Accueil / LGBTQ+ / ชตรีญา / กาสะลอง

Share

กาสะลอง

last update Date de publication: 2025-10-11 09:16:04

แปลกดีที่ข้อความแรกจากคุณเจ้านายนั้นทำให้รู้สึกดีกว่าปกติ แม้จะชวนให้นรีคาใจนิดๆ ว่า คุณเจ้านายรู้หรือไม่ว่า กะเพราหมูสับไข่ดาวจานนั้นเป็นฝีมือหล่อนไม่ใช่อาหารจากร้านตามสั่งที่ไหน แต่การที่เห็นว่าเธอทานจนหมดทั้งจานก็น่าภูมิใจอยู่ไม่น้อยเลยแหละ

นรีเก็บเอาจานและแก้วน้ำจากโต๊ะไม้สนไปวางรวมกับกาน้ำชาในอ่างล้างจานก่อนจะเดินเลยเข้าห้องนอนตัวเองเพื่อเอากระดาษโน้ตจากคุณเจ้านายไปหาที่เก็บ หล่อนยืนพิจารณาที่ใกล้ๆ เตียงอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจจะนำกระดาษแผ่นนั้นไปเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง แต่เมื่อเลื่อนเปิดลิ้นชักออกมานรีก็พบหนังสือเล่มหนึ่งวางสงบนิ่งอยู่ในนั้น เหมือนจะถูกลืมไว้มากกว่าถูกซ่อน หน้าปกเป็นภาพเบาะที่นั่งของรถโดยสาร ขสมก. พร้อมตัวอักษรระบุชื่อเล่ม ‘เหตุเกิดบนรถเมล์’ และมีตัวอักษรขนาดเล็กกว่าเยื้องลงมาด้านขวาล่าง แจ้งเป็นนามปากกาผู้แต่งไว้ว่า ‘คุณนนท์’

นรีหยิบเอาหนังสือเล่มนั้นออกมาและวางแผ่นกระดาษโน้ตลงไปแทนที่แล้วปิดลิ้นชักอย่างช้าๆ เพราะสายตาหล่อนกำลังจับจ้องที่เล่มหนังสือเล่มบางในมือขวา เมื่อละมือซ้ายจากที่จับลิ้นชักมา มือทั้งสองข้างก็ช่วยกันจับหนังสือเล่มนั้นให้ก่อนกรีดหน้ากระดาษตลอดทั้งเล่มหนึ่งรอบ เพื่อให้สายตาได้มองเนื้อความ ตัวอักษร และหน้ากระดาษ อย่างผ่านๆ ขณะที่กลิ่นกระดาษที่มีเอกลักษณ์มักชวนให้นักอ่านหลงใหลหนังสือกำลังฟุ้งอยู่ไม่ไกลปลายจมูก

‘อยู่ๆ ก็ได้อะไรอ่านฟรีแฮะ’

คิดๆ ไป เลิกคิ้วไปอย่างนึกฉงนในความบังเอิญ หล่อนวางหนังสือไว้ที่โต๊ะข้างเตียงและกลับออกมาที่ครัวเพื่อจัดการจานอาหาร แก้วน้ำและชุดกาน้ำชาให้กลับมาสะอาดอีกครั้ง ระหว่างที่กำลังวางจานไว้กับที่คว่ำจานข้างอ่างล้างจานอย่างระมัดระวัง เสียงหยดน้ำที่ทิ้งโรยตัวลงกระทบใบไม้ก็ดังมาถึงหู พอเดินตามเสียงไปดู ก็พบคุณทิพย์กำลังรดน้ำต้นผักหลากพันธุ์ในสวนหลังเรือนอย่างมีความสุข เป็นภาพที่เห็นแล้วนรีต้องยิ้มออกมาได้อีก ตั้งแต่มาอยู่กรุงหล่อนไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นวิถีชีวิตแบบนี้สักเท่าไหร่ และยิ่งเป็นคนที่ทำไปโดยไม่เหนื่อยหน่ายใจนี่ยิ่งไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นได้บ่อยนัก

นรีออกไปช่วยคุณทิพย์รดน้ำผักสวนครัวจนทั่วทุกต้นทุกแปลง และพากันย้ายมารดน้ำสวนดอกไม้หน้าเรือนอีกที คุณทิพย์ว่า นี่เป็นหนแรกในรอบสามปีที่รดน้ำเสร็จก่อนฟ้าจะเริ่มมืด เพราะมีนรีช่วยอีกแรง นรีฟังแล้วจึงได้เริ่มมองสังเกตรอบกายตนให้ทั่วทิศ และตระหนักว่าบ้านวงศ์ทิมทองเป็นเรือนไม้หลังใหญ่สุดสงบที่โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้และยังมีสวนผักหลังเรือนอีก แต่ทั้งเรือนกลับมีคนอยู่เพียงสองคน คนหนึ่งต้องยุ่งๆ วุ่นกับงานแทบจะตลอดเวลา ส่วนอีกคนก็อายุมากและเริ่มมีโรคภัยตามวัย เพราะเหตุนี้ จึงต้องมีการจ้างงานนรีเข้ามาช่วยจัดแจงดูแลให้ทั้งบ้านและสวนรวมถึงคนในบ้าน ยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถเป็นได้

หลังจากรดน้ำต้นไม้เสร็จ คุณทิพย์ก็กลับขึ้นไปชั้นบนเพื่ออาบน้ำผลัดผ้าเป็นอีกชุด ส่วนนรีก็กลับเข้าครัวอีกครั้ง เพราะต้องรับหน้าที่เตรียมอาหารเย็นจากของเท่าที่มีอยู่ในครัว ค่ำนี้หล่อนจัดแจงหุงข้าวสารจนได้ข้าวสวยร้อนๆ ไข่เจียวใส่ต้นหอมกับพริกแดงซอย และซุปหมูสับหอมกรุ่นกลิ่นพริกไทยดำ ตอนที่ยกสำรับเล็กๆ ไปไว้ตรงโต๊ะไม้สน มีเสียงดนตรีบรรเลงแว่วมาจากชั้นบน ชวนให้หล่อนเงยหน้ามองขึ้นไปตรงช่องบันไดวนซึ่งเชื่อมบริเวณห้องนั่งเล่นชั้นล่างกับห้องนอนที่เต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือของคุณเจ้านายถึงกันโดยตรง เพลงนั้นที่ได้ยินยังคงเป็นเพลงเดิม จังหวะเปียโนและเสียงซอสอดคล้องประคองหวานอย่างที่หล่อนเคยได้ฟังในคืนแรก ช่างลื่นหู ยิ่งฟังยิ่งใจล่องลอยไปชั้นบน นึกอยากเดินผ่านทุกอย่างที่ขวางกั้นเข้าไปในห้องนั้นของคุณเจ้านายเพื่อเสพเสียงและกลิ่นกระดาษหนังสือ

ตึ้ง!

เสียงอะไรบางอย่างตกกระแทกพื้นไม้ชั้นบนอย่างแรง นรีสะดุ้งนิดๆ แต่ใจในอกเต้นรัวฉับพลัน หล่อนรีบขยับเท้าก้าวเดินออกมาจากฝั่งตะวันตกของเรือนทันที

“ซดแล้วชื่นใจดี” คุณทิพย์เอ่ยออกมาหลังจากซดน้ำซุปไปหลายช้อน ทำเอานรียิ้มแก้มแทบปริ ระหว่างใช้ช้อนกลางตัดไข่เจียวเป็นชิ้นพอดีคำและตักไปไว้ในจานข้าวของคุณทิพย์อย่างระมัดระวัง พลางถามท่าน

“คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษบ้างมั้ยคะ”

“ถามอย่างนี้คงทำเป็นหลายอย่างเลยสิเรา” คุณทิพย์ว่าอย่างนั้นตอนบรรจงตักข้าวสวยขึ้นทานพร้อมไข่เจียวในคำเดียว

“ก็พอจะทำได้อยู่บ้างค่ะ แต่ก่อนวิ่งเล่นในครัวช่วยน้าช่วยยายทำกับข้าวบ่อยๆ ” นรีเล่าไปยิ้มไป ในอาการที่เผลอตกภวังค์เหม่อเล็กน้อยเพราะเกิดคิดถึงยายขึ้นมาเดี๋ยวนั้น

ตั้งแต่จำความได้ ก็มักจะเห็นยายนั่งหั่นผักแล่เนื้ออยู่ในครัวเพื่อเตรียมของสำหรับไปขายที่ตลาดเป็นภาพที่หล่อนไม่เคยลืม และกับข้าวกับปลาฝีมือน้าก็เป็นสิ่งที่หล่อนไม่เพียงแค่จดจำรสชาติได้แต่กลับรู้สึกคิดถึงอย่างสุดหัวใจเมื่อต้องไกลบ้าน ตลอดเวลาที่ต้องอยู่คนเดียวในเมืองกรุง แม้แต่เจ้าแมวน้อยตัวลายๆ สีหม่นๆ หล่อนก็อยากกลับไปเจอไปกอดมันให้แน่นๆ นักเชียว

“จะทำอะไรก็ทำเถอะ ฉันนึกไม่ออกว่าอยากกินอะไร เดี๋ยวนี้หมอให้คุมไขมันกับน้ำตาลให้พอดี เน้นให้สะอาดแล้วก็ย่อยง่ายหน่อยเท่านั้นแหละ” เสียงคุณทิพย์แจงเรื่องความสมควรของอาหารสำหรับผู้เริ่มสูงวัย ดึงให้จิตใจของนรีกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ก่อนที่คุณทิพย์จะรวบช้อนส้อมวางไว้กลางจานที่ยังเหลือข้าวสวยอยู่นิดหน่อย นรีรีบลุกขึ้นยืนรอประคองคุณทิพย์ที่กำลังลุกจากเก้าอี้ โดยที่ข้าวในจานของหล่อนยังเกือบเต็มจานอยู่

“กินต่อเถอะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปเอง เสร็จข้างล่างก็รีบตามมานะ คืนนี้ราชาวดีจะเจอคุณชายใหญ่แล้ว” คุณทิพย์พูดถึงละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่งที่นรีขึ้นไปนั่งดูเมื่อคืนก่อนจึงเกิดรอยยิ้มอารมณ์ดีระหว่างคอละครต่างวัยทั้งสองคนที่โต๊ะอาหารของบ้านวงศ์ทิมทอง

นรีจัดการกับข้าวในจานตัวเองไปได้แค่ครึ่งจานเท่านั้นก็รู้สึกอิ่ม หล่อนจึงเริ่มเก็บกวาดทุกอย่างให้เข้าที่เรียบร้อย เตรียมจะปิดเรือนอย่างคืนแรก คือ เอาจานชามไปไว้ในอ่างล้างที่ครัวและเดินปิดประตูหน้าต่างทุกบานไล่จากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตกและเก็บสำรับของคุณเจ้านาย ซึ่งมื้อนี้ก็มีกระดาษโน้ตวางไว้ข้างๆ แก้วน้ำเปล่าๆ เหมือนกับมื้อก่อน

-เผ็ดร้อนพริกไทยดีจัง ชอบไข่เจียวด้วย ขอบใจนะ-

แปลกมากที่ข้อความแสนธรรมดาในกระดาษโน้ตสีน้ำตาลแผ่นนี้ทำให้นรีรู้สึกร้อนๆ ที่ใบหน้า ยิ่งกว่าซดซุปหมูสับพริกไทยดำเข้าไปทั้งถ้วย และหัวใจก็ยังเต้นตึกตักผิดจังหวะปกติเสียอย่างนั้น

‘ทำไมเขินล่ะเนี่ย’

คิดๆ แล้วก็แอบส่ายหน้าไปมาให้กับความรู้สึกเขินแปลกๆ ของตัวเองก่อนจะยกถาดสำรับมื้อเย็นของคุณเจ้านายกลับไปที่ครัว รีบล้างทำความสะอาดทุกอย่างและเข้าห้องนอนทันที ตรงไปเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงหย่อนกระดาษโน้ตแผ่นใหม่ลงไปแล้วถอดชุดที่ใส่โยนลงตะกร้าพลางคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่น้ำจากฝักบัวทองเหลืองชะโลมลงทั่วร่างนั้นหล่อนหนาวสะท้านแต่ก็ยังหันไปมองจ้องขวดครีมอาบน้ำ

“สบู่ปีบ หายากนะ รู้มั้ย”

เสียงใครบางคนดังแทรกเข้ามาในความคิด และยิ่งชวนให้เขินไปกันใหญ่เมื่อนึกได้ว่า ตอนที่ได้ยินประโยคนี้หล่อนปิดประตูห้องไม่สนิทด้วยซ้ำ คนที่พูดประโยคนี้นั้นบังเอิญเห็นเรือนร่างของหล่อนไปแล้วหรือยังนรีก็ไม่อาจรู้ได้ คิดอย่างนั้นแล้วความรู้สึกวูบวาบเรือนกายก็เข้าจู่โจมให้รู้สึกวุ่นวายใจ ชักจะเริ่มสงสัยด้วยว่า หากคุณเจ้านายรู้ตัวว่า แผ่นหลังขาวนวลที่เปลือยเปล่าของเธอเคยตกอยู่ในสายตาของนรีมาแล้วครั้งหนึ่ง เธอจะวุ่นวายใจเช่นเดียวกันกับที่หล่อนกำลังเป็นอยู่ตอนนี้หรือไม่

นรีส่ายหน้าไปมาสะบัดความคิดต่างๆ ทิ้งไปอีกรอบ แล้วรีบอาบน้ำให้เสร็จก่อนโรคหวัดจะถามหา และออกจากห้องน้ำมาสวมชุดนอนซึ่งเป็นเพียงเสื้อยืดสีชมพูอ่อนกับกางเกงกีฬาขาสั้นสีดำแถบขาว หลังจากนำผ้าเช็ดตัวไปพาดไว้ที่ราวข้างตู้เสื้อผ้าเล็กๆ หล่อนก็ออกจากห้องแล้วขึ้นไปหาคุณทิพย์ที่ชั้นบนเพื่อนั่งดูละครโทรทัศน์กับท่าน แต่ระหว่างที่ขึ้นบันไดไปถึงชั้นบนนั้นหล่อนแอบมองไปฝั่งตะวันตกอย่างอดไม่ได้ ประตูห้องนอนของคุณเจ้านายยังไม่เปิด ทุกอย่างที่โถงข้างนอกนี่จึงดูเงียบเหงาชอบกล เพราะมีเพียงลมที่พัดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น ไม่มีเสียงดนตรีดังออกมาจากห้องคุณเจ้านายเหมือนตอนที่หล่อนต้องนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูนั่น หล่อนเบี่ยงตัวเดินเลี้ยวไปฝั่งตะวันออก เคาะประตูห้องนอนคุณทิพย์สองทีก่อนเปิดประตูเข้าไปและลงนั่งพับเพียบข้างเตียงนอน ใกล้ๆ กับคุณทิพย์ที่ปูผ้านั่งบนพื้นหน้าโทรทัศน์

พระนางในช่องแก้วตรงหน้าช่วยดึงความสนใจนรีได้มากพอให้หล่อนหลุดจากความวุ่นวายใจเรื่องคุณเจ้านายมาได้เพราะเนื้อเรื่องที่เข้มข้นข้ามภพข้ามชาติชวนให้ติดตามนั้นค่อนข้างถูกใจหล่อนอยู่ไม่น้อย ช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้งานดูแลคนที่เป็นคอละครแนวเดียวกันเช่นนี้ เมื่อละครจบตอนและพาคุณทิพย์เข้านอนตามเวลาแล้ว นรีก็ไม่ได้รู้สึกวุ่นวายใจอะไรอีกแล้ว ราวกับหลงลืมความรู้สึกขัดเขินไปจนหมดในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หล่อนออกจากห้องคุณทิพย์มาอย่างเงียบเชียบ เดินผ่านบันไดกลางไปที่หน้าห้องคุณเจ้านายซึ่งบัดนี้ บานประตูได้ถูกเปิดเอาไว้แล้ว มีเสียงเพลงดังคลอแว่วออกมาเช่นเดิม แต่คืนนี้ มีกลิ่นหอมฟุ้งอยู่บริเวณนั้นด้วย นรีมองไปทั่วๆ รอบกายจนพบต้นตอของกลิ่นนั้น ซึ่งก็คือแก้วใสใบย่อมที่มีดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆ ก้านดอกยาวๆ หลายดอกรวมกันเป็นช่อใหญ่ใส่ไว้ แก้วใบนั้นวางอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ใกล้เก้าอี้ไม้สักที่หล่อนต้องนั่ง แก้วนั่นวางทับแผ่นกระดาษโน้ตสีน้ำตาลคุ้นตา เขียนข้อความด้วยลายมือที่ชักจะคุ้นใจ

-ได้กลิ่นสบู่แล้วนึกถึงเลยปั่นจักรยานไปเก็บมา เราแบ่งให้นะ มันหอมดี-

“บ้าจริง” นรีพึมพำออกมาเบาๆ ขณะที่รู้สึกถึงความสั่นในอกจนต้องยกฝ่ามือขึ้นทาบและรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่เร็วกว่านาทีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ใครก็ได้ช่วยบอกทีเถอะว่า ทำไมหล่อนถึงรู้สึกเช่นนี้ได้ ทั้งที่คนในห้องนั้นที่เป็นเจ้าของข้อความนี้ก็เป็นผู้หญิงด้วยกันและยังเป็นคนที่หล่อนไม่เคยพบหน้าเลยสักครั้ง

นรีทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ไม้สักตัวเดิม สายตาที่ทอดมองไปเบื้องหน้าแฝงด้วยความรู้สึกสับสนหลายประการ ขณะที่จ้องมองแผ่นหลังของคุณเจ้านายที่ดูเหมือนจะกำลังใช้ความคิดอย่างหนักจนไม่รู้สึกตัวว่าได้ตกอยู่ในสายตาของใครอีกคนเข้าแล้วในเวลานี้

ลึกในใจของผู้ลักลอบทอดสายตาสัมผัสความเย้ายวนในระยะราวๆ แปดก้าวเดินแอบคิดครวญหนักจิต ว่า เป็นเรื่องเกินจริงหรือไม่ หากใครสักคนจะตกหลุมรักใครสักคนจนหมดใจ ผ่านตัวอักษรและน้ำเสียง

‘ถ้าเจอหน้าสักครั้ง จะเป็นไงนะ’

นรีหลุดคิดคำนึงท่ามกลางความเงียบสงัดแห่งรัตติกาล ก่อนไฟในห้องคุณเจ้านายหรีสลัวลงหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ชตรีญา   ราตรี (2)

    “ทำแบบนี้ รู้ใช่มั้ย ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” คุณเจ้านายกระซิบถาม“คิดว่ารู้ค่ะ” นรีตอบ แม้จะสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตาแสนวูบไหวเต็มที“ถ้างั้น จะไม่อนุญาตให้ปฏิเสธอะไร หลังจากนี้แล้วนะคะ” คุณเจ้านายบอกเช่นนั้น แล้วเริ่มด้วยการวางมือลงบนต้นขานรี ฝ่ามือของเธออุ่นจนความร้อนผ่านเนื้อผ้ากางเกงนอนซึมเข้ากระทบผิวอ่อนใต้ร่มผ้านั้น เธอดันให้ขาทั้งสองข้างแยกห่างจากกันมากพอที่ตัวเธอจะแทรกเข้ามาแนบชิดหล่อนได้เต็มที่มากขึ้น เธอเอื้อมหยิบหนังสือเล่มเดิมขึ้นมาอีกรอบ เปิดไปที่หน้าซึ่งนรีอ่านค้างไว้เมื่อครู่ แล้วยื่นให้หล่อน“อ่านต่อไปค่ะ” เสียงคุณเจ้านายกล่าวสั่ง พาให้นรีละสายตาจากเธอไปพยายามจดจ้องที่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษอีกครั้ง‘เนื้อตัวเธอดึงดูดให้ฉันรีบรนสัมผัสทุกส่วน ตั้งแต่ยังไม่ปลดเปลื้องอะไรออกจากเรือนร่างนั้นเลยสักชิ้น ฉันได้กลิ่นหอม ยวนใจ โชยมาจากผิวกายเธอ ด้วยซ้ำไป ทุกสิ่ง ที่เป็นเธอ เหมือนมีพลังพิเศษ พาให้ฉัน หมดสิ้นความ อด กลั้น’ สมาธิในการอ่านข้อความบนหน้าหนังสือของนรีขาดเป็นห้วงๆ ตามอาการสะท้านของร่างกาย ซึ่งในเวลานั้น เริ่มถูกรุกล้ำด้วยมือซุกซนของคุณเจ้านาย เธอเริ่มจากสอดมือเข้าชายเสื้อนรี เพื

  • ชตรีญา   ราตรี (1)

    - เราต่างสูญเสียความบริสุทธิ์ทางสายตาให้กันและกันเสมอมา ไม่ว่าเธอจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม - นรียืนนิ่งอยู่กับที่ สายตายังคงไล่อ่านทวนประโยคในกระดาษโน้ตไปทีละคำวลีอย่างจดจ่อ พยายามพิจารณาข้อประสงค์ของคุณเจ้านายอย่างตั้งใจ เสียงในห้องน้ำที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าวเดินเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง ความแรงของน้ำเริ่มผ่อนลง เป็นสัญญาณว่า คนข้างในกำลังจะเสร็จกิจ หล่อนรีบยัดแผ่นกระดาษน้ำตาลนั่นลงในกระเป๋ากางเกง รวบรวมเอาจานชามและแก้วน้ำวางใส่ถาด แล้วหอบยกทุกอย่างขึ้นแขนด้วยความเร็วเร่ง ทว่า หล่อนกลับก้าวเท้าออกเดินไม่ทันการณ์ เพราะคุณเจ้านายในชุดคลุมอาบน้ำได้เหยียบย่างผ่านพ้นกรอบประตูห้องน้ำมาเสียก่อน ทั้งเธอและหล่อนจึงได้สบตากันอีกครั้ง ในระยะห่างที่ไม่ใกล้เกินควร แต่ก็ไม่ห่างเกินไป“ขอบอกข้อเสนอตามตรงเลยแล้วกัน” คุณเจ้านายเอ่ยทำลายความเงียบของค่ำคืนที่ออกจะเงียบกว่าปกติ นรีเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย อยู่ในท่าทีสงบนิ่งรอฟัง ดารัณสืบเท้าก้าวใกล้หล่อน จนระยะห่างเหลือน้อยกว่าเมตร เธอยื่นมือเย็นเข้าหาหล่อน ใช้เพียงปลายนิ้ว เชยคางให้หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตากันก่อนเสนอข้อคิด“หากต้องการรู้จักกันด้วยวิธีของเรา คืน

  • ชตรีญา   กาหลง

    การถูกจู่โจมด้วยสถานการณ์ที่ นรีโดนจับได้ว่า ตกหลุมรักคุณเจ้านาย พาให้หล่อนหลงลืมแทบทุกสิ่งรอบกาย ลืมแม้กระทั่งความสงสัยมากมายซึ่งบังเกิดมาตลอดระยะเวลาที่อยู่ใต้ชายคาเรือนนี้ จิตใจวนเวียนอยู่แต่กับการเรียบเรียงคำพูด ว่าควรเจรจาอย่างไรกับคุณเจ้านายในโอกาสต่อไป หล่อนควรถามว่าอะไรบ้างเพื่อความชัดเจนในความสัมพันธ์ และเพื่อให้ทราบแนวทางในการอยู่ร่วมกันหลังจากนี้ หล่อนลืมสังเกตไปเลยด้วยซ้ำว่า ณ ขณะนี้ คุณเจ้านายของหล่อนลับกายหายไปจากห้องโดยไม่ได้ผ่านออกทางประตูไม้ลายโบตั๋น หล่อนไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่า เธอหายเงียบไปพักหนึ่งแล้วนรียืนนิ่งเอนตัวพิงขอบโต๊ะเขียนงานอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ทีเดียว กว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้า ตามด้วยเสียงบานพับประตูขยับไหว หล่อนหันมองตามทิศต้นเสียงทันที ครานี้ค่อนข้างชัดเจน ว่า เสียงเหล่านั้นดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง ตรงข้างหน้าต่างฝั่งหลังเรือน นรีเพ่งมองไปในทิศนั้นอย่างจดจ่อ ทว่ายังไม่กล้าสืบเท้าก้าวไปสำรวจสิ่งใด แต่การปรากฎตัวในสายตาหล่อนอีกหนของคุณเจ้านาย แน่นอนแล้วว่า เธอเดินมาจากมุมห้องฝั่งนั้นจริงๆ“ว่าไงคะ ตั้งสติได้ถึงไหนแล้ว” คุณเจ้านายเอ่ยถามเมื่อเดินกลับเข้ามาใกล

  • ชตรีญา   ทิวา (2)

    วันถัดมา นรีได้ติดตามคุณทิพย์ไปโรงพยาบาลเพื่อพบหมอธนา โดยมีกานต์สิรีขับรถมารับถึงหน้าเรือนตั้งแต่ก่อนแปดโมงเช้า หล่อนได้เข้าไปยืนรอคุณทิพย์ในห้องหมอธนา จึงรับรู้อาการโรคที่รุมเร้าคุณทิพย์อยู่ แม้หมอธนาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตรงๆ ไม่ได้แจกแจงความเป็นไปให้หล่อนฟัง แต่การซักถามระหว่างหมอกับคนไข้ก็ปรากฎเค้าลางข้อมูลหลายประการที่นรีพอจะคาดเดาได้ ว่าคุณทิพย์อาจเป็นทั้งเบาหวานและความดันสูง ตลอดจนโรคหัวใจบางประเภทและมีอาการทางจิตใจบางชนิด ขณะที่ภายนอกคุณทิพย์ดูปกติดี ในระดับที่ดูจะแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกันด้วยซ้ำเมื่อตรวจเสร็จหมอธนาเดินออกมาส่งทุกคนที่โถงทางเดิน พลางอธิบายเรื่องอาหารและการพักผ่อนที่เหมาะสมสำหรับคุณทิพย์ให้กานต์สิรีกับนรีรับทราบไว้ เพื่อให้ช่วยกันปรับพฤติกรรมของคุณทิพย์ให้รับกับอาการภายในร่างกายที่เริ่มเสื่อมถอยลง ก่อนจะขอตัวกลับไปตรวจคนไข้ ตอนนั้นเองที่กานต์สิรี หันมาบอกกับนรีว่า คุณทิพย์ต้องเข้ารับการบำบัดกับแพทย์อีกท่านเป็นการส่วนตัว ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายชั่วโมง ให้นรีกลับบ้านไปก่อน เพื่อจัดการเตรียมอาหารเที่ยงและมื้อค่ำให้กับคุณเจ้านายที่กำลังปั่นต้นฉบับอย่างแข็งขันแทบจะทั้งว

  • ชตรีญา   ทิวา (1)

    หลายวันผันผ่านเรื่อยไป ต่อจากเล่ม ‘ควันรักปักใจ’ หนังสือทุกเล่มที่คุณเจ้านายเลือกให้นรี ก็ดูเหมือนจะยิ่งความยาวสั้นลง ราวกับว่าเธอต้องการให้หล่อนกลับเข้าไปคืนหนังสือถึงโต๊ะในเร็ววันยิ่งขึ้น เพราะนรีมักจะอ่านทุกเล่มนั้น จบภายในสองวัน และได้อ่านงานประพันธ์ของคุณข้าหลวงนิรนามจนครบทุกปกอย่างรวดเร็วหนำซ้ำ จากกลางดึกคืนนั้นที่นรีได้สัมผัสผิวเนื้อคุณเจ้านาย การนวดคลึงกายเพื่อผ่อนคลายก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ประจำของหล่อน ซึ่งเธอมักร้องขอต่อหล่อนแทบทุกค่ำคืน บ้างก็ด้วยท่าทีเมื่อยขบ บ้างก็ด้วยสายตาเว้าวอน หลังการทุ่มเขียนบางสิ่งลงหน้ากระดาษอยางยาวนาน ไม่ก็หลังจากนั่งกดแป้นพิมพ์อักษรนับชั่วโมง การณ์จึงกลับกลายเป็นว่า แทบไม่มีคืนใดเลยที่นรีจะไม่ได้ก้าวผ่านบานประตูลายโบตั๋นคู่นั้นคืนนี้ก็เช่นกัน หล่อนก้าวล่วงเข้าอาณาเขตห้องส่วนตัวของคุณเจ้านายเมื่อตอนเที่ยงคืนเศษ และลงมือบีบนวดกดคลึงทั้งบ่าไหล่ของเธอมาได้เกือบสิบนาที หล่อนอดไม่ได้ที่จะไม่ทิ้งสายตาไปจับความตัวอักษรมากมายบนโต๊ะเขียนงานตรงหน้า หล่อนลอบมองมาหลายหน แต่ไม่มีครั้งไหนที่เธอจะพลาด เปิดเนื้อความบนแผ่นกระดาษให้เผยต่อสายตาหล่อน ดังตอนนี้

  • ชตรีญา   พุดจีบ (2)

    นรีปลีกตัวออกจากห้องคุณเจ้านายมาได้ราวๆ เที่ยงคืน หล่อนกลับออกมานั่งประจำที่หน้าห้องนั้น บนเก้าอี้ไม้สักตัวเดิม และเริ่มพลิกหน้าบทประพันธ์ รินคำเข้าสมาธิ‘ฤดูแล้วฤดูเล่าผ่านไป ความเงียบระหว่างพวกนางกลับอัดแน่นด้วยพันธะที่มิอาจเรียบเรียงเป็นถ้อยคำ ลมหายใจแผ่วเบาและนิ้วที่เผลอแตะปลายกันบนขวดน้ำอบแค่ชั่วครู่ ก็มากพอจะทำให้หัวใจเต้นเกินควบคุม’หล่อนลอบมองคุณเจ้านายสลับกับมองเนื้อความบนหน้ากระดาษหนังสือในมือจนถึงตีสองเศษๆ คุณเจ้านายก็หรี่แสงในห้อง เป็นสัญญาณว่าเธอกำลังจะเข้านอน นรีจึงปิดคั่นหนังสือด้วยเส้นริบบิ้นผ้า แล้วลุกไปปิดบานประตูลายโบตั๋นเช่นทุกคืน ก่อนจะกอดเล่มหนังสือ เดินฝ่าความมืดกลับไปที่ฝั่งตะวันออก และเมื่อกลับถึงห้องนอนของตน หล่อนก็ได้มองเล่มนิยาย ‘ควันรักปักใจ’ อย่างเหม่อลอย ด้วยจิตใจที่ยังวุ่นวนอยู่กับคำสองคำนั้นกำลังดังก้องในความคิดหล่อนจนตกภวังค์เหม่อ‘...เราชอบ…’‘งั้นเหรอ’สมาธิในการอ่านหนังสือของหล่อนถูกสั่นคลอนพอสมควรทีเดียว ทั้งที่คราวนี้เป็นเพียงนวนิยายความยาวร้อยกว่าหน้า ก็ดูเหมือนว่าหล่อนจะอ่านวนไปมา ดูท่าจะต้องใช้เวลานานกว่าปกติเพื่อที่จะอ่านให้จบ ‘ร้อยกว่าหน้

  • ชตรีญา   พุดจีบ (1)

    “แปลว่ารักได้ ไม่ติดเหรอคะ” คุณเจ้านายเอ่ยถาม แน่นอนว่าเธอได้รับเพียงแววตาเกือบจะงุนงงของนรีตอบกลับไป เธอจึงได้ขยายความถามนั้น“หมายถึง นรีเอง ก็รักผู้หญิงได้ ใช่มั้ยคะ”“...”นรีกระพริบตาปริบๆ ทั้งเงียบไปครู่หนึ่ง ทำเอาคนรอฟังคำ นิ่งเงียบตามกันไปด้วย แต่เธอยังคงวางสายตาจับไว้ที่หล่อน ไม่ละไปโดยง่า

  • ชตรีญา   พุดซ้อน (2)

    คืนนั้น คุณเจ้านายไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนงานเมื่อหล่อนไปถึงหน้าห้อง พอตัดสินใจไปชะเง้อมองที่ใกล้ๆ บานประตู สอดส่องสายตาจนทั่วก็ยังไม่เห็นว่าเธออยู่ตรงไหนในห้อง นรีถอยจากประตูลายโบตั๋นมาเกาะขอบหน้าต่างโถงทางเดินที่มักเปิดไว้เสมอเพียงบานเดียวเพื่อรับลมในทุกคืน หล่

  • ชตรีญา   พุดซ้อน (1)

    กลิ่นตะไคร้บุบ และใบมะกรูดฉีก ในน้ำซุป โชยฟุ้งทั่วครัวในช่วงเย็นของวันถัดมา ในหม้อต้มขนาดกลาง มีเนื้อวัวส่วนที่นรีพอหาได้จากตลาดเช้า ถูกเคี่ยวตุ๋นมาได้พักใหญ่แล้ว แม้แรกทีเดียว หล่อนเคยคิดว่าจะไม่ลองภูมิใดใดกับการทำเมนูโบราณที่ไม่คุ้นเคย ทว่าเหลียวมองไปถ้วนทั่วสวนผักหลังเรือน ก็พบว่า เครื่องผักสมุน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status