอบ ไม่ใช่ลูกผู้ชายที่ฟันเธอแล้วเมื่อคืน มาทำตาใสหน้าซื่อมันก็ว่าไม่ได้เต็มปาก เขาตีเนียนแบบนี้ดีจะตายไป เธอจะได้มองหน้าเขาติด
ระหว่างเพื่อนกับผัว
ถ้ายกสถานะให้กับภาคพล
ณรินทร์อยากให้เขาเป็นเพื่อน...มากกว่าผัว เพราะเพื่อนมันเป็นแล้วเลิกไม่ได้ แต่ผัวนี่ ถ้าแปรเป็นสถานะนั้นเมื่อไหร่ มันเลิกกันได้อะ
เขาเป็นเพื่อนผู้รู้ใจ ทำงานด้วยกันโคตรเข้าขา ชนิดที่ว่าวันหนึ่งถ้าเกิดว่าสะสมชั่วโมงบินมากพอ มีประสบการณ์เยอะๆ เธอกับเขาอาจจะแทคทีมเปิดบริษัทด้วยกัน คุยกันไว้ขำๆ แบบนั้น ถ้าไม่ไหวก็ทำงานแบบนี้ไปเรื่อยๆ ภาคพลมีกิจการทางบ้านคือกิจการอาหารส่งออก แต่เขาชอบทางนี้เลยขอออกมาทำงานของตัวเอง งานทางบ้านเขายังไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะพ่อกับแม่ยังมีแรงทำงานอีกเยอะ ยอมให้ลูกชายมาทำงานตามฝันตามความถนัด วันหนึ่งไม่ไหวยังไงก็ยังมีกิจการทางบ้านรองรับอยู่
ส่วนณรินทร์นั้นพ่อกับแม่ของเธอมีสวนทุเรียน วันหนึ่งเธออาจจะต้องไปช่วยงานพวกท่าน ตอนนี้ท่านปล่อยให้ลูกสาวมาเรียนรู้โลก เรียนรู้ที่จะหัดบินอย่างไม่ห่วงเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะภาคพลนั่นเอง พวกท่านรู้จักครอบครัวของภาคพล และตัวภาคพลเป็นอย่างดี เลยไว้ใจจะฝากผีฝากไข้ลูกสาวไว้ให้เพื่อนคนนี้ช่วยดูแลได้
เคยแอบลุ้นซุบซิบกันด้วยซ้ำว่าน่าจะจับให้ได้กัน
แต่พอต่างคนต่างมีแฟน พวกท่านก็ได้แต่หวังลึกๆ แหละ
นี่ถ้ารู้ว่าผีผลักได้กันไปแล้วคงจะพากันเย้ๆ จับแต่งงานกันแน่นอนล่ะ
เข้าห้องบอสส่งงานพร้อมกับยิ้มหน้าบานรับคำชม และโปรเจกต์หน้ามาแล้วเรียบร้อย ก็ถึงเวลากลับบ้าน
“ตกลงจะเอาอะไร?”
ณรินทร์ยังถาม ภาคพลฟังแล้วอยากจะตอบออกไปตรงๆ จากหัวใจเลยว่าเขาอยากได้อะไรตอนนี้ แต่ก็ยักไหล่
“เอาแกกลับบ้านไปด้วยก่อนตอนนี้ แล้วก็เอากระเป๋าที่ไปลืมทิ้งไว้ห้องฉันมาคืนแก พรุ่งนี้แกจะได้ขับรถมาทำงานยังไงล่ะ”
“อ้อ...”
เธอถอนใจอย่างโล่งอกแล้วขึ้นไปนั่งข้างเขา แต่แล้วเมื่อเขาเข้ามานั่งข้างๆ พลางปิดประตูรถ คำพูดคำหนึ่งที่เปรยมา ทำให้ณรินทร์สะดุ้งน้อยๆ
“เดี๋ยวซื้อเหล้าไปฉลองที่ห้องฉันกัน ที่งานของเราได้รับคำชมจากบอส นี่แหละที่ฉันอยากจะขอจากแก คือฉลองกันเย็นนี้นะไอ้ณะ”
“เอ่อ มันจะดีเหรอ ฉันไม่อยากกินเหล้าจนหลุดแบบนั้นอีกอะ”
ณรินทร์หน้าแดงก่ำ ใจเต้นตุบๆ เสียงหัวเราะของภาคพล ทำให้เธอเผลอกลั้นลมหายใจ
“ดีสิ ยิ่งหลุดทั้งคู่ ยิ่งดีออกนะไอ้ณะ โคตรผ่อนคลายเลยว่ะ”
ยิ่งหลุด
ยิ่งดี
หลุดนี่อะไรหลุดนะ?
แล้วดีนี่ อะไรดี?
ไอ้ภาคนี่ชักจะยังไงแหะ หรือจะมอมเหล้าเราอะ
แอร๊...
อย่านะ...อย่านะ ไอ้เพื่อนชั่ว
ภาคพลเดินผิวปากขึ้นมายังคอนโด เขาแวะที่ห้องของตัวเองก่อน เขามีแผนสำหรับวันหยุดสองวันนี้...แน่ล่ะ แม่ตัวดีข้างห้อง จะต้องร่วมแผนไปกับเขาด้วยตั้งแต่วันนั้น...เขาก็มีเวลายามเย็นไปจนถึงค่ำคืนกับเธอเช้ามาทุกวัน ยัยตัวแสบก็จะรีบออกไปจากห้องแล้วไปทำงานก่อนเขา ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับห้องตัวเอง แถมบางอาทิตย์ยังล็อคห้องไม่ยอมให้เขาเข้าไปหาด้วย เขาต้องหาวิธีล่อหลอกให้ออกมา ยอมเปิดประตูรับเขานั่นแหละแม้จะไม่เคยพูดเอ่ย บอกรัก หรือถึงความสัมพันธ์ว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่เขาก็เริ่มทำเหมือนเปิดตัวกลายๆ ว่าสำหรับเขากับณรินทร์ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว คนในออฟฟิศเริ่มสังเกต ยัยเจ๊จิกเป็นคนแรกที่อำ แล้วก็แซวดังมาทุกวัน ณรินทร์นั้นเวลาโดนล้อก็ปฏิเสธเสียงหลงทุกหน เขามองเธอแล้วก็เม้มปากนิดๆ เคืองแหละ บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่มีทางขนาดนั้น ตอนเย็นเลยโดนเขาจับจัดท่าหนักแก้โมโหเขาจะเอายังไงกับเธอดีนะ ปากแข็งจริงๆ แหะไม่ยอมถามเขาก่อนด้วย จะทำตีเนียนเพื่อนไปอีกนานเท่าไหร่กันเขาเม้มปากแล้วมองกล่องถุงยางในมือที่คืนนี้เขาจะพกไปด้วยที่ห้องของเธอเปิดตู้เสื้อผ้าออก เขาจำได้ว่าแม่เคยเอากล่องเคร
ไอ้มินมีเรื่องจะปรึกษาหืม...เรื่องอะไรอะมันเป็นเรื่องของเพื่อนฉันในออฟฟิศ มาปรึกษาฉัน ฉันก็เลยมาปรึกษาแกอีกทีณรินทร์หน้าแดงก่ำ เธอตกลงใจปรึกษากับน้องสาวของเธอ อ้างเรื่องคนอื่นแบบนี้ มินตราจะเชื่อไหมนะ ทางนั้นยิ่งรู้ทันเธออยู่ด้วยเอ้าว่ามา ยังไงไหนเล่า วีดีโอคลอปะพี่สาวพิมพ์ดีกว่า พี่ไม่สะดวกคุยมาๆ งั้นก็ว่ามาขืนวีดีโอคลอโดนจับผิดแหงๆ แหละว่าเป็นเรื่องของเธอ ณรินทร์เลยเริ่มพิมพ์ข้อกังขา ที่ต้องการที่ปรึกษา ก่อนที่จะวุ่นวือหัวใจไปกว่านี้คือว่าเพื่อนของพี่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายแล้วแบบว่า วันหนึ่งเกิดไปมีอะไรกัน แล้วก็มีอะไรกันมาเรื่อยๆ โดยไม่พูดเรื่องสถานะกัน แบบนี้ความสัมพันธ์มันจะเรียกว่าอะไรอะหืม...เค้าก็เรียกว่า FWB ไงล่ะคุณพี่ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ฟินๆ ฟันๆ กันไป ถึงเวลามีแฟนก็ต่างคนต่างไป เกมนี้ใครอย่าเอาใจลงมาเล่น ไม่งั้นก็แพ้อะ เค้าเรียกว่ามีความสุขในเรื่องเซ็กซ์ด้วยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันไปด้วย แต่อิสระทางใจไม่ผูกมัดเป็นเจ้าของกันพี่สงสัยว่ามันจะได้ไปแค่ไหนไอ้ความสัมพันธ์แบบนี้ โดยไม่ให้ตัวเองเจ็บ...ไม่ให้เผลอไปหลงรักเพื่อนตัวเองเข้ามินว่ายากว่ะ เพรา
“อะไร เฮ้! เฮ้ เดี๋ยวๆ จะพาไปไหนอะ”“ไปเอาของ” เสียงทุ้มเอ่ยฟังแหบต่ำนิดๆ ณรินทร์สงสัยแต่ก็เดินตามเขาไปแต่โดยดี พอถึงรถของเขาภาคพลก็กดรีโมทเปิดประตูหลังออก สตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์ แล้วดึงเธอเข้าไปในนั้น รถเอสยูวีของเขากว้างขวาง มีที่นอนปูไว้เสร็จสรรพ เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาไปที่บ้าน และแม่ของเขายืมรถเขาไปใช้ เบาะหลังเลยโดนปรับเป็นเตียงชั่วคราวมีที่นอนเรียบร้อย ไม่ได้ถามว่าแม่เอารถไปใช้ทำอะไร เพราะรีบกลับมาทำงาน และเขาก็ยังไม่ได้รื้อมันออก เนื่องจากไม่มีเวลา ตอนนี้มันกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับอาการที่เกิดกะทันหันของเขานี่ รถของเขาติดฟิล์มดำ คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่ มันสะดวก...กับสถานการณ์นี้ ณรินทร์ถูกดึงไปจูบอย่างเร่งร้อน เธอดิ้นอึกอักในตอนแรก ก่อนจะตัวอ่อนยอมตามรสจูบราวกับจะกลืนเธอนั่น มือไม้ของเขาไต่วุ่นวายไปหมดบนเนื้อตัวเธอ เธออยู่บนตัวเขาตอนนี้ กางเกงของเธอถูกรูดลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับกางเกงของเขา ส่วนนั้นผงาดสู้ทันทีเมื่อหลุดจากปราการด่านสุดท้ายมือของเธอถูกจับให้ไปกุมตรงนั้นของเขา เขากระซิบสั่งเสียงพร่าชิดปากเธอ“จับมันเบาๆ นะจ๊ะ ณะจ๋า ค่อยๆ จับ ค่อยๆ ลูบ”“อื
ภาคพลตื่นมา พบว่าตัวเองนอนเพียงลำพัง สาวที่นอนก่ายกกอยู่เกือบทั้งคืนหายตัวไปแล้ว กลายเป็นหมอนข้างแทนเขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก เมื่อคืนเขาอยากจะจัดต่อ แต่ก็ระงับใจไว้ เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังวันนี้ไม่ได้ไปทำงานกันแน่ๆเขาอาบน้ำแต่งตัว ฮัมเพลงในลำคอเบาๆ มันเป็นเพลงรัก...ไม่ใช่เพลงแอบรัก พอมาที่ลานจอดรถ รถสีชมพูของเพื่อนสนิทหายไปแล้ว หล่อนคงไปถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วนั่นแหละ มองนาฬิกาตอนนี้ยังทันถ้าเขาจะแวะซื้อขนมจีบปูเจ้าอร่อยไปฝากเธอ แต่ฝากณรินทร์คนเดียว เดี๋ยวก็โดนแขวะอีก เขาเลยซื้อพวกฮะเก๋า ขนมจีบแบบอื่นคละๆ กันไปอีกสองกล่อง เผื่อเพื่อนร่วมงานในแผนก และสำหรับบอสอีกหนึ่งกล่อง แล้วพอไปถึงออฟฟิศ ก็พบว่าณรินทร์อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนยาวสีแดงเลือดนก กางเกงยีนขาห้าส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ตอนนี้ทุกคนกำลังประสบปัญหาความร้อน เพราะแอร์ในออฟฟิศเสีย ต้องรอช่างมาซ่อมบ่าย คนที่ดูว่าจะร้อนสุดก็คือณรินทร์ ที่นั่งเหงื่อตกอยู่เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมเธอตวัดตามองค้อนภาคพลทันทีอย่างพาลๆ เมื่อเขามานั่งใกล้แล้วส่งกล่องขนมจีบกล่องพิเศษให้เธอ หลังจากที่แจกจ่ายคนอื่นไปแล้ว เธอรับไว้ก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะ
เบียร์หมดไปแล้วสองขวดกำลังจะเกินลิมิตที่เธอบอกไว้กับตัวเอง แล้วเธอก็อยู่กับเขาด้วยสองคนตอนนี้ เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา ภาคพลเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เสียงเพลงที่เขาเปิดไว้ดังคลอ คือเพลงเพื่อนสนิท...เปิดเพลงนี้ตอนนี้ทำไมหว่าเอาจริงเธอไม่ได้เมาอะไรนัก สองขวดนี่กำลังดี กำลังตึง และกำลังต่อ ตัวของณรินทร์ก็เป็นสาวนักดื่มคนหนึ่ง เอาจริงดื่มเก่งก็ตั้งแต่มาคบกับภาคพลเป็นเพื่อนซี้นี่แหละ “เมาแล้วอะ ขอกลับห้องได้ปะ”พอเธอเอ่ยออกไปแบบนี้ คนรู้คอรู้ดีกรีก็ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วอมยิ้มตาพราว เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาเลย มันทำให้ใจสั่นหวั่นไหวงือ...ยอมรับแหละว่าใจสั่น“อย่างแกน่ะเหรอเมา ไอ้ณะ”“ก็...เมาสิ เชื้อมันมีก็เลยเมาค้างอะ วันนี้ก็เมาค้างทั้งวันนะ”“เอาดีๆ” ภาคพลทำเสียงนุ่ม ขณะที่มองตาเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม สายตาของเขาทำให้ณรินทร์ใจเต้นแรง และหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาในทันทีมือของเขาจับมือของเธอไปคลึงเล่น ณรินทร์ไม่ได้เมาเบียร์ตอนนี้เธอกำลังเมาสายตาและร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสของภาคพล“เมาเบียร์ หรือว่าเมาภาค”“อื้อ...” ณรินทร์กัดริมฝีปาก แล้วเผลอจ้องตาเขาราวกับถูกสะกดภาคพลดึง
“ซื้อมาทำไมเป็นลัง” มองเบียร์ที่เขายกขึ้นหลังรถมา ณรินทร์ก็ตาเหลือก ภาคพลทำหน้านิ่ง แล้วทำเสียงสูงใส่เธอ“อะไร้ ไอ้ณะ กลัวเหรอ ป๊อดนี่หว่า”“ไม่เคยป๊อดนะ แต่แบบ เมามากก็ไม่ไหวปะวะ แล้วแกจะฉลองอะไรอะไอ้ภาค มีอะไรให้ฉลอง”เธอมองหน้าเขาอย่างจับจ้อง ภาคพลเอ่ยหน้าตาย“ฉันอกหัก”“หืม?”“เอ่อ ก็อกหัก อกหักช้ำรักแบบแกงะ ทำไมล่ะไอ้ณะ ทีแกฉันไปกินเป็นเพื่อน ลากแกกลับ แล้วก็ต้องมาเก็บสภาพแกยามเมาปลิ้นอีก แล้วทีเพื่อนอกหักบ้าง ขอให้กินด้วยแค่นี้ แค่เนี้ยะ ปฏิเสธเพื่อนเหรอ?” แล้วก็ทำเบะปาก ทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเป็นเด็กชายแล้วจะร้องไห้ เล่นเอาณรินทร์รีบห้ามเพราะรับสภาพเพื่อนทำแบบนี้ไม่ได้“พอๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น อย่าทำปากเปะ ไอ้ภาค”“ทำไมล่ะ เห็นแล้วแกเกิดอารมณ์ กับหน้าตาเวอร์ชั่นนี้ของฉันเหรอ” “อารมณ์เสียน่ะสิ ทำหน้าตายังกับเด็กสามขวบงอแงอะ ทุเรศ รับไม่ได้”เธอว่า เธอกับเขาหยอกกันแรงๆ แบบนี้ตลอด แต่ก็ไม่เคยโกรธกัน ภาคพลชอบด้วยซ้ำ ที่เธอด่า ไม่รู้โรคจิตไหมนะ เขาชอบตอนเธอมีอารมณ์แว้นๆ โมโหแล้วเพื่อนสาวคนสนิทจะหน้าแดง น่ารักจะตายไปแต่คนอื่นมาด่าแบบนี้คงมีอย่างอื่นมากกว่าจะมามองว่าน่ารัก







