Home / รักโบราณ / ชะตารักคุณหนูตัวร้าย / ตอนที่31 เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร!”

Share

ตอนที่31 เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร!”

last update publish date: 2026-10-29 18:00:57

หลังจากผ่านงานศพของหยวนอ๋องไปแล้ว จินเฟยหลางและเสนาบดีก็เริ่มจัดงานแต่งของอันฉีและหมิงอ๋อง องค์หญิงและแม่ทัพจ้าว อันฉีต้องจัดงานเพียงเรียบง่ายเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องเตรียมงานใหญ่โตอะไร นางต้องการเพียงกราบไว้ฟ้าดินและทำทุกอย่างให้มันถูกต้องตามประเพณีเท่านั้น

งานแต่งจึงผ่านไปอย่างเรียบง่าย โดยมีเสนาบดีฟู่ และชายชราจินเฟยหลางเป็นพยานรัก จากนั้นก็เป็นงานเลี้ยงภายในครอบครัวโดยที่ไม่ได้เชิญใครมา ทุกอย่างเกิดขึ้นและผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นความต้องการของอันฉีและองค์หญิงด้วยเช่นกัน อีกอย่างต้องรีบเตรียมตัวเดินกลับเมืองหลวง เพราะว่าจะเดินทางถึงคงใช้เวลาอยู่หลายวัน

อันฉีคิดว่าจะก่อนจะกลับเมืองหลวง นางควรจัดการธุระทางนี้ให้เรียบร้อย อันฉีได้ถามท่านตาว่ามีร้านให้เช่าเล็ก ๆ หรือว่าร้านที่ปล่อยขายหรือไม่ เพราะนางต้องการจะให้ฮุ่ยอันและฮุ่ยหมิ่นสองพี่น้องช่วยกันทำกิจการ

ที่จริงอันฉีจะไม่จำเป็นต้องช่วยก็ได้ เพราะนางได้ให้เงินพวกเขาไปแล้วคนละหนึ่งร้อยตำลึง แต่เพราะอันฉีสงสารโชคชะตาของนาง จึงอยากจะช่วยให้ความเป็นอยู่ของฮุ่ยอันดีขึ้น

ชายชราจินเฟยหลางบอกว่ามีร้านค้าเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่หลุดจำนำ แต่ว่าทำเลอยู่ไกลจากตลาดและห่างไกลคนเดิน หากว่าจะทำการค้าขายอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จนัก แต่ว่าอันฉีคิดว่าหากเรามีสินค้าที่ดีอาหารที่อร่อย จะอยู่ตรงส่วนไหนลูกค้าย่อมตามไปกินอย่างแน่นอน แต่แรก ๆ อาจต้องโฆษณามากหน่อยเพื่อให้เป็นที่รู้จัก

อันฉียังคงมีสี่องครักษ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ลี่ฉุน หวงลู่ เจียวจูและเลี่ยงหลิง ชายชราจินเฟยหลางยกให้เป็นคนของอันฉี ซึ่งนางก็ยินดีรับเอาไว้เพราะนางไม่รู้ว่า จะมีใครอื่นที่คิดร้ายกับนางอีกหรือไม่ นางคิดว่าป้องกันเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

เมื่ออันฉีเดินมาถึงท้ายตลาดที่เป็นร้านหลุดจำนำที่ท่านตาบอก นางจึงรีบเข้าไปเดินสำรวจยังด้านใน ซึ่งเป็นร้านที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปนัก นางคิดว่าเหมาะที่จะทำร้านเป็ดย่าง

ฮุ่ยอันและฮุ่ยหมิ่นมองด้วยความเกรงใจ ไม่คาดคิดว่าสตรีที่รู้จักกันได้ไม่นานจะมีน้ำใจมากเช่นนี้

“คุณหนูฟู่ข้าเกรงใจท่านมากเลยเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องเกรงใจข้าเต็มใจช่วย ข้าจะถามท่านตาว่าราคาร้านนี้เท่าไหร่ พี่ฮุ่ยอันก็ผ่อนจ่ายกับท่านตาของข้าได้เลยเจ้าค่ะ ส่วนอาหารที่ข้าจะสอนและให้พี่ฮุ่ยอันทำขาย คือเป็ดย่างเป็นสูตรเดียวกันกับที่ข้าขายอยู่ที่เมืองหลวง”

พอพวกเขาได้ยินก็ตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึง ความตื้นตันใจเอ่อล้นเป็นน้ำตา เหตุใดนางถึงมีน้ำใจมากเช่นนี้ พวกเขารีบคุกเข่าลงทันทีด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณคุณหนูฟู่เจ้าค่ะ”

“ลุกขึ้นเถอะ สิ่งที่ข้าอยากเห็นไม่ใช่คำขอบคุณแต่เป็นความตั้งใจจริงที่จะทำให้มันสำเร็จ โอกาสไม่ได้มีมาง่าย ๆ เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจขยันและอดทน”

“พวกข้าจะจำให้ขึ้นใจและจะทำให้ได้เจ้าค่ะ”

อันฉียิ้มให้พวกเขาอย่างอบอุ่น จากนั้นก็บอกพวกเขาให้ไปติดต่อช่างมาทำเตาอบเอาไว้ย่างเป็ด อันฉียื่นแผ่นกระดาษที่เป็นรูปเตาอบโบราณให้พวกเขานำไปให้ช่างก่อสร้างดู นางบอกให้ทำเตาอบไว้หลังร้าน พอย่างสุกดีก็ให้นำมาห้อยขายยังหน้าร้าน

อันฉีบอกว่าในระหว่างรอร้านเสร็จ ก็ให้พวกเขาไปเรียนรู้การทำเป็ดที่จวนตระกูลจินกับนาง ในระหว่างยังไม่เปิดขาย ก็ให้เขียนใบโฆษณาแล้วไปติดตามสถานที่ต่าง ๆ ให้คนรู้ว่า จะมีเป็ดย่างขายที่อร่อยที่สุดในใต้หล้า พวกเขาได้ฟังก็รู้สึกฮึกเหิมมีกำลังใจขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมจะลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อ

จากนั้นอันฉีก็อยากแวะไปดูร้านบะหมี่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะหลังจากนางแนะนำไปวันนั้น ไม่รู้ว่าเขาได้นำมาปรับปรุงหรือไม่ แต่พอเดินมาถึง ก็ดูเหมือนจะมีคนยืนถกเถียงกันอยู่ด้วยความไม่พอใจ ในร้านบะหมี่ที่ไม่ได้ใหญ่มากนักยามนี้มีคนนั่งอยู่ทุกโต๊ะ และยังมีลูกค้าหลายคนยืนรอโต๊ะว่างอยู่หลายคน

“เถ้าแก่ข้าหิวจะแย่แล้ว คนพวกนั้นเมื่อไหร่จะกินอิ่มเสียทีข้ารอนานแล้วนะ” ชายผู้นั้นที่ดูหัวร้อนเพราะโมโหหิวยืนโวยวายอยู่หน้าร้านด้วยท่าทีเอาเรื่อง ชายเจ้าของร้านบะหมี่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ยามไม่มีลูกค้าก็เงียบเหงาจนได้นั่งตบยุง พอมีลูกค้ามากมายเช่นนี้ ก็รับมือกับอารมณ์ของลูกค้าไม่ไหว

ไม่นานก็มีสตรีกลุ่มหนึ่งท่าทางเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ เมื่อมาถึงพวกนางก็ให้บ่าวรับใช้ไปแจ้งเฒ่าแกร้านบะหมี่ว่า พวกนางเป็นใครและต้องการจะมานั่งกินบะหมี่ ให้เขาหาโต๊ะให้นั่งทันทีเพราะไม่อยากยืนรอ

อันฉียกแขนขึ้นมากอดอกพร้อมเบ้ปากกับลูกค้าประเภทยอดแย่ “พี่ฮุ่ยอัน พี่ฮุ่ยหมิ่น ปัญหาพวกนี้พวกท่านจะต้องพบเจออย่างแน่นอน” นางหันมาบอกพวกเขาสองพี่น้อง

“แล้วจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?” ฮุ่ยอันมีสีหน้าหวาดหวั่นขึ้นมาทันที

“ทำโต๊ะให้ลูกค้านั่งกินในร้านและซื้อกลับไปกินที่บ้าน หากคนเห็นว่าโต๊ะนั่งเต็มรอไม่ไหวจะซื้อกลับไปกินที่บ้านเองเจ้าค่ะ” อันฉีหันไปบอกฮุ่ยอัน แต่ก็ยังมองกลุ่มคนที่หน้าร้านบะหมี่ตาไม่กะพริบ

“เถ้าแก่ไปบอกพวกเขาให้รีบกินรีบอิ่มคุณหนูของพวกข้าจะนั่ง” บ่าวของคุณหนูท่านหนึ่งรีบไปบอกเจ้าของร้านบะหมี่ด้วยท่าทีใหญ่โตและวางอำนาจ

“ข้าคงจะทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกขอรับ จะไปเร่งให้พวกเขากินได้อย่างไร พวกเขาก็จ่ายเงินเหมือนกัน” เจ้าของร้านบะหมี่เอ่ยตอบอย่างนอบน้อม

“จ่ายเงินเหมือนกันแต่ฐานะไม่เหมือนกัน คุณหนูของข้าเป็นหลานสาวของท่านนายอำเภอเชียวนะ” สาวใช้ผู้นั้นโอ้อวดบารมีของเจ้านายทันที เถ้าแก่ร้านบะหมี่มีท่าทีลำบากใจขึ้นมาทันที เอาอย่างไรดีเขาไม่อยากมีเรื่องกับคนใหญ่คนโตหรอกนะ

อันฉียืนมองด้วยความเห็นใจกับคนทำมาค้าขายอย่างสุจริต แต่กลับต้องมาพบเจอลูกค้าประเภทนี้ แต่ว่าวันนี้พวกนางจะต้องโชคร้ายแล้วล่ะ เพราะนางมายืนอยู่ตรงนี้พอดี คิดได้เช่นนั้นอันฉีก็เดินเข้าไปทันที

“เฒ่าแกมีปัญหาอะไรหรือเจ้าคะ?

เขาหันมาเห็นอันฉีก็ตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ สวรรค์นางมาได้ทันเวลาพอดี “คือว่าโต๊ะเต็มขอรับพวกเขารอไม่ไหว อยากเร่งให้ลูกค้าท่านอื่นกินเร็ว ๆ ขอรับ และกลุ่มคุณหนูเหล่านี้อ้างว่าเป็นหลานสาวของท่านนายอำเภอขอรับ”เจ้าของร้านบะหมี่ได้โอกาสก็ร่ายยาวฟ้องทันที เพราะเขารู้ดีว่านางเป็นใคร หลานสาวนายอำเภอหรือจะสู้พระชายาของท่านอ๋อง

“ให้ต่อแถวใครมาก่อนได้นั่งก่อนตามลำดับ” ชายเจ้าของร้านบะหมี่ได้ยินก็รีบทำตามทันที

“รบกวนต่อแถวด้วยขอรับ ใครมาก่อนมาหลังยืนตามลำดับ หากทนรอไม่ไหวก็กลับไปได้เลยขอรับ” กลุ่มคุณหนูแม้จะได้ยินแต่ก็ไม่ยอมมาต่อแถว ยังคงยืนเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง

“พวกท่านไม่ต่อแถวก็ไม่ได้เข้าไปนั่งนะขอรับ” ชายเจ้าร้านบะหมี่เอ่ยบอกพวกนางอีกครั้ง ตุ๊บ! ถุงเงินถูกโยนออกไปตรงหน้าของเขาทันที

ถังเหม่ยฮวามองชายตรงหน้าอย่างดูแคลน “เงินในถุงมากกว่าที่เจ้าขายบะหมี่ได้ทั้งเดือน ข้ายกให้เจ้าทั้งหมด ว่าอย่างไรจะให้ข้านั่งได้แล้วหรือยัง?” นางมองเขาอย่างเย้ยหยัน อันฉีเห็นแล้วก็ทนไม่ไหวต้องขอลุยเองเสียเลย

“เจ้าเป็นหลานสาวของนายอำเภอจริงรึ เหตุใดกิริยามารยาทถึงสถุนไร้การอบรมเช่นนี้กันเล่า ข้าก็นึกว่าเป็นบุตรสาวแม่ค้าขายปลาเสียอีก” ถังเหม่ยฮวารีบหันขวับมามองอันฉีอย่างไม่พอใจ

“เจ้าเป็นใคร! บังอาจมาตำหนิมารยาทของข้า! เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร!”

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?” อันฉีถามกลับออกไปทันที ยามนี้คนที่ผ่านไปผ่านมาต่างหยุดยืนดูอย่างให้ความสนใจ นั้นมันหลานสาวของท่านนายอำเภอ แล้วสตรีผู้นั้นเป็นใคร? บังอาจมาต่อปากต่อคำกับหลานสาวท่านนายอำเภอ นางไม่กลัวเดือดร้อนหรืออย่างไร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่42 ตอนจบ

    อันฉีมองบรรดาคุณหนูทั้งหลาย ที่ต่างพากันมาหานาง เพื่อมอบขนมเป็นของฝากและเป็นการแนะนำตัวเองว่าพวกนางเป็นใคร สาเหตุคือหมายตาพ่อหม้ายรูปงามนามว่าฟู่อันเฉิง เสนาบดีกรมยุติธรรมบิดาของพระราชายาหมิงอ๋อง อันฉีมองขนมมากมายวางเรียงอยู่บนโต๊ะอย่างขบขัน ถึงคราวท่านพ่อถูกสตรีรุมรักดูบ้างแล้ว จะว่าไปแล้วเขาก็รูปงามและหล่อเหล่ามาก ไม่แปลกใจที่ร่างนี้จะงดงามมากถึงเพียงนี้ เพราะได้ถอดแบบมาจากมารดาและบิดารวมกัน แต่ว่าคุณหนูเหล่านี้เล่นข้ามรุ่นเกินไปหรือไม่ ดู ๆ ไปแล้วพวกนางน่าจะ 16-17ปี สตรีวัยเยาว์ชอบของเก่าเอ้ย! ชอบคนมีอายุกันหรือนี่ แต่ว่านั้นก็มีส่วนแต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกนาง หันมาสนใจบิดาของนาง ก็คงเป็นเพราะว่าเงินและทรัพย์สมบัติ อันฉีจะไม่ใช้คำนี้เลยหากว่า พวกนางไม่ได้มาจากตระกูลที่เป็นลูกหนี้ของนาง แผนส่งบุตรสาวมาตีสนิทและยั่วยวนเสนาบดีฟู่ หากว่าเขาพึงใจผู้ใดผู้หนึ่งขึ้นมา ตระกูลนั้นก็จะโชคดีไปด้วย“โอ้โห! ขนมมากมายขนาดนี้ อันฉีน้อยเจ้าจะเปิดร้านขายขนมหรือ” องค์หญิงหมิงเยว่ก้าวเข้าพร้อมแม่ทัพจ้าวซีฮั่นและหมิงอ๋อง นางมองเห็นกล่องขนมถูกวางเรียงเอาไว้มากมายจึงเอ่ยเย้าขึ้นมาทันที ที่จริงองค์หญิงพอ

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่41 ชะตากรรมของลี่จู

    สองวันต่อมาอันฉีก็นัดทุกคนมาพบอีกครั้ง ในห้องโถงใหญ่โดยมีอันฉีและหมิงอ๋องนั่งเป็นประธาน ถัดรองลงมาก็เป็นเสนาบดีกรมยุติธรรมฟู่อันเฉิง อันฉีให้พ่อบ้านและบ่าวในจวนยกเก้าอี้มาให้ทุกคนได้นั่ง จากนั้นก็ยกน้ำชาและของว่างมาให้ทุกคน ในวันนี้ทุกคนมีท่าทีประหม่าและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่รู้ว่าพระชายาจะตัดสินความผิดอย่างไร แต่แล้วองครักษ์หญิงเจียวจูและเลี่ยงหลิง ก็พาสตรีผู้หนึ่งเข้ามาในห้องโถง จากนั้นก็ผลักให้นางนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ทุกคนมองสตรีผู้นั้นอย่างไม่เข้าใจว่า พระชายาจะพานางเข้ามาในนี้ทำไม นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือ “วันก่อนท่านอ๋องจับเสนาบดีเสิ่นและเสิ่นฮูหยินกลับมา เสนาบดีเสิ่นถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนเสิ่นฮูหยินที่ข้าไม่เอาเรื่องให้ติดคุกก็เพราะว่า ข้าต้องการให้นางหาเงินมาคืนข้า สามีภรรยากัน…สามีทำผิดภรรยาย่อมต้องรับผิดชอบร่วมกัน เสนาบดีเสิ่นจ้างนักฆ่าให้ไปสังหารข้าและบิดา ที่จริงควรตัดสินโทษประหารชีวิต แต่ข้าว่าแบบนั้นมันตายง่ายเกินไป เลยเปลี่ยนเป็นให้ติดคุกตลอดชีวิตแทน”อันฉีเอ่ยอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ทุกคนนั่งฟังด้วยร่างกายที่เริ่มสั่นขึ้นมาทีละนิด เหงื่อ

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่40 อยู่ในเงื้อมมือพระชายา

    “การเปลี่ยนตัวรัชทายาทเสด็จพ่ออย่าทรงได้กังวลว่าจะไม่มีใครสนับสนุนองค์ชายสาม ยามนี้ขุนนางเหล่านั้นอยู่ในเงื้อมมือของพระชายา พวกเขามีความผิดนางยังไม่ได้ตัดสินโทษ พวกเขาจะไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ฟังก็ระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ ให้มันได้อย่างนี้สิลูกสะใภ้ของข้าทางด้านองค์รัชทายาทหมิงเฟยหลง จู่ ๆ ก็ถูกองครักษ์วังหลวงมาล้อมตำหนักนับสิบคน จากนั้นท่านราชเลขาประจำราชสำนักก็ออกมาอ่านราชโองการต่อหน้าทุกคน“ประกาศราชโองการ องค์รัชทายาทหมิงเฟยหลงกระทำความผิดอันใหญ่หลวง ด้วยการสั่งนักฆ่าให้ไปสังหารขบวนเดินทางของหมิงอ๋อง พระชายาหมิงอ๋องและเสนาบดีฟู่กรมยุติธรรม ตลอดระยะเวลาในการเดินทางหลายครั้ง ความผิดในครั้งนี้ไม่อาจให้อภัยได้ จึงขอปลดจากตำแหน่งรัชทายาท เหลือเพียงยศองค์ชายใหญ่หมิงเฟยหลง และจะถูกกักบริเวณจนกว่าจะมีบทลงโทษลงมาอีกครั้ง จบราชโองการ”ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางใจ หมิงเฟยหลงตกตะลึงตัวแข็งทื่อ เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! แข้งขาของเขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ พวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร จบแล้วทุกอย่างมันจบแล้วไท่จื่อเฟยตกตะลึงไม่ต่างกัน ร่างกายของนางเย

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่39 ขุดหลุมฝังตัวเอง

    เช้าวันต่อมาบ่าวในจวนตระกูลเสิ่นต่างตกใจและไม่เข้าใจว่า เหตุใดนายของจวนถึงหายไปกันหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสนาบดีเสิ่น เสิ่นฮูหยิน คุณหนูเสิ่นเยว่ซิน ทำเอาบ่าวในจวนไม่รู้จะทำอย่างไรกันต่อดี คงต้องรอดูสักวันสองวันหากว่าพวกเขาหายไปจริง ๆ คงต้องไปแจ้งกับทางการ บ่าวในจวนต่างพูดคุยกันถึงการหายตัวไปของพวกเขาอย่างแปลกใจและสงสัย ทำให้บรรดาตระกูลต่าง ๆ ที่ยามนี้ต่างคอยจับผิดกันและกันอยู่ต่างหูผึ่ง เสนาบดีเสิ่นหายตัวไปพร้อมเสิ่นฮูหยินและคุณหนูเสิ่นเยว่ซินก็หายไปด้วย ทำให้ตระกูลต่าง ๆ ต้องรีบนัดเจอกันเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วน“ข้าคิดว่าเขาอาจจะพาครอบครัวหนีไปแล้ว” เสนาบดีจางเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราห์ เพราะหลังจากไปพบพระชายามา เขาก็หายตัวไปทั้งครอบครัว และเขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากหลบหนีความผิด“เป็นเขาจริง ๆ หรือนี่ไม่น่าเชื่อเลย ข้าว่าพวกเราต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับพระชายา เพราะหากเป็นเขาจริง ๆ พวกเราจะได้รอดพ้นโทษประหารชีวิต” เสนาบดีถังเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ข้าเห็นด้วยกับเสนาบดีถัง ลำพังจ้างลี่จูเผาบัญชีกู้เงินโทษคงไม่ถึงกับประหารชีวิต” เสนาบดีกู้เอ่ยขึ้น เขานอนไม่หลับทั

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่38 ต้องรีบหนีไป

    “พวกท่านพร้อมใจกันมาหาข้า มีธุระอันใดสำคัญหรือเจ้าคะ?” อันฉีหยิบสมุดบัญชีกลับมาเปิดดูอีกครั้ง อย่างไม่ใส่ใจท่าทีกระวนกระวายของพวกเขา หมิงอ๋องรินชาให้พ่อตาอย่างเสนาบดีฟู่ โดยแสร้งไม่ใส่ใจท่าทีของพวกเขาเลยสักนิด“หากว่าพวกท่านไม่พูดข้าจะพูดเองดีหรือไม่เจ้าคะ?”พวกเขาหันไปมองหน้ากัน ไม่รู้ว่านางรู้เรื่องมากน้อยเพียงใด หากสารภาพผิดตอนนี้จะเป็นการดีหรือไม่นะ หากนางยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ไม่ควรเปิดปาก อันฉีหรี่ตามองพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น“บ่าวทรยศของข้า…ลี่จู…นางเพิ่งจะเข้ามาสารภาพผิดก่อนพวกท่านจะมา”“อะไรนะ!!” ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจ แข้งขาของพวกเขาอ่อนยวบอย่างไร้เรี่ยวแรง ตระกูลเสิ่น ตระกูลเซี๊ยะ ตระกูลจาง ตระกูลถัง ตระกูลโจว ตระกูลเจา ตระกูลกู้ และอีกหลายตระกูลต่างพร้อมใจกันคุกเข่าลงทันที “พระชายากระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาหม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”“เป็นเพราะนางไปเสนอบอกว่าจะช่วยเผาบัญชีแลกกับเงินหนึ่งพันตำลึง เป็นเพราะความคิดชั่ววูบหลงผิดไปชั่วขณะ พระชายาโปรดให้อภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยินดีชดใช้เงินที่กู้ยืมไปทั้งหมด” เสนาบดีจางรีบเอ่ยเป็นคนแรก อันฉีได้ยินก็ยิ้มออกออกมาอย่างเยา

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่37 โง่แล้วอวดฉลาดนั้นมีอยู่จริง

    หลังจากวันนั้นการเดินทางก็ดูเหมือนจะราบรื่นปลอดภัยไร้อุปสรรคใด ๆ จนขบวนเดินทางมาถึงประตูเมืองหลวง โดยมีองค์ชายสามหมิงเฟยหยางออกมาต้อนรับพร้อมตระกูลจ้าวและทหารอีกมากมาย“ยินดีต้อนรับกลับเมืองหลวงอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ พระชายา” องค์ชายสามก้มศีรษะให้กับขบวนเดินทางที่วิ่งเข้ามาแล้วหยุดลง “ขอบใจเจ้าสาม ข้าจะแวะพักที่จวนตระกูลฟู่พรุ่งนี้ถึงจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ”“ข้าจะไปทูลเสด็จพ่อตามนี้” องค์ชายพยักหน้ารับรู้“อืม” องค์ชายสามรีบกระตุกม้าหันกลับวังหลวง ส่วนขบวนเดินทางก็ตรงไปยังจวนตระกูลฟู่ทันที “องค์หญิงจะตรงไปยังจวนตระกูลจ้าวหรือว่าจะค้างที่จวนหม่อมฉันเพคะ?” องค์หญิงหมิงเยว่ครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ ตอนนี้นางแต่งงานแล้วก็ควรต้องไปอยู่ที่จวนของตระกูลจ้าว“ข้าคงต้องไปพักที่จวนตระกูลจ้าว แต่ว่าข้าจะแวะมาหาเจ้าบ่อย ๆ หรือไม่ก็เจ้าแวะไปที่นั่นได้ตลอดเวลา” อันฉีพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยบอกคนขับรถม้าให้ไปส่งองค์หญิงที่จวนตระกูลจ้าว จากนั้นก็คอยไปจวนตระกูลฟู่ของนาง แต่เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวน รถม้าก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อคนขับรถม้ารีบตะโกนบอกอันฉีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“พระชายามีสตรีเป็นลมอยู่ตรงด้านหน้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status