LOGIN“เจ้าหลานชั่ว เสียแรงที่ข้าเอ็นดูเจ้า!”
“เอ็นดูข้าจนต้องไปจับว่าที่พระชายาของข้ามาเป็นของตัวเองอย่างนั้นรึ?” “เจ้า!” หยวนอ๋องผงะถอยหลังด้วยความตกใจ นี่เขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร คนของเขาเป็นหนอนบ่อนไส้อย่างนั้นรึ ระยำ! เลี้ยงไม่เชื่อง! “เจ้าพูดเรื่องอะไร! ข้าไม่รู้เรื่อง! เจ้ามีหลักฐานหรือ? อย่ามาพูดจาใส่ร้ายกันลอย ๆ” “หลักฐานอย่างนั้นหรือเสด็จอา หลักฐานก็คือคุณหนูฟู่ที่จำได้อย่างแม่นยำว่าเป็นคนของท่านที่ไปจับนาง ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะฝักใฝ่ชอบสตรีคราวลูกจนถึงขั้นให้คนไปจับตัวมา หากนางไม่หนีออกไปได้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร” หยวนอ๋องใบซีดเผือด “หมิงเฟยฮุ่ยยกโทษให้อาเถอะนะ มันเป็นความคิดชั่ววูบเท่านั้นเอง อาผิดไปแล้วจะไม่ทำเรื่องโง่งมอีกต่อไปแล้ว” หยวนอ๋องรีบคุกเข่าลงเมื่อยอมจำนนต่อหลักฐาน อีกอย่างเขารู้นิสัยของหมิงอ๋องเป็นอย่างดีว่าโหดเหี้ยมเพียงใด หากมีหลักฐานเช่นนี้เขาก็คงไม่รอดแล้ว หมิงอ๋องหรี่ตามองเขาพร้อมแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว “สำนึกผิดตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว สตรีของข้าเพียงแค่คิดก็ผิดแล้ว นี่ถึงขนาดไปจับตัวมา ท่านคิดว่าข้าควรจะปล่อยให้ท่านมีชีวิตอยู่หรืออย่างไร?” เขายกปลายกระบี่ไปตรงหน้าของเขา หยวนอ๋องไม่คาดคิดว่าหลานชายของเขาคนนี้จะน่ากลัวขนาดนี้ สีหน้าเรียบนิ่งเย็นชาแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต ร่างกายของเขาเย็นเยียบและสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “หวังซู หวังเหล่ย จับสตรีผู้นั้นมาตรงนี้ ให้นางเห็นกับตาตัวเองว่าคนที่ร้ายกับคุณหนูฟู่ จะมีชะตากรรมเช่นไร” หวังซูจับลี่เหม่ยใส่เสื้อคลุมแล้วลากมาคุกเข่าต่อหน้าหมิงอ๋อง “ท่านอ๋องหม่อมฉันไม่รู้เรื่อง ได้โปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ”ลี่เหม่ยหวาดกลัวจนพูดลนลาน กระบี่คมเงาวับถูกยกมาวางพาดตรงลำคอของลี่เหม่ย ความเย็นของกระบี่กระทบเข้ากับผิวของลี่เหม่ยจนนางสะดุ้ง “กรี้ดดด ท่านอ๋องหม่อมฉันไม่รู้เรื่อง โปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ ฮือ ๆ” หมิงอ๋องกดแรงลงบนปลายกระบี่ที่คมกริบ กระบี่จึงบาดลึกไปที่ลำคอของนางทันที เลือดสด ๆ ไหลออกมาราวสายน้ำ “กรี๊ดดด ท่านอ๋องเป็นเขาวางแผนให้คนไปจับคุณหนูฟู่ หม่อมฉันอยากเอาใจเขา เลยติดต่อน้องสาวที่เป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูฟู่ให้ช่วยเหลือเพคะ” “ฉึบ!” คมกระบี่ฟันลงบนลำคอของลี่เหม่ยทันที ร่างของนางล้มลงสิ้นใจตายทันที เลือดสด ๆ สาดกระเซ็นไหลนองเต็มพื้น “หมิงเฟยฮุ่ยเจ้ามันอำมหิตเกินไปแล้ว!” หยวนอ๋องหันตะโกนออกมาอย่างเหลืออด ฉึบ!! อ๊ากกก! ฉึบ! อ๊ากกก! หมิงอ๋องสะบัดปลายกระบี่ไปที่ร่างของหยวนอ๋องครั้งแล้วครั้งเล่า จนเขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายทันที กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หมิงอ๋องเดินออกมาด้านนอกที่ยามนี้ คนของหยวนอ๋องคุกเข่ายอมจำนนและไม่ขอต่อสู้ “ไปเก็บศพนายของพวกเจ้าแล้วทำพิธีศพตามประเพณี” “พ่ะย่ะค่ะ” จวนตระกูลจิน อันฉีมองร่างของหมิงอ๋องที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดก็รีบบอกบ่าวในจวนให้รีบเตรียมน้ำอาบทันที กลิ่นคาวเลือดทำให้นางแทบอาเจียน นางรีบจับแขนของเขาตรงไปที่ห้องอาบน้ำ จากนั้นก็ช่วยเอาถอดอาภรณ์ที่เปื้อนเลือดโยนใส่ถัง นางคิดว่าคงต้องเผามันทิ้งไปเลย เขาก้าวลงอ่างอย่างไร้ซึ่งความเขินอายเพราะหลายวันมานี้ เขาคลุกคลีอยู่กับนางตลอดเวลาแทบตัวติดกันเลยก็ว่าได้ นางเองก็คุ้นชินกับเขาบ้างแล้วเพราะยามอาบน้ำก็มักอาบด้วยกัน พอมาเห็นเขายืนเปลือยต่อแม้จะเขินอยู่บ้างแต่ก็พยายามข่มใจ นางหยิบสบู่มาถูตัวให้เขาอย่างใส่ใจ เขาก็เอาแต่มองในหน้าของนางอย่างไม่ละสายตา ยิ่งมองก็ยิ่งงดงามและยิ่งรักยิ่งหลงใหล ไม่แปลกใจที่ทั้งหยวนอ๋องและรัชทายาทตกหลุมรักนางอย่างหัวปักหัวปำซึ่งเขาเองก็เช่นกัน เขาใช้มือโน้มต้นคอของนางให้มารับจูบของเขาเพราะอดใจไม่ไหวกับความงดงามน่ารักของนาง “งื้อออ ท่านอ๋องหม่อมฉันไม่อยากเปียกน้ำ อีกอย่างหม่อมฉันอาบน้ำแล้ว” “หึ...อาบอีกรอบจะเป็นไรไป มาอาบด้วยกันเถอะ” เอ่ยจบเขาก็ยกร่างของนางลงมาในอ่างน้ำทันที “โอ๊ย! ท่านอ๋อง” ตูม! น้ำในอ่างสาดกระเซ็นออกมาจากอ่างจนไหลพื้นเต็ม เขาดึงชุดคลุมของนางออกไปจนเหลือเพียงชุดนอนสีขาว ที่ยามนี้เปียกน้ำแนบไปกับร่างของนาง เขาจับนางนั่งหันหน้าเข้าหาเขา ก่อนจะใช้มือดันก้นงามงอนให้ขยับมาแนบชิดกับตัวของเขา จากนั้นก็ยกมือมาไล้แก้มเนียนอย่างแผ่วเบา แล้วมองนางด้วยสายตาพราวระยับ “ข้าขอรางวัลที่นี่ได้หรือไม่?” “มาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องได้แล้วมั้ยเพคะ” นางตอบด้วยความหมั่นไส้พ่อคนหื่นไม่เลือกสถานที่ เขาได้ยินก็ยกมือมาบีบแก้มของนางอย่างเอ็นดู ก่อนจะลดมือมาบีบเคล้นปทุมถันที่ชูชันอย่างงดงามตรงหน้า อันฉีกัดริมฝีปากของนางทันทีเพราะความรู้สึกซ่านเสียว นางจึงเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ กับท่อนกายของเขา จนเขาต้องครางออกมาเบา ๆ เขาระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะโน้มลำคอของนางลงมาให้มารับจูบของเขา ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดดูดดึงลิ้นเล็กของนางอยากหื่นกระหาย นางเองก็จูบกลับอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน เขาปลดชุดของนางออกไปจนหมด ยามนี้ร่างของอันฉีเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดห่อหุ่ม เขารีบก้มลงมาดูดดึงยอดดอกบัวคู่งามอย่างหลงใหล อันฉียกมือขึ้นมาจับศีรษะของเขาแล้วกดให้แนบชิดมากยิ่งขึ้น “งามเหลือเกินยอดรักของข้า” อันฉีปล่อยกายปล่อยใจให้ไปกับแรงพิศวาสที่ถาโถมเข้ามา เขาจับขาของนางมาเกี่ยวเอวเขาเอาไว้ จากนั้นก็ใช้สองมือช้อนสะโพกของนาง จากนั้นก็ค่อย ๆ ดันมังกรที่พร้อมรบเข้าไปยังทุ่งดอกไม้งาม อันฉีสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาดันมาจนสุดลำ นางรีบก้มลงจูบเขาอย่างดูดดื่มเพื่อระงับความเสียวซ่าน เพราะเขาเริ่มขยับเข้าออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร็วและแรงขึ้นเรื่อย ๆ “ท่านอ๋อง แรงเกินไปแล้วเพคะ” “แล้วชอบหรือไม่เล่าตอบข้าให้ชื่นใจหน่อย” อันฉีพยักหน้าตอบอย่างเขินอาย เขายกยิ้มก่อนจะลุกออกจากอ่างน้ำ อันฉีจึงรีบกอดคอเขาเอาไว้แน่น ก่อนเขาจะกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง จนอันฉีต้องกรีดร้องออกมาอย่างสุขสม เมื่อเขาเห็นเช่นนั้นก็รีบวางนางลงบนเตียงแล้วจัดการกระแทกไม่ยั้ง “เด็กดีข้ารักเจ้าเหลือเกิน อ่าาา…” เขาคำรามออกมาเมื่อไปถึงจุดหมายอย่างสุขสม เขาคงกดแช่มังกรเอาไว้อย่างนั้น ก่อนจะบดคลึงอย่างนุ่มนวล “อื้อออ ท่านอ๋อง”อันฉีส่ายศีรษะไปมาบนหมอน เพราะความรู้สึกเสียวซ่านและรัญจวนกลับมาอีกครั้ง “หืมว่าอย่างไร?” เขายกมือมาเกลี่ยผมที่มาปิดบังใบหน้าของนางอย่างอ่อนโยน “หม่อมฉันไม่ไหวแล้ว” บทรักที่แสนเร่าร้อนจบลงเมื่อฟ้าใกล้สาง อันฉีนอนหมดแรงปล่อยให้เขาอุ้มไปล้างเนื้อล้างตัวแล้วกลับมานอนบนเตียงอีกครั้ง นางเหนื่อยล้าตาปรือใกล้หลับเต็มที เขาดึงนางไปสวมกอดแล้วให้นอนหนุนอยู่บนแขนของเขา “ลี่จูบ่าวรับใช้ของเจ้าช่วยเหลือหยวนอ๋องในการลักพาตัวเจ้า” อันฉีฟังเขาบอกจบก็หลับไปทันทีเพราะฝืนต่อไปไม่ไหวนางง่วงเต็มที แต่ภายในใจตั้งมั่นเอาไว้ว่าต่อไปจะไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ อีก และนางจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น นางคงขอองครักษ์ของท่านตาไปอยู่ด้วย เรื่องราวในนิยายเปลี่ยนไปแล้ว นางไม่รู้ว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นนางต้องเตรียมรับมือเอาไว้ให้ดีอันฉีมองบรรดาคุณหนูทั้งหลาย ที่ต่างพากันมาหานาง เพื่อมอบขนมเป็นของฝากและเป็นการแนะนำตัวเองว่าพวกนางเป็นใคร สาเหตุคือหมายตาพ่อหม้ายรูปงามนามว่าฟู่อันเฉิง เสนาบดีกรมยุติธรรมบิดาของพระราชายาหมิงอ๋อง อันฉีมองขนมมากมายวางเรียงอยู่บนโต๊ะอย่างขบขัน ถึงคราวท่านพ่อถูกสตรีรุมรักดูบ้างแล้ว จะว่าไปแล้วเขาก็รูปงามและหล่อเหล่ามาก ไม่แปลกใจที่ร่างนี้จะงดงามมากถึงเพียงนี้ เพราะได้ถอดแบบมาจากมารดาและบิดารวมกัน แต่ว่าคุณหนูเหล่านี้เล่นข้ามรุ่นเกินไปหรือไม่ ดู ๆ ไปแล้วพวกนางน่าจะ 16-17ปี สตรีวัยเยาว์ชอบของเก่าเอ้ย! ชอบคนมีอายุกันหรือนี่ แต่ว่านั้นก็มีส่วนแต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกนาง หันมาสนใจบิดาของนาง ก็คงเป็นเพราะว่าเงินและทรัพย์สมบัติ อันฉีจะไม่ใช้คำนี้เลยหากว่า พวกนางไม่ได้มาจากตระกูลที่เป็นลูกหนี้ของนาง แผนส่งบุตรสาวมาตีสนิทและยั่วยวนเสนาบดีฟู่ หากว่าเขาพึงใจผู้ใดผู้หนึ่งขึ้นมา ตระกูลนั้นก็จะโชคดีไปด้วย“โอ้โห! ขนมมากมายขนาดนี้ อันฉีน้อยเจ้าจะเปิดร้านขายขนมหรือ” องค์หญิงหมิงเยว่ก้าวเข้าพร้อมแม่ทัพจ้าวซีฮั่นและหมิงอ๋อง นางมองเห็นกล่องขนมถูกวางเรียงเอาไว้มากมายจึงเอ่ยเย้าขึ้นมาทันที ที่จริงองค์หญิงพอ
สองวันต่อมาอันฉีก็นัดทุกคนมาพบอีกครั้ง ในห้องโถงใหญ่โดยมีอันฉีและหมิงอ๋องนั่งเป็นประธาน ถัดรองลงมาก็เป็นเสนาบดีกรมยุติธรรมฟู่อันเฉิง อันฉีให้พ่อบ้านและบ่าวในจวนยกเก้าอี้มาให้ทุกคนได้นั่ง จากนั้นก็ยกน้ำชาและของว่างมาให้ทุกคน ในวันนี้ทุกคนมีท่าทีประหม่าและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่รู้ว่าพระชายาจะตัดสินความผิดอย่างไร แต่แล้วองครักษ์หญิงเจียวจูและเลี่ยงหลิง ก็พาสตรีผู้หนึ่งเข้ามาในห้องโถง จากนั้นก็ผลักให้นางนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ทุกคนมองสตรีผู้นั้นอย่างไม่เข้าใจว่า พระชายาจะพานางเข้ามาในนี้ทำไม นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือ “วันก่อนท่านอ๋องจับเสนาบดีเสิ่นและเสิ่นฮูหยินกลับมา เสนาบดีเสิ่นถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนเสิ่นฮูหยินที่ข้าไม่เอาเรื่องให้ติดคุกก็เพราะว่า ข้าต้องการให้นางหาเงินมาคืนข้า สามีภรรยากัน…สามีทำผิดภรรยาย่อมต้องรับผิดชอบร่วมกัน เสนาบดีเสิ่นจ้างนักฆ่าให้ไปสังหารข้าและบิดา ที่จริงควรตัดสินโทษประหารชีวิต แต่ข้าว่าแบบนั้นมันตายง่ายเกินไป เลยเปลี่ยนเป็นให้ติดคุกตลอดชีวิตแทน”อันฉีเอ่ยอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ทุกคนนั่งฟังด้วยร่างกายที่เริ่มสั่นขึ้นมาทีละนิด เหงื่อ
“การเปลี่ยนตัวรัชทายาทเสด็จพ่ออย่าทรงได้กังวลว่าจะไม่มีใครสนับสนุนองค์ชายสาม ยามนี้ขุนนางเหล่านั้นอยู่ในเงื้อมมือของพระชายา พวกเขามีความผิดนางยังไม่ได้ตัดสินโทษ พวกเขาจะไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ฟังก็ระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ ให้มันได้อย่างนี้สิลูกสะใภ้ของข้าทางด้านองค์รัชทายาทหมิงเฟยหลง จู่ ๆ ก็ถูกองครักษ์วังหลวงมาล้อมตำหนักนับสิบคน จากนั้นท่านราชเลขาประจำราชสำนักก็ออกมาอ่านราชโองการต่อหน้าทุกคน“ประกาศราชโองการ องค์รัชทายาทหมิงเฟยหลงกระทำความผิดอันใหญ่หลวง ด้วยการสั่งนักฆ่าให้ไปสังหารขบวนเดินทางของหมิงอ๋อง พระชายาหมิงอ๋องและเสนาบดีฟู่กรมยุติธรรม ตลอดระยะเวลาในการเดินทางหลายครั้ง ความผิดในครั้งนี้ไม่อาจให้อภัยได้ จึงขอปลดจากตำแหน่งรัชทายาท เหลือเพียงยศองค์ชายใหญ่หมิงเฟยหลง และจะถูกกักบริเวณจนกว่าจะมีบทลงโทษลงมาอีกครั้ง จบราชโองการ”ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางใจ หมิงเฟยหลงตกตะลึงตัวแข็งทื่อ เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! แข้งขาของเขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ พวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร จบแล้วทุกอย่างมันจบแล้วไท่จื่อเฟยตกตะลึงไม่ต่างกัน ร่างกายของนางเย
เช้าวันต่อมาบ่าวในจวนตระกูลเสิ่นต่างตกใจและไม่เข้าใจว่า เหตุใดนายของจวนถึงหายไปกันหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสนาบดีเสิ่น เสิ่นฮูหยิน คุณหนูเสิ่นเยว่ซิน ทำเอาบ่าวในจวนไม่รู้จะทำอย่างไรกันต่อดี คงต้องรอดูสักวันสองวันหากว่าพวกเขาหายไปจริง ๆ คงต้องไปแจ้งกับทางการ บ่าวในจวนต่างพูดคุยกันถึงการหายตัวไปของพวกเขาอย่างแปลกใจและสงสัย ทำให้บรรดาตระกูลต่าง ๆ ที่ยามนี้ต่างคอยจับผิดกันและกันอยู่ต่างหูผึ่ง เสนาบดีเสิ่นหายตัวไปพร้อมเสิ่นฮูหยินและคุณหนูเสิ่นเยว่ซินก็หายไปด้วย ทำให้ตระกูลต่าง ๆ ต้องรีบนัดเจอกันเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วน“ข้าคิดว่าเขาอาจจะพาครอบครัวหนีไปแล้ว” เสนาบดีจางเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราห์ เพราะหลังจากไปพบพระชายามา เขาก็หายตัวไปทั้งครอบครัว และเขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากหลบหนีความผิด“เป็นเขาจริง ๆ หรือนี่ไม่น่าเชื่อเลย ข้าว่าพวกเราต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับพระชายา เพราะหากเป็นเขาจริง ๆ พวกเราจะได้รอดพ้นโทษประหารชีวิต” เสนาบดีถังเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ข้าเห็นด้วยกับเสนาบดีถัง ลำพังจ้างลี่จูเผาบัญชีกู้เงินโทษคงไม่ถึงกับประหารชีวิต” เสนาบดีกู้เอ่ยขึ้น เขานอนไม่หลับทั
“พวกท่านพร้อมใจกันมาหาข้า มีธุระอันใดสำคัญหรือเจ้าคะ?” อันฉีหยิบสมุดบัญชีกลับมาเปิดดูอีกครั้ง อย่างไม่ใส่ใจท่าทีกระวนกระวายของพวกเขา หมิงอ๋องรินชาให้พ่อตาอย่างเสนาบดีฟู่ โดยแสร้งไม่ใส่ใจท่าทีของพวกเขาเลยสักนิด“หากว่าพวกท่านไม่พูดข้าจะพูดเองดีหรือไม่เจ้าคะ?”พวกเขาหันไปมองหน้ากัน ไม่รู้ว่านางรู้เรื่องมากน้อยเพียงใด หากสารภาพผิดตอนนี้จะเป็นการดีหรือไม่นะ หากนางยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ไม่ควรเปิดปาก อันฉีหรี่ตามองพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น“บ่าวทรยศของข้า…ลี่จู…นางเพิ่งจะเข้ามาสารภาพผิดก่อนพวกท่านจะมา”“อะไรนะ!!” ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจ แข้งขาของพวกเขาอ่อนยวบอย่างไร้เรี่ยวแรง ตระกูลเสิ่น ตระกูลเซี๊ยะ ตระกูลจาง ตระกูลถัง ตระกูลโจว ตระกูลเจา ตระกูลกู้ และอีกหลายตระกูลต่างพร้อมใจกันคุกเข่าลงทันที “พระชายากระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาหม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”“เป็นเพราะนางไปเสนอบอกว่าจะช่วยเผาบัญชีแลกกับเงินหนึ่งพันตำลึง เป็นเพราะความคิดชั่ววูบหลงผิดไปชั่วขณะ พระชายาโปรดให้อภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยินดีชดใช้เงินที่กู้ยืมไปทั้งหมด” เสนาบดีจางรีบเอ่ยเป็นคนแรก อันฉีได้ยินก็ยิ้มออกออกมาอย่างเยา
หลังจากวันนั้นการเดินทางก็ดูเหมือนจะราบรื่นปลอดภัยไร้อุปสรรคใด ๆ จนขบวนเดินทางมาถึงประตูเมืองหลวง โดยมีองค์ชายสามหมิงเฟยหยางออกมาต้อนรับพร้อมตระกูลจ้าวและทหารอีกมากมาย“ยินดีต้อนรับกลับเมืองหลวงอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ พระชายา” องค์ชายสามก้มศีรษะให้กับขบวนเดินทางที่วิ่งเข้ามาแล้วหยุดลง “ขอบใจเจ้าสาม ข้าจะแวะพักที่จวนตระกูลฟู่พรุ่งนี้ถึงจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ”“ข้าจะไปทูลเสด็จพ่อตามนี้” องค์ชายพยักหน้ารับรู้“อืม” องค์ชายสามรีบกระตุกม้าหันกลับวังหลวง ส่วนขบวนเดินทางก็ตรงไปยังจวนตระกูลฟู่ทันที “องค์หญิงจะตรงไปยังจวนตระกูลจ้าวหรือว่าจะค้างที่จวนหม่อมฉันเพคะ?” องค์หญิงหมิงเยว่ครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ ตอนนี้นางแต่งงานแล้วก็ควรต้องไปอยู่ที่จวนของตระกูลจ้าว“ข้าคงต้องไปพักที่จวนตระกูลจ้าว แต่ว่าข้าจะแวะมาหาเจ้าบ่อย ๆ หรือไม่ก็เจ้าแวะไปที่นั่นได้ตลอดเวลา” อันฉีพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยบอกคนขับรถม้าให้ไปส่งองค์หญิงที่จวนตระกูลจ้าว จากนั้นก็คอยไปจวนตระกูลฟู่ของนาง แต่เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวน รถม้าก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อคนขับรถม้ารีบตะโกนบอกอันฉีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“พระชายามีสตรีเป็นลมอยู่ตรงด้านหน้







