เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา
หลังจากหายไข้ของขวัญก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เช้าวันนี้เธอช่วยแม่ทำกับข้าวและทานข้าวพร้อมแม่ของเธอ จากนั้นก็มารดน้ำต้นไม้พลางคิดถึงเรื่องเมื่อวานไปด้วย
"บ้าไปแล้วแน่ๆเลยเรา เมื่อวานทำไมถึงฝันว่าจูบนายหัวได้นะ ไข้จนเพี้ยนไปแล้วแน่เลย" เสียงหวานบ่นอุบอิบพึมพำอยู่คนเดียวเพราะคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานคือความฝัน ขณะที่มือก็ถือสายยางรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านไปด้วย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าบุคคลที่เธอนึกถึงอยู่กำลังเดินมาทางด้านหลังของเธอ
"บ่นอะไรยัยหนู"
!
ของขวัญที่กำลังตีกับเสียงในหัวของตัวเองก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันไปมองคนด้านหลัง
"นะ นายหัว มาเงียบๆหนูตกใจหมดเลยค่ะ"
"ฉันก็เดินมาปกตินะ ยัยหนูนั่นแหละมัวแต่ใจลอย คิดอะไรอยู่เหรอ หื้ม"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูก็แค่คิดอะไรไปเรื่อย"
"แล้วนี่เพิ่งจะหายไข้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมารดน้ำต้นไม้ หนูควรจะพักอีกหน่อยนะ งานบ้านยังไม่ต้องทำก่อนก็ได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไม่ต่างจากสีหน้า
"หนูหายดีแล้วค่ะ แค่นี้สบายมาก" ของขวัญพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่อีกคนจะยิ้มตามด้วยความเอ็นดูกับท่าทางร่าเริงสดใสของเธอในตอนนี้ ต่างจากเมื่อวานที่นอนซมใบหน้าซีดเซียว ทำเอาเขาคอยเป็นห่วงอยู่ทั้งวัน
"แล้วนี่นายหัวกำลังจะไปสวนเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามต่อ เนื่องจากเห็นอีกคนใส่เสื้อปุ๋ยแขนยาวและกางเกงขายาวตัวเก่าๆสำหรับใส่ทำงาน ก็พอจะเดาได้ว่าเขาจะไปไหน
"อือ ฉันจะเข้าสวนปาล์มน่ะ"
ของขวัญได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มซุกซนก็ฉายขึ้นมาบนใบหน้าน่ารักของเธอทันที
"หนูขอไปด้วยได้ไหมคะ เรื่องงานบ้านนายหัวไม่ต้องห่วงค่ะหนูช่วยแม่ทำเสร็จหมดแล้ว ส่วนรดน้ำต้นไม้หนูก็รดเสร็จพอดีเลยค่ะ" พูดจบก็รอคำตอบจากคนตัวโตตรงหน้าตาแป๋ว ไม่พอยังทำตาปริบๆราวกับกำลังอ้อนอยู่ ทำเอาคนอายุมากถึงกับชะงักนิ่งไปชั่วขณะคล้ายกับเสียอาการกับลูกอ้อนของเด็ก ก่อนจะตอบออกไปอย่างไม่เต็มเสียง
"ถ้าอยากไปก็ไปบอกแม่หนูก่อน"
"แสดงว่านายหัวให้หนูไปด้วยได้ใช่ไหมคะ"
"อือ อยากไปก็ไป"
"เย้~ ขอบคุณค่ะ งั้นหนูไปบอกแม่ก่อนนะคะ" ของขวัญดีใจจนกระโดดโลดเต้น ก่อนจะรีบวิ่งไปปิดน้ำแล้วเก็บม้วนสายยางให้เรียบร้อย จากนั้นก็วิ่งเข้าบ้านไปบอกแม่ของเธอทันที ซึ่งทุกการกระทำของเธอตกอยู่ในสายตาของอีกคนตลอด ทุกอิริยาบถของเธอช่างดูดุ๊กดิ๊กน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินสำหรับเขา แต่พอคิดถึงเรื่องเมื่อวานก็นึกหมั่นเขี้ยวเด็กสาวไม่น้อยที่เธอดูปกติ ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เป็นฝ่ายจูบเขาและยังว่าเขาขี้บ่นเหมือนตาแก่อีก
"หึ คงจะจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้เลยสินะยัยหนูน้อย" ซึ่งมันน่าจับเธอมาฟัดให้ตัวแดงไปทั้งตัวจริงๆ ทำเขาแล้วแต่ดันจำไม่ได้ ทว่าอย่างน้อยเธอก็ทำให้เขามีช่วงเวลาดีๆที่น่าจดจำ แม้เธอจะจำมันไม่ได้ก็ตาม
...
หลังจากเข็มมุกอนุญาต จอมทัพก็พาของขวัญเข้าสวนปาล์มไปกับเขาทันที แต่ระหว่างทางก็แวะร้านค้าก่อน
"รออยู่ในรถก่อนนะ เดี๋ยวฉันลงไปซื้อขนมให้ เผื่อเข้าสวนแล้วหิวจะได้ไม่ต้องออกมาซื้อ"
"ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าให้อย่างว่าง่าย ก่อนที่อีกคนจะลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้านขายของชำเล็กๆประจำหมู่บ้านเพื่อไปซื้อของกินมาตุนเป็นเสบียงให้เธอ
ไม่นานจอมทัพก็กลับเข้ามาในรถพร้อมกับถุงขนมใบใหญ่วางลงบนตักของเด็กสาว สองมือเล็กจึงพนมมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทันที
"ขอบคุณค่ะ"
จอมทัพไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป แต่เขายิ้มบางๆให้เด็กสาวแทน ก่อนจะยื่นมือใหญ่ไปลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างเอ็นดู จากนั้นก็ออกรถขับมุ่งหน้าไปยังสวนปาล์มต่อ
จอมทัพขับรถพาเด็กสาวไปยังท้ายสวนปาล์มที่มีบ้านไม้ยกพื้นหลังเล็กที่เขาสร้างไว้สำหรับพักผ่อนเวลาเข้าสวน ถัดไปไม่ไกลจะมีกระท่อมเล็กๆที่มีลุงทิดกับป้าจวนสองสามีภรรยาวัยห้าสิบกว่าอาศัยอยู่ เป็นคนงานที่คอยดูแลม้ากับวัวที่เลี้ยงไว้ท้ายสวน
"เดี๋ยวฉันจะไปช่วยคนงานตัดกิ่งปาล์ม ยัยหนูอยู่ที่นี่กินขนมรอฉันไปก่อนนะ ถ้าง่วงก็เข้าไปนอนพักข้างในได้เลย หรือถ้ามีอะไรก็ไปบอกลุงทิดกับป้าจวนได้ แกสองคนพักอยู่ที่กระท่อมหลังนั้น"
ของขวัญหันไปมองกระท่อมหลังเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านไม้ยกพื้นที่เธออยู่มากนัก ตามที่อีกคนชี้บอก ซึ่งอยู่ใกล้กับคอกม้าคอกวัว ก่อนจะหันกลับมาถามคนตัวโตตรงหน้า
"ลุงทิดกับป้าจวนคือใครเหรอคะ"
"แกสองคนเป็นคนงานของฉันนี่แหละ คอยดูแลม้ากับวัวที่นี่"
"อ๋อค่ะ" ของขวัญจึงพยักหน้าตอบกลับอย่างเข้าใจ
"ถ้ายัยหนูไม่กล้าเดินไปมีอะไรโทรบอกฉันก็ได้ฉันจะรีบมาทันที"
"ไม่เป็นไรค่ะหนูอยู่คนเดียวได้สบายมาก นายหัวไปทำงานเถอะค่ะไม่ต้องห่วงหนู" ของขวัญพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่มือใหญ่ข้างหนึ่งจะวางลงบนศีรษะเล็กของเธอแล้วลูบเบาๆ
"อยู่บ้านสบายๆไม่ชอบ ชอบมานั่งตากลม เดี๋ยวไม่สบายขึ้นมาอีกจะทำไง"
สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญจึงจับมือใหญ่ที่ลูบศีรษะของเธอมากุมไว้ ก่อนจะพูดกับเขาด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"ไม่ต้องห่วงค่ะตอนนี้หนูแข็งแรงมาก ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกค่ะ อีกอย่างที่นี่บรรยากาศดี หนูว่าเหมาะแก่การพักผ่อนนะคะ นายหัวน่ะรีบไปทำงานได้แล้วค่ะ เจ้านายที่ดีไม่ควรกินแรงลูกน้องนะคะ" ขณะที่ปากขยับพูดก็ไม่ได้ปล่อยมือใหญ่ของอีกคนเลย
"เป็นเด็กเป็นเล็กมาสอนผู้ใหญ่เหรอเรา แต่ถ้ายัยหนูจับมือฉันไว้อยู่แบบนี้ฉันคงไปทำงานไม่ได้" จอมทัพหลุบตามองมือเล็กที่จับมือตัวเองอยู่ ก่อนจะเบนสายตาขึ้นมองเด็กสาวต่อ
"อุ่ย ขอโทษค่ะ แฮๆ~" ของขวัญรีบปล่อยมือใหญ่ของอีกคนทันที ก่อนจะยิ้มเก้อเขินที่เผลอจับมือเขาไว้นานเชียว
"หึ งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ มีไรก็โทรหาฉัน"
"แต่หนูยังไม่มีเบอร์นายหัวเลยนะคะ"
สิ้นเสียงหวานจอมทัพก็นิ่งไปเล็กน้อย เพราะถ้าหากเด็กสาวไม่พูดเขาเองก็ลืมคิดไปว่ายังไม่มีเบอร์ติดต่อเธอเลย
"งั้นเอาโทรศัพท์ยัยหนูมาให้ฉัน" พูดพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งขอโทรศัพท์จากเด็กสาว โดยที่เธอก็ยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้เขาทันที เมื่อได้โทรศัพท์ของเด็กสาวมาก็กดเม็มเบอร์ตัวเองและบันทึกชื่อลงไป จากนั้นก็กดโทรออกเบอร์ตัวเองที่เพิ่งบันทึกลงไปเพื่อให้เบอร์ของเธอไปโผล่ในโทรศัพท์ของเขา เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เจ้าตัว เด็กสาวจึงยื่นมือมารับโทรศัพท์ของตัวเองเก็บไป
"นั่งกินขนมรอฉันอยู่ที่นี่อย่าซนล่ะ อย่าเที่ยวเดินไปไหน เดี๋ยวฉันทำงานเสร็จจะรีบกลับมาหา"
"รับทราบค่ะ หนูไม่ซนหรอกนายหัวไปทำงานเถอะค่ะ" ของขวัญพูดด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว ยิ้มสดใสตลอดเวลา จนพาให้นายหัวจอมทัพที่มองอยู่ยิ้มตามไม่หุบกับความน่ารักของเธอ มือใหญ่จึงยกขึ้นมาลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างเอ็นดู จากนั้นก็ตัดใจเดินลงจากบ้านไม้ที่เด็กสาวนั่งอยู่ ยอมเข้าสวนไปทำงานทั้งที่ในใจพะวงห่วงเธอตลอดเวลา
เช้าวันต่อมาหลังจากหายไข้ของขวัญก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เช้าวันนี้เธอช่วยแม่ทำกับข้าวและทานข้าวพร้อมแม่ของเธอ จากนั้นก็มารดน้ำต้นไม้พลางคิดถึงเรื่องเมื่อวานไปด้วย"บ้าไปแล้วแน่ๆเลยเรา เมื่อวานทำไมถึงฝันว่าจูบนายหัวได้นะ ไข้จนเพี้ยนไปแล้วแน่เลย" เสียงหวานบ่นอุบอิบพึมพำอยู่คนเดียวเพราะคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานคือความฝัน ขณะที่มือก็ถือสายยางรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านไปด้วย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าบุคคลที่เธอนึกถึงอยู่กำลังเดินมาทางด้านหลังของเธอ"บ่นอะไรยัยหนู"!ของขวัญที่กำลังตีกับเสียงในหัวของตัวเองก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันไปมองคนด้านหลัง"นะ นายหัว มาเงียบๆหนูตกใจหมดเลยค่ะ""ฉันก็เดินมาปกตินะ ยัยหนูนั่นแหละมัวแต่ใจลอย คิดอะไรอยู่เหรอ หื้ม""ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูก็แค่คิดอะไรไปเรื่อย""แล้วนี่เพิ่งจะหายไข้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมารดน้ำต้นไม้ หนูควรจะพักอีกหน่อยนะ งานบ้านยังไม่ต้องทำก่อนก็ได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไม่ต่างจากสีหน้า"หนูหายดีแล้วค่ะ แค่นี้สบายมาก" ของขวัญพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่อีกคนจะยิ้มตามด้วยความเอ็นดูกับท่าทางร่าเริงสดใสของเธอในตอนนี้ ต่างจากเมื่อวานที่นอนซมใบหน้าซี
ชะตารักนายหัวจอมทัพเช้าวันต่อมา"ทัพเช้านี้จะเข้าสวนไหมลูก" คุณนายจันทร์ทิพย์เอ่ยถามลูกชายที่เดินเข้ามาในครัว ขณะที่เธอกับเข็มมุกเพิ่งจะทานข้าวเช้าเสร็จพอดี "ไม่ครับ แต่ช่วงบ่ายผมว่าจะเข้าไปดูทุเรียน""งั้นแม่ฝากดูหนูของขวัญหน่อยสิ แม่จะไปตลาดกับเข็มมุกน่ะ ไม่นานก็กลับแล้ว""ยัยหนูของขวัญเป็นอะไร"สิ้นเสียงทุ้มที่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เข็มมุกจึงเป็นคนเอ่ยตอบ"เมื่อคืนสงสัยนั่งตากน้ำค้างนานไปหน่อย เช้ามาเลยไม่สบายน่ะค่ะ"จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยพูดต่อ"งั้นเธอไปตลาดกับแม่ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันดูยัยหนูให้ไม่ต้องห่วง""ขอบคุณนะคะนายหัว"สิ้นเสียงของเข็มมุก จอมทัพจึงพยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นสองสาวต่างวัยก็พากันไปตลาดนัดตอนเช้าเพื่อซื้อพวกผักและของสดมาตุนไว้ ในบ้านจึงเหลือแค่จอมทัพกับของขวัญ ส่วนนายใหญ่ศรตื่นเช้ามากินข้าวเสร็จก็ออกไปทำกิจของตัวเองตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่มีอะไรให้ทำจิปาถะไปเรื่อยด้านจอมทัพที่ลังเลว่าจะเข้าไปดูเด็กสาวในห้องหรือจะนั่งเฝ้าเธออยู่ด้านนอกดี แต่ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องของเด็กสาว โดยไม่ได้เคาะประตูเรียกเจ้าข
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากทุกคนดื่มสังสรรค์กันจนเต็มที่เต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเข้าบ้านนอน ส่วนคนที่ขยันหน่อยก็พากันไปกรีดยาง แม้จะเมาแต่หากร่างกายยังทำงานไหวพวกเขาเหล่านั้นก็สู้งานไม่ถอย ส่วนใครที่เมาแอ๋จนตัดยางไม่ไหวก็พากันนอนไปตามระเบียบ ส่วนใครที่เป็นวันหยุดพอดีก็สบายตัวไป เพราะจะได้หลับอย่างไม่ต้องห่วงงาน...ซึ่งคนงานในไร่หรือช้าวบ้านที่นี่มักจะกรีดยางสามเช้าหยุด หรือหมายถึงกรีดยางติดกันสามวันจึงจะหยุดหนึ่งวัน แต่บางที่หรือที่อื่นๆก็อาจจะตัดดองเป็นขี้ยาง ครบอาทิตย์ก็เก็บขี้ยางขาย ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสะดวกว่าจะขายเป็นน้ำยางหรือขายเป็นขี้ยาง แต่ที่สำคัญคือใครกรีดยางหลายไร่ก็จะได้เยอะ หากกรีดน้อยก็จะได้น้อย ใครไหวก็ทำเยอะ ใครไม่ไหวก็ทำแต่พอตัว ชีวิตของคนรับจ้างกรีดยางก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของสวนเจ้าของไร่ก็แค่รอรับเงินจากส่วนแบ่งของน้ำยางที่ลูกจ้างกรีดมาได้และนำไปขายตามโรงงานหรือกลุ่มรับซื้อน้ำยาง ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือด้านจอมทัพกับของขวัญที่เดินเท้ากลับบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยใช้ไฟฉายที่จอมทัพได้
"งั้นพี่กลับก่อน แล้วให้ของขวัญกลับพร้อมนายหัวแล้วกัน ยังไงพี่ฝากบัวดูๆของขวัญด้วยนะ""ได้จ้ะพี่เข็มไม่ต้องห่วงเลย ของขวัญก็หลานฉันฉันจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน""ขอบใจนะ งั้นพี่ไปบอกนายหัวก่อน""จ้ะพี่ ไปเถอะ"จากนั้นเข็มมุกก็ไม่ลืมที่จะบอกลาคนในวงว่าขอตัวกลับก่อน พอบอกกล่าวเอ่ยลากันเสร็จ ก็ลุกขึ้นออกจากวงเดินไปหาคนเป็นนายเพื่อฝากลูกสาวกลับ"นายหัวคะ ฉันจะขอตัวกลับก่อน แต่ของขวัญยังสนุกกับเพื่อนอยู่เลย ฉันฝากนายหัวพาของขวัญกลับด้วยได้ไหมคะ""ได้สิ มากับฉันฉันก็ต้องพากลับเองอยู่แล้ว""ขอบคุณค่ะ""แล้วเธอกลับเองได้ใช่ไหม" "ได้ค่ะฉันไม่กลัว""งั้นก็เอาไฟฉายไป" จอมทัพพูดพลางยื่นไฟฉายให้เข็มมุก"ให้ไฟฉายฉันแล้วตอนกลับนายหัวจะใช้อะไรล่ะคะ""เดี๋ยวค่อยยืมของคนงานเอา""อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับไฟฉายจากคนเป็นนายมา โดยที่รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะสังเกตดูแล้วเขาก็มีใจเป็นห่วงเธออยู่เหมือนกัน แต่ความเป็นห่วงนั้นไม่ใช่ในแบบคนพิเศษ แค่ความเป็นห่วงทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีให้กันได้ ห่วงแบบเพื่อน ห่วงแบบเจ้านายห่วงลูกน้อง ห่วงในแบบมิตรภาพดีๆ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเข
ช่วงหัวค่ำด้านสองแม่ลูกที่รอนายหัวจอมทัพอยู่ด้านล่างเพื่อจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับคนงานที่บ้านพักด้านหลัง ไม่นานคนที่พวกเธอรอก็เดินลงมาจากห้อง"จะไปกันเลยไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไม่ได้เจาะจงว่าถามคนลูกหรือถามคนแม่"ค่ะ" เป็นคนลูกที่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆจากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังบ้านพักคนงาน โดยจอมทัพถือไฟฉายคาดหัวที่ใช้ส่องสำหรับตอนตัดยางที่เขามีติดบ้านเอาไว้อยู่หลายอัน แต่วันนี้กะจะเอามาให้สองแม่ลูกใช้ส่องนำทางกลับหาไม่เจอ จึงได้มาแค่อันเดียวที่เขาถือส่องนำทางให้สองแม่ลูกอยู่ขณะที่ของขวัญเดินกอดแขนคนเป็นแม่ตามหลังอีกคน สายตาของเธอก็กวาดมองไปทั่วสวนยางที่มืดไปหมดอย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบๆมีเพียงแค่เสียงสัตว์เล็กในยามค่ำคืนที่ส่งเสียงร้องประสานกัน ลมเย็นๆที่พัดผ่านกระทบผิวกายพาให้รู้สึกเย็นยะเยือก ไหนจะเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ทุกอย่างรวมกันพาให้บรรยากาศดูวังเวงจนเธอขนลุกซู่ แม้จะเห็นแสงไฟจากบ้านพักคนงานอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยาศตรงที่ที่เดินอยู่น่ากลัวน้อยลงเลย"แม่ สวนยางตอนกลางคืนน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนตอนกลางวันเลยนะคะ" แม้ปากจะบอกแม่ว่ากลัว แต่สายตาก็ยังคงกวา







